- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 94
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 94
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 94
ตอนที่ 94: คุณธรรมและไหวพริบ
ลุคทำได้เพียงกัดฟันอดทน
ลุคแอบด่าโทนี่ สตาร์คสำหรับความซวยในครั้งนี้ในใจ แม้ว่าเขาจะรู้ดีว่าโทนี่ไม่ได้เป็นคนผิดสำหรับสถานการณ์ที่เขากำลังเผชิญอยู่ตอนนี้ก็ตาม
ลุครู้จักโทนี่ สตาร์คอยู่บ้าง
จากภาพยนตร์ที่เขาเคยดูในชาติที่แล้ว ลุครู้ว่าโทนี่ สตาร์คมีบุคลิกที่ไม่เหมือนใคร เขาอาจจะเป็นฮีโร่ที่ยิ่งใหญ่ได้ แต่ทว่าเขาไม่ใช่เพื่อนที่ดีนัก
ซึ่งมันก็ไม่ใช่เรื่องที่ยากจะเข้าใจได้ว่าทำไม โอบาไดอาห์ ลุงหัวโล้นของเขา ถึงพยายามจะฆ่าเขา
แม้โทนี่เรียกโอบาไดอาห์ว่าคุณลุง และความผูกพันของพวกเขาเองก็ไม่ใช่เรื่องหลอกลวง ทว่าพ่อหนุ่มเพลย์บอยคนนี้ก็ไม่เคยหยุดที่จะใช้จ่ายทรัพย์สินของตัวเองอย่างฟุ่มเฟือยเลย
มันเป็นพื้นฐานสันดานของเขา และยากที่จะแก้ไข
ดังนั้น ลุคจึงไม่เคยคิดที่จะทำความรู้จักแล้วอยากจะเป็นเพื่อนกับโทนี่ สตาร์ค เพราะมันเป็นเรื่องที่ยากเกินไป
หากรู้ว่าสตาร์คเคยหลอกให้คนที่พัฒนา Extremis ไปรอเขาที่ดาดฟ้าเพื่อที่เขาจะไปเล่นเกมรักกับสาวๆ แค่นี่ก็พอจะจินตนาการว่าสตาร์ค ยโสโอหังแค่ไหน [1]
หากลุคเข้าไปทำความรู้จักสตาร์คตอนนี้ เขาคงจะปฏิบัติกับลุคเหมือนคนรับใช้และคอยจิกหัวใช้เป็นแน่
ลุคนิ่งเงียบ ปล่อยให้ความคิดฟุ้งซ่านเหล่านั่นแล่นอยู่ในหัว
บอกตามตรง ภารกิจรักษาความปลอดภัยนี้ไร้ประโยชน์สิ้นดี
อันที่จริงโทนี่ สตาร์คมีทีมรักษาความปลอดภัยฝีมือเยี่ยมคอยคุ้มกันอยู่แล้ว เขาไม่จำเป็นต้องพึ่งตำรวจเลยสักนิด
และตามทามไลน์ แล้วลุงหัวโล้นของเขายังไม่ได้ตัดสินใจกำจัดโทนี่ในตอนนี้ ดังนั้นเขาน่าจะยังปลอดภัยดีอยู่
นี่เป็นเพียงการแสดงออกของกรมตำรวจเพื่อเอาใจโทนี่ สตาร์คเท่านั้น
และแล้วเวลาเปิดงานเริ่มต้นและผ่านพ้นไปอย่างไร้เงาหัวสตาร์ค ทุกคนในหอประชุมเริ่มกระซิบกระซาบกัน
ลุคไม่จำเป็นต้องเดาเหตุผลเลยด้วยซ้ำ
มันเป็นนิสัยตามธรรมชาติของโทนี่ สตาร์ค ที่จะมาสาย หรือเดินลงเวทีจากไปโดยไม่บอกกล่าว หรือปล่อยให้คนอื่นรอเก้อ
สตาร์คเคยสร้างปัญหามามากมายจากพฤติกรรมแบบนี้
ไม่ว่าจะเป็นมิตรหรือศัตรู ชาวบ้านธรรมดาหรือคนดัง เขาไม่สนใจใครทั้งนั้น
เมื่อเห็นเซลิน่าชะเง้อคอพยายามจะฟังเสียงซุบซิบ ลุคก็พูดด้วยเสียงเบาๆ ว่า “ไม่ต้องคิดมากหรอก หนึ่งในคุณธรรมที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของโทนี่ สตาร์ค คือการมาสาย และผมจะไม่แปลกใจเลยสักนิดถ้าวันนี้เขาไม่โผล่มาเลย”
เซลิน่าเดาะลิ้นอย่างไม่เชื่อ “แต่ที่นี่มีทั้งนักข่าวและพวกผู้หลักผู้ใหญ่เต็มไปหมด เขาจะกล้าทำแบบนั้นจริงๆ เหรอ?”
ลุคตอบอย่างสบาย “แน่นอน ผมว่าเขากล้าอยู่แล้ว”
จนกระทั่งผ่านไปสามสิบนาที ในที่สุดโทนี่ สตาร์คก็ปรากฏตัวขึ้น พร้อมรอยคล้ำใต้ตา
ลุคคาดเดาว่าเขาคงจะสนุกสุดเหวี่ยงมาทั้งคืนกับสาวๆ ที่ยอมมานอนรอถึงหน้าประตูบ้าน
พิธีเปิดเริ่มต้นขึ้นในที่สุด โทนี่ สตาร์คหยิบกระดาษขึ้นมาอ่านด้วยน้ำเสียงแทบจะไร้ชีวิตชีวา ก่อนจะเดินลงจากเวที
ลุคถึงกับเห็นเขานั่งหลับไปหลังจากนั่งลงได้เพียงสองนาที
มีการกล่าวสุนทรพจน์อื่นๆ ตามลำดับ อีกสองชั่วโมงต่อมา พิธีเปิดช่วงเช้าก็สิ้นสุดลง
การประชุมจริงๆ จะยังไม่เริ่มจนกว่าจะถึงช่วงบ่าย ตัวแทนจากบริษัทและสถาบันวิจัยต่างๆ จะต้องประชุมและเจรจากันเป็นเวลาสามวัน
นั่นหมายความว่าลุคจะต้องทนทุกข์ทรมานกับงานนี้ไปอีกสามวัน
หลังพิธีเปิด ลุคและเซลิน่าต้องช่วยรักษาความสงบเรียบร้อยร่วมกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ
เนื่องจากพวกเขามีตำแหน่งที่สูงกว่า ลุคและเซลิน่าจึงทำหน้าที่นำทางให้กับเหล่าผู้บริหารระดับสูง แทนที่จะไปรวมกลุ่มกับเจ้าหน้าที่คนอื่นๆ ที่คอยกั้นฝูงชนอยู่ด้านข้าง
โทนี่ สตาร์คเดินอยู่ด้านหน้า เคียงข้างกับ บิล ยอร์ลิงตัน CEO ของบริษัท ล็อกฮีด มาร์ติน (Lockheed Martin Corporation)
ลุคไม่ได้ใส่ใจพวกเขามากนัก แต่จากการเหลือบมองเป็นระยะ มันชัดเจนว่าโทนี่ สตาร์คไม่ได้สนใจที่จะคุยแม้ว่ากับคนในระดับเดียวกันก็ตาม
อย่างไรก็ตาม บิลกลับไม่สนใจต่อท่าทีนั้นของสตาร์ค และยังคงพูดในสิ่งที่เขาควรพูดต่อไป
ก็นะ ลุคเชื่อว่าบิลไม่ได้คาดหวังจะเป็นเพื่อนกับโทนี่อยู่แล้ว พวกเขาต่างก็แค่เสแสร้งเข้าหากัน เพียงแต่บิลเป็นนักแสดงที่เก่งกว่าเท่านั้นเอง
ทันใดนั้น ชายคนหนึ่งเบียดฝ่าแนวกั้นของเจ้าหน้าที่ตำรวจและพุ่งเข้าหาโทนี่และบิลพร้อมกับขวดใบหนึ่ง
ชายคนนั้นปรี่เข้ามาจากทางด้านขวา ซึ่งเป็นจุดที่เซลิน่ารับผิดชอบอยู่
เซลิน่าตอบโต้ได้อย่างรวดเร็ว เมื่อเผชิญหน้ากับชายที่ท่าทางดุดัน เธอขยับไปด้านข้างอย่างใจเย็นและคว้าข้อมือข้างที่ถือขวดเอาไว้
จากนั้นเธอก็เตะตัดขาชายคนนั้นจนล้มลง และกดมือทั้งสองข้างของเขาไว้ที่แผ่นหลัง
หลังจากนั้น เธอจึงบิดข้อมือชายคนนั้นเพื่อบังคับให้เขาปล่อยขวด ซึ่งกลิ้งไปตามพื้น
มันเป็นขวดพลาสติกแบบขุ่น เซลิน่ามองไม่เห็นว่าข้างในคืออะไร และเธอก็ไม่กล้าแตะต้องมันเช่นกัน
อย่างไรก็ตาม ทั้งลุคและเซลิน่าสังเกตเห็นว่าขวดนั้นยังคงปิดผนึกอยู่ เมื่อมองดูใกล้ๆ พวกเขาก็พบว่ามันคือนม
ลุคก้าวเข้าไปและสวมกุญแจมือชายคนนั้นอย่างรวดเร็ว ก่อนจะผลักเขาไปทางเจ้าหน้าที่ตำรวจคนอื่นๆ
ชายคนนั้นยังคงตะโกนลั่น “สตาร์ค ไอ้พวกอาชญากรสงคราม ทำไมแกยังมีชีวิตอยู่อีก?”
ลุคเลิกคิ้ว เหตุผลนี้มันเข้าใจได้ง่ายเกินไป
กลุ่มต่อต้านสงครามมักจะจัดการประท้วง หรือปฏิบัติการที่รุนแรงกว่านั้น เพื่อแสดงออกถึงการต่อต้านกิจการอาวุธยุทโธปกรณ์สุดล้ำของสตาร์ค
ก็นะ การปานมใส่เขามีไว้เพื่อสร้างความอับยศเท่านั้น มันไม่ทำให้บาดเจ็บจริงๆ หรอก อาวุธประเภทเดียวกันนี้ยังรวมถึงไข่เน่าและมันฝรั่งด้วย
เจ้าหน้าที่ตำรวจอีกนายเก็บขวดที่คาดว่าเป็นนมออกไป
ก่อนที่ลุคและเซลิน่าจะส่งสัญญาณบอกโทนี่ สตาร์คว่าเขาปลอดภัยแล้ว เขาก็เดินเข้ามาหาดวงตาเป็นประกายขณะมองไปที่เซลิน่า “ว้าว คุณตำรวจคนสวย สนใจไปดื่มกับผมหลังจากนี้ไหมครับ?”
อย่างไรก็ตาม ลุคกลับเมินเขาและพูดกับเซลิน่าว่า “ตื่นตัวไว้ ประจำตำแหน่ง”
พวกเขากลับเข้าประจำตำแหน่ง ในขณะที่เจ้าหน้าที่ด้านหน้ากำลังตรวจสอบฝูงชน ทีมรักษาความปลอดภัยจึงต้องหยุดชะงักการเคลื่อนที่ไปชั่วคราว
โทนี่ถึงกับอึ้ง นี่เขาถูกเมินงั้นเหรอ?
สตาร์คถามขึ้นว่า “คุณผู้หญิงคนสวย บอกชื่อคุณหน่อยได้ไหม? ผมคิดว่าเราสองคนน่าจะทำความรู้จักกันให้มากกว่านี้นะ”
ลุคเหลือบมองเขานิดนึงแล้วพูดอย่างไม่ใส่ใจว่า “คุณสตาร์คครับ โปรดอย่ารบกวนการทำงานของเรา”
โทนี่เลิกคิ้ว “นายเป็นสาวสวยงั้นเหรอ? นายคิดว่าฉันคุยกับนายหรือไง?”
จู่ๆ ลุคก็ยิ้มออกมา “ผมเห็นข่าวเรื่องนางแบบหน้าปกนิตยสารบางฉบับที่ถูกเตะออกจากบ้านคุณในสภาพเปลือยเปล่ากลางดึก แล้วก็ข่าวเรื่องฝาแฝดคนดังที่บอกว่าคุณเสื่อมสมรรถภาพทางเพศ เพราะฉะนั้นผมแค่หวังว่าโศกนาฏกรรมแบบเดียวกันจะไม่เกิดขึ้นกับคู่หูของผมครับ ท่านสตาร์คผู้ทรงเกียรติ”
เซลิน่าถึงกับอึ้ง ลุคพูดเร็วและชัดเจนมาก และเขาใช้เวลาไม่ถึงสิบวินาทีด้วยซ้ำ
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127