- หน้าแรก
- ยุคใหม่แห่งเซียนดาบ
- ตอนที่ 2 สำนักยุทธ์ดาบเหล็ก
ตอนที่ 2 สำนักยุทธ์ดาบเหล็ก
ตอนที่ 2 สำนักยุทธ์ดาบเหล็ก
ตอนที่ 2 สำนักยุทธ์ดาบเหล็ก
รัชศกต้าเสวียนปีที่ยี่สิบสาม คลื่นลมจากกลียุคยังมิทันจางหาย ผนวกกับอาณาเขตอันกว้างใหญ่ไพศาล พื้นที่ห่างไกลจึงมักถูกคุกคามโดยกลุ่มโจรภูเขาและผู้คนนอกกฎหมาย อีกทั้งยังมีจอมยุทธ์ผู้ทรงพลังแฝงตัวบงการอยู่เบื้องหลังในอำเภอต่างๆ
ภายหลังสมาพันธ์สำนักยุทธ์ยื่นมือเข้าช่วยจักรพรรดิเสวียนยุติความโกลาหล ดินแดนสิบสี่มณฑลแห่งราชวงศ์ต้าเสวียนจึงตกอยู่ภายใต้การปกครองร่วมกันระหว่างสำนักยุทธ์และราชสำนัก...
ครึ่งเดือนต่อมา
ณ เบื้องล่างกำแพงเมืองชิงหยาน ผู้คนบ้างหาบของ บ้างเข็นรถลาก ขบวนพ่อค้าขับรถม้าขนส่งสินค้ากันขวักไขว่ ผู้คนสัญจรเข้าออกเมือง บ้างมาจับจ่าย บ้างเดินทางจากไป ต่างคนต่างมีจุดมุ่งหมายของตน
"ชิงหลิน ที่นี่คึกคักยิ่งนัก!"
เกวียนเทียมวัวเล่มหนึ่งค่อยๆ เคลื่อนตัวเข้าใกล้ประตูเมือง
บนเกวียนมีเฉินชิงหลินและเฉินชิงสือที่เดินทางมาเพื่อร่ำเรียนวิทยายุทธ์ รวมถึงเฉินเหลียงหยวนผู้เป็นลุงที่ห่วงใยหลานทั้งสองจึงลงทุนเช่าเกวียนมาส่ง
"ใช่ขอรับ ผู้คนมากมายจริงๆ"
ระหว่างสนทนา เฉินชิงหลินเองก็ได้สัมผัสบรรยากาศหน้าประตูเมืองเป็นครั้งแรก แม้ในความทรงจำจะเคยเห็นความเจริญรุ่งเรืองที่มากกว่านี้ แต่การได้เห็นประตูเมืองโบราณด้วยตาตนเองก็นับเป็นเรื่องแปลกใหม่ไม่น้อย
"ท่านลุง พวกเราจะไปหาอารองก่อนหรือไม่?"
"อืม ไปหาอารองของพวกเจ้าก่อน แล้วค่อยไปที่สำนักยุทธ์ วันหน้าหากพวกเจ้าขาดเหลือสิ่งใดจะได้มีที่พึ่งพิง"
ตระกูลในยุคโบราณให้ความสำคัญกับการช่วยเหลือเกื้อกูลกันในหมู่เครือญาติเป็นอย่างยิ่ง
เมื่อผ่านพ้นประตูเมืองเข้ามา คือถนนสายหลักปูด้วยแผ่นหินสีเขียว สองข้างทางเรียงรายด้วยอาคารบ้านเรือนทรงโบราณ
หลังจากลัดเลาะผ่านตรอกซอยไปทางทิศใต้ของเมือง พวกเขาก็มาถึงร้านบะหมี่แห่งหนึ่ง นี่คือร้านของเฉินเหลียงผิ่น อารองของเฉินชิงหลิน
แม้มิใช่เวลาอาหาร แต่ก็ยังมีลูกค้าสองสามคนนั่งทานอยู่
เฉินเหลียงผิ่นวางชามบะหมี่ลงตรงหน้าลูกค้า เมื่อหันกลับมาก็พบคนทั้งสามยืนอยู่หน้าร้าน
"พี่ใหญ่! ท่านมาได้อย่างไร?"
"รีบเข้ามานั่งข้างในก่อน พวกท่านยังไม่ได้กินอะไรกันมาใช่ไหม? เดี๋ยวข้าจะไปลวกบะหมี่ให้สักหลายชาม"
"เหลียงผิ่น ไม่ต้องลำบากหรอก พวกเรากินกันมาแล้ว ข้าพาเจ้าเด็กสองคนนี้มาดูทางไว้ วันหน้าจะได้แวะมาหาเจ้าถูก"
"ชิงสือกับชิงหลินก็มาด้วยหรือ! ไม่ได้เจอกันนาน เจ้าเด็กสองคนนี้โตขึ้นมากเชียว"
หลังจากพูดคุยไถ่ถามสารทุกข์สุกดิบกันครู่หนึ่ง เฉินเหลียงผิ่นรอจนลูกค้าทานเสร็จจึงเก็บร้าน และพาทั้งสามมุ่งหน้าไปยังสำนักยุทธ์
ไม่นานนัก พวกเขาก็มาหยุดอยู่หน้าสำนักยุทธ์ บนป้ายเขียนตัวอักษรว่า 'สำนักยุทธ์ดาบเหล็ก'
ที่หน้าประตูมีศิษย์สำนักยืนเฝ้าเวรยามอยู่
ทั้งสี่เดินเข้าไปหา เฉินเหลียงผิ่นประสานมือคารวะศิษย์เวรยามผู้นั้นแล้วกล่าวว่า
"น้องชายแซ่เซียว ข้ามีหลานชายสองคนประสงค์จะมาฝากตัวฝึกยุทธ์ที่สำนักอันทรงเกียรติของท่าน รบกวนช่วยแจ้งผู้ดูแลให้ที"
"อ้อ เถ้าแก่เฉินนี่เอง รอสักครู่นะ"
"ขอบคุณมากน้องชายเซียว"
เมื่อศิษย์ผู้นั้นรับคำและเดินเข้าไปด้านใน พวกเขาก็ยืนรออยู่หน้าประตู
"อารอง ท่านรู้จักคนของสำนักยุทธ์ด้วยหรือ?" เฉินชิงสือเอ่ยถาม
"เจ้าก็รู้อารองเปิดร้านบะหมี่ ศิษย์สำนักมักแวะเวียนมากินอยู่บ่อยครั้ง นานวันเข้าก็พอจะคุ้นเคยกันบ้าง"
เพียงชั่วจิบน้ำชา ศิษย์คนเดิมก็เดินกลับมาพร้อมชายหนุ่มอีกคนหนึ่ง
"ทุกท่าน เชิญตามข้ามา"
คนของสำนักยุทธ์ผายมือเชื้อเชิญให้พวกเขาเดินตามเข้าไป
เมื่อเดินลึกเข้าไปถึงลานด้านใน ก็พบชายวัยกลางคนนั่งจิบชาอยู่บนเก้าอี้หิน บนโต๊ะมีกาน้ำชาวางอยู่ ด้านหลังมีศิษย์สองคนยืนสำรวม
คนเหล่านี้คือ หลินหัว ผู้ดูแลสำนักยุทธ์ดาบเหล็ก และเหล่าลูกศิษย์
เมื่อพวกเขาเข้ามาในห้อง หลินหัววางถ้วยชาลงแล้วเอ่ยถาม
"พวกเจ้าคือผู้ที่ต้องการมาฝึกวิชาที่สำนักดาบเหล็กของข้าหรือ? เป็นคนบ้านไหนกัน?"
"เรียนท่านผู้ดูแล พวกเรามาจากหมู่บ้านหลินเหอ ปรารถนาจะมาเรียนรู้วิชาที่สำนักขอรับ"
"หมู่บ้านหลินเหอ? อืม... หายากนะที่จะมีความทะเยอทะยานเช่นนี้ พวกเจ้ารู้กฎของสำนักแล้วหรือยัง?" หลินหัวพยักหน้าเล็กน้อย ดูเหมือนจะคุ้นเคยกับหมู่บ้านนั้นดี
คนทั้งกลุ่มมองหน้ากัน สุดท้ายเฉินเหลียงผิ่นจึงก้าวออกมาตอบ
"พวกเรายังไม่ทราบกฎเกณฑ์ ขอท่านอาจารย์หลินโปรดชี้แนะ"
"ค่าเล่าเรียนเดือนละสองตำลึงเงิน ไม่รวมอาหารและที่พัก พวกเจ้าต้องจัดการเรื่องกินอยู่หลับนอนกันเอาเอง"
"จะฝึกสำเร็จหรือไม่ขึ้นอยู่กับตัวบุคคล ค่าเล่าเรียนจ่ายแล้วไม่คืน"
"เข้าใจหรือไม่?"
"เข้าใจแล้วขอรับ ท่านอาจารย์หลิน" เฉินเหลียงหยวนหยิบเงินสี่ตำลึงออกมามอบให้ทันที
"ในเมื่อเข้าใจแล้ว อาหมิง พาพวกเขาออกไป พรุ่งนี้ยามเฉินให้มารายงานตัวที่สำนัก"
"ขอรับท่านอาจารย์"
หลังจากเดินนำออกมา สือหมิงก็กล่าวกับเฉินชิงสือและเฉินชิงหลินว่า
"ศิษย์น้องทั้งสอง ข้าชื่อสือหมิง วันหน้าหากมีเรื่องอันใดให้มาหาศิษย์พี่ได้"
"ขอบคุณขอรับ ศิษย์พี่"
"ช่วงนี้มีคนจากหมู่บ้านใกล้เคียงมาสมัครเรียนที่สำนักเราไม่น้อย ส่วนใหญ่ก็เหมือนกับพวกเจ้านั่นแหละ"
"พวกเขามักจะเช่าห้องพักแถวๆ นี้ แต่ในเมื่อพวกเจ้าเป็นหลานของเถ้าแก่เฉิน เรื่องที่พักคงไม่ต้องกังวลกระมัง" สือหมิงหันไปยิ้มให้เฉินเหลียงผิ่น
ระหว่างพูดคุยหยอกล้อ พวกเขาก็เดินมาถึงหน้าประตูสำนัก
"ศิษย์พี่สือ ส่งเท่านี้เถิด พวกเราขอตัวลา" ทั้งหมดประสานมือลา
"จำไว้ พรุ่งนี้ต้องมาถึงสำนักในยามเฉิน อาจารย์เซี่ยไม่ชอบรอใคร" สือหมิงโบกมือกล่าวกำชับ ก่อนจะเดินกลับเข้าไป
เฉินเหลียงผิ่นพาทั้งสามไปยังบ้านหลังเล็กไม่ไกลจากบ้านของตนนััก ตกลงค่าเช่าได้ในราคาหนึ่งร้อยแปดสิบอีแปะต่อเดือน
จากนั้นจึงพาเดินเที่ยวชมเมือง ซื้อเครื่องนอนและจัดแจงที่พักจนเรียบร้อย ก่อนจะพาหลานทั้งสองไปที่บ้านตน ส่วนเฉินเหลียงหยวนเห็นว่ายังพอมีเวลาจึงขอตัวลากลับหมู่บ้านหลินเหอ
เฉินเหลียงผิ่นพาหลานชายทั้งสองเดินเข้าตรอกมาหยุดหน้าบ้านหลังหนึ่ง เปิดประตูแล้วเดินนำเข้าไป
"นี่คือบ้านอารอง เดิมทีอยากให้พวกเจ้ามาอยู่ด้วยกัน แต่พ่อเจ้ากำชับหนักหนาว่าไม่อยากให้มารบกวน"
"อารอง พวกเราดูแลตัวเองได้ อีกอย่างอยู่ไม่ไกลกัน หากมีเรื่องอะไรข้ากับพี่ชิงสือจะรีบมาหาท่าน"
"เช่นนั้นก็ดี"
เฉินเหลียงผิ่นเข้ามาในบ้านที่ว่างเปล่า บอกให้ทั้งสองนั่งลงแล้วเอ่ยว่า
"อาสะใภ้ไม่อยู่ พี่สาวคนโตพวกเจ้าออกเรือนไปแล้ว ส่วนพี่ชายคนโตอายุก็เกือบยี่สิบยังไม่เป็นโล้เป็นพาย วันๆ เอาแต่เที่ยวเล่น เฮ้อ..."
รอยย่นบนหน้าผากของเฉินเหลียงผิ่นดูลึกขึ้นยามเอ่ยถึงบุตรชาย
"พวกเจ้ารู้ดีว่าทางบ้านลำบากแค่ไหนกว่าจะส่งมาเรียนยุทธ์ได้ ต้องตั้งใจฝึกฝนให้มีวิชาติดตัว อย่าให้ความเหนื่อยยากของพ่อแม่ต้องสูญเปล่า"
เขาพร่ำสอนด้วยความหวังดี ทั้งสองรีบรับคำและเอ่ยปลอบใจผู้เป็นอา
ราตรีผ่านพ้น รุ่งเช้าก่อนยามเฉิน ทั้งสองเดินทางมาถึงสำนักยุทธ์
ภายในลานฝึกเต็มไปด้วยศิษย์ที่กำลังฝึกฝนวิชาอย่างขะมักเขม้น ผู้คนทยอยมากันมากขึ้น
ส่วนใหญ่เป็นเด็กหนุ่มวัยรุ่น บ้างสวมชุดผ้าป่านเนื้อหยาบ ส่วนมากสวมชุดผ้าธรรมดาหรือชุดหนังสัตว์ มีเพียงส่วนน้อยที่สวมอาภรณ์หรูหรา
ทันใดนั้น เฉินชิงหลินเห็นชายวัยราวสี่สิบปี ใบหน้าเคร่งขรึมเดินเข้ามาในลาน
"ส่งเสียงเอะอะอะไรกัน! มาเข้าแถวให้เรียบร้อย"
หลังจากเหล่าศิษย์เข้าแถวเรียงสอง เซี่ยเฟิงก็แนะนำเด็กใหม่ให้ทุกคนรู้จัก
เขากล่าวถึงเกียรติประวัติของสำนักและตำหนิศิษย์ที่ดูง่วงเหงาหาวนอน ก่อนจะเริ่มสอนวิชา
"ดูให้ดี นี่คือ 'หมัดลวดเหล็ก' ของสำนักเรา กระบวนท่านี้กว้างขวางสง่างาม ทรงพลังดุดัน เน้นการระเบิดพลังและความหนักแน่น..."
เซี่ยเฟิงสาธิตให้ดูหนึ่งรอบแล้วเริ่มนำฝึก
"ฝึกฝนจนกว่าจะรู้สึกว่าเลือดลมพลุ่งพล่าน จงสัมผัสมันด้วยใจสงบ แล้วพยายามควบคุมเลือดลมนั้น เมื่อทำได้จึงจะถือว่าบรรลุ 'ขั้นเริ่มต้น'"
"เมื่อบรรลุขั้นต้นของวิชาหมัด ก็จะก้าวเข้าสู่ 'ขอบเขตขัดเกลากายา' เป้าหมายคือการบำรุงเลือดลม ขัดเกลาเส้นเอ็นและกระดูก เพื่อสร้างร่างกายให้แกร่งกล้า..."
เซี่ยเฟิงกล่าวพลางเดินจัดท่าทางให้ศิษย์ เขาชี้แนะศิษย์ใหม่เล็กน้อย ก่อนจะมอบหมายให้ศิษย์รุ่นพี่ดูแลต่อ แล้วเดินจากไป
[จบตอน]