บทที่ 5: ปัญหา
บทที่ 5: ปัญหา
บทที่ 5: ปัญหา
ดวงตาของคุชินะโค้งปิดเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวด้วยความดีใจที่เห็นยูตะตอบรับคำเชิญ ความจริงเธอก็แค่ลองชวนดูเล่นๆ ไม่ได้คิดว่าเขาจะตกลงจริงๆ เลยรู้สึกเซอร์ไพรส์อยู่ไม่น้อย คุณยายมิโตะบอกให้เธอหาเพื่อนที่โรงเรียนเยอะๆ แล้วแบบนี้จะถือว่ายูตะเป็นเพื่อนคนแรกได้รึเปล่านะ
เธอเอื้อมมือไปคว้าแขนยูตะไว้เบาๆ แล้วเดินเคียงข้างกันออกไป ยูตะสะดุ้งนิดหน่อยที่จู่ๆ ก็โดนจู่โจม แต่เขาก็ยอมปล่อยให้เธอเดินนำทางไปแต่โดยดี
ไม่นานทั้งคู่ก็เดินมาถึงหน้าประตูโรงเรียน คุชินะยังคงชวนคุยเจื้อยแจ้ว
"นี่ ยูตะ นายชอบกินอะไรเป็นพิเศษหรอ"
แต่แล้วแขกที่ไม่ได้รับเชิญก็ปรากฏตัวขึ้น ชายสวมผ้าคาดหน้าผากนินจานำทีมมาพร้อมกับโชมารุและพวกอีกสองสามคน พุ่งเข้ามาขวางทางยูตะกับคุชินะทันที
ยูตะมองกลุ่มคนที่ดูท่าทางจะมาหาเรื่อง เขาค่อยๆ ดึงคุชินะไปไว้ข้างหลังแล้วถามนิ่งๆ
"มีธุระอะไรไม่ทราบ"
นินจาคนนั้นชื่อว่า โอคามิ เป็นเกะนินจบใหม่และยังเป็นลูกพี่ลูกน้องของโชมารุด้วย ปกติหมอนี่ชอบโม้ให้โชมารุฟังเรื่องภารกิจที่ทำสำเร็จ แถมยังอ้างว่าเคยไปลุยแนวหน้ามาแล้วซะด้วยซ้ำ แต่ความจริงคือเขาแค่ไปช่วยงานจิปาถะอยู่ฝ่ายเสบียงแค่เดือนเดียว และยังไม่เคยเห็นนินจาศัตรูเลยแม้แต่เงา ถึงอย่างงั้น คำโม้ของเขาก็หลอกโชมารุได้สนิทใจ
นั่นเป็นเหตุผลที่โชมารุกล้ากร่างในโรงเรียน แน่นอนว่าโชมารุเองก็เลือกเหยื่อ เขาจะแกล้งเฉพาะพวกเด็กพลเรือนที่ดูอ่อนแอเท่านั้น แต่กับพวกเด็กตระกูลใหญ่ หรือพวกเก่งๆ อย่างยูตะกับมินาโตะ เขาก็ยังเกรงใจอยู่บ้าง การที่โชมารุรวบรวมลูกน้องได้ ก็เพราะเขาชอบเอาชื่อลูกพี่ลูกน้องที่เป็นนินจามาข่มอยู่เสมอ แต่คราวนี้แผนเดิมๆ ของเขากลับใช้ไม่ได้ผลกับคุชินะ
เพื่อกู้หน้าที่เสียไป เขาเลยระดมเงินกับพวกพ้องได้ 500 เรียว ไปจ้าง โอคามิ ลูกพี่ลูกน้องของเขาให้มาช่วยจัดการ
พอโอคามิ ได้ยินว่าเป้าหมายเป็นแค่เด็กใหม่ที่ยังเรียนไม่จบ เขาก็รับงานทันที เพราะโดยปกติแล้วภารกิจระดับล่างอย่างการไปจับแมว ก็ได้เงินตั้ง 5,000 เรียวแล้ว แต่เงินพวกนั้นต้องโดนโจนินผู้ควบคุมทีมหักหัวคิวไปอีก จนเหลือถึงมือเขาไม่กี่พันเรียว การมาจัดการเด็กประถมแล้วได้เงินง่ายๆ แบบนี้ สำหรับเขาแล้วมันเหมือนลาภลอยชัดๆ
โอคามิ เดินอาดๆ เข้ามาหา ยูตะก่อนจะตะคอกใส่
"ไอ้หนู วันนี้ไม่ใช่ธุระของแก ถ้าไม่อยากเจ็บตัวก็ไสหัวไปซะ"
พูดจบ เขาก็ไม่ลืมที่จะขยับผ้าคาดหน้าผากให้เข้าที่ เพื่อโชว์ฐานะนินจาของตัวเอง ยูตะเค่นยิ้มเยาะกลับไป
"จู่ๆ ก็มาขวางทางคนอื่น แล้วนี่ยังคิดจะรังแกเด็กอีกหรอ"
โอคามิ เริ่มรู้สึกประหม่าแปลกๆ เมื่อเห็นท่าทางที่ดูมั่นใจเกินเด็กของยูตะ เขาเลยหันไปส่งสายตากับโชมารุ มันเป็นรหัสลับที่ถามว่า เจ้าเด็กนี่มันมีเบื้องหลังอะไรที่แตะต้องไม่ได้รึเปล่า
โชมารุลังเลไปครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าให้ ในใจคิดว่ายูตะจะเก่งแค่ไหนก็แค่เด็กนักเรียน จะไปสู้เกะนินตัวจริงอย่างลูกพี่ลูกน้องของเขาได้ยังไง
โอคามิ พอเห็นสัญญาณไฟเขียวก็แสยะยิ้ม หักนิ้วมือจนเสียงดังกร๊อบ
"หนอย... ในเมื่อแกอยากจะโง่หาเรื่องเจ็บตัวนัก ฉันก็จะอัดแกให้หมอบไปพร้อมกันเลย!"
จังหวะนั้นคุชินะพยายามจะดันยูตะไปข้างหลังเพื่อปกป้องเขา โอคามิ เห็นแบบนั้นก็หัวเราะร่า
"ไม่ต้องแย่งกันหรอ เดี๋ยวฉันจะจัดให้หนักทั้งคู่นั่นแหละ!"
โชมารุและลูกสมุนต่างพากันส่งเสียงเชียร์ลูกพี่ของตัวเอง
ขณะเดียวกัน โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ที่ซ่อนตัวอยู่ในเงามืดก็จ้องดูเหตุการณ์อย่างใกล้ชิด เขาอยากเห็นนักว่ายูตะจะแก้ปัญหานี้ยังไง
ยูตะวางมือบนไหล่คุชินะเบาๆ แล้วกระซิบบอก
"ฉันจัดการเอง"
เขามองไปที่ โอคามิ ด้วยสายตาดูแคลน
"จะอัดฉันงั้นหรอ? อยากรู้จริงๆ ว่าคนกระจอกอย่างแกจะมีปัญญาทำได้รึเปล่า!"
"หนอย... แกนะแก!"
โอคามิ ฟิวส์ขาดที่โดนเด็กถอนหงอก เขารีบพุ่งเข้าไปกะจะสั่งสอนยูตะทันที
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 รีบส่งสัญญาณให้หน่วยอันบุเตรียมพร้อมแทรกแซงถ้าพลาดยูตะท่า ถึงในใจลึกๆ เขาจะเชื่อว่ายูตะไม่มีทางแพ้ก็เถอะ สำหรับเขา คุชินะคือว่าที่ร่างสถิตเก้าหาง ส่วนยูตะก็มีพรสวรรค์ไม่ด้อยไปกว่าสามนินจาในตำนานเลย ส่วนเจ้าเกะนินนั่นน่ะ... ถ้าชาตินี้มันเลื่อนขั้นเป็นจูนินได้ก็นับว่าปาฏิหาริย์แล้ว
หมัดของ โอคามิ พุ่งตรงเข้าใส่ใบหน้าของยูตะอย่างแรง ยูตะเห็นแบบนั้นก็ได้แต่ถอนหายใจกับท่าโจมตีที่เต็มไปด้วยช่องโหว่
ในสายตาของเขา การเคลื่อนไหวของ โอคามิ มันช้าและดูออกง่ายชะมัด ยูตะเบี่ยงตัวหลบหมัดนั้นได้อย่างนิ่งๆ ก่อนจะสวนกลับด้วยการใช้สันมือฟาดเข้าที่คางของ โอคามิ เต็มแรง
พึ่บ! โอคามิ หน้าหงาย โลกทั้งใบหมุนคว้างก่อนที่สติจะดับวูบแล้วล้มตึงลงไปกองกับพื้น
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 เห็นภาพนั้นก็ถึงกับพูดออกมา
"วัยรุ่นสมัยนี้ร่างกายดีจังเลยนะ จู่ๆ ก็หลับกลางอากาศซะงั้น"
ยูตะหันไปมองโชมารุและพวกที่เหลือ ยังไม่ทันที่เขาจะได้อ้าปากพูดอะไร เจ้าพวกนั้นก็พากันโกยแน่บหายไปในพริบตา ยูตะถึงกับเซ็ง
"เฮ้อ... ทิ้งเพื่อนร่วมทางไว้แบบนี้เลยหรอเนี่ย"
เขากับคุชินะหันมาสบตากันด้วยความมึนตับ
ไม่นานนัก หน่วยอันบุที่ปลอมตัวเป็นตำรวจนินจาโคโนฮะก็โผล่มาถูกจังหวะ
"คนคนนี้พวกเราจะจัดการต่อเอง"
เห็นนินจาเจ้าหน้าที่มาดูแล ยูตะกับคุชินะก็โล่งอก คุชินะจูงมือยูตะแล้วเดินมุ่งหน้าไปที่บ้านต่อ ระหว่างทางเธอก็เอาแต่พร่ำชมไม่หยุด
"ยูตะ นายสุดยอดไปเลย! ทำได้ยังไงน่ะ!"
เธอเคลิ้มมองเขาด้วยสายตาที่เต็มไปด้วยความชื่นชมจนความประทับใจพุ่งปรี๊ดทะลุปรอท
ทางด้านอันบุตรวจสอบอาการของ โอคามิ ที่หมดสติอยู่ และพบว่าชีวิตของเขาไม่ตกอยู่ในอันตราย พวกเขาเลยลากหมอนั่นไปกองไว้ข้างทางเพื่อไม่ให้ขวางถนน
ส่วนคะแนนในใจของโฮคาเงะรุ่นที่ 3 ที่มีต่อยูตะก็พุ่งสูงขึ้นอีกระดับ กล้าหาญ ปกป้องเพื่อนพ้อง และฝีมือฉกาจ... เป็นเด็กที่เยี่ยมจริงๆ
ในที่สุด ยูตะและคุชินะก็มาถึงบ้านของเธอ ทันทีที่ก้าวเข้าบ้าน คุชินะก็ตะโกนเสียงใส
"กลับมาแล้วค่า!"
ยูตะมองเห็นหญิงชราท่าทางใจดีเดินออกมาหา เธอมองมายูตะแล้วหันไปยิ้มให้คุชินะ
"อ้าว แม่หนูคุชินะ ไปโรงเรียนวันแรกก็ได้เพื่อนกลับมาบ้านเลยหรอจ๊ะ"
คุชินะพยักหน้ารับอย่างร่าเริง อุสึมากิ มิโตะ เหลือยมองยูตะแวบหนึ่งก่อนจะบอกว่า
"เดี๋ยวฉันไปเตรียมมื้อเย็นให้ก่อนนะ พวกเธอไปหาอะไรเล่นรอไปก่อนแล้วกัน"
คุชินะหันมาชวนยูตะทันที
"นี่ ยูตะ นายต้องฝึกซ้อมไม่ใช่หรอ? เราไปฝึกด้วยกันเถอะ"
ยูตะลังเลนิดหน่อยก่อนจะตกลง เพราะวิธีการฝึกของเขาไม่ใช่ความลับอะไร เขาพาคุชินะไปที่สระน้ำในสวนหลังบ้าน
"นี่คือบททดสอบแรกที่ฉันทำเป็นประจำน่ะ"
คุชินะมองลงไปในน้ำแล้วถามงงๆ
"นายจะลงไปว่ายน้ำหรอ"
พูดจบเธอก็หน้าแดงแปร๊ดขึ้นมาดื้อๆ ซะอย่างนั้น ยูตะทำหน้าเซ็งๆ ก่อนจะอธิบาย
"ฉันจะฝึกเดินบนน้ำต่างหาก"
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึงของคุชินะ ยูตะรีดเร้นจักระไว้ที่ฝ่าเท้าแล้วก้าวเดินลงไปบนผิวน้ำอย่างมั่นคง คุชินะเห็นแบบนั้นก็ร้องถามด้วยความตื่นเต้น
"ยูตะ! ทำได้ยังไงน่ะ สอนฉันบ้างสิ!"