- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 113
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 113
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 113
ตอนที่ 113: การลงหลักปักฐาน และการเจรจา
ทั้งสองแสดงบัตรประจำตัวและฝากกระเป๋าเดินทางไว้กับพนักงานดูแลอาคาร จากนั้นจึงสอบถามเส้นทาง ก่อนจะมุ่งหน้าไปยังสำนักงานกองควบคุมอาชญากรรมกลุ่มองค์กร (Organized Crime Control Bureau)
หลังจากเดินวนเวียนอยู่ในกรมตำรวจท้องที่ขนาดที่ใหญ่ที่สุดในประเทศเกือบชั่วโมง ในที่สุดเอลซ่าและลุคก็พบกับ เบริต โจเอล เจ้าหน้าที่กองควบคุมอาชญากรรมที่พวกเขาต้องร่วมงานด้วย
เบริตคนนี้เป็นเพียงนายตำรวจยศเชอริฟฟ์ (Sheriff) ซึ่งมียศสูงกว่าลุคเพียงเล็กน้อยเท่านั้น
ทาง LAPD ให้ความสำคัญกับคดีนี้มาก เพราะการเสียชีวิตของดาราดังในเขตอำนาจศาลของพวกเขานั้นเป็นเรื่องใหญ่เกินกว่าจะมองข้าม
แต่สำหรับ NYPD แล้ว เซอร์เกย์ มาซานอฟ เป็นเพียงหนึ่งในพวกแก๊งสเตอร์นับไม่ถ้วนในนิวยอร์ก และไม่ใช่เรื่องสลักสำคัญอะไรนัก
เบริตได้รับคำสั่งให้ร่วมงานกับลุคและเอลซ่า ส่วนใหญ่เป็นเพราะเขากำลังสืบสวนแก๊งของเซอร์เกย์อยู่ก่อนแล้ว
เบริตดูไม่เป็นมิตรกับเพื่อนร่วมงานจากลอสแอนเจลิสสักเท่าไหร่
ถ้าจะให้อ้างอิงคำพูดของเอลซ่าตอนกินมื้อค่ำกับลุค เบริตก็แค่ไอ้ขยะคนหนึ่ง เขาไม่ชอบให้คนแปลกหน้าเข้ามายุ่มย่ามกับคดีของเขาอย่างเห็นได้ชัด
เบริตมองพวกเขาแล้วพูดด้วยน้ำเสียงเย็นชา “ขอเตือนไว้อย่างนะว่าพวกคุณไม่มีอำนาจบังคับใช้กฎหมายที่นี่ เพราะฉะนั้นอย่าใช้ปืนจะดีกว่า ไม่อย่างนั้นเรื่องมันจะยุ่งยาก”
เอลซ่าไม่ได้ตอบโต้ นี่ไม่ใช่การเดินทางมาทำงานต่างถิ่นครั้งแรกของเธอ และเธอก็ชินกับท่าทีเป็นอริแบบนี้แล้ว
ลุคเองก็ไม่ได้ใส่ใจอะไร
การขาดอำนาจบังคับใช้กฎหมายก็แค่หมายความว่าเขาไม่สามารถเป็นฝ่ายเริ่มใช้ปืนก่อนได้
อย่างไรก็ตาม หากศัตรูชักปืนใส่เขา เขาก็มีสิทธิ์ป้องกันตัวในฐานะพลเมืองคนหนึ่ง
ก่อนที่จะถูกปล่อยตัว เอลซ่าถามว่า “ขอถามหน่อยค่ะ ว่าเราจะเริ่มการสืบสวนกันเมื่อไหร่?”
เบริตขมวดคิ้วแล้วตอบว่า “นั่นเป็นความลับ ผมบอกอะไรคุณไม่ได้หรอก”
ทว่าเอลซ่ายังไม่ยอมแพ้ “ขอประทานโทษนะคะ แต่คุณวางแผนจะทำคดีนี้ด้วยตัวคนเดียวงั้นเหรอ?”
เบริตถึงกับสำลักคำพูด
ถ้าเขาตอบว่าใช่ เขาต้องโดนตำหนิแน่นอน
กรมตำรวจลอสแอนเจลิสต้องยอมจ่ายค่าดำเนินการต่างๆ เพื่อส่งลุคและเอลซ่ามาที่นี่
เบริตไม่รู้ว่าค่าตอบแทนนั้นคืออะไร แต่ถ้าเบริตกันพวกเขาออกจากคดี เรื่องนี้คงจบไม่สวยสำหรับเขาแน่
หลังจากเงียบไปครู่หนึ่ง เบริตก็กล่าวว่า “พวกคุณไปหานั่งที่โต๊ะว่างแถวนี้ก็ได้ เดี๋ยวถ้ามีอะไรคืบหน้าผมจะบอกเอง”
เอลซ่าพยักหน้า
สิ่งที่เธอต้องมั่นใจมีเพียงอย่างเดียวคือ เบริตจะไม่โง่พอที่จะแอบไปจับเซอร์เกย์โดยไม่มีพวกเขาไปด้วย
ขณะที่พวกเขากำลังจะเดินออกมา เบริตก็พูดเสริมว่า “คงต้องใช้เวลาวางแผนการจับกุมสักสามถึงห้าวัน พวกคุณไปพักผ่อนก่อนก็ได้”
ทั้งคู่พยักหน้าแสดงว่ารับทราบ จากนั้นก็ไปหาโต๊ะว่างในห้องทำงานรวม
เอลซ่าถามลุคว่า “นายรู้สึกยังไงบ้าง? โกรธไหม?”
ลุคส่ายหัว “ถ้าพวกเขาไปที่ถิ่นเรา เราก็คงปฏิบัติกับเขาแบบเดียวกันนั่นแหละครับ ไม่มีอะไรน่าโกรธหรอก”
เอลซ่าพยักหน้ายิ้มๆ “นั่นสินะ ยังไงคดีนี้เราก็ไม่ได้เป็นคนตัดสินใจอยู่แล้ว เราทำได้ก็แค่รอแหล่ะ”
ลุคยักไหล่และกลอกตา “เดี๋ยวผมไปหาโรงแรมก่อนแล้วกัน เดี๋ยวผมเอากระเป๋าคุณไปด้วยเลย”
แน่นอนว่าเอลซ่าตกลง
ถ้าเป็นเด็กใหม่คนอื่นก็คงถูกบังคับให้ทำหน้าที่นี้อยู่แล้ว แต่หลังจากผลงานอันน่าทึ่งของลุคบนเครื่องบิน เอลซ่าก็ไม่ได้คิดจะสั่งเขา
ในเมื่อลุคอาสาเอง เธอก็ไม่ปฏิเสธแน่นอน
ลุคยกกระเป๋าออกมาแล้วโทรหาเบลล์ คนขับแท็กซี่ผิวสี “สวัสดีครับ เบลล์ใช่ไหม? นี่ลุคนะ คนที่ขึ้นรถคุณเมื่อกี้ ใช่ครับ... ผมกำลังมองหาโรงแรมราคาถูกและสะดวกสบายแถวๆ NYPD พอจะมีที่ไหนแนะนำไหมครับ? โอเคครับ ถ้าที่นั่นใช้ได้ เดี๋ยวผมจะให้ทิปคุณหนึ่งร้อยดอลลาร์”
ไม่นานเบลล์ก็มาถึง
เห็นได้ชัดว่าเธอวนเวียนอยู่แถวนั้นอยู่แล้ว
เธอทักทายลุคอย่างอบอุ่นและเชื้อเชิญให้เขานั่งเบาะหน้า ซึ่งเป็นเรื่องผิดปกติ เพราะคนขับแท็กซี่มักจะระแวงโจรชิงทรัพย์
ลุคแตะมือ (High-five) กับเธอพร้อมรอยยิ้ม “เฮ้ คุณนี่นักแข่งตัวจริงเลยนี่ ทำไมมาเร็วจัง?”
เบลล์ดูจะมีความสุขมาก
คนส่วนใหญ่มักจะไม่ค่อยเป็นมิตรกับคนขับรถหญิงผิวสีสักเท่าไหร่
ลุคเป็นคนหน้าตาดีและสุภาพ ซึ่งทำให้เบลล์รู้สึกถูกชะตา
ดังนั้น พวกเขาจึงมีการสนทนาที่สนุกสนานตลอดทาง
เบลล์คุ้นเคยกับนิวยอร์กจริงๆ เธออ้างว่าเธอรู้จักทุกซอกทุกซอยของเมืองนี้เลยทีเดียว
อย่างไรก็ตาม ย่านที่เธอรู้จักดีที่สุดคือบรูคลิน (Brooklyn) และควีนส์ (Queens) ส่วนย่านที่เธอไม่ค่อยคุ้นเคยคือแมนแฮตตัน (Manhattan)
ลุครู้เหตุผลดี
แมนแฮตตันเป็นย่านที่รวยกว่าบรูคลินและควีนส์มาก และคนในแมนแฮตตันน้อยคนนักที่จะเรียกแท็กซี่ของเธอ หรือใช้บริการส่งอาหารราคาถูกที่เธอเคยทำก่อนหน้านี้
ลุคค่อยๆ ต้อนบทสนทนาไปที่เรื่องพวกค้ายา
เบลล์ถือว่าไม่ได้เป็นไปตามภาพลักษณ์ของเหล่าคนดำเลยสักนิด เบลล์เป็นคนขยันทำมาหากิน และกิจกรรมผิดกฎหมายเพียงอย่างเดียวที่เธอทำเป็นงานอดิเรกก็คือการแข่งรถ ซึ่งนั่นเทียบไม่ได้เลยกับเรื่องยาเสพติดหรืออาชญากรรมรุนแรง
เธอพูดอย่างรวดเร็วและพ่นข้อมูลเกี่ยวกับพวกค้ายาออกมาให้ลุคฟังชุดใหญ่
มันแทบจะเป็นไปไม่ได้เลยที่ลุคจะจำชื่อทั้งหมดนั่นได้
เธอพูดถึงไปกี่แก๊งแล้วนะ? 27 ไม่ก็ 31? แก๊งนี่แหล่ะ
นั่นแค่เฉพาะในบรูคลินนะ เบลล์ยังไม่ได้เริ่มพูดถึงควีนส์เลยด้วยซ้ำ
ลุคอดไม่ได้ที่จะคิดว่า เมืองนี้มี "ลูกแกะอ้วนๆ" (แต้มประสบการณ์) มากมายเหลือเกินที่รอให้เขาไปเก็บเกี่ยว
ทันใดนั้น ลุคก็ได้ยินเรื่องที่น่าสนใจเข้า
“ฉันได้ยินมาว่าช่วงไม่กี่ปีมานี้ มีใครบางคนคอยไล่เก็บพวกค้ายา หลายแก๊งโดนจัดการไปเพียบ แก๊งใหญ่ๆ ยังอยู่ครบ แต่แก๊งเล็กๆ หลายแก๊งถูกกวาดล้างหายไปในคืนเดียวเลยล่ะ” เบลล์เล่าอย่างตื่นเต้น
ลุครู้สึกแปลกใจ “แล้วคุณไม่โกรธเหรอ?” ลุคมั่นใจว่าแก๊งสเตอร์ในบรูคลินหลายคนเป็นชาวแอฟริกันอเมริกัน
มันโอเคจริงๆ เหรอที่เบลล์จะเล่าเรื่องความโชคร้ายของคนเหล่านั้นด้วยความสะใจขนาดนี้?
เบลล์ถลึงตาใส่เขาแล้วพูดว่า “เฮ้! จำไว้นะว่าคนพวกนี้มันคือเศษเดนขยะสังคม อีกอย่าง แก๊งยุโรปตะวันออกกับแก๊งลาตินหลายแก๊งก็โดนกวาดล้างเพราะขายยาเหมือนกัน ไอ้คนที่ทำน่ะเขาไม่สนเรื่องเชื้อชาติหรอก”
ลุคยกมือขึ้นพลางขอโทษ “ขอโทษครับ ผมผิดเอง” แต่ลุคก็รู้สึกสงสัยในตัวคนที่กำจัดพวกค้ายาไปมากกว่าหนึ่งกลุ่ม
เบลล์พ่นลมหายใจรับคำขอโทษและเสริมว่า “ฉันได้ยินมาว่าไอ้คนที่ทำน่ะอาจจะเป็นพวกค้ายาเหมือนกัน เพราะมันกวาดทั้งยาและเงินของพวกที่ตายไปซะเกลี้ยงเลย”
ลุคเงียบพลางจมอยู่ในความคิดและสงสัยว่าเขาควรจะทำอย่างไรต่อไปดี
แต่เดิมแผนการของเขาคือการกำจัดกลุ่มค้ายาสักสองสามกลุ่มมาโดยตลอดอยู่แล้ว
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
.
.
.
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127