เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 32

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 32

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 32


ตอนที่ 32 ความพากเพียรและการช่วยเหลือจาก FBI

เหล่ามือปืนที่กำลังยิงปืนและสาดกระสุนใส่ลุคและเซลิน่าอย่างสนุกสนานก็ตกใจกับการยิงสวนกลับมาของเซลิน่าและรีบหลบเข้าหาที่กำบังอย่างรวดเร็วแสดงให้เห็นถึงความมืออาชีพของพวกเขา

ในตอนแรกก่อนหน้านี้พวกเขากล้าที่จะยืนยิงปืนจากกลางถนนโล่งๆ ก็เพราะว่าพวกเขามีจำนวนคนที่เหนือกว่ามากและปืนก็เหมาะสมสำหรับการจู่โจมแบบถล่มเป้าหมาย

แต่ทว่าตอนนี้ที่พวกเขาต้องหลบด้วยเช่นกันก็เพราะว่าฝ่ายตรงข้ามก็มีอาวุธปืนหนักเช่นกัน

ในจังหวะที่เซลิน่ายิงสวนไปนั้นเกือบจะยิงโดนพวกคนร้ายสองคน

เนื่องจากพวกเขาทั้งหมดยิงต่อสู้กันด้วยอาวุธสงครามการโดนกระสุนเพียงครั้งเดียวนัดเดียวก็เป็นสามารถทำให้คนคนหนึ่งกลายเป็นศพได้เลย

ในขณะที่เซลิน่ายิงตอบโต้ พร้อมกับเคลื่อนไหวถอยหลังไปเรื่อยๆ พวกแก๊งคาร์ลอสก็ไม่กล้าหยิ่งผยองและยืนอยู่กลางถนนโล่งๆ อีกต่อไป พวกเขาเปลี่ยนกลยุทธ์และเริ่มสลับกันยิงเพื่อกดดันเซลิน่า และพยายามที่จะฆ่าเซลิน่าด้วย

ในขณะที่เซลิน่ากำลังยิงตอบโต้พวกแก็งคาร์ลอสอยู่นั้น ลุคก็รีบวิ่งหลบไปด้านข้าง

ในขณะนี้ด้วยความแข็งแกร่งและความคล่องแคล่วที่มากกว่าคนทั่วไปของลุค ทำให้เขาเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วและเงียบเชียบ

เพียงแค่ไม่กี่อึดใจลุคก็มาถึงสนามหญ้าหน้าบ้านข้างๆ ลุคได้ยืนพิงกำแพงและมองไปที่การจุดที่มีการยิงตอบโต้กันอยู่

เขาหันหน้าไปมองถนนที่กว้างประมาณ 15 เมตร

ทุกอย่างในเท็กซัสจะมีขนาดใหญ่ขึ้นเมื่อเทียบกับรัฐอื่นๆ ซึ่งตอนนี้ถนนก็กว้างขึ้นเช่นกัน

ถ้าลุคพยายามข้ามถนนที่กว้างๆ โดยไม่มีแผนอะไรลุคอาจจะถูกฆ่าตายกลางถนนเลยด้วยซ้ำ

จากสิ่งที่ลุคสังเกตุเห็นตอนนี้พวกเขากำลังเผชิญหน้ากับมือปืนแปดคน และแต่ละคนเป็นมือปืนที่มีประสบการณ์ในการยิงปืนมาพอสมควร

พวกแก๊งคาร์ลอสประสานงานกันเพื่อกดดันเซลิน่าได้เป็นอย่างดี ในขณะที่มีบางคนกำลังเปลี่ยนแม็กกระสุน ก็ยังมีคนที่เหลือยิงกดดันไว้

นอกจากนั้นลุคยังสังเกตเห็นว่ามีมือปืนบางคนยังไม่ได้ยิงแม้แต่นัดเดียว แต่ทว่าพวกเขาซ่อนตัวอยู่หลังรถบรรทุกตลอดเวลา

ซึ่งคนประเภทเหล่านี้เป็นภัยคุกคามที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในตอนนี้

ลุคเริ่มสำรวจสภาพแวดล้อมรอบๆ ตัวเขาและหยิบก้อนกรวดกลมๆ จากกระถางดอกไม้ขึ้นมา

ลุคกะน้ำหนักหินในมือของเขาและพบว่ามันพอดีกับที่เขาคิดไว้ ถึงแม้ว่ามันค่อนข้างหนัก แต่ไม่หนักมากเกินไปนักสำหรับลุค

ลุคทำการเล็งไปทางพวกคนร้ายจากนั้นก็โยนก้อนกรวดใส่รถบรรทุกอย่างกะทันหันและตะโกนเสียงดัง “ขว้างระเบิดไปแล้ววว!”

เหล่ามือปืนทั้งหมดที่กำลังยิงกราดอย่างสนุกสนานหยุดยิงโดยสัญชาตญาณ และเป็นเพราะตอนนี้เป็นกลางคืนจึงทำให้พวกเขาไม่มีใครมองเห็นว่าแท้จริงแล้ววัตถุทรงกลมที่ตกลงมานั้นเป็นก้อนหิน

ก้อนหินลอยตรงไปที่รถบรรทุกและกระแทกกระจกหน้ารถบรรทุกด้วยเสียงดังก่อนที่จะกระเด็นไปกระแทกกับประตูรถที่เป็นโลหะแล้วตกลงพื้นรถและก้อนหินก็กลิ้งไปมา

เหล่ามือปืนทุกคนตกใจอย่างมาก “ชิ_หายแล้ว? ไอ้เจ้าหน้าที่ตำรวจในเมืองเล็กๆ มีระเบิดได้ยังไงว่ะ? หรือว่าพวกนี้เป็นสมาชิกหน่วย SWAT ปลอมตัวมารึเปล่า?”

หลังจากที่เหล่ามือปืนสถบเสร็จก็หยุดยิงปืนและทุกคนก็กระโจนหาที่กำบังที่ใกล้ที่สุดเท่าที่จะหาได้

แต่แล้ว…ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้น

ในขณะที่ก้อนหินกระแทกเข้ากระจกรถบรรทุก ลุคก็เห็นปฏิกิริยาของมือปืนที่พยายามหาที่กำบังและคนยืนสังเกตุการณ์อยู่ข้างหลังรถบรรทุกก็ซ่อนตัวหลบระเบิด

ลุคจึงรีบวิ่งข้ามถนนไป ในช่วงเวลาสองวินาทีสั้นๆ เขาก็เข้ามาถึงสนามหน้าบ้านของบิล

เหล่ามือปืนหลับในที่กำบังรอสองสามวินาทีผ่านไปและเมื่อไม่ได้ยินเสียงระเบิดพวกเขาก็รู้ได้ในทันทีว่ากำลังถูกหลอก

การที่พวกเขาตกหลุมพลางครั้งนี้ไม่ใช่เพราะว่าพวกเขาโง่หรือว่าเป็นมือสมัครเล่น แต่ความจริงพวกเขาผ่านการต่อสู้ที่นองเลือดมามากเกินไป และได้เห็นว่าระเบิดนั้นได้คร่าชีวิตไปมากมายไม่ว่าจะเป็นศัตรูหรือพรรคพวกของพวก

นั่นจึงเป็นสาเหตุที่พวกเขาต้องตอบสนองต่อเหตุการณ์ครั้งนี้

เพราะว่าในตอนนี้พวกเขาเข้ามาในถิ่นเท็กซัสซึ่งเป็นรัฐคนในพื้นที่มีอัตราการครอบครองปืนส่วนตัวสูงที่สุดในอเมริกาแล้ว และนี่ยังเป็นรัฐที่มีทหารที่เคยไปรบมากที่สุด เหล่าทหารผ่านศึกที่ออกจากกองทัพอาจจะมีระเบิดมือสอง-สามลูกที่เก็บไว้ในบ้านของพวกเขาก็เป็นได้

หลังจากลุคข้ามถนนมาอยู่หน้าบ้านของบิลได้ไม่นาน เขาก็ได้ยินเสียงกระสุนปืนดังมาจากระยะไกล ลุคหรี่ตาลงและมองไปทิศทางนั้นและพบว่าเสียงนั้นมาจากทิศทางของบ้านของเขา

ไอ้พวกบ้าคาร์ลาสมันส่งคนมาเก็บเขากี่คนกันแน่ว่ะ? พวกเขาถึงสามารถโจมตีสถานที่ทั้งสามแห่งในเวลาเดียวกัน

แต่ถึงกระนั้นลุคก็ไม่กังวลเลยแม้แต่น้อย

โรเบิร์ตเป็นใครนะหรอ? โรเบิร์ตเป็นทหารผ่านศึกในกองทัพและเขาประจำอยู่ในเขตสงครามเป็นเวลามาแปดปี ทักษะของเขาน่าไว้ใจมากที่สุดแล้วในสถานการณ์ปัจจุบันในตอนนี้

ยิ่งไปกว่านั้นโรเบิร์ตก็ไม่ได้ทำงานคนเดียว นอกจากลุคและเซลิน่าแล้วโรเบิร์ตยังมีเจ้าหน้าที่อีกแปดคนที่พร้อมจะสนับสนุนกันได้ทุกเมื่อ อันที่จริงแล้วพวกเขาสามารถเผชิญหน้ากับมือปืนหลายสิบคนหรือมากกว่านั้นได้อย่างสบายๆ

ดังนั้นลุคจึงไม่กังวลเหมือนเซลิน่าก่อนหน้านี้

แทนที่จะรีบไปเปิดฉากยิงพวกมือปืนจากข้างหลัง ลุครออย่างอดทน

สถานการณ์ทั้งหมดเหล่านี้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว

อันที่จริงแล้วนับตั้งแต่ลุคและเซลิน่าโดนรถบรรทุกชนมันไม่ถึงสามนาทีเลย

สำหรับการซ่อนตัวของเจ้าหน้าที่เอฟบีไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจอื่น ๆ พวกเขาจึงถูกส่งไปประจำการในสถานที่ต่างๆ ภายในเมืองและจะเปลี่ยนที่ซ่อนเมื่อจำเป็นเท่านั้น

และด้วยขนาดของเมืองเล็กๆ แบบนี้พวกเขาทั้งหมดสามารถใช้เวลาไม่เกินห้านาทีในการเข้ามาช่วยลุคและเซลิน่า

แน่นอนว่าในระหว่างที่มือปืนกำลังยิงใส่เซลิน่า ก็มีรถเชฟโรเลต SUV พุ่งเข้ามาใกล้ๆ พื้นที่อย่างรวดเร็วแล้ว

รถที่เข้ามาม่ได้เปิดไฟ จึงทำให้สังเกตรถได้ค่อนข้างยากว่า รถพุ่งเข้ามาจากทิศไหนภายใต้ค่ำคืนที่มืดมิดเช่นนี้

รถ SUV จอดห่างจากพวกมือปืนประมาณ 100 เมตรและเจ้าหน้าที่สี่คนก็ออกมาจากรถพร้อมอาวุธครบมือเต็มรูปแบบ

ทันทีที่พวกเขาลงมาจากรถพวกเขาไม่ได้เปิดฉากโจมตีทันที พวกเขาสำรวจสภาพแวดล้อมและหาที่หลบซ่อนใกล้ๆ เพื่อหาตำแหน่งที่พวกเขาสามารถซ่อนตัวได้ พวกเขาก้าวเข้าไปหลบพร้อมเตรียมเปิดฉากจู่โจม

เป็นปกติอยู่แล้วที่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอจะไม่ได้โง่เขลาเหมือนกับในภาพยนตร์ฮอลลีวูด พวกเอฟบีไอไม่มีทางทำอะไรโง่ ๆ เช่นการขับรถเข้าไปในพื้นที่ต่อสู้และตะโกนใส่อาชญากร ถ้าหากพวกเขาทำเช่นนั้นพวกเขาคงจะถูกยิงจนรูพรุนอยู่ทั่วร่างกายแน่ๆ

เมื่อพวกเจ้าหน้าที่เอฟบีไอเคลี่อนที่เข้าใกล้ที่เกิดเหตุประมาณ 50 เมตร พวกแก็งคาร์ลอสก็สังเกตุเห็นเจ้าหน้าเอฟบีไอ ละเริ่มหันมายิงพวกเจ้าหน้าที่อย่างบ้าคลั่ง

พวกเอฟบีไอรีบหลบเข้าที่กำบัง และเจ้าหน้าที่คนหนึ่งก็ตะโกนว่า“เอฟบีไอ! คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว! วางอาวุธของคุณและยอมจำนนซะ!”

ลุคยิ้ม

สิ่งเหล่านี้ไม่ได้บ่งบอกว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอกำลังตะโกนเพราะว่าพวกเขาโง่ แต่ทว่ามันเป็นส่วนหนึ่งของขั้นตอนปฏิบัติ

ถ้าหากว่าเจ้าหน้าที่เอฟบีไอได้แสดงตัวตนและบอกให้ยอมจำนน แล้วศัตรูแม้แต่คนเดียวยังไม่ยอมวางอาวุธ และเริ่มโจมตีพวกเขาก่อน เอฟบีไอก็สามารถที่จะยิงตอบโต้ได้ทันที

ในฐานะสมาชิกของหน่วยงานที่บังคับใช้กฎหมายสิ่งสำคัญคือต้องปฏิบัติตามขั้นตอน

ตัวอย่างเช่นเจ้าหน้าที่ในนิวยอร์กจะต้องตะโกนว่า“NYPD!” ก่อนที่จะบุกเข้าไปในอาคาร

เสียงตะโกนชี้แจงตัวตนของพวกเขาและถูกใช้เพื่อทำให้เป้าหมายของพวกเขาตกใจกลัว ดังนั้นผู้คนที่อยู่ในอาคารจะได้รับการเตือนว่าการต่อต้านนั้นผิดกฎหมายและหากพวกเขาถูกฆ่าตาย พวกเขาก็จะสามารถโทษตัวเองได้เท่านั้น

พวกแก๊งคาร์ลอสส่งนักฆ่ามืออาชีพมาจากเม็กซิโก แต่เจ้าหน้าที่เอฟบีไอที่เพิ่งมาถึงก็ได้รับการฝึกฝนและมีการประสานงานได้เป็นอย่างดี

ระยะห่างประมาน 34 เมตรระหว่างพวกเขา ทั้งสองฝ่ายเริ่มยิงใส่กัน

เจ้าหน้าที่เอฟบีไอและเซลิน่าอยู่ในตำแหน่งมุมฉากของมือปืนเพื่อที่จะได้โจมตีจากสองตำแหน่งทำให้เป็นเรื่องยากที่จะทำให้พวกแก็งคาร์ลอสตอบโต้กลับมา

ส่วนลุคในตอนนี้ตาของเขามองสถานการณ์จากภายนอกอยู่ และลุคก็ยังไม่เปิดฉากยิง ลุควิ่งไปรอบ ๆบ้านของบิลและปีนขึ้นกำแพงเพื่อหามุมที่อับสายตาและสามารถโจมตีได้สะดวก

จากด้านบนของกำแพงในที่สุดลุคก็สามารถมองเห็นมือปืนทั้งหมดได้อย่างชัดเจน

รถบรรทุกที่พุ่งชนพวกเขาเป็นรถบรรทุกขนขยะ คนที่ยืนอยู่ข้างรถบรรทุกคือผู้ชายที่ออกคำสั่งเหล่ามือปืนทั้งหมด และดูเหมือนว่าในรถยังมีคนขับนั่งอยู่ในรถด้วย

หลังจากที่เห็นคนร้ายทั้งหมดลุคก็สามารถนับจำนวนคนที่เข้ามาโจมตีพวกเขาได้ซึ่งลุคนับได้ทั้งหมดสิบคน

จากการคาดการณ์ของคริสเขาคิดว่ามีพวกแก๊งคาร์ลอสจะส่งคนมาทั้งหมด ประมาณ 20 คน เดินทางเข้ามาในเมือง ซึ่งนั่นนอาจหมายความว่าพวกเขาอาจแยกกันเป็นอย่างน้อย2 ทีมทำการจู่โจมพร้อมกัน (B_R: ไหนว่าโดนจู่โจมพร้อมกัน 3 สถานที่????)

เมื่อนับเจ้าหน้าที่เอฟบีไอและเจ้าหน้าที่ตำรวจของเมืองแล้วก็มีจำนวนประมาณ 20 คนเช่นกันดังนั้นพวกเขาจึงไม่เสียเปรียบในแง่ของจำนวน

และนอกจากนี้พวกเขายังเป็นฝ่ายตั้งรับ พวกเขาจำเป็นต้องถ่วงเวลาไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้เจ้าหน้าที่ตำรวจจำนวนมากจากเมือง Knox City เข้ามาสมทบ และเมื่อถึงเวลานั้นมือปืนเหล่านี้จะไม่สามารถหลบหนีได้เลย

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 32

คัดลอกลิงก์แล้ว