เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 29

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 29

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 29


ตอนที่ 29 The Carlos Family ผู้แสวงหาความตายและแผนการใช้เหยื่อล่อ

หลังจากเล่าวีรกรรมของแก็งค์ Limedog คริสหยุดชะงักเล็กน้อยก่อนจะพูดต่อด้วยน้ำเสียงเคร่งขรึมว่า“อันที่จริงมีเจ้าหน้าที่ของเราสองคนหายไปอีกด้วย”

เมื่อพวกโรเบิร์ตได้ยินสิ่งที่คริสบอกมาล่าสุด พวกเขาทั้งหมดก็อ้าปากค้างด้วยความตกใจ “ไอ้พวกนี้บ้ารึเปล่าเนี่ย กล้าอุ้มคนของ FBI เนี่ยนะ”

หลังจากสิ่งที่คริสเล่ามาทั้งหมดพวก Carlos Family ตอนนี้คงจะอยู่ในความสนใจจากทั้งตำรวจและเอฟบีไอ และยิ่งไปกว่านั้นพวกเขามีส่วนเกี่ยวข้องกับการค้ายาเสพติดด้วยเช่นกัน เพราะฉะนั้นพวกเขาจึงดึงดูดความสนใจของ DEA ด้วยเช่นกัน

เห็นได้ชัดว่าพวก Carlos Family ไม่เกรงกลัวกฏหมายพวกเขาแค่สั่งการลงมาพวกลูกสมุนก็พร้อมที่จะจัดการเจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เอฟบีไอแล้ว

อันที่จริงแล้วกลุ่มอาชญากรรมต่างๆ ที่มีอยู่ในอเมริกาจะไม่ค่อยไปยุ่งหรือทำร้ายพวกเจ้าหน้าที่ เพราะพวกเขาต้องโดนการตอบโต้อย่างรุนแรงจากพวกเจ้าหน้าที่

ถ้าว่ากันตามความจริงแล้วแม้ว่ากองกำลังตำรวจในท้องที่จะไม่เพียงพอที่จะต่อสู้กับแก๊งค้ายา แต่ก็ไม่มีกองกำลังตำรวจที่ไหนจะยอมให้อาชญากรมาสังหารเจ้าหน้าที่ตำรวจในเขตปกครองของตนเอง และถ้าในกรณีที่พวกเขาไม่มีกำลังมากพอที่จะสู้ได้เขาก็จะติดต่อไปขอความช่วยเหลือจากเอฟบีไอและหลังจากนั้นพวกอาชญากรที่ฆ่าเจ้าหน้าที่ ก็จะถูกเอฟบีไอตามล่าอย่างบ้าคลั่ง ซึ่งเอฟบีไอเป็นหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายที่มีอำนาจมากที่สุดแห่งหนึ่งในประเทศ

และนี่ก็ทำให้พวกโรเบิร์ตทั้งสามคนเข้าใจแล้วว่าทำไมแก็งค์ Limedog ถึงต้องส่งคนมาจัดการพวกเขาเพื่อลูกน้องปลายแถวแค่สองคนที่ถูกจับพร้อมยาไม่กี่กิโล นั่นเพราะว่าพวกแก็งค์ Limedog เป็นแก็งค์ที่รวมตัวกันของพวกคนบ้าอย่างแท้จริง

และเป็นพวกคนบ้าที่รอวันถูกกำจัดในไม่ช้าก็เร็ว

พียงแต่ว่าตอนนี้พวกเขาบังเอิญพบโรเบิร์ตและลุคก่อนที่พวกเขาจะโดนคนอื่นจัดการ

โรเบิร์ตกล่าวว่า“เนื่องจากคนของผมได้ฆ่า ฟรานซิสโก คาร์ลอส พวกนั้นคงจะไม่ปล่อยให้พวกเราได้ใช้ชีวิตแบบปกติแน่นอน บอกแผนของคุณมาได้เลย”

คริสกล่าวว่า“ผมไม่สามารถบอกแผนทั้งหมดได้ แต่กลุ่มของเราจะคอยจับตาถนนทุกสายทั้งในและนอกเมือง พวกเราจะรู้เมื่อพวกนั้นมา และเมื่อพวกนั้นเข้ามาพวกคุณเพียงแค่ไปปรากฏตัวในที่ที่เหมาะสมเราล่อพวกนั้นมาและร่วมมือกับเราเพื่อจับกุมพวกนั้นทั้งหมด”

โรเบิร์ตขมวดคิ้วพลางจมดิ่งลงไปในห้วงความคิด เขาเห็นด้วยว่านี่เป็นแผนการที่เรียบง่าย แต่ใช้งานได้จริง

นี่คือแผนใช้เหยื่อล่อแล้วปิดประตูตีแมวอย่างง่ายๆ ซึ่งเป็นแผนที่เก่าแก่ที่สุดของมนุษยชาติและแม้ในตอนนี้จะยังคงมีประโยชน์

หาก Carlos Family ต้องการแก้แค้นพวกเขาจะต้องมาที่เมืองนี้แน่นอน

เอฟบีไอมีระบบเฝ้าระวังและสอดแนมที่มีความก้าวหน้ามากกว่าตำรวจในเมืองต่างๆ และนอกจากนั้นพวกเขายังมีกำลังคนจำนวนมากที่จะใช้ในการปฏิบัติการสอดแนม ซึ่งทำให้พวกเขาจะทราบก่อนที่อาชญากรจะมาถึงตัวของพวกเขาจะสามารถส่งเจ้าหน้าที่เข้ามาจัดการกับพวกเขาได้อย่างแน่นอน

และด้วยความช่วยเหลือเหล่านี้ของเอฟบีไอ เหตุการณ์เช่น อาชญากรจะมาปรากฎตัวที่หน้าบ้านของโรเบิร์ตและทำการลักพาตัวแคลร์ก็จะไม่เกิดขึ้นอีก

โดยปกติแล้วเอฟบีไอเตรียมใจที่จะใช้ทรัพยากรที่มีอยู่มากมายในการกำจัด Carlos Family อยู่แล้ว นั่นทำให้โรเบิร์ตคิดว่าแผนนี้ไม่ได้ยากจนเกินไปนัก

โรเบิร์ตตอบว่า“จะมีเอฟบีไอกี่คนในปฎิบัติการแผนในครั้งนี้? แล้วพวกเราต้องทำอะไรบ้าง”

เมื่อพวกเขาต้องเผชิญหน้ากับพวกคนบ้า Carlos Family โรเบิร์ตไม่ได้มีความคิดที่จะแย่งความสำเร็จในการจับกุมพวก Carlos Family กับเอฟบีไอ ดังนั้นเขาจึงให้ความร่วมมืออย่างดีและแสดงออกชัดเจนว่าจะให้เอฟบีไอเป็นผู้นำในครั้งนี้โดยมีพวกเขาให้ความช่วยเหลือ

โรเบิร์ตใส่ใจความปลอดภัยของครอบครัวมากกว่าความสำเร็จที่จะได้รับจากการจับตัวคนร้าย และอย่างไรก็ตามถ้าหากว่าโรเบิร์ตสนใจเกี่ยวกับความสำเร็จเขาคงไม่ได้อยู่ในเมืองเล็ก ๆ แบบนี้นานขนาดนี้หรอก

คริสนิ่งเงียบไปชั่วครู่ก่อนที่เขาจะพูดขึ้นว่า“จำนวนเจ้าหน้าที่ทั้งหมดที่เราใช้ดำเนินการงานในปฏิบัติการนี้เป็นความลับ ผมสามารถบอกได้เพียงว่าเรามีจำนวนเพียงพอที่จะจัดการกับคนร้ายติดอาวุธประมาณ 20 คน อย่างไรก็ตามคนของคุณจะต้องเตรียมพร้อมเสมอ ถ้าพวกเราติดต่อคุณไป พวกเราจะจัดการจับพวกอาชญกรนั่นด้วยความรวดเร็ว”

โรเบิร์ตสามารถคาดเดาได้ว่าจำนวนสมาชิกในทีมจะต้องมีอย่างน้อยสิบคน และน่าจะได้รับการฝึกฝนมาอย่างดีพร้อมกับอุปกรณ์ครบครัน มิฉะนั้นคริสจะไม่กล้าเรียกร้องเช่นนี้

และประกอบกับโรเบิร์ตให้เจ้าหน้าในการช่วยเหลือในการปฏิบัติการนี้จำนวน 10 คนคงจะไม่มีปัญหาอะไร เว้นแต่ว่าพวก Carlos Family จะตัดสินใจส่งคนมาจัดการเรื่องนี้กลุ่มใหญ่มากกว่า 30 คนขึ้นไป

"โอเค เราจะทำตามแผนการของพวกคุณ แต่ผมต้องอยู่ในขั้นตอนการวางแผนของการดำเนินการใด ๆ ก็ตามที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองคนนี้ด้วย” โรเบิร์ตชี้ไปที่ลุคและเซลิน่า

ลุคนั้นเป็นสมาชิกในครอบครัวของเขา ในขณะที่เซลิน่าเองก็ทำงานอยู่กับโรเบิร์ตมาเป็นเวลานาน ดังนั้นจึงเป็นไปไม่ได้ที่เขาจะไม่กังวลเมื่อทั้งสองต้องมีส่วนร่วมในปฏิบัติการที่อันตรายนี้ในฐานะเหยื่อล่อ

คริสตอบตกลงโดยไม่ลังเล "แน่นอน."

เนื่องจากโรเบิร์ตอนุญาตให้พวกเขาเป็นคนนำทีมในการวางแผนนี้อย่างไม่มีข้อเรียกร้องใดๆ พิเศษมากมาย จึงจะเป็นการเสียมารยาทมากถ้าเขาไม่เห็นด้วยกับเรื่องเล็กๆน้อยๆเช่นนี้

กองกำลังตำรวจในพื้นที่มีหน้าที่ต้องช่วยเหลือเอฟบีไอเมื่อจำเป็น และเจ้าหน้าที่ภาคสนามที่มีประสบการณ์ส่วนใหญ่ของเอฟบีไอยินดีที่จะได้รับความช่วยเหลือและไม่รังเกียจที่จะแบ่งปันผลงานในการจับกุมคนร้ายเพราะถ้าเกิดว่าตำรวจท้องที่ตัดสินใจที่จะทำให้งานของพวกเขายุ่งยากขึ้นมันจะทำให้งานของพวกเขาเสี่ยงมากขึ้นมากๆ

คริสเองก็เป็นเจ้าหน้าที่ที่มีความสามารถและมีประสบการณ์พอตัว และอันที่จริงแล้วเขาและโรเบิร์ตมีภูมิหลังที่ค่อนข้างคล้ายกัน เพราะทั้งสองคนเคยรับใช้ชาติในฐานะอดีตทหารที่กลับประเทศหลังจากอยู่ต่างประเทศไม่กี่ปี

ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือโรเบิร์ตตัดสินใจกลับบ้านเกิดและสร้างครอบครัว ส่วนคริสเข้าร่วมกับเอฟบีไอเนื่องจากความทะเยอทะยาน แต่ทางเลือกของพวกเขาไม่ได้เปลี่ยนแปลงสัญชาตญาณทางทหารในการจะทำสิ่งต่างๆ

คริสใช้เพียงไม่กี่ประโยคเพื่อบอกลุคและเซลิน่าว่าพวกเขาต้องทำอะไรล้าง ในความเป็นจริงภารกิจของพวกเขานั้นง่ายมากเพียงดำเนินชีวิตประจำวันต่อไปตามปกติ

ออกตระเวนเมื่อถึงเวลา และก็กลับบ้านเมื่อเสร็จงาน

ความแตกต่างเพียงอย่างเดียวก็คือพวกเขาต้องไม่ไปสถานที่ที่จะทำให้ถูกซุ่มโจมตีได้ง่ายและพวกเขาไม่สามารถเดินเล่นแบบไปทั่วเมืองหลังเลิกงานได้อีกต่อไป

สำหรับการลาดตระเวนของพวกเขาพวกเขาจะไม่ลาดตระเวนแบบสุ่มเหมือนที่เคยทำมาได้อีกต่อไป แต่พวกเขาต้องลาดตระเวนตามเส้นทางที่กำหนดไว้สองสามเส้นทางเพื่อหลีกเลี่ยงการถูกซุ่มโจมตีและเพื่อให้อยู่ไม่ไกลจากความช่วยเหลือ

ในขณะเดียวกันทั้งสองได้รับเสื้อเกราะกันกระสุนเมื่อพวกเขาปฏิบัติหน้าที่และต้องพกปืนไว้กับตัวตลอดเวลา

ตราบใดที่พวกเขาปฏิบัติตามกฎเหล่านี้พวกเขาสามารถทำอะไรก็ได้ตามที่ต้องการ คริสจะแจ้งเตือนเมื่อมีเรื่องจำเป็นเท่านั้น

หลังจากโรเบิร์ตส่งเจ้าหน้าที่ของเอฟบีไอทั้งสองออกไปแล้วเขาก็กลับมาและให้เจ้าหน้าที่กำลังเข้ากะเตรียมเอกสาร จากนั้นเขาก็เซ็นเอกสารแผ่นนั้นก่อนที่จะส่งให้ลุค “นำเอกสารนี้ไปที่คลังอาวุธ นี่เป็นใบอนุมัติให้คุณสองคนใช้อาวุธปืนหนักในงานนี้”

ดวงตาของเซลิน่าเป็นประกายขึ้น “นี่เราจะได้ใช้ RPG ด้วยใช่ไหม?”

โรเบิร์ตจ้องมองเธอโดยไม่แสดงออก “คุณคิดว่านี่คือตะวันออกกลาง หรืออัฟกานิสถานรึไง? อย่างมากคุณสามารถพกปืนไรเฟิลเล็กยาวและปืนพกเพิ่มได้คนละหนึ่งกระบอก อย่าแม้แต่ฝันที่จะได้ใช้อย่างอื่น คุณกำลังจะจัดการกับพวกแก๊งมาเฟียเล็กๆ เท่านั้นไม่ใช่ผู้ก่อการร้าย”

ลุคพยักหน้าด้วยรอยยิ้มก่อนจะลากเซลิน่าออกไป

เมื่อทั้งสองจากไปโรเบิร์ตถอนหายใจก่อนจะพึมพำกับตัวเอง“คิดว่าฉันไม่อยากจะให้พวกคุณมากกว่านี้หรือ? ฉันจะให้ใช้รถถังเลยถ้าทำได้ แต่เราก็มีกฎที่ต้องปฎิบัติ”

สามวันถัดไปผ่านไปอย่างไม่เป็นปกติ ลุคและเซลิน่าไม่ได้ลงจากรถบ่อยเหมือนเช่นเคยในขณะออกลาดตระเวน พวกเขาจะลงจากรถเมื่อจำเป็นเท่านั้น

และช่วงนี้เป็นฤดูร้อนในเท็กซัสและการที่พวกเขาต้องสวมเสื้อเกราะกันกระสุน นั่นทำให้พวกเขาไม่สบายตัวอย่างมาก

พวกเขาจะรู้สึกดีขึ้นเพียงก็ต่อเมื่ออยู่บ้านหรือในสำนักงาน และถ้าอยู่บนรถก็ต้องเปิดเครื่องปรับอากาศอย่างเต็มที่เท่านั้น

มีอาวุธปืนหนักใหม่สองกระบอกในรถ

เซลิน่าเลือก M4A1 ในขณะที่ลุคเลือกปืนลูกซองแอ็คชั่นปั๊มของเรมิงตัน เขาไม่มั่นใจในความแม่นยำของตัวเองเท่าไรนักจึงตัดสินใจเลือกใช้ฝืนลูกซองเพราะความแม่นยำไม่สำคัญเท่าไร

วันนี้พวกเขาได้รับข้อความจากเอฟบีไอ

Carlos Family เป็นพวกบ้าอย่างแท้จริง เพราะว่าพวกเอฟบีไอแจ้งว่าพวกเขาเริ่มรวบรวมคนของพวกเขาเพื่อที่จะทำการจู่โจมแล้ว

และสายสืบของเอฟบีไอแจ้งข่าวมาว่ามีมีอาชญกรรวมตัวกันในเม็กซิโกประมาณสิบคนและทั้งหมดเป็นอาชญากรที่มีประสบการณ์และโหดเหี้ยม

นอกจากนั้นแก๊ง Limedog ยังเข้ามาร่วมอีกด้วย ดูเหมือนว่าพวกเขาจะส่งคนมาร่วมปฏิบัติการครั้งนี้ด้วย

หลังจากการที่คริสและโรเบิร์ตพูดคุยวางแผนกันหลายครั้ง พวกเขาก็ได้ตัดสินใจร่วมกันว่า

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 29

คัดลอกลิงก์แล้ว