- หน้าแรก
- นารูโตะ : แข็งแกร่งขึ้นด้วยระบบสรุปรายวัน แถมยังโดนคุชินะตามจีบ
- บทที่ 20 ความสัมพันธ์ของพวกเธอคืออะไรกันแน่?
บทที่ 20 ความสัมพันธ์ของพวกเธอคืออะไรกันแน่?
บทที่ 20 ความสัมพันธ์ของพวกเธอคืออะไรกันแน่?
บทที่ 20 ความสัมพันธ์ของพวกเธอคืออะไรกันแน่?
ยูตะหยิบหน้ากากขึ้นมาพิจารณาดู พบว่าเป็นหน้ากากรูปหมาป่า
พอเห็นสายตาที่คาดหวังแบบสุดๆ ของคุชินะ เขาก็ยอมใส่มันแต่โดยดี
คุชินะยิ้มแก้มแทบปริ
"เห็นมั้ยล่ะ ฉันบอกแล้วว่ามันเหมาะกับนาย!"
เธอพูดพลางเอื้อมมือไปจัดหน้ากากบนหน้าเขาให้เข้าที่
พอเขาจะเอื้อมมือไปถอด คุชินะก็รีบคว้าข้อมือห้ามไว้ทันที
"มันดูดีออกจะตาย ปล่อยไว้อย่างนั้นแหละ!"
ยูตะทำได้เพียงถอนหายใจแล้วยอมลดมือลงตามใจเธอ
เจ้าของร้านที่ยืนมองอยู่หัวเราะออกมาเบาๆ
"พวกเธอสองคนเนี่ย สนิทกันดีจังเลยนะ"
คุชินะหน้าแดงฉ่าลามไปถึงหูอยู่ใต้หน้ากาก เธอเหลือบมองมิโคโตะอยู่แวบหนึ่ง ก่อนจะรีบหยิบหน้ากากแมวส่งให้แก้เขิน
"อ่ะ... นี่ของเธอจ้ะ มิโคโตะ"
มิโคโตะรับหน้ากากไปพร้อมรอยยิ้มเอ็นดู
"ขอบใจมากนะจ๊ะ คุชินะ"
หลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย ทั้งกลุ่มก็พากันเดินกลับที่พัก
ในเมืองเล็กๆ แห่งนี้มีโรงแรมขนาดกะทัดรัดอยู่แห่งหนึ่ง
เพื่อความสะดวก ซาคุโมะจึงพักห้องเดียวกับยูตะ ส่วนสาวๆ อีกสองคนก็นอนห้องเดียวกัน
ขณะที่กำลังเอนตัวลงนอน หูของยูตะก็กระดิกรับสัญญาณบางอย่าง
เขาสบตากับซาคุโมะทันที ทั้งคู่รีบขยับเข้าไปแนบหูกับผนังห้องเพื่อแอบฟัง
เสียงทุ้มต่ำของผู้ชายดังแว่วมาจากห้องข้างๆ
"ทางฝั่งโคโนฮะ...?"
ยังไม่ทันที่ชายคนนั้นจะพูดจบ ก็มีเสียงไอโขลกๆ ดังขัดจังหวะขึ้นมาเสียก่อน
จากนั้นห้องข้างๆ ก็เงียบกริบลงทันที
ยูตะหันไปมองซาคุโมะพลางทำมือเลียนแบบการปาดคอ
ซาคุโมะยกนิ้วโป้งให้เป็นเชิงเห็นด้วยโดยไม่พูดอะไร
ทั้งคู่รีบไปที่หน้าต่าง แอบดูจนเห็นชายสองคนกำลังใช้นิ้วจุ่มน้ำเขียนข้อความบางอย่างลงบนโต๊ะ
ชัดเลย... มีบางอย่างไม่ชอบมาพากลจริงๆ
ถ้าไม่ได้กำลังกุมความลับอะไรไว้ มีหรือที่ต้องระวังตัวกันขนาดนี้
ชายปริศนาสองคนนั้นเขียนกันต่ออีกสักพักก่อนจะเข้านอน
ซาคุโมะเตรียมจะพุ่งเข้าไปจัดการ แต่ยูตะคว้าแขนห้ามไว้ก่อน
ยูตะหยิบหลอดไม้ไผ่ขนาดเล็กออกมา บรรจุผงยาสลบลงไปแล้วเป่าเข้าไปในห้องนั้น
วิชาที่เขาเรียนมาจากซึนาเดะไม่ได้มีไว้แค่รักษาคนอย่างเดียว
แม้แต่ซึนาเดะยังเคยเอ่ยชมความฉลาดหลักแหลมในด้านการปรุงยาของเขา
ก่อนจะออกเดินทาง ยูตะเตรียมทั้งยาสงบประสาทและยาพิษไว้เผื่อกรณีฉุกเฉินเสมอ
เพราะยังไงซะ ยารักษากับยาพิษมันก็เป็นเหมือนเหรียญสองด้านที่อยู่คู่กันอยู่แล้ว
พอเป่ายาเสร็จ ยูตะก็หยิบยาแก้พิษเข้าปากตัวเองหนึ่งเม็ดแล้วโยนให้ซาคุโมะอีกเม็ด
ซาคุโมะกินยาตาม จากนั้นทั้งคู่จึงลอบเข้าไปในห้องข้างๆ
เหตุผลของยูตะนั้นเรียบง่ายมาก ต่อให้ซาคุโมะจะเก่งจนจัดการสองคนนี้ได้ในพริบตา
แต่ถ้าเกิดเสียงดังขึ้นมาแม้แต่นิดเดียว ภารกิจอาจจะวุ่นวายได้
ภายในห้อง ซาคุโมะมองดูชายสองคนที่นอนคอพับหมดสติอยู่ด้วยความทึ่งในฝีมือลูกศิษย์
เขาลองตบหน้าพวกมันเบาๆ แต่กลับไม่มีใครขยับเขยื้อนเลยสักนิด
ยูตะเริ่มค้นตัวพวกมันทันที และในไม่ช้าเขาก็เจอจดหมายปิดผนึกฉบับหนึ่ง
ในขณะที่ยูตะกำลังตรวจดูจดหมาย ซาคุโมะก็จัดการมัดตัวและเอาผ้าอุดปากพวกมันไว้แน่นหนา
ยูตะส่งจดหมายฉบับนั้นให้ซาคุโมะ
พอเปิดออกดู ซาคุโมะก็ขมวดคิ้วเครียด เพราะช่วงสงครามโลกนินจาครั้งที่สอง เขาต้องสู้กับนินจาจากซึนะอยู่ตลอดเวลา
รหัสที่ใช้ในจดหมายนี้ เป็นรหัสลับเฉพาะของทางซึนะงาคุเระ
พวกเขาลากตัวนักโทษกลับมาที่ห้องของตัวเองก่อน
ซาคุโมะมองไปรอบๆ เพื่อความชัวร์ ก่อนจะจุ่มนิ้วลงในน้ำเขียนบนโต๊ะบอกยูตะ
"นินจาซึนะงาคุเระ"
พอเห็นชื่อหมู่บ้านที่เป็นต้นเหตุให้พ่อแม่ต้องตาย แววตาของยูตะก็ฉายรังสีอัมหิตขึ้นมาทันที
ซาคุโมะก้าวเข้าไปตัดเส้นเอ็นที่ข้อมือและข้อเท้าของพวกมันอย่างรวดเร็วเพื่อไม่ให้ขัดขืน
ความเจ็บปวดที่พุ่งพล่านทำให้พวกมันสะดุ้งตื่นขึ้นมาทันที
เหงื่อกาฬไหลซึมเต็มหน้าผาก ขณะจ้องมองซาคุโมะด้วยความหวาดผวา
ทำไมปีศาจตนนี้ถึงมาอยู่ที่นี่ได้! สายลับบอกว่านินจาโคโนฮะไม่เคยใช้เส้นทางนี้ไม่ใช่หรอ!
พวกมันดวงซวยสุดๆ ที่ดันมาเช็คอินโรงแรมเดียวกับกลุ่มของซาคุโมะเข้า
นินจาซึนะพยายามอ้อนวอนขอชีวิตผ่านผ้าที่อุดปากไว้
ซาคุโมะไม่ได้สนใจเสียงพวกนั้นเลยแม้แต่น้อย เขาส่งสัญญาณให้ยูตะจัดการให้พวกมันเงียบไปซะ
ยูตะพยักหน้า ก่อนจะฟาดฝ่ามือเข้าที่คอจนพวกมันสลบเหมือดไปอีกรอบ แล้วป้อนยาสูตรพิเศษที่จะทำให้หลับยาวไปทั้งวัน
เมื่อจัดการทุกอย่างเรียบร้อย ซาคุโมะก็บอกให้ยูตะไปพักผ่อน ส่วนเขาจะเป็นคนเฝ้าเวรยามเอง
ในขณะเดียวกัน ที่ห้องของคุชินะและมิโคโตะ...
มิโคโตะกำลังจ้องมองเส้นผมสีแดงสวยของเพื่อนร่วมทีมด้วยความชื่นชม
"คุชินะ เธอมีวิธีดูแลผมยังไงหรอ ถึงได้ดูสวยเงางามขนาดนี้?"
คุชินะโบกมือเขินๆ
"ไม่หรอกๆ มิโคโตะเองต่างหากที่ผิวสวยสุดๆ ไปเลย"
คุชินะลองเอื้อมมือไปจับแก้มมิโคโตะดู แต่มิโคโตะแกล้งปัดมือออกเบาๆ อย่างเป็นกันเอง
มิโคโตะถามสิ่งที่ค้างคาใจเธอมานาน
"นี่ คุชินะ... เธอไปเจอกับยูตะได้ยังไงหรอ?"
คุชินะเริ่มเปิดฉากเล่าเรื่องราวตั้งแต่วันแรกที่เจอกันให้ฟังอย่างออกรส
มิโคโตะนั่งฟังอย่างตั้งใจ แววตาดูวิบวับเหมือนกำลังสนุก
ก่อนจะยิงคำถามสำคัญใส่ทันที
"แล้ว... ตอนนี้ความสัมพันธ์ของพวกเธอสองคนคืออะไรกันแน่จ๊ะ?"
คุชินะรีบหันหน้าหนีทันที
"ก็... ก็แค่เพื่อนธรรมดาสิ!"
มิโคโตะส่งยิ้มที่เหมือนอ่านใจออกไปให้
คุชินะรีบพูดต่อด้วยเสียงที่เริ่มเบาลงเรื่อยๆ
"จริงๆ นะ... พวกเราเป็นแค่... เพื่อนกันจริงๆ"
น้ำเสียงของเธออ่อนลงอย่างเห็นได้ชัด แถมยังดูไม่มั่นใจเอาซะเลย
มิโคโตะแกล้งแซวต่อ
"ฉันยังไม่ได้บอกเลยนะ ว่าไม่เชื่อเธอน่ะ"
จบเห่แล้ว... มิโคโตะมั่นใจร้อยเปอร์เซ็นต์ว่าคู่นี้ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่นอน
เธอจดไว้ในใจเลยว่า เดี๋ยวต้องลองไปถามฝั่งยูตะดูบ้าง
คุชินะรู้ตัวว่าหลุดพิรุธไปเต็มๆ เลยรีบมุดหน้าหนีความเขินเข้าไปในผ้าห่มทันที
พอเห็นว่าคุชินะเขินจนตัวม้วน มิโคโตะก็เลิกแกล้งแล้วล้มตัวลงนอน
เช้าวันรุ่งขึ้น ซาคุโมะไปเช่ารถม้ามาหนึ่งคัน
เขาโยนนักโทษทั้งสองคนเข้าไปข้างหลังเกวียน แล้วเริ่มออกเดินทางมุ่งหน้ากลับโคโนฮะ
ไม่ถึงชั่วโมงหลังจากพวกเขาล้อหมุนออกไป นินจาอีกกลุ่มหนึ่งก็ลอบเข้าไปในห้องของนินจาซึนะ
พอพบว่าห้องว่างเปล่า สีหน้าของพวกมันก็เคร่งเครียดขึ้นมาทันที
พวกมันค้นหาจนทั่วแต่ก็ไม่พบร่องรอยอะไรเลย ได้แต่ส่ายหน้าให้กันอย่างหมดหวัง
เมื่อออกมาพ้นเขตเมือง ซาคุโมะก็ประสานอินเรียกนินจาสื่อสาร
นกนินจาโผล่ออกมาท่ามกลางควัน ซาคุโมะรีบผูกจดหมายลับไว้ที่ขาของมัน
"ฝากส่งจดหมายนี้ไปที่หมู่บ้านโคโนฮะด้วยนะ"
เจ้านกมองกลับมาด้วยสายตาที่ดูฉลาดหลักแหลมราวกับมนุษย์
ก่อนจะบินหายลับไปในพริบตา
ยูตะมองตามด้วยความสงสัยว่า ทำไมนินจาซึนะพวกนั้นถึงไม่ใช้วิธีที่ปลอดภัยกว่านี้ในการส่งข่าว
ซาคุโมะสังเกตเห็นสีหน้าของลูกศิษย์ เลยช่วยคลายสงสัยให้
"เดี๋ยวฉันอธิบายให้ฟังนะ"
คุชินะกับมิโคโตะเองก็นั่งงงกับบทสนทนาที่ดูมีลับลมคมนัยของทั้งคู่
ซาคุโมะที่กำลังบังคับรถม้าเอ่ยขึ้นว่า
"นกนินจาพวกนั้นมีไว้สำหรับส่งข่าวสำคัญอย่างที่เห็นนั่นแหละ"
"แต่การจะเลี้ยงและฝึกพวกมันให้ใช้งานได้จริง ต้องใช้เงินมหาศาลเลยล่ะ เพราะงั้นพวกมันเลยหายากสุดๆ"
นั่นคือคำตอบที่ยูตะอยากรู้พอดี
ซาคุโมะพูดต่อ
"นินจาที่เรียนรู้คาถาอัญเชิญมีอยู่ไม่มากหรอก และส่วนใหญ่เขาก็มักจะอัญเชิญสัตว์ที่ช่วยเพิ่มพลังในการต่อสู้กันทั้งนั้น มีน้อยคนนักที่จะสนใจทำสัญญาอัญเชิญเพื่อการส่งข่าวโดยเฉพาะ"