เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 45 หลินชิงเหยา

ตอนที่ 45 หลินชิงเหยา

ตอนที่ 45 หลินชิงเหยา


หนึ่งวันให้หลัง

สำนักกระบี่วิญญาณ

ซูหานทะยานร่างกลับมาถึงสำนักกระบี่วิญญาณโดยตรง เขาไม่ได้กลับไปยังที่พัก แต่เลี้ยวตรงไปยังหอภารกิจทันที

"ผู้อาวุโสเหลียงกู่ ข้ามาส่งภารกิจขอรับ"

เมื่อมาถึงหอภารกิจ

ซูหานเดินเข้าไปหาผู้อาวุโสเหลียงกู่ แล้ววางใบภารกิจทั้งสี่ใบลงตรงหน้าอีกฝ่าย

"ภารกิจทั้งสี่นี้เจ้าทำสำเร็จหมดแล้วรึ?"

ผู้อาวุโสเหลียงกู่มองซูหานด้วยสีหน้าตกตะลึงอย่างยิ่ง

เพราะซูหานอยู่เพียงขอบเขตทะเลวิญญาณ แต่ภารกิจที่รับไปล้วนเป็นภารกิจระดับหก หรือแม้กระทั่งระดับเจ็ด

ซึ่งเป็นภารกิจที่ต้องใช้ผู้บำเพ็ญเพียรขอบเขตทะลวงชีพจรในการลงมือ

"ขอรับ"

ซูหานพยักหน้า จากนั้นจึงนำผลหลิงหยวนและซากสัตว์อสูรที่สังหารออกมาวางกองบนโต๊ะตรงหน้าผู้อาวุโสเหลียงกู่ในพริบตา

โต๊ะไม่อาจรับน้ำหนักมหาศาลของสัตว์อสูรไหว จึงพังครืนลงมาทันที

"เจ้าฆ่าพวกมันทั้งหมดนี่เลยรึ?"

ผู้อาวุโสเหลียงกู่จ้องมองซูหาน

สีหน้าของเขาพูดไม่ออกบอกไม่ถูก

ซูหานพยักหน้า

"หากข้าไม่ได้เป็นคนทำ จะมีใครใจดีมาทำภารกิจแทนข้าแล้วยกแต้มผลงานให้ข้าหรือขอรับ?"

ผู้อาวุโสเหลียงกู่มองซูหานอย่างลึกซึ้งพลางกล่าวว่า

"แต่มีเรื่องหนึ่งที่เจ้าควรรู้ไว้"

"ต่อให้เจ้าฆ่าสัตว์อสูรมามากเพียงใด เปิ่นจางเหลาก็มอบแต้มผลงานให้ได้ตามที่ระบุในใบภารกิจเท่านั้น เป็นไปไม่ได้ที่เจ้าฆ่าสองตัว แล้วเปิ่นจางเหลาจะให้แต้มเจ้าสองเท่า"

ซูหานชะงักไป

ยิ้มเจื่อนเล็กน้อย

เขาคิดว่ายิ่งฆ่าสัตว์อสูรตามภารกิจมากเท่าไหร่ ก็จะได้แต้มผลงานมากเท่านั้นเสียอีก

ดูเหมือนจะเห็นรอยยิ้มเจื่อนของซูหาน ผู้อาวุโสเหลียงกู่จึงหัวเราะแล้วกล่าวว่า

"ก่อนหน้าเจ้า เคยมีศิษย์หลายคนใช้ช่องโหว่นี้มาแล้ว"

"หากแต้มผลงานหามาได้ง่ายปานนั้น เกรงว่าศิษย์สำนักกระบี่วิญญาณคงจะกลายเป็นคนขี้เกียจกันหมด"

"ก็จริงขอรับ"

ซูหานได้ยินดังนั้นก็อดเห็นด้วยกับคำพูดของผู้อาวุโสเหลียงกู่ไม่ได้

"เอาป้ายประจำตัวของเจ้ามาเถอะ"

ผู้อาวุโสเหลียงกู่กล่าว

ซูหานส่งป้ายประจำตัวของตนให้อีกฝ่าย

ผู้อาวุโสเหลียงกู่พึมพำกับตัวเอง

"ภารกิจระดับหกสองงาน รวมเป็นสี่พันแต้มผลงาน และภารกิจระดับเจ็ดอีกสองงาน รวมเป็นหกพันแต้มผลงาน"

"รวมทั้งหมดหนึ่งหมื่นแต้ม"

กล่าวจบ ผู้อาวุโสเหลียงกู่ก็โอนแต้มหนึ่งหมื่นแต้มลงในป้ายของซูหาน

ดวงตาของซูหานฉายแววลิงโลด

ตอนนี้ในป้ายของเขามีแต้มผลงานรวมสองหมื่นสี่พันแต้มแล้ว

สำหรับเขา นี่ถือเป็นทรัพย์สินก้อนโตเลยทีเดียว

สามารถนำไปใช้ประโยชน์ได้มากมาย

"ขอบคุณผู้อาวุโสขอรับ"

ซูหานยิ้ม ทักทายผู้อาวุโสเหลียงกู่อีกไม่กี่คำก็ขอตัวจากไป

ผู้อาวุโสเหลียงกู่กล่าวด้วยความประหลาดใจ

"เวลาเพียงไม่กี่วัน เจ้าเด็กนี่ก็ก้าวเข้าสู่ขอบเขตทะลวงชีพจรแล้ว"

"พรสวรรค์ระดับนี้ไม่ธรรมดาเลยจริงๆ"

"สายเลือดของเขาอยู่ระดับไหนกันนะ?"

"เฮ้อ"

"รออีกไม่กี่วัน ถึงงานประลองศิษย์สายนอกก็น่าจะรู้เอง"

เขาเอ่ยเสียงเรียบ

...

ซูหานเพิ่งเดินออกจากหอภารกิจมาได้ไม่นาน ก็เจอกลุ่มคนเข้ามาขวางทางไว้

ซูหานหรี่ตาลงเล็กน้อย มองคนกลุ่มนั้นด้วยสายตาพิจารณา

"มีธุระ?"

เขาเอ่ยเสียงเย็น

"เมื่อครู่เห็นเจ้าเดินออกมาจากหอภารกิจ คงได้แต้มผลงานมาไม่น้อยสินะ?"

ชายหนุ่มหน้าแหลมแก้มตอบเหมือนลิง  ยิ้มเยาะพลางจ้องมองซูหาน

"ส่งแต้มผลงานมาซะ"

"อย่าหาว่าพวกข้าโหดเหี้ยมก็แล้วกัน"

เสียงเย็นชาดังขึ้น เขามองซูหานด้วยสายตาอำมหิต

คนอีกสามคนที่อยู่ข้างกายเขาก็แสดงท่าทีคุกคามเช่นกัน

"หึ"

ซูหานแค่นเสียงเย็น ก้าวเท้าพุ่งออกไปทันที ปล่อยหมัดและฝ่ามือกระหน่ำใส่

เสียงปัง ปัง ปัง ดังขึ้น คนทั้งสี่กระอักเลือดกระเด็นลงไปกองกับพื้น

"จะ... เจ้า... เจ้า..."

ทั้งสี่หน้าซีดเผือด ดวงตาแทบถลน จ้องมองซูหานเขม็ง

พวกเขานึกไม่ถึงว่าเด็กหนุ่มตรงหน้าจะแข็งแกร่งเพียงนี้

"เจ้ากล้าลงมือกับพวกเรา รู้หรือไม่ว่าพวกเราเป็นใคร?"

ชายหนุ่มหน้าแหลมแก้มตอบผู้นั้นเห็นชัดว่าไม่เคยเจอซูหาน จึงอดตะโกนออกมาไม่ได้

หากเขารู้ว่าซูหานคือคนที่เอาชนะเหยียนเฮ่อมาแล้ว เกรงว่าคงไม่ทำหน้าตาเช่นนี้แน่

"ใคร?"

"ข้าชื่อหวังเฉิง พวกเราทำงานให้สมาพันธ์เกา อาศัยช่วงเวลาสิบวันก่อนหน้านี้ไล่เก็บแต้มผลงาน"

"ใครก็ตามที่เป็นศิษย์สายนอก ต้องส่งมอบแต้มผลงานให้เรา"

สีหน้าของซูหานเปลี่ยนไปเล็กน้อย

สิบวันก่อนหน้านี้?

ดูท่าช่วงเวลานี้น่าจะใกล้ถึงกำหนดงานประลองศิษย์สายนอกแล้ว

"เป็นไง?"

"รู้จักรึยังว่าความกลัวเป็นอย่างไร?"

เมื่อมองดูซูหาน หวังเฉิงก็มีสีหน้าทะมึนขึ้นมาทันที แสยะยิ้มเย็น

"เจอพวกเจ้าอีกแล้วนะ"

ซูหานยังไม่ทันได้พูดอะไร เสียงใสกระจ่างก็ดังมาจากไกลๆ ตามมาด้วยการปรากฏตัวของเด็กสาวในชุดกระโปรงสีม่วง

นางเกล้าผมทรงหางม้าคู่ ใบหน้างดงามหมดจด เรียวขาขาวผ่องใต้ชายกระโปรงดูสะดุดตาเป็นพิเศษ

"พวกเจ้ามาช่วยสมาพันธ์เกาขูดรีดแต้มผลงานที่นี่อีกแล้วรึ"

เดิมทีหวังเฉิงยังวางมาดวางโตอยู่ แต่พอเห็นเด็กสาวชุดม่วง

สีหน้าก็เปลี่ยนเป็นตื่นตระหนกสุดขีด

"ศิษย์พี่หญิงชิงเหยา"

ทั้งสี่คนกลัวจนตัวสั่นงันงก

หลินชิงเหยาผู้นี้คือศิษย์หญิงที่แข็งแกร่งที่สุดในเขตสายนอก

ดวงตาคู่สวยของหลินชิงเหยาฉายแววเย็นชา

"หากข้าเห็นพวกเจ้าขูดรีดศิษย์น้องคนอื่นเพื่อสมาพันธ์เกาอีกละก็ อย่าหาว่าข้าหลินชิงเหยาอำมหิต"

"ข้าจะหักขาสุนัขของพวกเจ้าซะ"

"ขอรับๆๆ พวกข้าจะไปเดี๋ยวนี้"

หวังเฉิงและพวกอีกสามคนรีบวิ่งหนีกันอย่างทุลักทุเล กลัวว่าหลินชิงเหยาจะคิดบัญชีภายหลัง

ใบหน้าสวยหวานของหลินชิงเหยายังคงเย็นชา

หลังจากกลุ่มของหวังเฉิงจากไปจนลับสายตา หลินชิงเหยาจึงหันมามองซูหานที่ยืนอยู่ข้างๆ

ซูหานยิ้มบางๆ แล้วกล่าวว่า

"ขอบคุณศิษย์พี่หญิงชิงเหยาขอรับ"

เขาพอจะเดาได้ว่า ศิษย์พี่หญิงชิงเหยาผู้นี้ น่าจะเป็นอัจฉริยะของศิษย์สายนอก และเป็นอัจฉริยะอันดับสองในทำเนียบยอดคน

"เรื่องเล็กน้อย"

"เจ้าเกาเฟิงนับวันยิ่งหน้าด้านไร้ยางอาย"

"ทำทุกวิถีทางเพื่อให้ชนะ"

หลินชิงเหยาเอ่ยเสียงเย็น ดวงตาวูบไหว แววตาฉายความเคียดแค้นและความรังเกียจที่มีต่อเกาเฟิงอย่างปิดไม่มิด

ทว่า เมื่อนางหันมามองซูหาน สีหน้าของนางก็ชะงักไปเล็กน้อย แววตาฉายความสงสัยและอยากรู้อยากเห็น

"ข้ารู้สึกว่าเจ้าหน้าตาคุ้นๆ ชอบกล?"

ทันใดนั้น นางก็เหมือนนึกอะไรออก จึงยกมือขึ้นตบหน้าผากตัวเองเบาๆ ร้องอ๋อขึ้นมา

"นึกออกแล้ว! เจ้าก็คือซูหาน คนที่มีข่าวลือว่าใช้เส้นสายเข้าสำนักกระบี่วิญญาณนี่เอง!"

ซูหาน "..."

ใช้เส้นสาย?

ข่าวนี้นับวันยิ่งลือกันไปกันใหญ่แล้ว

เมื่อหลินชิงเหยาเห็นซูหาน นางก็กล่าวด้วยความตื่นเต้นว่า

"ข้าจำได้ว่าเมื่อไม่นานมานี้เจ้าเอาชนะเหยียนเฮ่อ อันดับสิบห้าของทำเนียบยอดคนได้"

"แถมยังผ่านด่านหอคอยฝึกฝนชั้นที่ห้าได้ในฐานะเด็กใหม่อีกด้วย"

ซูหานยิ้ม

"แค่โชคดีเท่านั้นขอรับ"

ศิษย์พี่หญิงท่านนี้ดูกระตือรือร้นเกินไปหน่อยไหม

หลินชิงเหยากล่าวว่า

"แค่โชคดีจะผ่านหอคอยฝึกฝนจากชั้นหนึ่งถึงชั้นห้าได้เชียวรึ? แค่โชคดีจะทำให้เจ้าที่อยู่ขอบเขตทะเลวิญญาณเอาชนะเหยียนเฮ่อ ขอบเขตทะลวงชีพจรขั้นที่สองได้หรือ?"

นางย่อมไม่เชื่อคำว่าโชคดีของซูหาน

นี่มันคือความสามารถของจริงล้วนๆ

"เอ๊ะ"

"ข้ายังได้ยินมาว่าสมาพันธ์เกาเชิญเจ้าเข้าร่วม แต่เจ้าปฏิเสธ แถมยังซัดคนของสมาพันธ์เกาน่วมไปหลายคน"

"ใช่ไหม?"

นางกะพริบตาปริบๆ พลางเอ่ยถาม

จบบทที่ ตอนที่ 45 หลินชิงเหยา

คัดลอกลิงก์แล้ว