เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 31

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 31

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 31


ตอนที่ 30 รถบรรทุกในมุมมืด และ AK ยิงถล่ม

รถบรรทุกงั้นรึ?

ลุคตัวสั่นสะท้านเมื่อรู้ว่าเป็นเช่นนั้น และพูดขึ้นอย่างกะทันหัน“เซลิน่า เร่งความเร็ว!”

ในระหว่างที่ลุคพูด เขาก็ใช้มือกดเข่าของเซลิน่าเพื่อให้เธอเหยียบคันเร่งแรงขึ้น

รถของพวกเขาเป็นแบบเกียร์อัตโนมัติ เป็นเพราะว่าในความคิดของเซลิน่ารถชนิดนี้ ขับง่ายกว่ารถแบบเกียร์กระปุกอย่างมาก ดังนั้นลุคจึงไม่ต้องทำอะไรมากนอกจากใช้มือกดไปที่เข่าของเซลิน่าเพื่อให้รถตำรวจเร่งความเร็วขึ้น

และเนื่องด้วยทั้งสองคนเป็นคู่หูกันมาสองเดือนแล้วและยังฝึกฝนทั้งยิงปืน ทักษะการต่อสู้ร่วมกันอยู่บ่อยๆ ดังนั้นทั้งสองคนจึงได้มีความเข้าขาและความเข้าใจในคู่หูกันในระดับหนึ่ง

ทำให้เซลิน่าตอบสนองอย่างรวดเร็วและเหยียบคันเร่งเนื่องจากเธอเข้าใจว่าเกิดอะไรขึ้นในขณะที่ลุคใช้มือกดเข่าของเธอ

เครื่องยนต์ของฟอร์ด F150 คำรามขณะที่รถเร่งความเร็วเพิ่มขึ้น

ในระหว่างที่รถพุ่งออกไป ลุคก็สังเกตเห็นการเคลื่อนไหวของรถบรรทุกคันใหญ่ที่เขาสังเกตุเห็นก่อนหน้านี้ ไฟหน้าของมันก็สว่างขึ้นพร้อมกับเครื่องยนต์คำรามดังก่อนที่จะพุ่งเข้ามาหารถของพวกเขาจากมุมถนน

ลุคหัวใจสั่นระรัวเมื่อได้เห็น

แสงไฟของรถบรรทุกทำให้พวกเขามองไม่เห็นไปชั่วขณะและหลังจากนั้นทั้งลุคและเซลิน่าแทบจะลืมไปว่าต้องจะทำอะไรต่อไป หลังจากที่รถบรรทุกพุ่งออกมามันก็ชนเข้ากับรถของพวกเขา อย่างรวดเร็ว

ชั่วขณะก่อนชนเพียงเสี้ยววิลุคตะโกน“เร็วเข้า! เร่งความเร็ว!”

ตูมม!!

ความรู้สึกของลุคขณะนั้นรู้สึกราวกับว่าโลกหมุนคว้างแผ่นดินกับผืนฟ้าพลิกกลับตาลปัตร นั้นเป็นเพราะว่ารถพวกเขากำลังหมุนควงอยู่กลางอากาศ

รถตำรวจหมุนกระแทกทะลุรั้วไม้แถวหนึ่งก่อนที่จะพุ่งเข้าไปในสนามหญ้าหน้าบ้านที่อยู่ใกล้ๆ บริเวณนั้นและหยุดลง

ความตื่นตัวของลุค และความเร็วในการตอบสนองรวมถึงความเข้าใจในซึ่งกันและกันของทั้งคู่ได้ช่วยชีวิตของพวกเขาไว้

รถบรรทุกนั้นต้องการที่จะพุ่งชนที่นั่งด้านหน้าแต่เนื่องจากเซลิน่าเร่งเครื่องกะทันหันรถบรรทุกจึงทำได้เพียงชนท้ายรถของพวกเขาเท่านั้น

ถ้าว่าเซลิน่ายังขับความเร็วเท่าเดิม หรือเร่งความเร็วช้าแม้แต่วินาทีหลังจากที่ลุคบอก พวกเขาอาจจะกลายเป็นเนื้อบดแบนติดอยู่กับพื้นไปแล้วในตอนนี้

หัวใจของลุคเต้นระรัวอย่างโกรธเกรี้ยว หลังจากที่เขาอยู่ใกล้หุบเหวแห่งความตาย

ห่างออกไปจากรถตำรวจมีดวงตาที่น่ากลัวคู่หนึ่งจ้องมองไปที่รถตำรวจที่ท้ายรถโพล่ออกมาจากพุ่มไม้ภายในบ้านข้างๆเจ้าของดวงตาคู่นั้นสั่งว่า“ฆ่ามัน!”

ปังปังปัง ปังปังปัง....

เสียงปืนดังขึ้นอย่างต่อเนื่อง

ความแข็งแกร่งของลุคมีมากกว่าคนปกติเกือบสองเท่า ดังนั้นเขาจึงไม่ได้รู้สึกเจ็บหรืออะไรมากนักหลังจากที่รถถูกชน อย่างไรก็ตามเข็มขัดนิรภัยถูกรัดแน่นกับหน้าอกของเขาซึ่งทำให้เขารู้สึกหายใจไม่สะดวกนัก

แรงกระชากจากการชนนั้นค่อนข้างแรง

ทันทีที่เสียงปืนดังขึ้นเขาก็หมอบลงและตะโกนว่า“ออกจากรถเดี๋ยวนี้!”

เซลิน่ายังคงมึนหัวจากการชน แต่ถึงกระนั้นเธอก็ยังเอื้อมมือออกไปเพื่อปลดล็อกแล้วดันเปิดประตู

แต่ทว่าประตูไม่ขยับ

เซลิน่าเริ่มกระวนกระวาย “ประตูของฉันติดเปิดไม่ออก”

ลุคเหลือบมองไปและพบว่าประตูของเธอสามารถเปิดได้กว้างประมาณห้าเซนติเมตรเท่านั้นเนื่องจากมีราวไม้ขวางทางอยู่

“บ้าเอ้ย!” เขาด่าในขณะที่เขาถอดเข็มขัดนิรภัยออกอย่างรวดเร็ว เขาปลดล็อคประตูของเขาก่อนที่จะเตะมันให้อ้ากว้างด้วยขาของเขา

โชคดีที่ฝั่งของเขาไม่มีสิ่งกีดขวางใด ๆ

หลังจากนั้นเขาก็คว้าปืนกลที่อยู่ระหว่างเบาะที่นั่งออกมากและตะโกนว่า“คลานมานี่! เราจะออกจากรถจากฝั่งของฉัน”

พวกเขาต้องรีบยิ่งกว่านี้

ในช่วงเวลาไม่กี่วินาทีเสียงปืนก็เข้าใกล้พวกเขามาขึ้นเรื่อยๆ แล้ว

พุ่มไม้และต้นไม้รอบ ๆ รถของพวกเขาถูกกระสุนตัดขาดออกจากกันและกระสุนก็เริ่มพุ่งเข้าใส่ตัวรถ ศัตรูดูเหมือนตั้งใจจะยิงกราดไปทั่วทั้งบริเวณและเปลี่ยนพวกเขาทั้งคู่และรถของพวกเขาให้กลายเป็นรูพรุนราวกับรังแตน

ลุคใช้มือและขาของเขาในเวลาเดียวกันในการส่งตัวของเขาดีดถอยออกจากรถในท่าคล้ายๆ สปริง

และทันทีที่ลุคดีดตัวออกมาจากรถแล้วลงถึงพื้นลุคก็รู้สึกเจ็บแปล๊บๆที่เอว ราวกับว่ามีใครมาแทงบริเวณชายโครงของเขา

ลุคมั่นใจว่าเขาไม่ได้โดนยิงแน่นอน แต่บาดแผลที่เกิดตอนนี้คงจะเป็นกระสุนที่ยิงโดนตัวรถแล้วกระเด็นมาโดนบริเวณชายโครงของลุคซึ่งไม่ได้มีแผ่นเหล็กของชุดเกราะป้องกัน

อันที่จริงแล้วดูเหมือนว่าเสื้อเกราะที่ใส่มาจะไม่ได้มีประโยชน์ใดๆเลย เมื่อจะต้องต่อสู้กับปืน AK ในระยะใกล้ๆ ในตอนนี้

แต่ไม่ว่ายังไงมันก็ยังช่วยกันกระสุนได้บางส่วน อย่างน้อยที่สุดถ้าลุคไม่ได้โดนยิงอย่างจังๆ ซึ่งๆ หน้า แต่เป็นกระสุนที่ชิ่งหรือกระเด็นออกมาก็ไม่ได้ทำให้ลุคบาดเจ็บหนักมากถึงขนาดเลือดไหล แต่ถึงกระนั้นมันยังเจ็บปวดอย่างมากที่กระสุนโดนร่างกาย

ลุคคำรามด้วยความเจ็บปวด แต่ถึงกระนั้นก็ไม่ได้หยุดเคลื่อนไหว เขาถือปืนด้วยแขนข้างเดียวและใช้แขนอีกข้างที่ว่างอยู่เอื้อมเข้าไปในรถเพื่อดึงเซลิน่าออกมา

จากนั้นทั้งสองก็รีบคลานไปกับพื้นและซ่อนตัวอยู่ที่มุมหนึ่งของสนามหญ้า

แม้ว่าที่พวกเขาหลบอยู่ตอนนี้จะมีการป้องกันจากรั้ว พุ่มหญ้าและรถตำรวจ แต่ทว่าสิ่งต่างๆ เหล่านี้ไม่ได้เป็นที่กำบังที่ดีมากนัก และถ้าพวกเขายังไม่หนีออกไปพวกเขาจะเป็นเป้าซ้อมยิงแน่ๆ

ทั้งสองยังคงหอบหายใจอย่างสิ้นหวังแม้ว่าเสียงปืนที่ดังอยู่นั้น อยู่ไกลจากพวกเขาก็ตาม

แม้ว่าเสียงปืนจะห่างออกไปแต่ก็ไม่ได้ทำให้ทั้งสองสบายใจได้ เมื่อคิดได้จากระยะทางและทิศทางที่เสียงปืนดังทั้งสองคนได้หันมามองหน้ากัน และสีหน้าของพวกเขาก็ซีดขึ้นมาโดยทั้งทีและประกอบกับสิ่งที่พวกเขาเห็น ว่าเสียงปืนดังมาจากทิศทางบ้านของเซลิน่า

เซลิน่ากัดฟันแน่นก่อนจะพยายามวิ่งไปยังบ้านของเธอ

ลุคหยุดเธอแล้วลากเธอกลับที่ซ่อน “หยุด! อย่าทำอะไรโง่ๆ นะ” เป็นเพราะว่าอย่างน้อยๆ มีคนร้ายประมาณเจ็ดคนที่ยิงใส่พวกเขาที่ด้านนอกนั่น และตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญอยู่กับอาวุธหนัก

หากเซลิน่าพุ่งออกไปตอนนี้ มีแต่จะตายกับตายเท่านั้น

เซลิน่าร้องโหยหวน“ปล่อยฉัน! ฉันต้องช่วยแม่ พี่สาวและพี่ชายของฉัน…”

ลุคตบเซลิน่าเพื่อเรียกสติอย่างไม่ลังเลและพูดขึ้นว่า“มีมือปืนอยู่ที่นี่อย่างน้อยเจ็ดถึงแปดคน คุณต้องการพาพวกเขาไปหาครอบครัวของคุณเพื่อฆ่าพวกเขาอย่างงั้นหรอ?”

นั่นทำให้เซลิน่าตะลึง

ระหว่างที่พูดลุคยังคงเคลื่อนไหวไปด้วย ลุคสวมเข็มขัดใส่กระสุนก่อนจะหยิบปืนลูกซองขึ้นมา จากนั้นเขาก็โยนเสื้อเกราะกันกระสุนให้กับเซลิน่าและพูดว่า“ใส่มันซะ มาฆ่าไอ้พวกชั่วนี่กันเถอะ”

ลุคไม่ลืมที่จะปลอบเซลิน่าว่า “เชื่อผมเถอะ โรเบิร์ตคงจะไม่ปล่อยให้ครอบครัวของคุณอยู่ที่บ้านโดยไร้ซึ่งการป้องกันหรอกในช่วงนี้”

ถึงแม้กระนั้นความลังเลก็ยังปรากฏอยู่ในดวงตาของเซลิน่า แต่เธอก็ยังตัดสินใจที่จะเชื่อในตัวลุคและโรเบิร์ต

ทั้งสองคนเป็นคนที่น่าเชื่อถือโดยเฉพาะโรเบิร์ตซึ่งเป็นทหารผ่านศึก

และอีกอย่างยังเจ้าหน้าที่ตำรวจอีกสองคนในชุดนอกเครื่องแบบซึ่งกำลังเฝ้าระวังในบริเวณใกล้เคียงกับบ้านครอบครัวของเธอตลอดเวลา ทั้งสองคนนั้นยังเคยเป็นทหารผ่านศึกและมีอาวุธปืนหนัก พวกเขาเป็นนายทหารที่มีประสบการณ์และฝีมือดีที่สุดรองจากโรเบิร์ตในเมืองนี้

และด้วยการเตรียมการขั้นสูงสุดนี้พวกเขาคงจะสามารถทำให้ครอบครัวของเธอปลอดภัยได้

ดังนั้นในตอนนี้ลุคและเซลิน่าจึงต้องให้ความสำคัญไปที่การจัดการกับมือปืนเหล่านี้ก่อนที่ เซลิน่าจะรีบกลับบ้านและตรวจสอบครอบครัวของเธอ

เซลิน่ารีบใส่เสื้อเกราะซึ่งมีแม็กกาซีน 5 แม็กอยู่ภายในเสื้อเกราะ หลักจากที่ลุคโยนมาให้เธอ และ หลังจากนั้นธฮคว้า M4A1 ขึ้นมา

เซลิน่าพูดขึ้นด้วยแววตาที่น่ากลัวว่า "เริ่มฆ่าไอ้พวกนี้กันเถอะ!"

ลุคถอนหายใจอย่างโล่งอก เขากลัวว่าเซลิน่าจะไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของเธอได้และจะทำอะไรไม่ถูกจนวิ่งออกไปแล้วจะถูกฆ่าเท่านั้น

ลุคพาเซลิน่าล่าถอยออกจากพื้นที่นี้ไปเรื่อยๆ พร้อมกับพูดด้วยเสียงเบา ๆ ว่า“อยู่ที่นี่และยิงล่อพวกมันอย่างต่อเนื่องไปเรื่อยๆ แต่ก็ค่อยๆ ถอยไปด้วย ล่อให้พวกมันเข้ามาที่นี่”

เซลิน่าถามว่า "แล้วคุณล่ะ"

ลุคสะพายปืนลูกซองไว้ที่ไหล่ของเขาแล้วพูดว่า“ผมจะอ้อมไปที่บ้านของบิล พวกมันน่าจะไม่สังเกตุเห็น”

เซลิน่าเข้าใจแผนของเขาทันที

บ้านของบิลอยู่ตรงข้ามกับที่พวกเขาอยู่ ถ้าลุคไปถึงที่นั่นได้ทั้งสองคนก็จะประกบและยิงจากข้างหลังได้ ถ้าทำสำเร็จและศัตรูยังคงหันไปทิศทางเดียว ด้านหลังของพวกมันก็จะเปิดว่างพร้อมให้ลุคยิงได้เต็มที่!

“เข้าใจแล้ว” เธอพูดก่อนจะรีบวิ่งไปหามุมที่ปลอดภัยและเปิดฉากยิงใส่มือปืนที่กำลังบุกเข้ามา

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 31

คัดลอกลิงก์แล้ว