- หน้าแรก
- นารูโตะ : แข็งแกร่งขึ้นด้วยระบบสรุปรายวัน แถมยังโดนคุชินะตามจีบ
- บทที่ 3: บทเรียน
บทที่ 3: บทเรียน
บทที่ 3: บทเรียน
บทที่ 3: บทเรียน
พวกที่ชอบแอบสับปะงกในห้องเรียนคงซึ้งดีว่าเวลาจะผ่านไปไวเหมือนโกหกตอนที่เราหลับ ผ่านไปไม่นาน พอครูสั่งเลิกชั้นเรียน ยูตะกับคุชินะก็สะดุ้งตื่นขึ้นมาพร้อมกัน
ยูตะเหลือบไปมองพวกที่เคยด่าเขา ซึ่งยังคงป้วนเปี้ยนไม่ไปไหน เขาลุกขึ้นยืนเดินตรงเข้าไปหาคนพวกนั้นทันที ก่อนจะเอ่ยปากนิ่งๆ ว่า
"ออกมานี่หน่อย"
เจ้าพวกนั้นถึงกับคอหด นั่งตัวลีบติดเก้าอี้ไม่กล้าขยับ ราวกับนกกระทาที่กำลังกลัวภัย เห็นท่าทางแบบนั้น ยูตะเลยเค่นยิ้มเยาะเย้ย
"ถ้าไม่กล้าจริง วันหลังก็อย่ามาพูดเรื่องไร้สาระแบบนี้อีก"
พอพูดเสร็จ เขาก็ยื่นมือไปตบหน้าพวกนั้นเบาๆ ต่อหน้าคนอื่นที่มองดูอยู่... ก่อนจะเดินกลับมานั่งที่เดิม พอเขากลับมานั่ง คุชินะก็หันมาบอกเขาว่า
"ขอบคุณมากนะ"
ยูตะมองเธอด้วยความงงจนต้องถามออกไป
"ขอบคุณเรื่องอะไรหรอ"
คุชินะตอบด้วยน้ำเสียงจริงใจ
"ก็ขอบคุณที่ช่วยฉันจากสถานการณ์ลำบากเมื่อกี้ไง"
ยูตะส่ายหัวแล้วตอบปัดไป
"คนพวกนั้นเสียงดังเกินไปน่ะ รบกวนการนอนของฉัน"
ใบหน้าเล็กๆ ของคุชินะเต็มไปด้วยความมุ่งมั่น
"ถึงอย่างงั้น ฉันก็ยังอยากขอบคุณเธออยู่ดี"
ยูตะส่ายหัวอีกรอบ
"ถ้าอยากขอบคุณก็ตามใจ แต่ฉันจะกินข้าวแล้ว"
พูดจบเขาก็หยิบกล่องเบนโตะที่เตรียมมาเปิดกินทันที คุชินะมองกล่องข้าวในมือเขาด้วยความสงสัย
"นี่เราต้องเตรียมอาหารมาเองหรอ"
พอเห็นว่าเธอทำหน้ามึน ยูตะเลยช่วยอธิบายให้
"ก็แหงล่ะ โรงเรียนไม่มีอาหารจัดไว้ให้หรอกนะ"
หน้าของคุชินะหมองลงทันที ถึงเธอจะเป็นเจ้าหญิงแห่งตระกูลอุสึมากิและไม่ได้ถูกตามใจเป็นพิเศษ แต่เรื่องพื้นฐานอย่างเสื้อผ้าหรืออาหารการกินก็มีคนคอยจัดการให้มาตลอด เธอถอนหายใจออกมาเบาๆ พลางคิดในใจว่า วันนี้คงต้องทนหิวซะแล้ว
ในเวลาเดียวกัน อุสึมากิ มิโตะ ที่อยู่ที่บ้าน ก็เพิ่งเหลือบไปเห็นกล่องเบนโตะที่วางทิ้งไว้ เธอตบหน้าผากตัวเองเบาๆ
"เฮ้อ ฉันนี่ก็แก่จนขี้หลงขี้ลืมจริงๆ ป่านนี้แม่หนูคุชินะคงหิวแย่เลย"
ตัดกลับมาที่โรงเรียนนินจา คุชินะเห็นยูตะกินข้าวอย่างเอร็ดอร่อยจนเผลอกลืนน้ำลายตาม เธอจ้องมองเขาด้วยสายตาละห้อย พอคิ้วของยูตะเริ่มขมวดเมื่อเห็นว่าข้าวในกล่องยังเหลืออยู่อีกเยอะ เพราะวันนี้เขาดันทำมาเผื่อมากเกินไป ถ้าทิ้งไปเฉยๆ ก็คงเสียดาย แถมเขาก็ไม่อยากเก็บไว้กินเป็นของเหลือตอนเย็นด้วย
จังหวะนั้นเขารู้สึกได้ว่ามีคนจ้องอยู่ พอหันไปก็เจอคุชินะที่มองตามตาเป็นมัน ยูตะเลยนึกอะไรบางอย่างขึ้นมาได้
"เธอไม่ได้เอาข้าวกลางวันมาหรอ"
คุชินะพยักหน้าหงึกๆ มองเขาด้วยความหวัง ยูตะยื่นกล่องเบนโตะส่งให้แบบเกร็งๆ
"มันยังเหลืออยู่นิดหน่อย เธอจะลองชิมดูไหมล่ะ"
ตาของคุชินะเป็นประกายขึ้นมาทันที เธอกำลังจะเอื้อมมือไปคว้ากล่องข้าว แต่ยูตะกลับชักมือกลับแล้วชูนิ้วขึ้นมานิ้วหนึ่ง
"แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง"
คุชินะรีบถามทันควัน
"อะไรหรอ"
ยูตะพูดออกมานิ่งๆ
"กินเสร็จแล้ว ช่วยล้างกล่องเบนโตะนี้ให้สะอาดด้วย"
คุชินะพยักหน้ารับรัวๆ เหมือนลูกไก่จิกอาหาร
"ไม่มีปัญหา"
พูดเสร็จเธอก็รีบรับกล่องข้าวจากมือยูตะไปทันที
ขณะเดียวกัน โฮคาเงะรุ่นที่ 3 ที่เฝ้ามองเหตุการณ์อยู่ห่างๆ ก็อุทานออกมา
"เป็นเด็กที่นิสัยดีจริงๆ ช่วยให้เพื่อนใหม่ปรับตัวได้ไว แถมยังแบ่งข้าวให้เพื่อนกินตอนที่เห็นว่าเขาหิวอีก"
โฮคาเงะรุ่นที่ 3 หันหลังกลับพลางคิดในใจอย่างแน่วแน่
"เด็กดีแบบนี้ จะยอมให้ดันโซเอาตัวไปไม่ได้เด็ดขาด"
ถึงอย่างงั้นเขาก็เริ่มปวดหัวว่าจะให้ใครมาเป็นอาจารย์ดี
"จิไรยะหรอ ไม่สิ หรือจะเป็นซึนาเดะดี ก็ยังไม่ใช่"
หลังจากนั่งคิดนอนคิด เขารู้สึกว่ามีแค่ฮาตาเกะ ซากุโมะ กับโอโรจิมารุเท่านั้นที่พอจะพึ่งพาได้
"ช่างเถอะ ไว้ค่อยคิดอีกทีแล้วกัน"
ทางด้านคุชินะพอกินเสร็จก็เดินมาถามยูตะว่าจะไปล้างกล่องข้าวได้ที่ไหน ยูตะชี้ทางบอกเธอว่าล้างเสร็จแล้วให้เอามาวางไว้ที่โต๊ะของเขา คุชินะมองตามแล้วเห็นอ่างล้างน้ำพอดี เธอจึงเดินไปล้างจานเพียงลำพัง ส่วนยูตะก็หามุมเงียบๆ เพื่อฝึกควบคุมจักระต่อ ถึงจักระส่วนเกินจะถูกเก็บไว้ในพื้นที่ระบบอยู่แล้ว แต่พอว่างเขาก็เลยถือโอกาสฝึกฝนซะเลย
จังหวะนั้นเอง เจ้ากลุ่มที่หาเรื่องเมื่อเช้าก็สบตากัน แล้วเดินเข้าไปล้อมคุชินะที่เพิ่งล้างกล่องข้าวเสร็จ หัวหน้ากลุ่มจ้องหน้าคุชินะแล้วเยาะเย้ย
"ยัยมะเขือเทศ คราวนี้มาดูซิว่าใครจะมาช่วยเธอได้อีก"
คนอื่นๆ ในกลุ่มก็ทำหน้าตานักเลงใส่ คนพวกนี้เก่งแต่รังแกคนที่อ่อนแอกว่า พอโดนยูตะสั่งสอนเข้าหน่อยก็ไม่กล้าหือ แต่ดันกลับมาระบายอารมณ์ใส่คนที่ตัวเองเคยแกล้งแทน แต่น่าเสียดายที่คราวนี้พวกมันหาเรื่องผิดคน เพราะคุชินะคือเจ้าหญิงแห่งตระกูลอุสึมากิ
คุชินะมีสายเลือดนินจาที่บริสุทธิ์มาก ลำพังแค่พวกเด็กเกเรที่ยังใช้คาถาพื้นฐานไม่เป็นน่ะ ไม่ใช่คู่มือเธอเลย คุชินะที่เหม็นขี้หน้าพวกนี้มานานไม่รอช้า เธอเปิดฉากอัดพวกนั้นจนระบมไปทั้งตัว เธอสะบัดข้อมือเบาๆ ทำหน้าตายแล้วพูดขู่
"ถ้าพวกแกกล้ามาหาเรื่องฉันอีกละก็..."
แล้วเธอก็ชูหมัดขึ้นมาต่อหน้าพวกนั้น พอเห็นแบบนั้น พวกเด็กแสบก็พากันร้องไห้จ้าแล้ววิ่งหนีไปทันที สงสัยครั้งนี้คุชินะคงสร้างบาดแผลในใจให้พวกนั้นไปอีกนาน
คุชินะมองตามหลังพวกนั้นไปพลางส่ายหัวอย่างเพลียๆ ก่อนจะเดินกลับห้องเรียนพร้อมกล่องเบนโตะที่สะอาดเอี่ยม พอกลับมาวางกล่องไว้ที่โต๊ะตามที่ยูตะบอก เธอก็พบว่าเขาไม่อยู่ที่ห้องแล้ว เธอเลยได้แต่นั่งรออยู่ที่เก้าอี้ด้วยความเบื่อหน่าย
ในขณะเดียวกัน เจ้าพวกเด็กเกเรที่โดนอัดก็รีบวิ่งไปฟ้องครูประจำชั้นทันที ครูประจำชั้นได้ยินเรื่องราวแล้วก็อดจะขำปนสมเพชไม่ได้
"อะไรนะ พวกเธอสี่คนโดนเด็กผู้หญิงที่เพิ่งย้ายมาใหม่คนเดียวรุมอัดมางั้นหรอ"
พวกเด็กแสบพยักหน้ารับรัวๆ ครูประจำชั้นชี้ไปที่หัวตัวเองแล้วพูดสวนกลับไป
"พวกเธอเห็นครูโง่รึเปล่า ผู้ชายสี่คนโดนผู้หญิงคนเดียวรุมเนี่ยนะ"
พอเห็นพวกนั้นจะเถียง ครูเขาก็โบกมือไล่ให้ไปไกลๆ เขาก็เบื่อเจ้าเด็กพวกนี้เต็มทีเหมือนกัน วันๆ เอาแต่สร้างเรื่อง ผลการเรียนก็น่าปวดหัว พอโทรไปหาผู้ปกครองก็ได้ยินแต่คำว่า 'เด็กก็งี้แหละ' โดนอัดซะบ้างก็ดี ถือว่าเป็นผลงานชิ้นแรกของนักเรียนใหม่เลยแล้วกัน
ยูตะที่ฝึกจักระเสร็จก็เดินกลับเข้าห้องมาจิบน้ำ เขาเห็นคุชินะนั่งอยู่ที่เดิมเลยช่วยเตือนด้วยความหวังดี
"ช่วงบ่ายเป็นการฝึกภาคปฏิบัตินะ เราต้องออกไปที่สนาม"
คุชินะสะดุ้งเล็กน้อยก่อนจะตอบรับ เธอขอบคุณเขาแล้วรีบเดินตามออกไปที่สนามเด็กเล่น ทั้งคู่เดินมาถึงสนาม ยูตะก็หามุมสงบๆ เพื่อนั่งรอเวลาเรียน คุชินะเดินตามมาแล้วพูดขึ้นว่า
"ขอบคุณสำหรับข้าวเที่ยงอีกครั้งนะ"
ยูตะโบกมือบอกว่าไม่เป็นไรเรื่องเล็กน้อย จังหวะนั้น คุชินะก็หลุดถามสิ่งที่ค้างคาใจมาตั้งแต่เช้า
"เอ่อ... นายคิดยังไงกับสีผมของฉันหรอ"
เพราะโดนล้อมาทั้งเช้าทำให้เธอเริ่มไม่มั่นใจ ยูตะเหลือบมองเธอแวบหนึ่งก่อนจะตอบ
"ฉันว่ามันก็สวยดีนะ"
เขาไม่ได้พูดเอาใจ แต่เขารู้สึกแบบนั้นจริงๆ คุชินะสัมผัสได้ถึงความจริงใจและเจตนาดีของยูตะ ถึงเธอจะไม่มีเนตรจิตสัมผัสคางุระ แต่เธอก็รู้ว่าใครหวังดีกับเธอ จู่ๆ หน้าเล็กๆ ของเธอก็แดงระเรื่อ ครางตอบรับในลำคอเบาๆ ก่อนที่คุชินะจะถามต่อ
"เอ่อ... นายชื่ออะไรหรอ"
"ยูตะ แล้วเธอล่ะ"
"คุชินะ"