- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!
ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!
ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!
ยามอยู่ที่หอพัก เมื่อได้ยินว่าซูหานสั่งสอนคนของกลุ่มพันธมิตรเกาไปเล็กน้อย หลินชิงเหยาก็รู้สึกตื่นเต้นพึงพอใจเป็นอย่างมาก
ปล่อยให้พวกคนของกลุ่มพันธมิตรเกามันกร่างกันไปเถอะ
ในที่สุดตอนนี้ก็โดนคนสั่งสอนเข้าให้แล้ว
เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของหลินชิงเหยาเป็นประกายวาววับ ซูหานก็พยักหน้าพลางเอ่ยขึ้น
"คนของกลุ่มพันธมิตรเกาต้องการให้ข้าเข้าร่วม แถมยังยื่นเงื่อนไขว่าทรัพยากรที่ข้าหามาได้ รวมถึงแต้มผลงาน ต้องแบ่งให้พวกเขาหกส่วน"
"ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรเกาเนี่ย เกรงว่าคงมีแต่คนโง่เท่านั้นกระมังที่ยอมเข้าร่วม?"
ซูหานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ
ใบหน้าของหลินชิงเหยาเย็นชาลงอย่างยิ่ง
"ช่างฝันเฟื่องเสียจริง"
"เกาเฟิงเป็นถึงศิษย์อันดับหนึ่งของสายนอก มีสายเลือดกระบี่วิญญาณระดับสี่ขั้นต้นติดตัว ก็เลยลำพองใจจนตัวลอย"
"ได้ยินว่าสายเลือดของเขา ทำให้เขามีความเข้าใจในวิถีกระบี่ที่น่าทึ่งมาแต่กำเนิด ดังนั้นแม้เกาเฟิงจะยังไม่เข้าสู่สายใน แต่ก็ถูกคนของยอดเขาเทียนเจี้ยนหมายตาไว้แล้ว"
"บวกกับปู่ของเขาคือเกาฉยงที่เป็นผู้อาวุโสใหญ่ศิษย์สายนอก เขาเลยทำอะไรอวดดี บ้าอำนาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย"
"ยอดเขาเทียนเจี้ยน?"
ซูหานชะงักไปเล็กน้อย
หลินชิงเหยาเผยอปากเล็กน้อย
"เจ้ายังไม่รู้หรือ? สำนักสายในมียอดเขาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการบำเพ็ญเพียรอยู่สามแห่ง"
"ได้แก่ ยอดเขาเทียนเจี้ยน ยอดเขาหลิงหยวน และยอดเขาไป๋เหลียน"
"และยอดเขาเพื่อการบำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ก็คือยอดเขาเทียนเจี้ยน ว่ากันว่ายอดเขาเทียนเจี้ยนมีมรดกวิถีกระบี่ที่สมบูรณ์สืบทอดอยู่"
หลังจากฟังหลินชิงเหยาจบ แววตาของซูหานก็ไหววูบ
ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นชื่อยอดเขาบำเพ็ญเพียรทั้งสามในคู่มือแนะนำสำนักมาบ้างแล้ว
เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ
ที่แท้เกาเฟิงคนนั้นก็ถูกยอดเขาเทียนเจี้ยนเลือกตัวไว้แล้วนี่เอง
ดวงตาของซูหานทอประกายลึกล้ำ
"จริงสิ เกาเฟิงยังมีพี่ชายอีกคนอยู่ในสายใน อยู่ที่ยอดเขาเทียนเจี้ยนด้วยนะ ชื่อว่าเกาหู่ เป็นตัวตนระดับอันดับที่ยี่สิบเก้าในทำเนียบปฐพี"
หลินชิงเหยากล่าวเสริม
ซูหานที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง
"เขายังมีพี่ชายอีกคนรึ?"
"ยอดเขาเทียนเจี้ยนสายใน? อันดับยี่สิบเก้าในทำเนียบปฐพี?"
"ใช่สิ เจ้าไม่รู้หรอกหรือ"
หลินชิงเหยาเอ่ยถาม
ซูหานส่ายหน้า เรื่องนี้เขาไม่รู้จริงๆ อันดับที่ยี่สิบเก้าในทำเนียบปฐพีนั้นนับว่าแข็งแกร่งมาก ห่างไกลจากระดับที่เขาจะต่อกรได้ในตอนนี้
"จะว่าไปตอนที่เกาเฟิงมองมาที่ข้า ท่าทางหน้าไม่อายแบบนั้น เห็นแล้วอยากจะซัดหน้าให้บวมเป็นหัวหมูจริงๆ"
หลินชิงเหยาพูดด้วยความโมโห
ซูหานยิ้มบางๆ ศิษย์พี่หญิงชิงเหยาผู้นี้ช่างเป็นคนอารมณ์ร้อนแรงเสียจริง
แต่เรื่องแบบนี้ก็ต้องดูคนด้วย
การรับมือกับคนอย่างเกาเฟิงก็ต้องใช้อารมณ์ร้อนแรงแบบนี้นี่แหละ
"ซูหาน หากเกาเฟิงมาหาเรื่องเจ้า เจ้าต้องบอกข้านะ ข้าหลินชิงเหยาจะหนุนหลังเจ้าเอง"
"ได้เลย"
หลังจากคุยกับหลินชิงเหยาต่ออีกสักพัก ซูหานก็ขอตัวจากไป
เขาได้รับรู้จากปากของหลินชิงเหยาว่างานประลองศิษย์สายนอกจะมีขึ้นในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า เขาต้องฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้ ยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น
...
"อะไรนะ! เจ้าบอกว่าซูหานกลับมาแล้ว?"
ภายในหอพักของเหยียนเฮ่อ
ใบหน้าของเหยียนเฮ่อดูมืดมนเป็นที่สุด ดวงตาฉายแววอำมหิตจ้องมองชายหนุ่มชุดดำตรงหน้าพร้อมตะคอกถาม
อีกฝ่ายพยักหน้าตอบ
"พวกข้าเพิ่งเห็นเขาเดินเข้าไปในหอภารกิจเมื่อครู่นี้เองขอรับ"
ดวงตาของเหยียนเฮ่อมืดมิดไร้ก้นบึ้ง เต็มไปด้วยความเดือดดาล เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องมองอีกฝ่าย
"เหยียนเฉินกลับมาหรือยัง?"
"ศิษย์พี่เหยียนเฮ่อ ไม่เห็นเหยียนเฉินเลยขอรับ"
"ไม่เห็นรึ?"
"หรือว่าพวกเขาจะคลาดกัน?"
"หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้น?"
สีหน้าของเหยียนเฮ่อยิ่งดำทะมึน เขากำหมัดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเยือกเย็น
ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสหกอยู่ที่ขอบเขตเปิดชีพจรขั้นที่แปดระดับสูงสุด
มีท่านผู้อาวุโสพาเหยียนเฉินไปจับตัวซูหาน ตามหลักแล้วไม่น่าจะเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ได้
เป็นไปได้สูงว่าคงคลาดกับซูหาน
"บัดซบจริงๆ"
"แต่ครั้งนี้ไม่ตาย ครั้งหน้ามันต้องตายแน่"
เหยียนเฮ่อกล่าวเสียงเย็น เขาได้ทำข้อตกลงกับตระกูลเฉาไว้แล้ว ขอเพียงสังหารซูหานได้ ตระกูลเฉาย่อมต้องสนับสนุนตระกูลเหยียนอย่างแน่นอน
ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพื่อตระกูลเฉา แต่เป็นเพราะความแค้นส่วนตัวด้วย
ไอ้เด็กนั่นทำให้เขาต้องอับอายขายหน้า เขาจะปล่อยไอ้สารเลวนั่นไปได้อย่างไร
...
"สวะ เป็นแค่สวะจริงๆ"
"พวกเจ้าบอกว่าหลินชิงเหยาขัดขวางพวกเจ้าไว้รึ?"
ณ ที่ทำการกลุ่มพันธมิตรเกา
ภายในห้องโถง
ชายหนุ่มผู้สวมชุดคลุมสีเงินมีสีหน้ามืดมนถึงขีดสุด กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นและตะโกนก้อง
เขาคือเกาเฟิง ผู้เป็นอันดับหนึ่งของศิษย์สายนอก
คนของกลุ่มพันธมิตรเกามีสีหน้าย่ำแย่เหลือเกิน
"พวกข้าไม่กี่คนเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากหอภารกิจ ก็เตรียมจะให้มันส่งมอบแต้มผลงานมาให้ ไม่นึกว่ากลับถูกมันสั่งสอนจนน่วม"
"จากนั้นศิษย์พี่หญิงชิงเหยาก็ปรากฏตัวขึ้น พวกข้าเลยไม่มีทางลงมือแย่งชิงได้"
"แถมศิษย์พี่หญิงชิงเหยายังเตือนพวกข้าอีกว่า หากลงมือครั้งหน้า นางจะหักขาพวกข้าแน่"
ชายหนุ่มสามคนที่ก่อนหน้านี้คิดจะแย่งชิงแหวนมิติของซูหานกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
"ดูเหมือนว่า..."
"ศิษย์พี่หญิงชิงเหยาจะสนิทสนมกับไอ้เด็กนั่นมากทีเดียว"
หวังเฉิงเอ่ยขึ้น
"สนิทสนม?"
ใบหน้าของเกาเฟิงพลันบิดเบี้ยวถึงขีดสุด ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ ตวาดลั่น
"ไม่รู้หรือไงว่าหลินชิงเหยาคือผู้หญิงที่ข้าหมายตาไว้?"
"ยังมีคนกล้าไปสนิทสนมกับนางอีก"
แม้หลินชิงเหยาจะเป็นยอดอัจฉริยะของสายนอก
แต่ท่านปู่บอกเขาว่า ต้องพิชิตใจหลินชิงเหยาให้ได้ ต่อให้ต้องใช้แผนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ก็ต้องเอานางมาเป็นของตนให้ได้ เบื้องหลังของหลินชิงเหยาคือตระกูลปรุงยา ซึ่งมีสถานะยิ่งใหญ่มากในดินแดนตงฮวง
(ประมานว่าต่อให้ต้องฉุดทำเมียก็ทำหากจำเป็น)
ตอนนี้กลับมีคนมาบอกเขาว่า มีคนสนิทสนมกับหลินชิงเหยา
จะมีใครเทียบชั้นกับเขาเกาเฟิงได้อีก
"มันเป็นใคร?"
เขาจ้องมองหวังเฉิงและพวกอีกสามคนด้วยสายตาเย็นชา เต็มไปด้วยรังสีสังหาร
"ข้ารู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายน้อยเกากับศิษย์พี่หญิงชิงเหยา ดังนั้นพวกข้าสามคนเลยไม่ได้เดินไปไหนไกล ภายหลังจึงได้ยินหลินชิงเหยาเรียกเจ้าเด็กนั่นว่าซูหาน"
หวังเฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ
"ซูหาน?"
ใบหน้าของเกาเฟิงฉายแววตกตะลึงอย่างยิ่ง ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ฉายแววอำมหิตมองไปยังกลุ่มคนของพันธมิตรเกาข้างกาย
"พวกอวิ๋นเยวี่ยสี่คนยังไม่กลับมาอีกหรือ?"
"นายน้อยเกา ยังไม่กลับมาขอรับ"
คนผู้หนึ่งขมวดคิ้วตอบ
สีหน้าของเกาเฟิงดูย่ำแย่ผิดปกติ ดวงตาฉายแววมืดมน
"ความแข็งแกร่งของพวกอวิ๋นเยวี่ยล้วนอยู่ที่ขอบเขตเปิดชีพจรขั้นที่สี่ ทำไมถึงยังฆ่าไอ้เด็กนั่นไม่ได้?"
ในเมื่อพวกอวิ๋นเยวี่ยยังไม่กลับมา เกาเฟิงไม่คิดว่าพวกนั้นจะคลาดกัน
ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่
ไม่อย่างนั้นผ่านไปนานขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีการติดต่อกลับมาหาเขา
เกาเฟิงหน้ามืดครึ้ม กล่าวเสียงเย็น
"ไอ้ซูหานนี่มันตั้งใจจะเป็นศัตรูกับข้า ให้มันเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรเกามันก็ไม่เข้า ตอนนี้ยังมาตีสนิทกับผู้หญิงของข้าอีก"
"ข้าจะให้มันตายไม่ดีแน่"
หวังเฉิงและพวกตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว
"ต่อจากนี้ข้าจะใช้แต้มผลงานพวกนี้ไปฝึกฝนที่หอทดสอบก่อน"
"ครั้งนี้ข้าจะต้องก้าวเข้าสู่ชั้นที่เก้าให้ได้"
พูดจบ เกาเฟิงก็ลุกขึ้นและเดินจากไปทันที
...
ซูหานกลับมายังหอพักและบำเพ็ญเพียรอยู่หนึ่งวัน วันรุ่งขึ้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังหอทดสอบของสำนักหลิงเจี้ยน
"คารวะท่านผู้อาวุโสเจียง"
เมื่อมาถึงหน้าหอทดสอบ มองดูชายชราชุดดำ ซูหานก็ยิ้มทักทาย
"มาท้าทายหอทดสอบอีกแล้วรึ?"
ผู้อาวุโสเจียงมองซูหาน ย่อมจำอีกฝ่ายได้
ซูหานพยักหน้า
"เตรียมแต้มผลงานมาเท่าไหร่?"
ผู้อาวุโสเจียงถาม
ซูหานตอบ
"สองหมื่นสี่ขอรับ"
ผู้อาวุโสเจียงยิ้มพลางกล่าวว่า
"สองหมื่นสี่ แม้จะยังขาดอีกหนึ่งพันแต้ม แต่ข้าถูกชะตากับเจ้านัก งั้นก็ให้เจ้าเข้าไปในหอทดสอบได้ห้าวันเลยก็แล้วกัน"
ใบหน้าของซูหานพลันฉายแววปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ห้าวันในหอทดสอบ สำหรับเขาแล้วนับเป็นโชคลาภที่ไม่คาดฝันจริงๆ
"ขอบคุณขอรับ"
ภายในหอทดสอบอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณที่เข้มข้น และยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่พลังวิญญาณก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น เขาจึงอยากจะอยู่ในหอทดสอบให้นานขึ้นอีกสักวันเป็นธรรมดา
หลังจากผู้อาวุโสเจียงหักแต้มผลงานสองหมื่นสี่พันแต้มออกจากป้ายประจำตัวของซูหานแล้ว ซูหานก็รีบก้าวเท้าเข้าสู่หอทดสอบด้วยความกระตือรือร้น