เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!

ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!

ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!


ยามอยู่ที่หอพัก เมื่อได้ยินว่าซูหานสั่งสอนคนของกลุ่มพันธมิตรเกาไปเล็กน้อย หลินชิงเหยาก็รู้สึกตื่นเต้นพึงพอใจเป็นอย่างมาก

ปล่อยให้พวกคนของกลุ่มพันธมิตรเกามันกร่างกันไปเถอะ

ในที่สุดตอนนี้ก็โดนคนสั่งสอนเข้าให้แล้ว

เมื่อเห็นดวงตาคู่สวยของหลินชิงเหยาเป็นประกายวาววับ ซูหานก็พยักหน้าพลางเอ่ยขึ้น

"คนของกลุ่มพันธมิตรเกาต้องการให้ข้าเข้าร่วม แถมยังยื่นเงื่อนไขว่าทรัพยากรที่ข้าหามาได้ รวมถึงแต้มผลงาน ต้องแบ่งให้พวกเขาหกส่วน"

"ดังนั้นกลุ่มพันธมิตรเกาเนี่ย เกรงว่าคงมีแต่คนโง่เท่านั้นกระมังที่ยอมเข้าร่วม?"

ซูหานกล่าวด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

ใบหน้าของหลินชิงเหยาเย็นชาลงอย่างยิ่ง

"ช่างฝันเฟื่องเสียจริง"

"เกาเฟิงเป็นถึงศิษย์อันดับหนึ่งของสายนอก มีสายเลือดกระบี่วิญญาณระดับสี่ขั้นต้นติดตัว ก็เลยลำพองใจจนตัวลอย"

"ได้ยินว่าสายเลือดของเขา ทำให้เขามีความเข้าใจในวิถีกระบี่ที่น่าทึ่งมาแต่กำเนิด ดังนั้นแม้เกาเฟิงจะยังไม่เข้าสู่สายใน แต่ก็ถูกคนของยอดเขาเทียนเจี้ยนหมายตาไว้แล้ว"

"บวกกับปู่ของเขาคือเกาฉยงที่เป็นผู้อาวุโสใหญ่ศิษย์สายนอก เขาเลยทำอะไรอวดดี บ้าอำนาจไม่เกรงกลัวกฎหมาย"

"ยอดเขาเทียนเจี้ยน?"

ซูหานชะงักไปเล็กน้อย

หลินชิงเหยาเผยอปากเล็กน้อย

"เจ้ายังไม่รู้หรือ? สำนักสายในมียอดเขาที่เป็นสัญลักษณ์แห่งการบำเพ็ญเพียรอยู่สามแห่ง"

"ได้แก่ ยอดเขาเทียนเจี้ยน ยอดเขาหลิงหยวน และยอดเขาไป๋เหลียน"

"และยอดเขาเพื่อการบำเพ็ญเพียรที่แข็งแกร่งที่สุดในตอนนี้ก็คือยอดเขาเทียนเจี้ยน ว่ากันว่ายอดเขาเทียนเจี้ยนมีมรดกวิถีกระบี่ที่สมบูรณ์สืบทอดอยู่"

หลังจากฟังหลินชิงเหยาจบ แววตาของซูหานก็ไหววูบ

ก่อนหน้านี้เขาเคยเห็นชื่อยอดเขาบำเพ็ญเพียรทั้งสามในคู่มือแนะนำสำนักมาบ้างแล้ว

เพียงแต่ตอนนั้นเขาไม่ได้ใส่ใจ

ที่แท้เกาเฟิงคนนั้นก็ถูกยอดเขาเทียนเจี้ยนเลือกตัวไว้แล้วนี่เอง

ดวงตาของซูหานทอประกายลึกล้ำ

"จริงสิ เกาเฟิงยังมีพี่ชายอีกคนอยู่ในสายใน อยู่ที่ยอดเขาเทียนเจี้ยนด้วยนะ ชื่อว่าเกาหู่ เป็นตัวตนระดับอันดับที่ยี่สิบเก้าในทำเนียบปฐพี"

หลินชิงเหยากล่าวเสริม

ซูหานที่ได้ยินดังนั้นก็เบิกตากว้าง

"เขายังมีพี่ชายอีกคนรึ?"

"ยอดเขาเทียนเจี้ยนสายใน? อันดับยี่สิบเก้าในทำเนียบปฐพี?"

"ใช่สิ เจ้าไม่รู้หรอกหรือ"

หลินชิงเหยาเอ่ยถาม

ซูหานส่ายหน้า เรื่องนี้เขาไม่รู้จริงๆ อันดับที่ยี่สิบเก้าในทำเนียบปฐพีนั้นนับว่าแข็งแกร่งมาก ห่างไกลจากระดับที่เขาจะต่อกรได้ในตอนนี้

"จะว่าไปตอนที่เกาเฟิงมองมาที่ข้า ท่าทางหน้าไม่อายแบบนั้น เห็นแล้วอยากจะซัดหน้าให้บวมเป็นหัวหมูจริงๆ"

หลินชิงเหยาพูดด้วยความโมโห

ซูหานยิ้มบางๆ ศิษย์พี่หญิงชิงเหยาผู้นี้ช่างเป็นคนอารมณ์ร้อนแรงเสียจริง

แต่เรื่องแบบนี้ก็ต้องดูคนด้วย

การรับมือกับคนอย่างเกาเฟิงก็ต้องใช้อารมณ์ร้อนแรงแบบนี้นี่แหละ

"ซูหาน หากเกาเฟิงมาหาเรื่องเจ้า เจ้าต้องบอกข้านะ ข้าหลินชิงเหยาจะหนุนหลังเจ้าเอง"

"ได้เลย"

หลังจากคุยกับหลินชิงเหยาต่ออีกสักพัก ซูหานก็ขอตัวจากไป

เขาได้รับรู้จากปากของหลินชิงเหยาว่างานประลองศิษย์สายนอกจะมีขึ้นในอีกครึ่งเดือนข้างหน้า เขาต้องฉวยโอกาสในช่วงเวลานี้ ยกระดับความแข็งแกร่งขึ้นไปอีกขั้น

...

"อะไรนะ! เจ้าบอกว่าซูหานกลับมาแล้ว?"

ภายในหอพักของเหยียนเฮ่อ

ใบหน้าของเหยียนเฮ่อดูมืดมนเป็นที่สุด ดวงตาฉายแววอำมหิตจ้องมองชายหนุ่มชุดดำตรงหน้าพร้อมตะคอกถาม

อีกฝ่ายพยักหน้าตอบ

"พวกข้าเพิ่งเห็นเขาเดินเข้าไปในหอภารกิจเมื่อครู่นี้เองขอรับ"

ดวงตาของเหยียนเฮ่อมืดมิดไร้ก้นบึ้ง เต็มไปด้วยความเดือดดาล เขาขบเขี้ยวเคี้ยวฟันจ้องมองอีกฝ่าย

"เหยียนเฉินกลับมาหรือยัง?"

"ศิษย์พี่เหยียนเฮ่อ ไม่เห็นเหยียนเฉินเลยขอรับ"

"ไม่เห็นรึ?"

"หรือว่าพวกเขาจะคลาดกัน?"

"หรือเกิดเหตุไม่คาดฝันอะไรขึ้น?"

สีหน้าของเหยียนเฮ่อยิ่งดำทะมึน เขากำหมัดแน่น ใบหน้าเต็มไปด้วยความเยือกเย็น

ความแข็งแกร่งของผู้อาวุโสหกอยู่ที่ขอบเขตเปิดชีพจรขั้นที่แปดระดับสูงสุด

มีท่านผู้อาวุโสพาเหยียนเฉินไปจับตัวซูหาน ตามหลักแล้วไม่น่าจะเกิดข้อผิดพลาดใดๆ ได้

เป็นไปได้สูงว่าคงคลาดกับซูหาน

"บัดซบจริงๆ"

"แต่ครั้งนี้ไม่ตาย ครั้งหน้ามันต้องตายแน่"

เหยียนเฮ่อกล่าวเสียงเย็น เขาได้ทำข้อตกลงกับตระกูลเฉาไว้แล้ว ขอเพียงสังหารซูหานได้ ตระกูลเฉาย่อมต้องสนับสนุนตระกูลเหยียนอย่างแน่นอน

ดวงตาของเขาเต็มไปด้วยรังสีอำมหิต แน่นอนว่าไม่ใช่แค่เพื่อตระกูลเฉา แต่เป็นเพราะความแค้นส่วนตัวด้วย

ไอ้เด็กนั่นทำให้เขาต้องอับอายขายหน้า เขาจะปล่อยไอ้สารเลวนั่นไปได้อย่างไร

...

"สวะ เป็นแค่สวะจริงๆ"

"พวกเจ้าบอกว่าหลินชิงเหยาขัดขวางพวกเจ้าไว้รึ?"

ณ ที่ทำการกลุ่มพันธมิตรเกา

ภายในห้องโถง

ชายหนุ่มผู้สวมชุดคลุมสีเงินมีสีหน้ามืดมนถึงขีดสุด กัดฟันกรอดด้วยความโกรธแค้นและตะโกนก้อง

เขาคือเกาเฟิง ผู้เป็นอันดับหนึ่งของศิษย์สายนอก

คนของกลุ่มพันธมิตรเกามีสีหน้าย่ำแย่เหลือเกิน

"พวกข้าไม่กี่คนเห็นเด็กหนุ่มคนหนึ่งเดินออกมาจากหอภารกิจ ก็เตรียมจะให้มันส่งมอบแต้มผลงานมาให้ ไม่นึกว่ากลับถูกมันสั่งสอนจนน่วม"

"จากนั้นศิษย์พี่หญิงชิงเหยาก็ปรากฏตัวขึ้น พวกข้าเลยไม่มีทางลงมือแย่งชิงได้"

"แถมศิษย์พี่หญิงชิงเหยายังเตือนพวกข้าอีกว่า หากลงมือครั้งหน้า นางจะหักขาพวกข้าแน่"

ชายหนุ่มสามคนที่ก่อนหน้านี้คิดจะแย่งชิงแหวนมิติของซูหานกล่าวด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ

"ดูเหมือนว่า..."

"ศิษย์พี่หญิงชิงเหยาจะสนิทสนมกับไอ้เด็กนั่นมากทีเดียว"

หวังเฉิงเอ่ยขึ้น

"สนิทสนม?"

ใบหน้าของเกาเฟิงพลันบิดเบี้ยวถึงขีดสุด ดวงตาทั้งสองแดงก่ำ ตวาดลั่น

"ไม่รู้หรือไงว่าหลินชิงเหยาคือผู้หญิงที่ข้าหมายตาไว้?"

"ยังมีคนกล้าไปสนิทสนมกับนางอีก"

แม้หลินชิงเหยาจะเป็นยอดอัจฉริยะของสายนอก

แต่ท่านปู่บอกเขาว่า ต้องพิชิตใจหลินชิงเหยาให้ได้ ต่อให้ต้องใช้แผนข้าวสารกลายเป็นข้าวสุก ก็ต้องเอานางมาเป็นของตนให้ได้ เบื้องหลังของหลินชิงเหยาคือตระกูลปรุงยา ซึ่งมีสถานะยิ่งใหญ่มากในดินแดนตงฮวง

(ประมานว่าต่อให้ต้องฉุดทำเมียก็ทำหากจำเป็น)

ตอนนี้กลับมีคนมาบอกเขาว่า มีคนสนิทสนมกับหลินชิงเหยา

จะมีใครเทียบชั้นกับเขาเกาเฟิงได้อีก

"มันเป็นใคร?"

เขาจ้องมองหวังเฉิงและพวกอีกสามคนด้วยสายตาเย็นชา เต็มไปด้วยรังสีสังหาร

"ข้ารู้ดีถึงความสัมพันธ์ระหว่างนายน้อยเกากับศิษย์พี่หญิงชิงเหยา ดังนั้นพวกข้าสามคนเลยไม่ได้เดินไปไหนไกล ภายหลังจึงได้ยินหลินชิงเหยาเรียกเจ้าเด็กนั่นว่าซูหาน"

หวังเฉิงครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยตอบ

"ซูหาน?"

ใบหน้าของเกาเฟิงฉายแววตกตะลึงอย่างยิ่ง ทันใดนั้นสายตาของเขาก็ฉายแววอำมหิตมองไปยังกลุ่มคนของพันธมิตรเกาข้างกาย

"พวกอวิ๋นเยวี่ยสี่คนยังไม่กลับมาอีกหรือ?"

"นายน้อยเกา ยังไม่กลับมาขอรับ"

คนผู้หนึ่งขมวดคิ้วตอบ

สีหน้าของเกาเฟิงดูย่ำแย่ผิดปกติ ดวงตาฉายแววมืดมน

"ความแข็งแกร่งของพวกอวิ๋นเยวี่ยล้วนอยู่ที่ขอบเขตเปิดชีพจรขั้นที่สี่ ทำไมถึงยังฆ่าไอ้เด็กนั่นไม่ได้?"

ในเมื่อพวกอวิ๋นเยวี่ยยังไม่กลับมา เกาเฟิงไม่คิดว่าพวกนั้นจะคลาดกัน

ต้องเกิดเรื่องขึ้นแน่

ไม่อย่างนั้นผ่านไปนานขนาดนี้ ทำไมถึงไม่มีการติดต่อกลับมาหาเขา

เกาเฟิงหน้ามืดครึ้ม กล่าวเสียงเย็น

"ไอ้ซูหานนี่มันตั้งใจจะเป็นศัตรูกับข้า ให้มันเข้าร่วมกลุ่มพันธมิตรเกามันก็ไม่เข้า ตอนนี้ยังมาตีสนิทกับผู้หญิงของข้าอีก"

"ข้าจะให้มันตายไม่ดีแน่"

หวังเฉิงและพวกตัวสั่นเทาด้วยความหวาดกลัว

"ต่อจากนี้ข้าจะใช้แต้มผลงานพวกนี้ไปฝึกฝนที่หอทดสอบก่อน"

"ครั้งนี้ข้าจะต้องก้าวเข้าสู่ชั้นที่เก้าให้ได้"

พูดจบ เกาเฟิงก็ลุกขึ้นและเดินจากไปทันที

...

ซูหานกลับมายังหอพักและบำเพ็ญเพียรอยู่หนึ่งวัน วันรุ่งขึ้นเขาก็มุ่งหน้าไปยังหอทดสอบของสำนักหลิงเจี้ยน

"คารวะท่านผู้อาวุโสเจียง"

เมื่อมาถึงหน้าหอทดสอบ มองดูชายชราชุดดำ ซูหานก็ยิ้มทักทาย

"มาท้าทายหอทดสอบอีกแล้วรึ?"

ผู้อาวุโสเจียงมองซูหาน ย่อมจำอีกฝ่ายได้

ซูหานพยักหน้า

"เตรียมแต้มผลงานมาเท่าไหร่?"

ผู้อาวุโสเจียงถาม

ซูหานตอบ

"สองหมื่นสี่ขอรับ"

ผู้อาวุโสเจียงยิ้มพลางกล่าวว่า

"สองหมื่นสี่ แม้จะยังขาดอีกหนึ่งพันแต้ม แต่ข้าถูกชะตากับเจ้านัก งั้นก็ให้เจ้าเข้าไปในหอทดสอบได้ห้าวันเลยก็แล้วกัน"

ใบหน้าของซูหานพลันฉายแววปิติยินดีอย่างบ้าคลั่ง ห้าวันในหอทดสอบ สำหรับเขาแล้วนับเป็นโชคลาภที่ไม่คาดฝันจริงๆ

"ขอบคุณขอรับ"

ภายในหอทดสอบอัดแน่นไปด้วยพลังวิญญาณที่เข้มข้น และยิ่งขึ้นไปสูงเท่าไหร่พลังวิญญาณก็ยิ่งหนาแน่นมากขึ้นเท่านั้น เขาจึงอยากจะอยู่ในหอทดสอบให้นานขึ้นอีกสักวันเป็นธรรมดา

หลังจากผู้อาวุโสเจียงหักแต้มผลงานสองหมื่นสี่พันแต้มออกจากป้ายประจำตัวของซูหานแล้ว ซูหานก็รีบก้าวเท้าเข้าสู่หอทดสอบด้วยความกระตือรือร้น

จบบทที่ ตอนที่ 46 ความเกรี้ยวกราดของเกาเฟิง!

คัดลอกลิงก์แล้ว