เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91


ตอนที่ 91: สายตรวจพาร์ตไทม์

 

ลุคและเซลิน่าตัดสินใจซื้อจักรยานสองคันและปั่นไปกรมตำรวจทุกวัน ก่อนจะออกลาดตระเวนด้วยรถตำรวจของพวกเขา

มันถือเป็นวิธีประหยัดเงินที่ดีและยังได้ฝึกร่างกายไปในตัวด้วย

ลุคถังแตกกระเป๋าแห้งจริงๆ เงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์ที่เขาได้มาจากครอบครัวคาร์ลอสส่วนใหญ่เขายกให้แครอลไปแล้ว

ส่วนเงินเดือนส่วนใหญ่ของเขาก็จ่ายไปกับรถคันใหม่ที่หายสาบสูญไปนั่นเอง

ลุคเคยทดลอง โดยการแอบขโมยเงินห้าดอลลาร์ตอนที่อยู่ในรัมฟอร์ด และนำมาใช้หลังจากกลับมาถึงฮิวสตัน

แต่แล้วเขาก็ได้รับแจ้งเตือนจากระบบซึ่งระบุว่า เครดิตของเขาถูกหักออก 5 แต้ม เนื่องจากการครอบครองทรัพย์สินของผู้อื่นโดยผิดกฎหมาย

ลุคตระหนักได้ทันทีว่าไอ้เจ้าระบบสุดยอดนักสืบนี้เป็นตัวแทนของความยุติธรรมตามที่คาดไว้ และสั่งห้ามแม้ว่าเป็นการลักขโมย

ตอนที่เขาเอาเงินหนึ่งหมื่นดอลลาร์มาจากครอบครัวคาร์ลอส และยังใช้จ่ายไปอีกหลายพันดอลลาร์ แต่เครดิตของเขาไม่เคยถูกหักเลย

ดังนั้น กฎของระบบจึงชัดเจน

อาชญากรไม่ได้รับความคุ้มครองจากระบบ เครดิตของลุคจะไม่มีปัญหาเมื่อเขาสังหารพวกมันหรือริบทรัพย์สินของพวกมันมา

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถทำแบบเดียวกันนี้กับผู้บริสุทธิ์ได้

ลุคคงต้องทดลองเพิ่มเติมเพื่อหาคำตอบว่า อาชญากรประเภทไหนที่เขาสามารถจัดการได้โดยไม่ถูกระบบลงโทษ และขอบเขตของความเป็นอาชญากรรมนั้นอยู่ตรงไหน

แต่ถึงอย่างนั้น เครดิตที่เขามีนั้นมีค่ามาก ลุคจึงวางแผนจะใช้เงินเพียงหนึ่งดอลลาร์ หรืออาจจะสองดอลลาร์ในการทดสอบครั้งต่อๆ ไป

มิฉะนั้น เขาอาจจะเสียเครดิตถึง 100 แต้มหากเขาขโมยเงินหนึ่งร้อยดอลลาร์

ลุคไม่ได้ทดลองเรื่องนี้กับเซลิน่าเพราะพวกเขาสนิทกันเกินไป มันยากที่จะบอกว่าใครติดเงินใคร

แนวทางที่ปลอดภัยที่สุดคือการตามล่าพวกค้ายา ลุคมั่นใจว่าเงินของพวกมันสามารถหยิบมาใช้ได้ฟรีๆ

นอกจากนี้ เขาเสียเครดิตไป 5 แต้มจากการขโมยเงินห้าดอลลาร์ แล้วถ้าเขาสังหารผู้บริสุทธิ์ล่ะ? เมื่อพิจารณาจากทัศนคติของระบบแล้ว ลุคคิดว่ามันคงจะจบไม่สวยแน่สำหรับบทลงโทษของเขา

ตัวลุคเองก็ไม่ได้รีบร้อนที่จะหาเงิน

ประการแรก แขนของเขาเพิ่งบาดเจ็บมา และเขาจำเป็นต้องทำกายภาพมันก่อนเพื่อให้ฟื้นตัวเต็มที่

ประการที่สอง เมื่อเร็วๆ นี้ลุคและเซลิน่าเพิ่งได้รับการปรับขึ้นเงินเดือน ทั้งคู่ยังโสดและไม่ได้มีความจำเป็นต้องใช้เงินมากมายนัก

ประการสุดท้าย ช่วงนี้มีเจ้าหน้าที่ตำรวจทำการลาดตระเวนอย่างหนักในฮิวสตัน และแน่นอนว่านี่ไม่ใช่เวลาที่เหมาะสมที่สุดในการเข้าโจมตีพวกค้ายา

โทนี่ สตาร์ค เดินทางมาที่ฮิวสตันเพื่อโครงการยานอวกาศ หรืออะไรสักอย่างเกี่ยวกับการพัฒนาทรัพยากรในอวกาศ ฮิวสตันเป็นที่รู้จักเป็นอย่างดีในชื่อ "Space City" (เมืองแห่งอวกาศ)

สถานที่แห่งนี้เป็นศูนย์กลางของวิศวกรรมการบินในอเมริกา แม้แต่ทีมบาสเกตบอลของที่นี่ก็ยังใช้ชื่อทีมว่า "The Rockets" (เดอะ ร็อกเก็ตส์)

ฮิวสตันเป็นฐานที่ตั้งของเหล่าบริษัทที่เชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีอวกาศ

บังเอิญว่าไม่กี่วันก่อนหน้า สตาร์กเพิ่งเผชิญกับการประท้วงจากองค์กรสันติภาพกลุ่มหนึ่งเข้า พอเป็นเช่นนั้น ศาลาว่าการเมืองจึงตัดสินใจบิ้กคลีนนิ่งฮิวสตันให้เรียบร้อยก่อนที่สตาร์กจะเดินทางมาถึง เพื่อแสดงให้เห็นว่าเมืองนี้เป็นเมืองที่เป็นมิตร

อย่างน้อยที่สุด พวกโสเภณีและพวกค้ายาก็ไม่ได้รับอนุญาตให้มาเดินเตร่ตามท้องถนนอย่างโจ่งแจ้ง

ลุคและเซลิน่าไม่ได้ออกลาดตระเวนจริงๆ จังๆ พวกเขาเพียงแค่รอเตรียมพร้อมจัดการกับเหตุฉุกเฉิน เช่น เหตุยิงกันหรือความขัดแย้งที่อาจเกิดขึ้น

เจ้าหน้าที่สืบสวนแห่งแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงนั้นดูน่าเกรงขามและมีอำนาจมากกว่าเจ้าหน้าที่ทั่วไป

ด้วยประสบการณ์ในการรับมือกับอาชญากร พวกเขาสามารถเดินไปอวดเบ่งคนส่วนใหญ่ได้อย่างง่ายดาย

อันที่จริง บร็อคไม่ได้อยากส่งพวกเขาออกมาเลย

การมอบหมายงานเช่นนี้จะช่วยให้พวกเขาคุ้นเคยกับสภาพแวดล้อมในพื้นที่และเปิดโอกาสให้พวกเขาสร้างเครือข่ายสายสืบของตัวเองขึ้นมา

อย่างไรก็ตาม เขาไม่สามารถเพิกเฉยต่อคำสั่งของหัวหน้าและเสี่ยงไม่ได้ที่จะไม่ส่งใครออกมาเลย

นักสืบคนอื่นๆ ต่างก็มีคดีล้นมือจนแทบไม่มีเวลามาลาดตระเวนตามท้องถนน

ดังนั้น บร็อคจึงทำได้เพียงมอบหมายงานนี้ให้ทีมของลุคควบคู่ไปกับทีมอื่นอีกหนึ่งทีม

ความแตกต่างก็คือ ลุคและเซลิน่าต้องออกลาดตระเวนตลอดเวลา ในขณะที่นักสืบคนอื่นๆ ในแผนกจะผลัดเวียนกันมาอยู่ในอีกทีมหนึ่ง

สิ่งที่เกิดขึ้นมันก็เป็นไปตามที่ลุคคาดการณ์ไว้

เช้าวันนั้น ลุคและเซลิน่าได้ออกคำเตือนแก่กลุ่มนักเลงสามกลุ่ม พวกนั้นไม่แยแสชีวิตตัวเองและไม่เกรงกลัวตำรวจเลยสักนิด

นักเลงบางคนถึงกับพยายามลวนลามเจ้าหน้าที่หญิง

เซลิน่าใช้ศิลปะการต่อสู้ บราซิลเลียน ยิวยิตสู (Brazilian jiu-jitsu) สั่งสอนพวกมันโดยไม่ลังเล เธอคว้าแขนขาของพวกมันและออกแรงกด จนพวกนักเลงต้องร้องขอชีวิตและคร่ำครวญออกมาด้วยความเจ็บปวด

แน่นอนว่า เป็นไปไม่ได้ที่พวกมันจะไปแจ้งความร้องเรียน

พวกมันมีแนวโน้มที่จะยิงลุคและเซลิน่ามากกว่าจะไปยื่นเรื่องร้องเรียนเสียอีก

อย่างไรก็ตาม ลุคและเซลิน่าเพียงแค่ให้คำเตือนและไม่ได้จับกุมพวกมัน

พวกเขาไม่ได้อยู่หน่วยปราบปรามยาเสพติด (DEA) แผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงไม่มีเวลามาวุ่นวายกับพวกลิ่วล้อพวกนี้ เว้นแต่พวกมันจะพัวพันกับคดีพิเศษ

พวกนักเลงเหล่านั้นรู้ดีว่าไม่ควรขัดขืน พวกมันรับรู้ว่าช่วงนี้กรมตำรวจฮิวสตัน (HPD) กำลังเข้มงวดเรื่องอะไร

สิ่งที่ดีที่สุดที่พวกมันทำได้คือสบถด่าก่อนจะหลบหายเข้าไปในมุมที่มืดมิดยิ่งกว่าเดิม

พวกมันสนใจที่จะขายยาให้ได้มากขึ้นและหาเงินให้ได้มากกว่าการมาทำให้แผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรงโมโห

คดีอื่นๆ ที่ลุคและเซลิน่าต้องจัดการนั้นค่อนข้างสบายๆ กว่า

มีคนแจ้งความร้องเรียนผู้หญิงคนหนึ่งที่ตากผ้าไว้นอกหน้าต่าง เจ้าหน้าที่ตำรวจคนหนึ่งเข้าไปพูดคุยกับเธอ แต่หญิงอ้วนคนนั้นกลับหยิบปืนลูกซองออกมาแล้วบอกว่าเธอไม่มีอารมณ์จะคุยด้วย

เจ้าหน้าที่และหญิงคนนั้นตกอยู่ในสภาวะคุมเชิงกันอยู่ ในที่สุดลุคและเซลิน่าก็ถูกเรียกตัวมา

เซลิน่าจัดการสยบหญิงใจยักษ์คนนั้นราวกับเป็นนางเสือที่ดุร้ายยิ่งกว่า เพื่อให้เจ้าหน้าที่สามารถควบคุมตัวเธอไปได้

แน่นอนว่าหญิงคนนั้นไม่ได้ตั้งใจจะยิงจริงๆ แต่เจ้าหน้าที่ก็ไม่อยากเสี่ยง เขาไม่อยากเป็นข่าวหน้าหนึ่งเรื่องตำรวจฆ่าผู้หญิงเพียงเพราะเรื่องขี้หมาอย่างการตากผ้า

ลุคเองก็ตระหนักในเรื่องนี้ เขาจึงก้าวเข้าไปจากด้านข้างเพื่อคว้าปืนลูกซองมา

ในอีกคดีหนึ่ง มีรายงานว่าครอบครัวหนึ่งลักพาตัวเด็กบางคนไป เจ้าหน้าที่มาถึง แต่ครอบครัวนั้นปฏิเสธที่จะเปิดประตู

ลุคและเซลิน่าเข้ามาเป็นกำลังเสริม เซลิน่าเจรจากับครอบครัวนั้นด้วยภาษาสเปน และในที่สุดประตููก็เปิดออก

ภายในห้องคือหญิงชาวเม็กซิกันคนหนึ่ง เด็กๆ ที่อยู่ข้างในไม่ได้ถูกลักพาตัวมา แต่เป็นลูกๆ ของเธอเอง

ที่เธอไม่ยอมเปิดประตูเพราะเธอไม่มีกรีนการ์ด (บัตรประจำตัวผู้พำนักถาวร)

เซลิน่าไม่ได้ใช้คำพูดซับซ้อนอะไรในการเกลี้ยกล่อมผู้หญิงคนนั้น เธอเพียงบอกว่าเธอมาจากแผนกคดีอาชญากรรมร้ายแรง ไม่ใช่หน่วยตรวจคนเข้าเมือง และเธอไม่ได้มาที่นี่เพื่อตรวจสอบสถานะการเข้าเมืองของเธอ

เซลิน่ายังบอกอีกว่าพ่อแม่ของเธอก็เป็นผู้อพยพจากเม็กซิกันเช่นกัน และแม้ว่าเธอจะไม่สนใจสืบสวนผู้หญิงคนนี้ แต่ภายหลังจะต้องถูกส่งกลับเม็กซิโกอย่างแน่นอนหากเธอยังปฏิเสธที่จะเปิดประตู

เซลิน่าเข้าใจพวกผู้อพยพผิดกฎหมายดี เธอได้ยินเรื่องราวเกี่ยวกับชีวิตที่โหดร้ายแบบนั้นมามากพอแล้วจากพ่อแม่ของเธอ

ในที่สุด หลังจากเซลิน่าคุยกับเจ้าหน้าที่ตำรวจคนนั้น หญิงคนนั้นก็ไม่ต้องถูกคุมตัวกลับไปยังสถานีตำรวจ

.

.

.

B_R : ปุกาศ ปุกาศ  !!!!!!!!!

ตอนนี้จบลงเพียงเท่านี้

ขอบคุณทุกท่านที่ร่วมเข้ามาอ่านกันนะ

หากชอบเรื่องราวบทนี้ ฝากกดไลก์และร่วมพูดคุยในคอมเมนต์ด้วยนะครับ

ฝากเพจของพวกเราด้วยเข้าไป Follow กดถูกใจ พูดคุย ติดตามข่าวสารกันได้น้า ….

https://www.facebook.com/สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ-SDFW-105519611538127

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 91

คัดลอกลิงก์แล้ว