- หน้าแรก
- นารูโตะ : แข็งแกร่งขึ้นด้วยระบบสรุปรายวัน แถมยังโดนคุชินะตามจีบ
- บทที่ 10: ร่างกายอุสึมากิ
บทที่ 10: ร่างกายอุสึมากิ
บทที่ 10: ร่างกายอุสึมากิ
บทที่ 10: ร่างกายอุสึมากิ
ดันโซนั่งนิ่งอยู่บนเก้าอี้ จ้องมองโฮคาเงะรุ่นที่ 3 พลางเน้นย้ำทีละคำ
"เด็กกำพร้าจากตระกูลอุสึมากิคนนั้น ควรจะส่งมาให้หน่วยรากดูแลซะ!"
เมื่อได้ยินคำขอนี้ โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ก็สวนกลับทันควัน
"เอาสิ งั้นนายก็ลองไปขอท่านหญิงมิโตะดูสิ ดันโซ"
เขาจ้องมองดันโซด้วยสายตาหยอกล้อ ราวกับอยากรู้ว่าเพื่อนเก่าคนนี้จะใจกล้าพอรึเปล่า
ถ้าไม่ใช่เพราะยังมีงานสกปรกที่ต้องคอยพึ่งพา ฮิรุเซ็นคงจัดการดันโซไปนานแล้ว
เขาไม่มีทางยอมปล่อยให้เด็กคนนั้นมาวิ่งเล่นในกำมือของดันโซได้จริงๆ หรอก
สีหน้าของดันโซแข็งค้างไปทันทีที่ได้ยินชื่อนั้นแล้วเงียบกริบไป
ถ้าเขากล้าเข้าใกล้ท่านหญิงมิโตะจริงๆ ป่านนี้เขาจะยังนั่งหัวโด่อยู่ที่นี่งั้นหรอ
แววตาของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 เริ่มมืดมนลงก่อนจะพูดต่อ
"ดันโซ อย่าคิดว่าฉันไม่รู้เรื่องที่นายแอบทำไว้ในหน่วยอันบุนะ"
การที่หน่วยอันบุถูกกวาดล้างจนเหี้ยนขนาดนั้นมันน่าสงสัยเกินไป
คู่ต่อสู้แบบไหนกันถึงจะจัดการหน่วยอันบุฝีมือดีได้โดยที่พวกเขาส่งสัญญาณเตือนไม่ได้เลยสักคน
คุโมะงาคุเระอาจจะมีนินจาเก่งๆ อยู่ก็จริง แต่ดูจากฝีมือนินจาที่พวกมันส่งมาครั้งนี้แล้ว ไม่มีทางทำได้แน่
เขาเองก็สงสัยมานานแล้วว่าดันโซแอบฝังรากไว้ในอันบุ
เพราะตัวโฮคาเงะเองก็แอบวางสายตาไว้ในหน่วยรากของดันโซเหมือนกัน
พอโดนจี้จุด ใบหน้าของดันโซก็บิดเบี้ยวไปเล็กน้อย
"ฮิรุเซ็น ฉันทำทั้งหมดนี้ก็เพื่อโคโนฮะทั้งนั้น!"
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 แค่นหัวเราะให้กับคำแก้ตัวนั้นโดยไม่ตอบอะไร
เขาหยิบไปป์ขึ้นมาสูดลึกแล้วพ่นควันออกมาช้าๆ จนควันพวกนั้นกลายเป็นกำแพงกั้นสายตาระหว่างทั้งคู่
แสงแดดจากด้านหลังส่องลงมาจนเห็นเพียงเงาของดันโซที่ดูหมองหม่น
เมื่อเห็นว่าเผชิญหน้าต่อไปก็มีแต่จะแพ้ ดันโซจึงลุกขึ้นด้วยความไม่พอใจ
"ฮิรุเซ็น นายจะต้องเสียใจ!"
"ที่นี่... ฉันคือโฮคาเงะ"
เสียงประตูปิดลงดังปัง! ห้องทำงานโฮคาเงะกลับมาเงียบสงบอีกครั้ง
เหลือเพียงโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ที่ยืนนิ่งไร้อารมณ์โดยที่ไม่มีใครรู้ว่าเขากำลังคิดอะไรอยู่
ทางด้านดันโซที่เดินออกมา ความแค้นบนใบหน้าก็ยากจะปกปิดไว้ได้
'หนอย เจ้าลิง(ซารุ)... ถ้าตอนนั้นแกไม่ตัดหน้าฉันไปก้าวหนึ่งล่ะก็ ตำแหน่งโฮคาเงะคงเป็นของฉันไปแล้ว'
เหตุการณ์ในอดีตนั้นยังคงเป็นหนามทิ่มแท้ใจดันโซอยู่เสมอ เขาเกลียดความอ่อนแอของตัวเองในตอนนั้นที่สุด
พอนึกถึงเรื่องนี้ หน้าของเขาก็ยิ่งบิดเบี้ยวหนักขึ้น
ทว่าจู่ๆ เขาก็รีบเก็บอารมณ์ทั้งหมดแล้วก้มหัวทำความเคารพอย่างนอบน้อม
"ท่านหญิงมิโตะ"
อุซึมากิ มิโตะ ขานรับในลำคอเบาๆ แล้วเดินผ่านเขาเข้าห้องทำงานโฮคาเงะไป
เมื่อได้ยินเสียงประตูเปิด ฮิรุเซ็นก็เงยหน้ามอง
พอเห็นว่าเป็นใคร เขาก็รีบลุกขึ้นต้อนรับทันที
"ท่านหญิงมิโตะ มีธุระอะไรถึงมาที่นี่ด้วยตัวเองครับ เชิญนั่งก่อนครับ"
พูดจบเขาก็รีบรินชาให้เธอถ้วยหนึ่ง
ท่านหญิงมิโตะจิบชาเพียงเล็กน้อยก่อนจะเข้าเรื่อง
"ฉันมีเรื่องจะคุยด้วย... เกี่ยวกับคุชินะ"
สีหน้าของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 เคร่งขรึมขึ้นทันที
"เรื่องนั้นวางใจได้ครับ ผมจะเพิ่มกำลังคุ้มกันคุชินะให้แน่นหนากว่าเดิมแน่นอน"
มิโตะโบกมือปฏิเสธแล้วพูดต่อ
"แล้วยังมีเรื่องอื่นอีกไม่ใช่หรอ"
"เรื่องอื่นงั้นหรอครับ?" ฮิรุเซ็นขมวดคิ้วพลางนึกว่าลืมอะไรไปรึเปล่า
ท่านหญิงมิโตะจึงค่อยๆ พูดออกมา
"ยูตะปกป้องคุชินะเอาไว้ได้ แถมยังช่วยไม่ให้โคโนฮะต้องสูญเสียไปมากกว่านี้ ถ้าจะนับเป็นภารกิจ อย่างน้อยก็น่าจะเป็นระดับ A เลยนะ หมู่บ้านจะไม่คิดจะขอบคุณเด็กคนนั้นหน่อยหรอ"
ในที่สุดฮิรุเซ็นก็ถึงบางอ้อ เขาหลงลืมเรื่องนี้ไปจริงๆ
ตามระเบียบแล้วมันอาจจะไม่เข้าข่าย แต่เขาก็ต้องให้เกียรติท่านหญิงมิโตะ
"ถ้าอย่างนั้น ท่านหญิงคิดว่า..." เขาโยนหินถามทางกลับไป
ท่านหญิงมิโตะมองเขาแล้วยิ้มเยาะ
"นายนี่มันลิงเจ้าเล่ห์จริงๆ เอาอย่างนี้เป็นไง ให้ยูตะเลือกวิชาจากคัมภีร์สะกด (คัมภีร์ต้องห้าม) ไปฝึกสักวิชาหนึ่ง"
พอได้ยินคำขอ ฮิรุเซ็นก็เริ่มลังเล
"แบบนั้นมันจะมากไปหน่อยรึเปล่าครับ..."
มิโตะสวนกลับทันที
"งั้นเจ้าลิงน้อยอย่างนายคิดว่าแบบไหนถึงจะดีล่ะ"
ฮิรุเซ็นสูดหายใจลึกแล้วเสนอทางออกประนีประนอม
"ท่านหญิงมิโตะครับ วิชาในคัมภีร์นั้นบางอย่างมันอันตรายเกินไป เอาเป็นว่าผมจะคัดเลือกวิชาบางส่วนออกมา แล้วให้ยูตะเป็นคนเลือกเอง แบบนี้ท่านคิดว่ายังไงครับ?"
ท่านหญิงมิโตะวางถ้วยชาลงแล้วพยักหน้า
"ตกลง เอาตามที่นายว่าแล้วกัน"
หลังจากการเจรจา พวกเขาตัดวิชาที่เสี่ยงเกินไปอย่างคาถาสัมพเวสีคืนชีพออกไป และเหลือวิชาที่ค่อนข้างปลอดภัยอย่าง คาถาเทพสายฟ้าเหิน และ คาถาร่างแยกเงาสารพัดร่าง เอาไว้
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 รวบรวมวิชาเหล่านั้นลงม้วนคัมภีร์แล้วมอบให้มิโตะ
หลังจากมิโตะรับคัมภีร์แล้วเดินจากไป... ยูตะที่นอนตื่นสายในรอบหลายวันก็เพิ่งจะลืมตาตื่น
เงินรางวัลจากระบบของเมื่อวานก็ถูกส่งมาถึงพอดี
[สังหารโจนินพิเศษด้วยการวางกับดัก รางวัล: ความเชี่ยวชาญด้านการวางกับดัก]
[สังหารโจนินพิเศษด้วยคาถาลม: กระสุนสุญญากาศ รางวัล: ความชำนาญเพิ่มขึ้นจากระดับเชี่ยวชาญเป็นระดับผู้เชี่ยวชาญ]
[เปลี่ยนโชคชะตาการถูกลักพาตัวของคุชินะ รางวัล: ร่างกายของตระกูลอุสึมากิ]
เมื่อเห็นรางวัล ยูตะก็ถึงกับอึ้งไปเลย
'ดูเหมือนฉันต้องทำความเข้าใจระบบนี้ใหม่ซะแล้วแฮะ'
ตอนแรกเขาคิดว่าระบบนี้แค่ช่วยเร่งการฝึกฝนเฉยๆ
ไม่นึกเลยว่าการเปลี่ยนโชคชะตาของคนอื่น จะทำให้ได้รับรางวัลที่เกี่ยวข้องกับคนๆ นั้นด้วย สมกับชื่อระบบชำระบัญชีรายวันจริงๆ
จากนั้นเขาก็เลือกรับรางวัลทันที
รางวัลแรกช่วยให้เขาเข้าใจการวางกับดักอย่างทะลุปรุโปร่ง ซึ่งช่วยในการตรวจจับกับดักศัตรูได้ดีมาก
รางวัลที่สองก็ช่วยอัปเกรดนินจุทสึของเขาให้แกร่งขึ้น
แต่รางวัลที่สามนี่แหละคือทีเด็ดที่สุด
ร่างกายของตระกูลอุสึมากิ! นั่นหมายความว่าต่อจากนี้ไป ยูตะจะไม่ต้องกังวลเรื่องปริมาณจักระไม่พอใช้ในการต่อสู้หรือฝึกฝนอีกต่อไป!
เขาเลือกรับรางวัลด้วยความตื่นเต้นสุดขีด
แต่ความเจ็บปวดตอนเปลี่ยนร่างมันไม่ได้รุนแรงเหมือนในนิยายที่เขาเคยอ่านมา กลับกันมันให้ความรู้สึกอบอุ่นและนุ่มนวลแทน
ยูตะรู้สึกถึงกระแสความร้อนที่กำลังปรับเปลี่ยนร่างกายเขาอย่างต่อเนื่อง
หน้าจอระบบแจ้งว่าร่างกายอุสึมากิกำลังผสานเข้ากับร่างของเขา และน่าจะใช้เวลาประมาณหนึ่งวัน
ขณะที่เขากำลังดูว่าระบบมีฟังก์ชันอื่นอีกไหม เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้นจากด้านนอก
"ยูตะ! รีบมาเปิดประตูเร็วเข้า" เสียงคุชินะตะโกนเรียกมาแต่ไกล
ยูตะเดินไปเปิดประตูทันที "คุชินะ วันนี้เธอมาทำไ-..."
พอเปิดประตูออกมาเห็นว่ามีใครยืนอยู่ด้วย เขาก็กลืนคำพูดที่เหลือลงคอไปทันที
"ท่านหญิงมิโตะ! ทำไมท่านถึงมาที่นี่ด้วยล่ะครับ"
ยูตะรีบทำความเคารพอย่างสุภาพ
ท่านหญิงมิโตะยิ้มให้อย่างอ่อนโยน
"ยูตะจัง ไม่ต้องพิธีรีตองขนาดนั้นก็ได้ ครั้งนี้ฉันตั้งใจมาขอบใจเธอน่ะ"
พูดจบเธอก็ยื่นม้วนคัมภีร์ให้ยูตะ
"นี่คือรางวัลจากโคโนฮะเพื่อตอบแทนที่นายปกป้องคุชินะเอาไว้ หลังจากเลือกวิชาที่ชอบได้แล้วมาหาฉันนะ ฉันจะพานายไปที่บ้านของฮิรุเซ็นเพื่อรับรางวัล"
ยูตะรับคัมภีร์มา "ขอบคุณมากครับท่านหญิงมิโตะ"
ท่านหญิงมิโตะยิ้มกว้างกว่าเดิม
"เด็กน้อยเอ๋ย ฉันต่างหากที่ต้องเป็นฝ่ายขอบคุณเธอ"
จากนั้นเธอก็ยื่นม้วนคัมภีร์ให้อีกม้วน
"อันเมื่อกี้มาจากหมู่บ้าน แต่อันนี้เป็นของขวัญจากฉันในนามของตระกูลอุสึมากิ"
ยูตะทำท่าจะปฏิเสธ แต่ท่านหญิงมิโตะขัดขึ้นซะก่อน
"ฉันให้ก็รับไปเถอะ ไม่รู้รึไงว่าไม่ควรปฏิเสธของขวัญจากผู้ใหญ่น่ะ"
พูดจบเธอก็ยัดม้วนคัมภีร์ใส่มือยูตะทันที