- หน้าแรก
- นารูโตะ : แข็งแกร่งขึ้นด้วยระบบสรุปรายวัน แถมยังโดนคุชินะตามจีบ
- บทที่ 15: พิธีสำเร็จการศึกษา
บทที่ 15: พิธีสำเร็จการศึกษา
บทที่ 15: พิธีสำเร็จการศึกษา
บทที่ 15: พิธีสำเร็จการศึกษา
สามเดือนต่อมา ยูตะก็เรียนจบจากโรงเรียนนินจาอย่างเป็นทางการ
"ยูตะ ทำไมนายถึงติดท็อปสามของห้องได้ล่ะ ทั้งที่ตอนอาจารย์สอน พวกเราก็ไม่ได้ตั้งใจฟังเหมือนกันแท้ๆ"
ที่บ้านของคุชินะ เธอจ้องมองใบรายงานผลการเรียนด้วยสีหน้าสงสัยสุดๆ
ดวงตาสวยคู่นั้นจ้องเขม็งมาที่ยูตะ ราวกับจะเค้นเอาคำตอบให้ได้
ความล้มเหลวของตัวเองก็น่าเจ็บใจอยู่หรอก แต่ความสำเร็จของเพื่อนสนิทนี่มันน่าเศร้ากว่าซะอีก
ก็นั่งหลังห้องด้วยกัน แถมหลังเลิกเรียนก็ตัวติดกันตลอด แล้วทำไมคะแนนของนายถึงทิ้งห่างฉันขนาดนี้ล่ะ
ถึงคุชินะจะเรียนจบมาได้แบบไม่มีปัญหา แต่มันก็น่าแปลกใจจริงๆ นั่นแหละ
ยูตะทำท่าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง แต่ความจริงเขากำลังกลั้นยิ้มแทบตายก่อนจะตอบกวนๆ ไปว่า
"ก็เพราะฉันมันอัจฉริยะยังไงล่ะ"
คำตอบนั้นทำเอาคุชินะปรี๊ดแตก แก้มป่องด้วยความโมโหแล้วสะบัดหน้าหนีไม่ยอมคุยกับยูตะอีกเลย
เห็นแบบนั้น ยูตะเลยอดใจไม่ไหว เดินเข้าไปแกล้งจิ้มแก้มป่องๆ ของเธอเล่น
คุชินะเปลี่ยนโหมดทันที เธอวางใบเกรดลงแล้วคว้าหมอนอิงปาใส่เขาเต็มแรง
ยูตะไม่ยอมแพ้ คว้าหมอนอีกใบมาเปิดศึกหมอนข้างตอบโต้กลับไปอย่างสนุกสนาน
ซึนาเดะที่นั่งอยู่ข้างๆ มองดูเด็กทั้งสองคนหยอกล้อกันพลางยิ้มออกมาอย่างเอ็นดู
พอนิ่งไปสักพัก ซึนาเดะก็เอ่ยขัดจังหวะขึ้นมา
"เอาล่ะ เลิกเล่นกันได้แล้ว ถึงเวลาต้องไปเตรียมตัวสำหรับพิธีไว้อาลัยสงครามนินจาครั้งที่สองแล้วนะ"
สิ้นเสียงของเธอ บรรยากาศที่เคยสดใสก็กลับกลายเป็นเงียบเหงาและเศร้าหมองลงทันที
ทั้งสองคนต่างแยกย้ายกลับห้องไปเปลี่ยนชุดสีดำเพื่อเตรียมเข้าพิธี
จากนั้น ซึนาเดะก็พาพวกเขามุ่งหน้าไปยังสถานที่จัดพิธีรำลึก
สงครามเพิ่งจะสงบลงเมื่อเดือนก่อน พิธีนี้จึงจัดขึ้นเพื่อยกย่องเหล่านินจาผู้กล้าที่เสียสละชีวิตในสงครามโลกนินจาครั้งที่สอง
ในงานพิธี ทุกคนต่างสวมชุดสีดำสนิทในมือถือดอกไม้สดเพื่อไว้อาลัย
บรรยากาศเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและอึดอัดจนหายใจลำบาก
ทันใดนั้น ยูตะก็รู้สึกถึงหยดน้ำที่ตกลงบนใบหน้า
เขามองขึ้นไปบนฟ้า ฝนเริ่มปรอยลงมาอย่างช้าๆ ราวกับสรวงสวรรค์กำลังหลั่งน้ำตาให้ผู้ล่วงลับ
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ยืนอยู่เบื้องหน้าและเริ่มอ่านคำไว้อาลัยด้วยน้ำเสียงที่หนักแน่น
เขากล่าวประโยคทิ้งท้ายที่เป็นตำนานว่า "ที่ใดที่ใบไม้ร่วงหล่น ที่นั่นเปลวไฟจะลุกโชนตลอดไป" และพิธีการก็จบลง
ทุกคนต่างเดินเข้าไปวางดอกไม้หน้าอนุสรณ์สถานอย่างเงียบสงบ
พิธีไว้อาลัยเสร็จสิ้นลงแล้ว
ระหว่างทางกลับ พวกเขาบังเอิญเจอกับจิไรยะที่เดินสวนมาพอดี
ซึนาเดะจ้องเขม็งไปที่เพื่อนร่วมทีมแล้วถามขึ้น
"แล้วโอโรจิมารุล่ะ อยู่ไหนซะล่ะ"
จิไรยะเกาหัวพลางตอบ
"ฉันก็ไม่รู้เหมือนกัน ตั้งแต่เกิดเรื่องนั้นขึ้น เขาก็เก็บตัวเงียบไม่ยอมออกมาเจอใครเลย"
ซึนาเดะถอนหายใจยาวๆ แล้วถามต่อ
"แล้วนายน่ะ หลังจากสงครามจบลงแล้ว คิดจะทำอะไรต่อล่ะ"
จิไรยะตอบแบบไม่ต้องคิดเลยว่า
"แน่นอน ฉันจะออกเดินทางร่อนเร่ไปทั่วเพื่อเก็บข้อมูล แล้วเธอล่ะ"
ซึนาเดะลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะตอบ
"ฉันคงต้องอยู่ที่หมู่บ้านต่ออีกสักพัก"
จิไรยะยิ้มกว้างพลางโบกมือลา
"งั้นฉันไปก่อนนะ"
เขาหันหลังเดินจากไปอย่างอิสระตามสไตล์นินจาพเนจร
ซึนาเดะมองตามแผ่นหลังเพื่อนไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพาทั้งสองคนกลับบ้าน
ในเวลาเดียวกัน ที่ห้องทำงานของโฮคาเงะ รุ่นที่ 3 กำลังนั่งกุมขมับเรื่องการจัดทีมครูฝึก
เขาเคาะโต๊ะเบาๆ เป็นสัญญาณ เรียกให้นินจาหน่วยรากที่ซุ่มอยู่ปรากฏตัวออกมา
"ท่านโฮคาเงะ"
รุ่นที่ 3 สั่งด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง
"ไปตามตัวจิไรยะมาพบฉันที"
นินจาอันบุพยักหน้าแล้วหายตัวไปในพริบตาด้วยคาถาเคลื่อนย้าย
จิไรยะที่ไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรเลย กำลังจัดกระเป๋าเตรียมออกเดินทางอย่างตื่นเต้น
แต่แล้วนินจาอันบุก็โผล่มาที่หน้าต่างและเคาะกระจกเรียกเขา
จิไรยะหันไปเห็นก็ถึงกับหนาวสันหลัง สัมผัสได้ถึงลางร้ายทันที
"ท่านจิไรยะ ท่านโฮคาเงะรุ่นที่ 3 มีเรื่องด่วนจะคุยด้วยครับ"
จิไรยะถอนหายใจเฮือกใหญ่ด้วยความเซ็ง
"เออๆ เข้าใจแล้ว"
เขาวางกระเป๋าลงอย่างจำใจแล้วเดินตามอันบุไปที่สำนักงานโฮคาเงะ
จิไรยะสูดลมหายใจเข้าลึกๆ ก่อนจะเคาะประตู
"เข้ามาได้" เสียงรุ่นที่ 3 ดังมาจากด้านใน
จิไรยะผลักประตูเข้าไปถามทันที
"อาจารย์ เรียกผมมามีธุระอะไรหรอครับ"
รุ่นที่ 3 มองหน้าลูกศิษย์แล้วพูดนิ่งๆ
"ฉันตั้งใจจะให้เธอทำหน้าที่เป็นโจนินครูฝึกน่ะ"
จิไรยะชี้หน้าตัวเองแบบไม่อยากจะเชื่อหู
"ผมเนี่ยนะ? จะให้ผมไปเป็นครูฝึกโจนินเนี่ยนะ!"
พอเขาจะอ้าปากปฏิเสธ รุ่นที่ 3 ก็สวนกลับทันควัน
"นี่คือภารกิจในฐานะโฮคาเงะ ไม่ใช่เรื่องที่จะมาต่อรองกันได้"
เห็นท่าทางจริงจังของอาจารย์ จิไรยะก็ได้แต่ยอมจำนน
รุ่นที่ 3 ยิ้มออกมาอย่างมีเลศนัย
"ถึงเวลาที่เธอจะได้รู้รสชาติแล้วล่ะว่าการเป็นครูมันยุ่งยากแค่ไหน"
พูดจบเขาก็ยื่นรายชื่อลูกศิษย์ให้
จิไรยะหยิบมาดู ในนั้นมีชื่อของ นามิคาเซะ มินาโตะ, เดไค และ ชิเงอากิ
"ก็ได้ ไม่มีปัญหา ผมไปล่ะนะอาจารย์"
รุ่นที่ 3 มองตามลูกศิษย์ที่เดินออกไป พอกำลังจะเริ่มจัดการเอกสารต่อ ก็มีเสียงเคาะประตูดังขึ้นอีกครั้ง
"เข้ามาได้"
เมื่อเห็นผู้ที่เดินเข้ามา รุ่นที่ 3 ก็เอ่ยทักทายอย่างอบอุ่น
"อ้าว ซาคุโมะเองหรอ มีธุระอะไรล่ะ"
ฮาตาเกะ ซาคุโมะเอ่ยความต้องการออกมาตรงๆ
"ผมอยากทำหน้าที่เป็นครูฝึกโจนิน ครับ"
รุ่นที่ 3 แอบยิ้มดีใจอยู่คนเดียว เพราะเขากำลังหาทางจับยูตะไปอยู่กับซาคุโมะพอดี แต่ดันเสนอตัวมาเองแบบนี้ก็เข้าทาง
"แล้วเธอเลือกศิษย์ไว้รึยังล่ะ"
ซาคุโมะพยักหน้า
"ผมอยากจะเป็นครูฝึกให้กับยูตะครับ"
ในใจของรุ่นที่ 3 นี่แทบจะตะโกนไชโยออกมา แต่ภายนอกเขายังคงทำท่าส่ายหน้าขรึมๆ
ซาคุโมะเห็นท่าทางแบบนั้นก็งง
"ท่านโฮคาเงะ ทำไมหรอครับ..."
รุ่นที่ 3 ยิ้มแล้วตอบกวนๆ
"จะเอาไปแค่คนเดียวได้ไงล่ะ กฎคือต้องรับไปทีเดียวสามคน"
ซาคุโมะถอนหายใจอย่างโล่งอก
"อ๋อ ถ้าเรื่องนั้นไม่มีปัญหาครับ"
พอยอมรับเงื่อนไข รุ่นที่ 3 ก็รีบยื่นรายชื่อที่เตรียมไว้ให้ทันที
ซาคุโมะดูรายชื่อแล้วก็รู้ตัวทันทีว่าโดนอาจารย์คนนี้ดัดหลังเข้าให้แล้ว
เขาได้แต่ยิ้มเจื่อนๆ พลางบ่น
"รุ่นที่ 3 ครับ นี่กะจะมัดมือชกให้ผมรับพวกเด็กแสบพวกนี้ไปตั้งแต่แรกอยู่แล้วใช่ไหมครับ"
รุ่นที่ 3 โบกมือปัดอย่างอารมณ์ดี
"จะใส่ใจเรื่องเล็กน้อยไปทำไมล่ะซาคุโมะ? ทั้งหมดนี้ก็เพื่อโคโนฮะของเราไม่ใช่หรอ"
ซาคุโมะได้แต่ยิ้มแห้งๆ แล้วเดินออกจากห้องไปอย่างเลี่ยงไม่ได้
พอแก้ปัญหาเรื่องของยูตะเสร็จ รุ่นที่ 3 ก็ดูอารมณ์ดีขึ้นมาก
เขาเอนหลังพิงเก้าอี้ หยิบไปป์ขึ้นมาสูบอย่างสบายใจ
"อีกไม่กี่ปี ตำแหน่งนี้ก็น่าจะส่งต่อให้จิไรยะได้แล้วล่ะนะ จะติดก็แค่โอโรจิมารุ..."
พอนึกถึงโอโรจิมารุ รุ่นที่ 3 ก็กลับมาปวดหัวอีกครั้ง เพราะเดิมทีเขาตั้งใจจะให้โอโรจิมารุรับช่วงต่อ
แต่ทว่า ตั้งแต่นาวากิตายไป ดูเหมือนโอโรจิมารุจะหมดความสนใจในตำแหน่งโฮคาเงะไปซะอย่างนั้น
คิดแล้วรุ่นที่ 3 ก็ได้แต่ถอนหายใจด้วยความกลัดกลุ้มอีกรอบ
ทางด้านยูตะ เขาไม่ได้รู้เรื่องการเมืองในหมู่บ้านเลยแม้แต่นิดเดียว
เขายังคงมุ่งมั่นฝึกฝนคาถาเทพสายฟ้าเหินอยู่ที่สนามฝึก
หลังจากฝึกหนักมาสามเดือนเต็ม ในที่สุดเขาก็เริ่มเชี่ยวชาญการประยุกต์ใช้คาถาในเบื้องต้นแล้ว
ยูตะหลับตาลงเพื่อรับรู้พิกัดในมิติ
ในชั่วพริบตา เขาก็เชื่อมต่อกับพิกัดอวกาศแล้วเทเลพอร์ตหายตัวไปทันที
เขาวาร์ปมาโผล่ที่ลานหน้าบ้านในพริบตา ทำเอาคุชินะที่ยืนอยู่ตรงนั้นถึงกับสะดุ้งสุดตัว
เธอมองยูตะด้วยความดีใจ
"นายทำสำเร็จแล้วหรอ!"
ยูตะพยักหน้าทีนึงแล้วก็ส่ายหน้าตาม
ทำเอาคุชินะงงเป็นไก่ตาแตก
"คือฉันเพิ่งจะเริ่มใช้งานมันได้น่ะ ยังห่างไกลจากการเอาไปใช้สู้จริงอีกเยอะ"
ยูตะไม่ได้ลำพองใจเกินไป เพราะเขารู้ดีว่าความสำเร็จนี้มาจากการที่มีตำราเทพของโทบิรามะคอยชี้แนะ
ทุกครั้งที่ล้มเหลว เขาสามารถกลับไปเปิดดูบันทึกเพื่อหาจุดผิดพลาดและแก้ไขได้ทันที