เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 30

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 30

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 30


ตอนที่ 30 ร่องรอยที่หายไปของมือปืน, ลาดตระเวนช่วงดึก และแสงสีแดงในมุมมืด

หลังจากได้ทราบข่าวว่าพวก Carlos Family จะส่งคนเข้ามาจัดการพวกลุคมากกว่า 20 คน คริสก็ได้เพิ่มเจ้าหน้าที่ ที่จะเป็นใช้ในปฎิบัติการอีกสองถึงสามคน

Carlos Familyไม่ใช่กลุ่มอาชญากรรมธรรมดา พวกมันเป็นองค์กรลักลอบขนยาเสพติด เรื่องอาวุธสงครามเช่น ปืน AK หรือระเบิดมือไม่ใช่เรื่องยากที่จะหามาใช้แน่นอน

โรเบิร์ตได้อนุญาติเปิดคลังอาวุธให้กับเจ้าหน้าที่คนอื่น ๆ ในแผนกเขา ในตอนนี้เจ้าหน้าที่ทุกคนมีอาวุธปืนกลหนักเพิ่มอีกสองกระบอกต่อรถลาดตระเวนหนึ่งคัน

เพราะว่าถ้าหากพวกเขาพึ่งพาแค่ปืนพกของพวกเขาเพียงอย่างเดียวพวกเขาจะไม่มีทางที่จะสู้กับปืนของศัตรูได้แน่นอน

ในขณะเดียวกันลุคก็ได้เพิ่มค่าสถานะของเขาเสร็จเรียบร้อยแล้ว เนื่องจากลุคได้พบวิธีการที่เหมาะสมในการเพิ่มค่าสถานะแล้ว ลุคจึงไม่ต้องทนทุกข์ทรมานกับผลข้างเคียงและใช้เวลาเพียงไม่นานในการปรับสภาพ

ตอนนี้ความคล่องแคล่วของเขาเพิ่มขึ้นเป็น 17 แต้ม และถึงแม้ว่าจะมีความรู้สึกเจ็บปวดเพียงเล็กน้อยก็ไม่ส่งผลกระทบต่อชีวิตประจำวันของเขาด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้นประโยชน์ของการเพิ่มค่าสถานะด้วยวิธีนี้คือร่างกายของเขาไม่ต้องการพลังงานสูงมากนัก ดังนั้นลุคเพียงแค่จำเป็นต้องกินอาหารให้มากกว่าปกติประมาณสองเท่าก็เพียงพอต่อการปรับสภาพแล้ว

แต่แน่นอนว่าการเพิ่มค่าสถานะให้กับความคล่องแคล่วนั้นจะใช้พลังงานน้อยกว่าเมื่อเทียบกับความแข็งแกร่ง

หนึ่งสัปดาห์ต่อมาเอฟบีไอก็ได้รับข้อมูลที่เหมือนจะสำคัญมากขึ้น

Carlos Family กำลังจะยกพวกมากันแล้ว

Carlos Family จะมาถึงที่นี่ในเวลาไม่นาน พวกมันกำลังเดินทางออกจากเม็กซิโกซึ่งคงจะใช้เวลาไม่ถึงสามวัน และถ้าระหว่างนั้นพวกมันจะทำอะไรก่อนที่จะบุกโจมตีก็เป็นสิ่งที่ยังไม่มีใครทราบ

โรเบิร์ตได้เตรียมการแผนป้องกันพวกแคทเธอรีนไว้แล้ว

ถ้า Carlos Family อยู่ห่างจากเมืองประมาณ 100 กิโลเมตร เขาจะให้แคทเธอรีนไปซ่อนตัวกับแคลร์และโจเซฟที่ฟาร์มปศุสัตว์ของพ่อของเธอที่นอกเมือง

ส่วนเซลิน่าเธอไม่สามารถหาแผนล่วงหน้าได้เลย ครอบครัวของเธอเป็นครอบครัวใหญ่มีมากกว่า 20 คนรวมทั้งพ่อแม่ลูกพี่ลูกน้องลุงป้าและอื่น ๆ ดังนั้นสิ่งเดียวที่เธอทำได้คือให้เจ้าหน้าที่บางคนคอยคุ้มกันไว้ใกล้ ๆ ตลอดเวลา

หากจำเป็นพวกเขาสามารถย้ายครอบครัวของเซเลน่าไปยังเซฟเฮาส์ชั่วคราวได้

ในวันที่สองพวกเขาได้รับข่าวร้าย

สายข่าวของคริสได้แจ้งว่าพวกเขาไม่สามารถติดตามสมาชิกของ Carlos Family ระหว่างที่พวกมันเดินทางผ่านชายแดนเม็กซิโก-อเมริกา

มือปืนทั้งหมดหายไปอย่างไร้ร่องรอยในระยะประมาณ 500 กิโลเมตรจากเมืองน็อคซิตี้ และเอฟบีไอทีมอื่นก็ยังไม่สามารถพบร่องรอยของพวกมันได้เช่นกัน

นั่นทำให้คริสปวดหัว

Carlos Family สามารถรุ่งเรืองอำนาจได้ในเม็กซิโกก็เป็นเพราะว่าพวกเขาเป็นอาชญากรที่มีความสามารถอย่างแท้จริง อย่างน้อยที่สุดพวกเขาก็มีความสามารถมากพอที่จะทำตัวให้หายไปจากเรดาร์ของเอฟบีไอได้อย่างสมบูรณ์

แต่ถึงกระนั้น นั่นก็ไม่ได้เปลี่ยนความจริงที่ว่าจุดหมายปลายทางสุดท้ายของพวกมันก็ยังคงเป็นเมืองนี้อยู่ดี

ในตอนนี้สิ่งเดียวที่คริสทำได้คือให้กองกำลังของเอฟบีไอค้นหามือปืนเหล่านั้นต่อไป ในเวลาเดียวกันเขายังวางเจ้าหน้าที่ตามถนนที่เข้ามาในเมือง และเฝ้าระวังอย่างหนาแน่น

Carlos Family อาจส่งคนมากถึง 20 คนเพื่อมาทำภารกิจจัดการพวกลุคที่นี่ในครั้งนี้ และคนกลุ่มใหญ่ขนาดนั้น คงไม่สามารถหลบเลี่ยงการเฝ้าระวังได้อย่างสมบูรณ์ได้

ส่วนโรเบิร์ตเองเขาได้พาแคทเธอรีน แคลร์และโจเซฟ ไปที่ฟาร์มของพ่อตานอกเมืองเรียบร้อยแล้ว เขาไม่มีทางปล่อยให้พวกเขาอยู่ในเมืองอีกต่อไป

ในวันที่สามก็ยังไม่มีร่องรอยของพวกมือปืน กองกำลังตำรวจและเจ้าหน้าที่เอฟบีไอในเมืองต่างก็เพิ่มการเฝ้าระวังและตื่นตัวมากขึ้น

เนื่องด้วยเพราะว่าพวกเขาไม่รู้ว่าการโจมตีจะเกิดขึ้นเมื่อไรมันจึงเป็นเรื่องที่ค่อนข้างจะลำบากในการที่จะให้พวกเขาขอกำลังเสริมมาเฝ้าระวังก่อนเกิดการปะทะ เพราะหน่วยงานอื่นๆ ก็มีงานของตัวเองที่ต้องทำเช่นกัน ดังนั้นสิ่งที่ทำได้ก็คือขอกำลังเสริมเมื่อการปะทะเริ่มแล้วเท่านั้น

วันที่สี่ก็ยังคงไม่มีอะไรเกิดขึ้น

วันที่ห้าก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นเช่นกัน และวันนี้ยังเป็นวันหยุดของลุคและเซลิน่าอีกด้วย

เอฟบีไอก็ยังคงตรวจไม่พบร่องรอยของมือปืนและบุคคลน่าสงสัย

ถึงกระนั้นเมื่อวันก่อนโรเบิร์ตเรียกคริสมาที่ห้องทำงานของเขาเพื่อถามเขาเกี่ยวกับสถานการณ์ต่างๆ

เพราะว่าการรอแบบนี้มันค่อนข้างที่จะทรมานเกินไป

ทุกคนรู้สึกกระวนกระวายใจราวกับว่าพวกเขาเป็นเหยื่อในกรงขัง ที่ถูกจับไว้เพื่อรอวันฆ่าโดยนักล่าที่มองไม่เห็น

โรเบิร์ตเกือบจะทะเลาะกับคริส

การป้องกันตลอดไปทำให้พ่ายแพ้เสมอ แนวคิดนี้เป็นแนวคิดที่ชาวอเมริกันรู้กันอยู่

การป้องกันไม่สามารถทำได้ตลอดไป ศัตรูของพวกเขามีอิสระในการเลือกเวลาในการโจมตีได้ทุกเมื่อที่ ซึ่งพวกเขาไม่ต้องคอยกังวลและสามารถพักผ่อน เตรียมพร้อมกันอย่างเต็มที่ก่อนที่จะเริ่มโจมตี

ในทางกลับกันกองกำลังตำรวจและเอฟบีไอต้องคอยคุ้มกันและเฝ้าระวัง ทั้งวันทั้งคืนด้วยความเหนื่อยล้า

หากยังคงอยู่ต่อไปอีกไม่กี่วันประสิทธิภาพการรบของพวกเขาอาจจะลดลงประมาณ 30 เปอร์เซ็นต์

วันที่หกก็ยังคงไร้วี่แวว และยังคงเป็นวันหยุดของลุคและเซลิน่า

แต่ทว่าในที่สุดคริสก็พบเบาะแสบางอย่าง เจ้าหน้าที่ของเอฟบีไอได้พบร่องรอยของมือปืนที่เมืองที่อยู่ห่างออกไปไม่กี่ร้อยกิโลเมตร และพวกเขาอาจจะสามารถระบุตำแหน่งของพวกมือปืนได้ในอีกไม่นานนี้

ในวันที่เจ็ดลุคและเซลิน่าทำงานกะกลางคืน

เนื่องจากกรมตำรวจของเมืองมีขนาดไม่ใหญ่มากนัก ทำให้โดยปกติแล้วเจ้าหน้าที่ ที่จะเข้ากะกลางคืนจะแบ่งเป็นสองทีม ทีมละสองคนและต้องออกลาดตระเวนทุกสองชั่วโมง

ลุคและเซลิน่ายังลาดตระเวนตามปกติทุกๆ สองชั่วโมง

เวลาประมาณตีสองลุคก็ปลุกเซลิน่าขึ้น เธอนอนบนเก้าอี้สองตัวที่ประกอบกันเป็นเตียงชั่วคราว ทั้งสองล้างหน้าล้างตาและตรวจเช็คอุปกรณ์ก่อนออกไปจากกรมตำรวจ

ความจริงสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับพวกเขาในสถานการณ์ปัจจุบันคือการอยู่ในกรมตำรวจ

แต่คริสเคยบอกพวกเขาว่าแม้ว่าคนจาก Carlos Family จะเป็นคนบ้าป่าเถื่อน แต่พวกเขาก็เจ้าเล่ห์มากเช่นกัน

หากลุคและเซลิน่าทำตัวผิดปกติมากเกินไปพวกนั้นอาจเปลี่ยนแผนได้

ระหว่างที่คริสบอกเรื่องความเจ้าเลห์ของ Carlos Family ให้ฟังเซลิน่าก็ถามว่า“มีอะไรอัพเดทไหม?”

คริสเงียบไปสักพักก่อนจะพูดขึ้นว่า“จากข้อมูลที่เราได้รับมาจากสมาชิกคาร์ลอสแฟมิลี่ที่เป็นสายข่าวเราบางคน ซึ่งสายข่าวพวกนี้เคยเป็นกองกำลังพิเศษเม็กซิกันที่เกษียรแล้ว พวกเขาแจ้งมาว่าพวกเขามีระเบิดเวลา พลซุ่มยิงและอื่น ๆ”

นั่นทำให้ทั้งลุคและเซลิน่าจมดิ่งสู่ความเงียบ

ในเม็กซิโกไม่ใช่เรื่องที่แปลกอะไรที่สมาชิกของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายจะเปลี่ยนกลายไปเป็นสมาชิกของกลุ่มอาชญากรรมที่ต่างๆ ที่ตั้งขึ้น

เพื่อล่อมือปืนให้ออกมาลุคและเซลิน่าทำได้เพียงเตรียมพร้อมและตื่นตัวอย่างเต็มที่ในขณะที่พวกเขายังคงทำกิจวัตรประจำวัน

พวกเขายังคงสวมเสื้อเกราะกันกระสุนอยู่และลุคเองก็ยังพกแมกกาซีนกระสุนไว้กับตัวอีกหลายแม็ก มันค่อนข้างหนัก แต่ก็ดีกว่ากระสุนหมดขณะต่อสู้

ตามคำแนะนำของลุคเซลิน่าก็ใส่เสื้อเกราะกันกระสุนด้วยเช่นกัน แต่เนื่องจากร่างกายของเธอไม่มความแข็งแรงมากพอ เธอจึงสามารถใส่ส่วนเสริมเกราะแค่เพียงพอสำหรับปกป้องส่วนสำคัญของร่างกายเช่นช่วงทรวงอก

แต่ถึงกระนั้นตามปกติแล้วแผ่นเกราะเสริมไม่ได้มีงานวิจัยรองรับว่าจะสามารถเพิ่มความแข็งแรงให้กับเสื้อเกราะมากขึ้น แต่อย่างน้อยก็ทำให้พวกเขารู้สึกอุ่นใจมากขึ้น

เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลากลางคืนอาวุธปืนหนักสองกระบอกที่ปกติมักจะวางอยู่ในท้ายรถได้ถูกวางไว้ระหว่างที่นั่งด้านหน้าทั้งสองเพื่อให้สามารถใช้งานได้ง่ายขึ้น

และเป็นดังเช่นเคยตามปกติเซลิน่าเป็นคนขับ รถเคลื่อนตัวไปตามถนนใหญ่ของเมืองอย่างช้าๆ

ในเวลาประมาณสิบนาทีพวกเขาก็มาถึงขอบรอยต่อทางเหนือของเมืองก่อนที่พวกเขาจะหันกลับและมุ่งหน้าไปทางใต้

เมื่อพวกเขาเกือบจะกลับรถแล้วนั้น ลุคก็สังเกตุเห็นจุดสีแดงที่หางตาของเขา

ในตอนนี้ลุคมีความแข็งแกร่ง 18 แต้มและความคล่องแคล่ว 17 แต้ม

ซึ่งค่าสถานะพวกนี้ไม่เพียงแต่จะเพิ่มความแข็งแกร่งทางกายภาพของลุคเท่านั้น ค่าสถานะเหล่านี้ยังเพิ่มความสามารถของสายตา การได้ยินและประสาทสัมผัสของกลิ่นของลุคด้วยเช่นกัน

สำหรับความคล่องแคล่วนั้นไม่เพียง แต่ความรวดเร็วของเขาเพิ่มขึ้นเท่านั้น ค่าสถานะนี้ยังเพิ่มความเร็วในการตอบสนองของการมองเห็นอีกด้วย ถึงแม้ว่าจะกวาดสายตาอย่างลวกก็ยังเห็นสิ่งต่างชัดเจน

และเนื่องด้วยประสบการณ์ทำงานเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจมาอย่างหนักในช่วงเวลาสองเดือนที่ผ่านมา ทำให้ทักษะการสังเกตและความระมัดระวังของลุคก็เพิ่มขึ้นมากทีเดียว

ดังนั้นลุคจึงใช้เวลาเพียงเสี้ยววินาทีในการพิจารณาว่าจุดสีแดงที่เคลื่อนไหวช้าๆในความมืดคือแสงไฟของบุหรี่

และดึกดื่นขนาดนี้แล้วยังจะมีใครหน้าไหนมาสูบบุหรี่ที่มุมอับมืดๆ ข้างถนนแทนที่จะนอนอยู่บ้าน?

อันที่จริงอาจจะมีคนแบบนี้ในประเทศจีน ซึ่งเป็นพวกขี้เมาเดินโซซัดโซเซกลางดึกในฤดูร้อนก็ไม่ถือว่าเป็นเรื่องแปลกอะไรในประเทศจีน

แต่ทว่านี่คืออเมริกาและอีกทั้งที่นี่ยังเป็นเมืองเล็ก ๆ ในเท็กซัสอีกด้วย

คงจะมีเพียงอาชญากรหรือผู้ที่ต้องออกมาอยู่ในเหตุการณ์พิเศษบางอย่างเท่านั้นที่จะออกมาที่นี่ในช่วงกลางดึกอย่างนี้

จากที่การคิดคำนวนทั้งหมดลุคก็เพ่งสังเกตุไปทางขวาที่เขาเห็นจุดสีแดงที่หางตาทันที แต่ทว่าเมื่อเขาหันไปจุดสีแดงก็ได้อันตธานหายไปอย่างสิ้นเชิง

หลังจากที่ลุคหันไปไม่เจออะไรรถตำรวจของพวกเขาเคลื่อนตัวไปข้างหน้าอย่างช้าๆ ลุคก็เห็นเงาตะคุ่มๆ ของบางอย่างที่มีขนาดมหึมาบนถนนซึ่งอยู่ถัดออกไปจากจุดที่เขาเห็นแสงบุหรี่

.

.

.

.

T^T ขอโทษน้าตอนใหม่มาช้าไปหน่อย ช่วงนี้งานชุกชุมจริงๆ   _/\_

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 30

คัดลอกลิงก์แล้ว