- หน้าแรก
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (Super Detective in the Fictional World)
- สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91
สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91
ตอนที่ 91: สายตรวจพาร์ตไทม์
ลุคและเซลิน่าตัดสินใจซื้อจักรยานสองคันและปั่นไปกรมตำรวจทุกวัน ก่อนจะออกลาดตระเวนด้วยรถตำรวจของพวกเขา
มันถือเป็นวิธีประหยัดเงินที่ดีและยังได้ฝึกร่างกายไปในตัวด้วย
ลุคถังแตกกระเป๋าแห้งจริงๆ เงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ที่เขาได้มาจากครอบครัวคาร์ลอสส่วนใหญ่เขายกให้แครอลไปแล้ว
ส่วนเงินเดือนส่วนใหญ่ของเขาก็จ่ายไปกับรถคันใหม่ที่หายสาบสูญไปนั่นเอง
ลุคเคยทดลอง โดยการแอบขโมยเงินห้าดอลลาร์ตอนที่อยู่ในรัมฟอร์ด และนำมาใช้หลังจากกลับมาถึงฮิวสตัน
แต่แล้วเขาก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบซึ่งระบุว่า เครดิตของเขาถูกหักออก 5 แต้ม เนื่องจากการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย
ลุคตระหนักได้ทันทีว่าไอ้เจ้าระบบสุดยอดนักสืบนี้เป็นตัวแทนของความยุติธรรมตามที่คาดไว้ และสั่งห้ามแม้ว่าเป็นการลักขโมย
ตอนที่เขาเอาเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์มาจากครอบครัวคาร์ลอส และยังใช้จ่ายไปอีกหลายพันดอลลาร์ แต่เครดิตของเขาไม่เคยถูกหักเลย
ดังนั้น กฎของระบบจึงชัดเจน
อาชญากรไม่ได้รับความคุ้มครองจากระบบ เครดิตของลุคจะไม่มีปัญหาเมื่อเขาสังหารพวกมันหรือริบทรัพย์สินของพวกมันมา
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถทำแบบเดียวกันนี้กับผู้บริสุทธิ์ได้
ลุคคงต้องทดลองเพิ่มเติมเพื่อหาคำตอบว่า อาชญากรประเภทไหนที่เขาสามารถจัดการได้โดยไม่ถูกระบบลงโทษ และขอบเขตของความเป็นอาชญากรรมนั้นอยู่ตรงไหน
แต่ถึงอย่างนั้น เครดิตที่เขามีนั้นมีค่ามาก ลุคจึงวางแผนจะใช้เงินเพียงหนึ่งดอลลาร์ หรืออาจจะสองดอลลาร์ในการทดสอบครั้งต่อๆ ไป
มิฉะนั้น เขาอาจจะเสียเครดิตถึง 100 แต้มหากเขาขโมยเงินหนึ่งร้อยดอลลาร์
ลุคไม่ได้ทดลองเรื่องนี้กับเซลิน่าเพราะพวกเขาสนิทกันเกินไป มันยากที่จะบอกว่าใครติดเงินใคร
แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการตามล่าพวกค้ายา ลุคมั่นใจว่าเงินของพวกมันสามารถหยิบมาใช้ได้ฟรีๆ
นอกจากนี้ เขาเสียเครดิตไป 5 แต้มจากการขโมยเงินห้าดอลลาร์ แล้วถ้าเขาสังหารผู้บริสุทธิ์ล่ะ? เมื่อพิจารณาจากทัศนคติของระบบแล้ว ลุคคิดว่ามันคงจะจบไม่สวยแน่สำหรับบทลงโทษของเขา
ตัวลุคเองก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะหาเงิน
ประการแรก แขนของเขาเพิ่งบาดเจ็บมา และเขาจำเป็นต้องทำกายภาพมันก่อนเพื่อให้ฟื้นตัวเต็มที่
ประการที่สอง เมื่อเร็วๆ นี้ลุคและเซลิน่าเพิ่งได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน ทั้งคู่ยังโสดและไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากมายนัก
ประการสุดท้าย ช่วงนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการลาดตระเวนอย่างหนักในฮิวสตัน และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าโจมตีพวกค้ายา
โทนี่ สตาร์ค เดินทางมาที่ฮิวสตันเพื่อโครงการยานอวกาศ หรืออะไรสักอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรในอวกาศ ฮิวสตันเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในชื่อ "Space City" (เมืองแห่งอวกาศ)
สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของวิศวกรรมการบินในอเมริกา แม้แต่ทีมบาสเกตบอลของที่นี่ก็ยังใช้ชื่อทีมว่า "The Rockets" (เดอะ ร็อกเก็ตส์)
ฮิวสตันเป็นฐานที่ตั้งของเหล่าบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศ
บังเอิญว่าไม่กี่วันก่อนหน้า สตาร์กเพิ่งเผชิญกับการประท้วงจากองค์กรสันติภาพกลุ่มหนึ่งเข้า พอเป็นเช่นนั้น ศาลาว่าการเมืองจึงตัดสินใจบิ้กคลีนนิ่งฮิวสตันให้เรียบร้อยก่อนที่สตาร์กจะเดินทางมาถึง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นมิตร
อย่างน้อยที่สุด พวกโสเภณีและพวกค้ายาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มาเดินเตร่ตามท้องถนนอย่างโจ่งแจ้ง
ลุคและเซลิน่าไม่ได้ออกลาดตระเวนจริงๆ จังๆ พวกเขาเพียงแค่รอเตรียมพร้อมจัดการกับเหตุฉุกเฉิน เช่น เหตุยิงกันหรือความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น
เจ้าหน้าที่สืบสวนแห่งแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงนั้นดูน่าเกรงขามและมีอำนาจมากกว่าเจ้าหน้าที่ทั่วไป
ด้วยประสบการณ์ในการรับมือกับอาชญากร พวกเขาสามารถเดินไปอวดเบ่งคนส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย
อันที่จริง บร็อคไม่ได้อยากส่งพวกเขาออกมาเลย
การมอบหมายงานเช่นนี้จะช่วยให้พวกเขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่และเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างเครือข่ายสายสืบของตัวเองขึ้นมา
อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อคำสั่งของหัวหน้าและเสี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ส่งใครออกมาเลย
นักสืบคนอื่นๆ ต่างก็มีคดีล้นมือจนแทบไม่มีเวลามาลาดตระเวนตามท้องถนน
ดังนั้น บร็อคจึงทำได้เพียงมอบหมายงานนี้ให้ทีมของลุคควบคู่ไปกับทีมอื่นอีกหนึ่งทีม
ความแตกต่างก็คือ ลุคและเซลิน่าต้องออกลาดตระเวนตลอดเวลา ในขณะที่นักสืบคนอื่นๆ ในแผนกจะผลัดเวียนกันมาอยู่ในอีกทีมหนึ่ง
สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นไปตามที่ลุคคาดการณ์ไว้
เช้าวันนั้น ลุคและเซลิน่าได้ออกคำเตือนแก่กลุ่มนักเลงสามกลุ่ม พวกนั้นไม่แยแสชีวิตตัวเองและไม่เกรงกลัวตำรวจเลยสักนิด
นักเลงบางคนถึงกับพยายามลวนลามเจ้าหน้าที่หญิง
เซลิน่าใช้ศิลปะการต่อสู้ บราซิลเลียน ยิวยิตสู (Brazilian jiu-jitsu) สั่งสอนพวกมันโดยไม่ลังเล เธอคว้าแขนขาของพวกมันและออกแรงกด จนพวกนักเลงต้องร้องขอชีวิตและคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด
แน่นอนว่า เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไปแจ้งความร้องเรียน
พวกมันมีแนวโน้มที่จะยิงลุคและเซลิน่ามากกว่าจะไปยื่นเรื่องร้องเรียนเสียอีก
อย่างไรก็ตาม ลุคและเซลิน่าเพียงแค่ให้คำเตือนและไม่ได้จับกุมพวกมัน
พวกเขาไม่ได้อยู่หน่วยปราบปรามยาเสพติด (DEA) แผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงไม่มีเวลามาวุ่นวายกับพวกลิ่วล้อพวกนี้ เว้นแต่พวกมันจะพัวพันกับคดีพิเศษ
พวกนักเลงเหล่านั้นรู้ดีว่าไม่ควรขัดขืน พวกมันรับรู้ว่าช่วงนี้กรมตำรวจฮิวสตัน (HPD) กำลังเข้มงวดเรื่องอะไร
สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกมันทำได้คือสบถด่าก่อนจะหลบหายเข้าไปในมุมที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม
พวกมันสนใจที่จะขายยาให้ได้มากขึ้นและหาเงินให้ได้มากกว่าการมาทำให้แผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงโมโห
คดีอื่นๆ ที่ลุคและเซลิน่าต้องจัดการนั้นค่อนข้างสบายๆ กว่า
มีคนแจ้งความร้องเรียนผู้หญิงคนหนึ่งที่ตากผ้าไว้นอกหน้าต่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งเข้าไปพูดคุยกับเธอ แต่หญิงอ้วนคนนั้นกลับหยิบปืนลูกซองออกมาแล้วบอกว่าเธอไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย
เจ้าหน้าที่และหญิงคนนั้นตกอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันอยู่ ในที่สุดลุคและเซลิน่าก็ถูกเรียกตัวมา
เซลิน่าจัดการสยบหญิงใจยักษ์คนนั้นราวกับเป็นนางเสือที่ดุร้ายยิ่งกว่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวเธอไปได้
แน่นอนว่าหญิงคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะยิงจริงๆ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากเสี่ยง เขาไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งเรื่องตำรวจฆ่าผู้หญิงเพียงเพราะเรื่องขี้หมาอย่างการตากผ้า
ลุคเองก็ตระหนักในเรื่องนี้ เขาจึงก้าวเข้าไปจากด้านข้างเพื่อคว้าปืนลูกซองมา
ในอีกคดีหนึ่ง มีรายงานว่าครอบครัวหนึ่งลักพาตัวเด็กบางคนไป เจ้าหน้าที่มาถึง แต่ครอบครัวนั้นปฏิเสธที่จะเปิดประตู
ลุคและเซลิน่าเข้ามาเป็นกำลังเสริม เซลิน่าเจรจากับครอบครัวนั้นด้วยภาษาสเปน และในที่สุดประตููก็เปิดออก
ภายในห้องคือหญิงชาวเม็กซิกันคนหนึ่ง เด็กๆ ที่อยู่ข้างในไม่ได้ถูกลักพาตัวมา แต่เป็นลูกๆ ของเธอเอง
ที่เธอไม่ยอมเปิดประตูเพราะเธอไม่มีกรีนการ์ด (บัตรประจำตัวผู้พำนักถาวร)
เซลิน่าไม่ได้ใช้คำพูดซับซ้อนอะไรในการเกลี้ยกล่อมผู้หญิงคนนั้น เธอเพียงบอกว่าเธอมาจากแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรง ไม่ใช่หน่วยตรวจคนเข้าเมือง และเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อตรวจสอบสถานะการเข้าเมืองของเธอ
เซลิน่ายังบอกอีกว่าพ่อแม่ของเธอก็เป็นผู้อพยพจากเม็กซิกันเช่นกัน และแม้ว่าเธอจะไม่สนใจสืบสวนผู้หญิงคนนี้ แต่ภายหลังจะต้องถูกส่งกลับเม็กซิโกอย่างแน่นอนหากเธอยังปฏิเสธที่จะเปิดประตู
เซลิน่าเข้าใจพวกผู้อพยพผิดกฎหมายดี เธอได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่โหดร้ายแบบนั้นมามากพอแล้วจากพ่อแม่ของเธอ
ในที่สุด หลังจากเซลิน่าคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้น หญิงคนนั้นก็ไม่ต้องถูกคุมตัวกลับไปยังสถานีตำรวจ
.
.
.
B_R : ปุกาศ ปุกาศ !!!!!!!!!
ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้
ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ
หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ
ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….
https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127