เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 24

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 24

สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 24


ตอนที่24 ไอ้___เอ้ย! ฉันจะระเบิดสมองแก และฉันจะทำมันแน่

ตอนนี้ลุคอยู่ห่างจากแคลร์ไม่ถึง 200 เมตร แต่ถึงกระนั้นลุคยังต้องใช้เวลามากกว่าสิบวินาทีในการที่จะวิ่งไปถึงรถและเขาก็ไม่มีความมั่นใจแม้แต่นิดเดียวในการหยุดรถที่เคลื่อนตัวออกไปแล้ว

ยิ่งไปกว่านั้นตอนนี้แคลร์นั้นอยู่ในรถแล้ว ถ้าหากลุคยิงปืนออกไปก็ไม่สามารถการันตีความปลอดภัยของแคลร์ได้ โดยเฉพาะความแม่นยำของเขาตอนนี้แย่มากๆ

สิ่งต่างๆ จะเลวร้ายลงมาก ถ้าเกิดว่าลุคเปิดฉากยิงและโดนแคลร์แทนทีจะเป็นคนร้าย

ในขณะนั้นเสียงของหญิงชราดังขึ้นอย่างกระตือรือร้น “ปล่อยเธอซะ ไม่งั้นฉันเป่าหัวของแกแน่”

ตามมาด้วยปืนดังขึ้น ซึ่งสร้างความตกใจให้กับโจรลักพาตัวพอสมควร

เสียงของปืนทำให้เกิดความวุ่นวายชั่วขณะ

ลุครู้สึกประหลาดใจอย่างมากเมื่อเห็นว่า ยายลูซี่เป็นเจ้าของเสียงที่กล่าวมา และกำลังเล็งปืนลูกซองไปที่รถจากหน้าต่างของบ้านเธอ ควันยังคงลอยออกจากปากกระบอกปืนลูกซอง

เห็นได้ชัดว่าผู้หญิงมีอายุคนนี้เป็นเจ้าของเสียงปืนเมื่อสักครู่อย่างแน่นอน

พวกโจรลักพาตัวเริ่มกระวนกระวาย เพราะเมื่อปืนลูกซองถูกยิงออกมาลูกกระสุนปืนของมันก็แตกกระจายและมันน่าจะโดนพวกเขาอย่างแน่นอน

ดังนั้นแม้ว่าจะเป็นยายแก่ๆ คนนึงที่ดูไร้พิษสง แต่เธอดันถือปืนแล้วยังเป็นปืนลูกซองซะด้วย และที่แน่ๆ ปากกระบอกปืนกำลังเล็งมาที่พวกเขา แล้วใครจะรู้แหล่ะว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าพวกโจรลักพาลักตัวทำให้เธอตกใจจนเผลอยิงปืนลูกซอง?

พวกเขาก็ไม่คิดจะทดสอบโชคของพวกเขาแน่นอน

ลุคดีใจมากที่คุณยายลูซี่ปรากฏตัวอย่างกะทันหัน

และด้วยการหยุดชะงักที่เกิดขึ้น ลุคมั่นใจว่าจะพุ่งถึงรถก่อนที่พวกเขาจะขับออกไป

เขารีบวิ่งไปที่รถอย่างเงียบที่สุด พร้อมกับซ่อนตัวอยู่ในที่กำบังตามถนน

เวลานี้ก็ค่อนข้างดึก เขาจึงใช้ความมืดแฝงตัวในระหว่างเคลื่อนที่

หลังจากชะงักไปชั่วครู่ ในที่สุดคนร้ายก็เคลื่อนไหว

คนที่จับตัวแคลร์ในตอนแรกก็ลากเธอเข้าไปในรถ พร้อมใช้เธอเป็นกำบังระหว่างตัวเขากับปืนลูกซองของยายลูซี่ ขณะที่เขาทำเช่นนั้นมืออีกข้างของเขาก็เอื้อมไปที่เอวของเขา

ส่วนคนขับก็ชักปืนออกมาเช่นกัน

ลุคหรี่ตาและมือของเขาก็พุ่งออกไปอย่างรวดเร็วเพื่อคว้าฝาถังขยะข้างถนน

จากนั้นเขาก็ขว้างฝาถังขยะโลหะออกไป มันหมุนราวกับจานร่อนและพุ่งไปตรงไปที่กระจกหน้ารถอย่างรวดเร็ว

ในขณะเดียวกันลุคก็โน้มตัวไปข้างหน้าและพุ่งไปที่รถอย่างรวดเร็ว จนพื้นที่เขาเหยียบอยู่เกิดรอยร้าวราวกับกำลังจะแตกในขณะที่เขาพุ่งไป

ทันทีที่เขามาถึงตัวรถเขาก็เอื้อมมือทั้งสองข้างจู่โจมคนที่ลากแคลร์ขึ้นรถ เขาโอบแขนรัดคอของคนร้ายคนนั้นแล้วกระแทกเขาไปที่พื้น

ในตอนนี้นั้นค่าความคล่องแคล่ว 14 คะแนนของลุคได้เริ่มสำแดงผลออกมา

ในระหว่างที่ลุคกำลังลากคนร้ายลงมาจากรถ ลุคก็ยังสามารถบิดคอของคนร้ายคนนั้นไปได้พร้อมกันก่อนจะกระแทกหน้าลงโจรไปที่พื้น

จากนั้นตามมาด้วยเสียงดัง เพล้ง!! ถังขยะก็ชนกระจกหน้ารถและแตกได้ในที่สุด

ในเวลาเดียวกันเกิดเสียงดังอีกครั้งเมื่อลุคจับเอาหัวของคนร้ายที่เขาลากลงมาจากรถและกระแทกลงกับพื้น

(B_R: ลากมาเสร็จแล้วทุ่มหน้ากระแทกพื้นพร้อมฝาถังขยะโดนกระจก)

เนื่องจากในระหว่างที่ลุคลากตัวของคนร้ายลงมาเขาได้เปลี่ยนจุดศูนย์ถ่วงของคนร้ายเพื่อให้ใบหน้าของคนร้ายเป็นฐานรับน้ำหนักจากร่างกายของเขาก่อนที่ลุคจะกระแทกเขาลงกับพื้นตอนนี้ใบหน้าของคนร้ายยุบตัวลงอย่างน่ากลัว

แคลร์ที่ยังถูกคนร้ายจับไว้ก็ถูกดึงลงไปนอนกองกับพื้นใกล้กับคนร้ายและลุคก็ตะโกนใส่เธออย่างรวดเร็ว“อยู่นิ่งๆ นะ”

จากนั้นลุคก็เอื้อมมือไปหยิบกระเป๋าสะพายที่อยู่ด้านหลังและเปิดซิปก่อนที่จะล้วงมือเข้าไปข้างในเพื่อหยิบปืนของเขาออกมา

ในขณะเดียวกันเขาก็แนบตัวเองพิงไว้กับผนังของรถเพื่อไม่ให้คนขับสามารถเล็งปืนมาที่เขาได้

ขณะที่ลุคพิงกับรถเขาก็ยกปืนขึ้นแนบอกและก็ตะโกนขึ้นว่า“ตำรวจ! คุณถูกล้อมไว้หมดแล้ว ยกมือขึ้นแล้วอย่าขยับไม่งั้นฉันจะยิง!”

ลุคตะโกนคำเหล่านั้นเพื่อทำให้คนร้ายชะงักเท่านั้น

อันที่จริงเขาตัดสินใจแล้วว่าตราบใดที่คนขับกล้าเปิดประตูเขาก็จะเปิดฉากยิงโดยไม่ลังเล

เนื่องจากคนร้ายที่กำลังหมดสติอยู่ที่พื้นนั้นมีปืนอยู่ที่เอวของเขา นั่นก็เพียงพอแล้วที่จะเป็นเหตุผลที่ลุคจะใช้กำลังเท่าที่จำเป็นกับคนขับรถ

ลุครักษาความสงบอย่างสมบูรณ์แบบตลอดเวลา

เพราะไม่ว่ายังไงตอนนี้คุณยายลูซี่ก็กำลังเล็งปืนไปที่คนขับด้วยปืนลูกซองสองลำกล้อง และบ้านของลุคเองก็อยู่ใกล้ๆ ด้านขวาบ้านยายลูซี่ ซึ่งโรเบิร์ตกำลังวิ่งออกมาจากบ้าน

โรเบิร์ตน่าจะมาถึงในเวลาไม่ถึงสองนาทีดังนั้นในตอนนี้ไม่มีทางที่คนขับจะหนีไปได้แล้ว

ถึงแม้ว่าภายในสองนาทีคนร้ายตั้งใจจะขับรถหนีไป แต่เขาก็ไม่สามารถขับรถออกไปได้เพราะกระจกหน้ารถแตกร้าวหลังจากที่ลุคขว้างฝาถังขยะใส่กระจกรถ คนขับจะไม่สามารถมองเห็นอะไรได้เลยในกระจกที่เต็มไปด้วยรอยร้าว

เพราะถ้าเขายังกล้าขับด้วยกระจกแบบนี้เขาอาจจะชนฟุตบาทหรือเสาไฟฟ้าอย่างรวดเร็ว

หลังจากตะโกนลุคก็ถือปืนไว้ข้างหน้าขณะที่เขาค่อยๆ เคลื่อนตัวไปที่ท้ายรถ

ด้วยมือซ้ายของเขาเขาส่งสัญญาณให้แคลร์ขยับมาที่ด้านหลังของรถเช่นกัน

ตอนนี้ด้านหลังเป็นจุดที่ปลอดภัยที่สุด

เพราะท้ายที่สุดแล้วรถคันนี้อยู่ห่างจากอาคารที่ใกล้ที่สุดประมาณห้าเมตร ถ้าพวกเขาวิ่งพวกเขาจะกลายเป็นเป้าซ้อมยิงของคนร้ายอย่างแน่นอน

ทันใดนั้นประตูรถด้านคนขับก็เปิดออกและมีชายคนหนึ่งกลิ้งออกมา ด้วยสีหน้าดุร้ายของเขา เขาจ้องไปที่ท้ายรถและเตรียมที่จะเปิดฉากยิง

หัวใจของลุคเต้นระรัว และเขารีบถอยไปที่ด้านหลังรถทันทีอย่างไม่ลังเล

เห็นได้ชัดว่าคนร้ายกำลังเล็งปืนมาที่เขา

เขาไม่ได้มีความคิดที่จะเสี่ยงดวงยิงต่อสู้กับคนร้ายในระยะใกล้ขนาดนี้ เพราะมันอาจจะจบลงด้วยการฆ่ากันเองเท่านั้น

ปัง! ปัง!

ปัง!!!

หลังจากสิ้นเสียงยิงปืนนัดที่สาม ระแวกนั้นก็ตกอยู่ในความเงียบสงัด

ลุคตะลึง "เกิดอะไรขึ้น?"

จากนั้นเสียงของคุณยายลูซี่ก็ดังขึ้น “ไอขยะนี่ แกไม่ได้ยินฉันพูดรึไง? ฉันบอกแกแล้วใช่ไหมว่า ฉันจะยิงแกให้หัวแบะถ้าแกขยับ”

ลุคตัวสั่นและเดินไปดูลูซี่ลดปืนลูกซองลงและบรรจุกระสุนใหม่ด้วยใบหน้าที่ดูพึงพอใจ

เมื่อลุคมองไปที่คนร้ายเขาเห็นร่างคนร้ายนอนคว่ำหลังเหยียดยาวอยู่บนพื้นพร้อมกับก้นกระดกชี้ขึ้นไปในอากาศ และมองไม่เห็นปืนของคนร้ายปืน

และเมื่อลุคตั้งใจมองดีๆ เขาก็เห็นรูเลือดที่หลังของคนร้าย

ดูเหมือนว่ายายลูซี่จะเข้าใจผิด เธอไม่ได้เป่าหัวของคนร้ายคนนี้ แต่ระเบิดลำตัวของเขาจนทะลุต่างหาก

จากนั้นลุคก็พูดว่า“แคลร์อยู่หมอบต่ำๆ แล้วไปซ่อนตัวอยู่หลังอาคาร” พอพูดแบบนั้นก็ชี้ไปที่บ้านใกล้ ๆ

แคลร์เชื่อฟังลุคอย่างดี เธอวิ่งก้มต่ำไปหาที่กำบัง

ในฐานะเจ้าหน้าที่ตำรวจโรเบิร์ตได้ให้ความรู้สำหรับสถานการณ์ฉุกเฉินแก่คนในครอบครัวอย่างถูกต้องอยู่แล้วว่าควรทำอย่างไรในสถานการณ์เช่นนี้ ลุคเพียงต้องการเตือนความจำของเธอและเธอก็ทำตามได้ดีราวกับว่ามันเหมือนเป็นสัญชาตญาณ

สำหรับลุคเขายืนเฝ้าระวังขณะที่แคลร์วิ่ง เมื่อเธอไปถึงที่ปลอดภัยลุคก็ถอนหายใจด้วยความโล่งใจ จากนั้นลุคก็พุ่งไปข้างหน้าและเตะที่ใบหน้าของคนร้ายที่เขาทุ่มกระแทกลงกับพื้นก่อนหน้านี้

และเมื่อลุคเตะไปแล้วเขาได้ยินเสียงราวกระดูกหักเขาก็รู้ว่าคนร้ายคนนี้ไม่รอดแน่ๆ

นั้นเพราะว่าเขาเตะเข้าไปด้วยความโกรธอย่างมาก ซึ่งมันทำให้คอหักแน่นอน

ลุคจะไม่ไว้ชีวิตใครก็ตามที่กล้ามาคุกคามครอบครัวของเขาด้วยปืน

จากนั้นเขาก็เดินไปที่คนร้ายที่ถูกยายลูซี่ยิง เขาเพียงแค่จ้องมองเพื่อยืนยันว่าคนร้ายตายไปแล้ว

กระสุนพุ่งตรงเข้าไปในหน้าอกของคนร้ายซึ่งนั้นน่าจะโดนหัวใจของเขาด้วย

มีเพียงวูล์ฟเวอรีนเท่านั้นที่สามารถรอดชีวิตจากบาดแผลดังกล่าวได้

ลุคหายใจด้วยความโล่งอกขณะที่เขาตรวจสอบรถอีกครั้งเพื่อให้แน่ใจว่าไม่มีใครอยู่ข้างในรถอีก

เมื่อเขาพุ่งเข้ามาก่อนหน้านี้เขามั่นใจว่ามีคนร้ายเพียงสองคนเท่านั้นหลังจากได้สแกนรถคร่าวๆ แล้ว

จบบทที่ สุดยอดนักสืบในโลกแห่งจินตนาการ (SDFW)-ตอนที่ 24

คัดลอกลิงก์แล้ว