- หน้าแรก
- ถอนพิษจอมนาง สู่วิถีผู้ไร้เทียมทาน
- ตอนที่ 39 พรรคเกามาเยือน
ตอนที่ 39 พรรคเกามาเยือน
ตอนที่ 39 พรรคเกามาเยือน
วิชากระบี่ฝังวิญญาณ กระบวนท่าที่หนึ่ง แสงวาบเงาพราย ซูหานฝึกฝนจนบรรลุถึงขั้นสมบูรณ์แบบแล้ว
ปราณกระบี่หนาทึบพุ่งตรงไปยังเขาเดียวของวัวศิลาดำทั้งสามตัว
เขาของวัวศิลาดำแฝงไว้ด้วยพลังทำลายล้างที่น่าสะพรึงกลัว แม้แต่ผู้ฝึกยุทธ์ระดับทะลวงชีพจรขั้น 6 บางคนยังไม่อาจต้านทานการโจมตีทำลายล้างนี้ได้
แต่น่าเสียดายที่คู่ต่อสู้ของมันคือซูหาน แม้ซูหานจะเป็นเพียงระดับทะเลปราณขั้นสูงสุด แต่ร่างกายของเขาผ่านการขัดเกลาด้วย เคล็ดกายาเทพมาร จนแข็งแกร่งเทียบเท่าระดับทะลวงชีพจรมานานแล้ว
เมื่อผนวกเข้ากับการเสริมพลังจากวิถีกระบี่ ต่อให้อีกฝ่ายมีพลังระดับทะลวงชีพจรขั้น 6 เขาก็สามารถสังหารมันได้
การโจมตีของทั้งสามฝ่ายปะทะกันในพริบตา เสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังก้อง วัวศิลาดำแต่ละตัวดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว
"หาจังหวะ สังหารตัวจ่าฝูงก่อน!"
ซูหานแสยะยิ้มอำมหิต ล็อคเป้าวัวศิลาดำที่มีขนาดตัวใหญ่ที่สุด
ร่างของเขาวูบไหวราวกับภูตผี กระบี่กลืนวิญญาณ ในมือแทงทะลุลำคอของวัวศิลาดำตัวนั้นในชั่วพริบตา
จากนั้นก็ตวัดกระบี่อย่างรุนแรง
ฉัวะ
"มอออ!"
วัวศิลาดำร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันนึกไม่ถึงว่าซูหานจะเลือกโจมตีมันเป็นตัวแรก
มันคือพี่ใหญ่ในกลุ่มวัวทั้งสาม ทุกครั้งที่ต่อสู้ ล้วนอาศัยการสั่งการของมันจึงจะสังหารเหยื่อได้
แถมพวกมันยังประสานทักษะพรสวรรค์พร้อมกันถึงสามตัว เหตุใดจึงพ่ายแพ้อย่างหมดรูปเช่นนี้
แววตาของมันค่อยๆ ปรากฏความไม่ยินยอมพร้อมใจอย่างรุนแรง ก่อนจะสิ้นใจตายไปอย่างน่าอนาถ
วัวศิลาดำอีกสองตัวเมื่อเห็นลูกพี่ถูกฆ่า ก็หันหลังเตรียมจะวิ่งหนี
ซูหานเห็นดังนั้นก็หัวเราะเบาๆ มือกระชับกระบี่กลืนวิญญาณ ตวัดผ่านความว่างเปล่าอย่างรวดเร็ว ปลายกระบี่เจาะทะลุเข้าที่ลำคอของวัวทั้งสองตัวอย่างแม่นยำ
ฉึก
เลือดสีแดงสดพุ่งกระฉูด พวกมันล้มลงสิ้นใจตายคาที่ทันที
"ลูกพี่ถูกฆ่า ก็หมดปัญญา คิดจะหนีงั้นรึ?"
"แบบนั้นยิ่งตายเร็วเข้าไปใหญ่"
ดวงตาของซูหานฉายแววเย็นชา
จากนั้นเขาเก็บซากวัวศิลาดำเข้าสู่แหวนมิติ
เขาโคจรเคล็ดกายาเทพมารเพื่อกลืนกินโลหิตบริสุทธิ์ของวัวศิลาดำ และเก็บ แก่นอสูร ของพวกมันเข้าแหวนมิติ
ส่วนเขาเดียวของพวกมัน ซูหานก็ไม่ปล่อยให้เสียของ ตัดเก็บใส่แหวนมิติไปเช่นกัน
"เอาล่ะ"
"ต่อไปก็ถึงเวลาเก็บ ผลหลิงหยวน แล้ว"
"นี่เป็นภารกิจที่สอง"
ซูหานยิ้มบางๆ ร่างกายเคลื่อนย้ายมายังบริเวณหน้าผาเพลิงแดงในพริบตา
สัตว์อสูรในบริเวณนั้นต่างพากันตัวสั่นงันงก หลังจากที่ซูหานสังหารเพื่อนร่วมเผ่าพันธุ์ของพวกมันไปกว่าสามสิบตัวด้วยตัวคนเดียว
สัตว์อสูรเหล่านั้นไม่กล้าดาหน้าเข้ามาอีก
พวกมันเป็นสัตว์อสูร แต่พวกมันไม่ได้โง่
"ผลหลิงหยวน"
บนต้นผลหลิงหยวน ซูหานนับดูแล้วมีผลอยู่ทั้งหมดสิบลูก
ซูหานยิ้มกล่าวว่า
"ผลวิญญาณระดับสามขั้นต้น มูลค่าในตลาดสูงมาก หนึ่งลูกราคาประมาณหนึ่งแสน ผลึกวิญญาณ ภายในผลอัดแน่นไปด้วยพลังปราณ"
"กินหนึ่งลูก สามารถเพิ่มตบะบำเพ็ญได้ถึงสามปี"
เมื่อมองดูผลหลิงหยวน
ดวงตาของซูหานก็ฉายแววร้อนแรง อยากจะครอบครองทั้งสิบลูกไว้เอง แต่แล้วก็ส่ายหน้า
เขาเก็บไว้เองสักแปดลูกก็พอแล้ว
คิดได้ดังนั้นเขาก็ยิ้มออกมา
"ศิษย์น้อง ได้อะไรมาหรือถึงได้ดูมีความสุขเพียงนี้?"
ซูหานหันขวับ ดวงตาวูบไหว ที่ไกลออกไปมีดรุณีน้อยนางหนึ่งสวมชุดคลุมสีเขียว ใบหน้างดงามหมดจด ดวงตาราวกับสายน้ำ นางกำลังมองมาที่เขา
ข้างกายของดรุณีน้อยยังมีชายหนุ่มอีกสามคนยืนอยู่
แววตาของพวกเขาทั้งหมดฉายแววหยอกเย้าและขบขัน
ราวมองซูหานเป็นเพียงมดปลวกตัวหนึ่ง
คนของสำนักกระบี่วิญญาณ...
ซูหานสัมผัสได้ว่ากลิ่นอายของทั้งสี่คนล้วนอยู่ในระดับทะลวงชีพจร
หนึ่งในนั้นเป็นชายหนุ่มชุดขาว สวมเสื้อคลุมยาว แววตาดูดุร้ายยิ่งนัก เขามองซูหานแล้วยิ้มกล่าวว่า
"ส่งภารกิจสังหารวัวศิลาดำ และผลหลิงหยวนมาให้หมด"
ซูหานปรายตามองคนกลุ่มนั้นอย่างเรียบเฉย
"อยากได้ผลหลิงหยวน? เอาชีวิตมาแลกสิ"
"ฮ่าๆๆ นายน้อยเกาพูดไว้ไม่มีผิด เจ้าเด็กนี่กระดูกแข็งจริงๆ"
ชายหนุ่มชุดขาวแสยะยิ้มเหี้ยม
ซูหานได้ยินดังนั้นก็นิ่งคิดไปครู่หนึ่ง
นายน้อยเกา...
คนของ พรรคเกา สินะ?
วูบ
ชายหนุ่มชุดขาวแค่นเสียงหัวเราะเย็นชา ปลดปล่อยพลังระดับทะลวงชีพจรขั้น 3 สูงสุดออกมา วินาทีถัดมา มือขวากำหมัดแน่น
"หมัดระเบิดไล่ล่าพายุ"
ทักษะยุทธ์ระดับปฐพีขั้นกลาง
หมัดกระแทกอากาศรุนแรง ดุดันทรงพลัง ราวกับพยัคฆ์คำราม
ซูหานแค่นเสียงในลำคอ กางนิ้วทั้งห้าออก แล้วใช้ออกด้วย หมัดแปดเวิ้งฟ้าสะเทือนสวรรค์ ในทันที
ตูม!
อากาศระเบิดออกเสียงดังสนั่น พลังอันแข็งแกร่งสองสายปะทะกันจนแตกกระเจิง ภายใต้แรงอัดกระแทกอันรุนแรง ชายหนุ่มชุดขาวร้องด้วยความเจ็บปวด ร่างถอยกรูดไปกว่าสิบก้าว
สีหน้าของเขาดูย่ำแย่ราวกับกินอุจจาระ เครื่องหน้าบิดเบี้ยวไปหมด
"ไอ้สารเลว เด็กใหม่อย่างเจ้ากล้าลงมือกับข้า เซียวเฟย รึ?"
เขากัดฟันกรอด
เช้ง
ซูหานถือกระบี่กลืนวิญญาณ ฟันสะพายแล่งลงมา
ฉัวะ
"อ๊าก!"
เสียงร้องโหยหวนดังขึ้น เซียวเฟยสีหน้าบิดเบี้ยว มองซูหานด้วยดวงตาที่เต็มไปด้วยความโกรธแค้น เขาคืออัจฉริยะอันดับที่ 13 ของ ทำเนียบคน เชียวนะ
ซูหานมองเซียวเฟยด้วยความดูแคลน กล่าวเสียงเย็น
"มาฆ่าข้า แย่งภารกิจข้า แล้วยังหวังจะให้ข้าไว้ชีวิตเจ้าอีกหรือ?"
เซียวเฟยโกรธจัด
"เจ้า..."
เช้ง
ฉัวะ
ซูหานคร้านจะฟังมันพล่ามไร้สาระ ตวัดกระบี่เพียงครั้งเดียวศีรษะของอีกฝ่ายก็หลุดกระเด็น
ดวงตาของเซียวเฟยเบิกโพลง เต็มไปด้วยความเจ็บปวดและไม่ยินยอมพร้อมใจ
เซียวเฟยผู้มีพลังระดับทะลวงชีพจรขั้น 3 สูงสุด ถูกสังหารในชั่วพริบตา
ซูหานพึมพำกับตัวเอง
"ถ้าเจ้าท้าประลองกับข้าในสำนักกระบี่วิญญาณก็คงดี"
"ข้ายังจะได้แต้มผลงานบ้าง ฆ่าทิ้งตอนนี้ไม่ได้อะไรเลย"
"ระดับทะเลปราณ แต่เป็นผู้ฝึกกระบี่?"
สีหน้าของดรุณีชุดเขียวและพวกที่เหลือเริ่มดูย่ำแย่ลง แววตาฉายประกายจิตสังหารรุนแรง
"มิน่าล่ะ พี่เกาเฟิงถึงต้องให้พวกเราลงมือ"
ดรุณีชุดเขียวเอ่ยเสียงเย็น
นางคืออัจฉริยะศิษย์สายนอก หยุนเย่ว์
ข้อมือของหยุนเย่ว์สั่นไหวเล็กน้อย กระบี่สีเงินบางเฉียบราวปีกจักจั่นก็ปรากฏขึ้นในมือเรียวงาม
กระบี่ชิงหลิง
ศัสตราวุธระดับนิลกาฬขั้นต้น
ส่วนอีกสองคนที่เหลือแววตาฉายความอำมหิต
"ฆ่าคนของพรรคเกา ซูหาน... เจ้าได้เลือกทางตายให้ตัวเองแล้ว"
ผู้ที่เอ่ยปากคือชายหนุ่มรูปร่างสูงผอม เขาตวาดด้วยน้ำเสียงเย็นชา
ซุนหนิง
ประกายตาของเขาเต็มไปด้วยความเย็นชาและจิตสังหารที่ผสมปนเปกัน ความอาฆาตคำรามก้อง
"ลงมือ"
หยุนเย่ว์ใบหน้าดำทะมึน ก้าวเท้าพุ่งทะยานออกไปในทันที นางมีพลังระดับทะลวงชีพจรขั้น 4 สูงสุด
"กระบี่เมฆาคล้อย"
หยุนเย่ว์เอ่ยเสียงเย็น
กระบี่ชิงหลิงถูกเรียกใช้ออกมาในทันที
ซูหานยิ้มเย็นชา นี่นับเป็นครั้งแรกที่เขาได้ประลองกับผู้ฝึกกระบี่ด้วยกัน
เขาตวัดปลายกระบี่กลืนวิญญาณ ปะทะกับกระบี่ชิงหลิงของอีกฝ่าย ปราณอันแข็งแกร่งระเบิดออกและปะทะกันอย่างรุนแรง
หยุนเย่ว์ส่งเสียงอู้อี้ในลำคอ อานุภาพกระบี่อันยิ่งใหญ่บดขยี้เข้ามาพร้อมปราณกระบี่ที่เกรี้ยวกราด ใบหน้าของนางซีดเผือด
ร่างของนางกระเด็นตกลงกระแทกพื้นอย่างแรง ก่อนจะกระอักเลือดสีแดงสดออกมาคำโต
ใบหน้างดงามบิดเบี้ยวถึงขีดสุด
"แค่เด็กใหม่ที่ยังไม่ได้รับการสั่งสอนจากผู้อาวุโส ทำไมวิถีกระบี่ของเจ้าถึงแข็งแกร่งกว่าข้า?"
"ไอ้ระยำ กล้าลงมือกับศิษย์พี่หยุนเย่ว์ ตายซะ!"
ซุนหนิงและอีกคนหน้าเครียดขึง ทั้งสองกัดฟันกรอด พุ่งเข้าใส่ซูหานพร้อมกันทันที
"ผู้ที่กล้าขัดขืนเจตจำนงของศิษย์พี่เกาเฟิง ทุกคนต้องตาย"
เสียงตวาดเกรี้ยวกราดดังก้อง เต็มไปด้วยความเคียดแค้นชิงชัง
เมื่อมองดูการโจมตีของทั้งสองคน ซูหานก็กล่าวเสียงเย็น
"ในเมื่อพวกเจ้ารนหาที่ตาย ข้าก็จะสงเคราะห์ให้"