เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 38 การเลื่อนตำแหน่งยาก เงินเดือนก็แค่ไม่กี่พัน!

ตอนที่ 38 การเลื่อนตำแหน่งยาก เงินเดือนก็แค่ไม่กี่พัน!

ตอนที่ 38 การเลื่อนตำแหน่งยาก เงินเดือนก็แค่ไม่กี่พัน!


ความสัมพันธ์ระหว่างครอบครัวของเย่ไป๋กับครอบครัวของอาสองถือว่าค่อนข้างดีทีเดียว

อาสะใภ้รองก็ไม่ใช่คนประเภทปากร้ายใจแคบอย่างน้อยตอนที่มาก็ยังเตรียมอั่งเปาให้เย่หลานด้วย

แต่ในฐานะพ่อแม่คน สิ่งที่หวังก็มีเพียงเรื่องของลูกเท่านั้น

ตอนนี้ลูกชายของอาสะใภ้รอง ลูกพี่ลูกน้องของเย่ไป๋ หรือก็คือเย่ชิง เรียนจบจากมหาวิทยาลัยการเงินที่ เซี่ยงไฮ้ได้เข้าทำงานในบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีละสามแสนกว่า

สำหรับเมืองเล็กๆ อย่างบ้านเกิดของเย่ไป๋แล้ว นักศึกษาจบใหม่สามารถหาเงินได้มากขนาดนี้ ไม่ต้องสงสัยเลยว่าเป็นตัวแทนของความสำเร็จมีชื่อเสียง

อันที่จริงอาสะใภ้รองก็ไม่ได้มีความตั้งใจที่จะอาศัยความสำเร็จของเย่ชิงมาเหยียบย่ำเย่ไป๋หรอก

เธอเพียงแค่ความรู้ไม่กว้างขวางเท่านั้น ยังคงคิดว่าการเป็นทหารก็เหมือนกับสมัยก่อน เงินที่หาได้ต่อเดือนยังไม่พอค่ากินที่บ้านด้วยซ้ำ

ยิ่งไปกว่านั้น เธอยังแยกความแตกต่างระหว่าง นายทหารชั้นประทวนกับนายทหารสัญญาบัตรไม่ออก ยิ่งแยกความแตกต่างระหว่างสายการรบกับสายทางเทคนิคไม่ออกเข้าไปกันใหญ่

กระทั่งเธออาจจะคิดว่า เย่ไป๋กำลังยืนเฝ้าประตูให้ใครอยู่ที่ไหนสักแห่งในที่ห่างไกลด้วยซ้ำ!

แต่เย่ชิงที่มาพร้อมกับอาสะใภ้รองกลับพอจะรู้เรื่องอยู่บ้าง เห็นเพียงเย่ชิงส่งสายตาขอโทษไปยังเย่ไป๋และคนอื่นๆ อย่างเขินอาย จากนั้นก็หันไปเกลี้ยกล่อมแม่ตัวเองว่า

“แม่ครับ น้องชายจบจากโรงเรียนเตรียมทหารมานะ เข้ารับราชการก็ได้เป็นนายทหารสัญญาบัตรเลย แถมยังรับประกันการบรรจุงานอีก เป็นชามข้าวเหล็กของแท้เลย จะเอามาเทียบกันแบบนี้ไม่ได้หรอกครับ!”(ชามข้าวเหล็กอารมณ์เดียวกับเวลาเราพูดว่าทำงานราชการแล้วมั่นคงครับ)

อาสะใภ้รองอาจจะไม่เชื่อเย่ไป๋ แต่สำหรับลูกชายตัวเองนั้น เธอเชื่อมั่นร้อยเปอร์เซ็นต์

แต่เธอก็ยังคงไม่เข้าใจอยู่บ้าง และก็อยากรู้อยากเห็นอยู่บ้าง ในใจก็ยังคงมีความคิดเปรียบเทียบอยู่ไม่น้อย

ก็ได้ยินเธอเหลือบมองเย่ไป๋ แล้วถามว่า

“แล้วระดับเงินเดือนของพวกเธอนี่เป็นยังไงบ้าง? เลื่อนตำแหน่งยากไหม? ลูกชิงของแม่เหมือนเคยบอกว่า สมัยนี้พวกเป็นทหารเลื่อนตำแหน่งยากมาก! สู้ตั้งหน้าตั้งตาหาเงินหน่อย รีบซื้อบ้านแต่งงานดีกว่า!”

คำพูดนี้ก็เป็นความจริง

แต่ไม่ว่าจะที่ไหน การเลื่อนตำแหน่งก็ล้วนต้องอาศัยการสร้างคุณูปการที่จับต้องได้ทั้งนั้น

เย่ไป๋คิดอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตอบว่า

“การเลื่อนตำแหน่งในกองทัพค่อนข้างยากครับ โดยเฉพาะผมที่เพิ่งจะถูกบรรจุมาไม่นาน”

“ส่วนเรื่องเงินเดือนก็ได้รับจริงๆ แค่ไม่กี่พันหยวนเท่านั้นแหละครับ ยังไงที่หน่วยก็มีข้าวให้กินมีที่ให้อยู่ ไม่มีค่าใช้จ่ายอะไร ก็พอใช้อยู่แล้วครับ!”

นี่ไม่ใช่ว่าเย่ไป๋ถ่อมตัว แต่ความจริงมันก็เป็นเช่นนั้น

เงินเดือนตามหน้าบัญชีของเย่ไป๋ หลังจากหักนู่นหักนี่แล้ว ที่ได้รับจริงๆ ก็ไม่ถึงหมื่นหยวนจริงๆ

ส่วนเรื่องการเลื่อนตำแหน่ง นั่นก็ยากจริงๆ นั่นแหละ ไม่เห็นหรอว่าฮั่วลู่กับหวางจุงเจ๋อผ่านไปครึ่งปีแล้ว ยังไม่มีวี่แววอะไรเลย

นี่ล้วนเป็นลูกรักที่จบจากโรงเรียนทหารทั้งนั้นนะ!

อาสะใภ้รองเมื่อได้ยินเย่ไป๋พูดเช่นนี้ ในใจก็พอจะประเมินได้ อดไม่ได้ที่จะกล่าวอวดด้วยน้ำเสียงเชิงเกลี้ยกล่อมว่า

“ฉันว่าเย่ไป๋เธอยังหนุ่มยังแน่น รีบเปลี่ยนสายงานซะแต่เนิ่นๆ ดีกว่า เดือนหนึ่งไม่กี่พันหยวนนี่ อย่าว่าแต่เมืองใหญ่เลย ต่อให้เป็นเมืองเล็กๆ ของเรา ก็ต้องเก็บเงินหลายปีเลยนะถึงจะซื้อบ้านได้!”

“อีกสองวันฉันว่าจะพาชิงเอ๋อร์ไปดูบ้านแล้ว ยังไงก็อายุยี่สิบกว่าแล้ว เผลอแป๊บเดียวก็จะสามสิบแล้ว ต้องรีบแต่งงานถึงจะถูก!”

ในตอนนี้ เย่ชิงก็ส่งสายตาขอโทษให้เย่ไป๋อีกครั้ง เห็นได้ชัดว่า สำหรับแม่ของตัวเอง เย่ชิงก็จนปัญญาเช่นกัน

เย่ไป๋ยักไหล่ แสดงความเข้าใจ

อันที่จริงอาสะใภ้รองก็แค่อดไม่ได้ที่จะถือโอกาสอวดบ้างเท่านั้นเอง โดยเนื้อแท้แล้วไม่ได้มีเจตนาร้ายอะไร อย่างมากก็แค่ปากพล่อยไปหน่อยเท่านั้น

ในความเป็นจริง ในบรรดาลูกพี่ลูกน้องรุ่นเดียวกัน เย่ไป๋ซึ่งเป็นนายทหารสัญญาบัตรเพียงคนเดียว ถือเป็นที่รักของเหล่าญาติผู้ใหญ่มาก

คนรุ่นพวกเขายึดติดกับชามข้าวเหล็กของงานราชการมากกว่า โดยเฉพาะอย่างยิ่งมีความผูกพันลึกซึ้งกับทหาร

ถึงขนาดที่ตอนเย่ไป๋กลับไปที่หมู่บ้าน ก็ถูกญาติผู้ใหญ่สูงอายุหลายคนดึงตัวไว้ พูดคุยกันทีก็ครึ่งค่อนวัน

ถ้าจะพูดถึงสถานะจริงๆ แล้ว สูงกว่าเย่ชิงไม่น้อยเลย

เพราะยังไง สังคมนี้อาจจะขาดพ่อค้าไปบ้าง ขาดนักแสดงไปบ้าง แต่ขาดครู ทหาร และหมอ ไม่ได้เด็ดขาด

สอนหนังสืออบรมคน  ปกป้องบ้านเมืองพิทักษ์ประเทศชาติ และช่วยคนตายเยียวยาคนเจ็บถือเป็นอาชีพที่ได้รับการเคารพนับถือจากผู้คนมากที่สุดมาตั้งแต่โบราณกาลแล้ว

ในไม่ช้า โต๊ะไพ่นกกระจอกก็ถูกตั้งขึ้นในห้องนั่งเล่น อาสะใภ้รองพลางถูไพ่พลางแสดงความสำเร็จในการอบรมสั่งสอนลูกของตนเอง พลางพูดถึงเรื่องที่ตัวเองลำบากมามากแค่ไหนในช่วงหลายปีนั้น ตอนนี้ในที่สุดก็พ้นทุกข์มีสุขเสียที อะไรทำนองนั้น

เย่ชิงทนไม่ไหวจริงๆ จึงชวนเย่ไป๋ออกไปเดินเล่นในหมู่บ้านด้วยกัน

“นายอย่าไปฟังแม่ฉันพูดมั่วซั่วนะ แกไม่ได้โลดกว้างนักไม่เข้าใจหรอก เงินเดือนปีละสามแสนในที่อย่างเมืองเซี่ยงไฮ้นั่น ก็แค่ระดับกลางล่าง อย่าว่าแต่ซื้อบ้านเลย ซื้อได้แค่ห้องน้ำก็บุญแล้ว!”

เย่ชิงหยิบบุหรี่ออกมามวนหนึ่ง และยื่นให้เย่ไป๋มวนหนึ่งตามมารยาท

เย่ไป๋ไม่มีนิสัยสูบบุหรี่ หลังจากปฏิเสธอย่างสุภาพ กำลังเตรียมจะพูดอะไรบางอย่าง แต่โทรศัพท์มือถือกลับดังขึ้นมาเสียก่อน

“ร้อยเอกเย่ สวัสดีครับ จากกรมทหารครับ ไม่ทราบว่าท่านอยู่บ้านไหมครับ?”

เสียงดังมาจากในโทรศัพท์

“อยู่ครับ”

เย่ไป๋ตอบ

“ทางกรมตัดสินใจจะนำส่งป้ายบ้านแห่งผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งให้ท่านในวันนี้ครับ ในโอกาสเช่นนี้ควรให้ท่านและครอบครัวร่วมแบ่งปันความสุขด้วยกัน ไม่ทราบว่าท่านสะดวกเวลาไหนครับ?”

“ได้ตลอดเวลาครับ วันนี้คนที่บ้านอยู่กันครบ”

“ดีครับ งั้นผมจะแจ้งให้ผู้นำทราบทันทีครับ!”

หลังจากวางสาย เย่ไป๋ก็เดินเล่นในหมู่บ้านกับเย่ชิงต่อ

ในตอนนี้ หิมะยังไม่ละลาย เด็กๆ หลายคนในหมู่บ้านได้ปั้นตุ๊กตาหิมะไว้หลายตัวแล้ว

“ไม่มีอะไรใช่ไหม?”

เย่ชิงถามถึงโทรศัพท์เมื่อครู่อย่างกังวลเล็กน้อย

ความสัมพันธ์ของสองพี่น้องถือว่าดีมาก ตอนเด็กๆ ก็เคยปั้นตุ๊กตาหิมะด้วยกันมาไม่น้อย

“ไม่มีอะไร แค่เดี๋ยวหัวหน้าจะมาเยี่ยมเยียนหน่อย แล้วก็ถือโอกาสเอาของมาให้ด้วย!”

เย่ไป๋ตอบลอยๆ

หัวหน้ามาเยี่ยม? ถือโอกาสเอาของมาให้?

เย่ชิงยังตามไม่ทัน รู้สึกว่ามีบางอย่างแปลกๆ

ครึ่งชั่วโมงต่อมา ขบวนรถสีดำแถวหนึ่งก็มาถึงหน้าประตูหมู่บ้าน

ท่ามกลางสายตาอยากรู้อยากเห็นของเพื่อนบ้านละแวกนั้น ทหารนายหนึ่งในเครื่องแบบทหารก็ได้จุดประทัด

เสียง " ปัง ปัง ปัง ดังขึ้นทันที ปลุกทั้งหมู่บ้านให้ตื่นตระหนก ดึงดูดทั้งผู้คนและสายตาให้มารวมกัน

“เกิดอะไรขึ้นเนี่ย? ยังไม่ถึงเทศกาลโคมไฟเลยก็จุดประทัดกันทำไม?”

“ดูเหมือนจะไม่ใช่คนในหมู่บ้านเรานะ!”

“คนเยอะแยะมาจุดประทัดหน้าหมู่บ้านเราทำไมกัน?”

ผู้คนต่างสงสัยงุนงง แต่เสียงดังก็ยิ่งดังขึ้นเรื่อยๆ ถึงขนาดที่ชาวบ้านหลายคนเปิดหน้าต่าง ยื่นศีรษะออกมาดู

จากนั้น ก็เห็นเสียงตีฆ้องตีกลองดังกระหึ่มขึ้นมา

เย่ไป๋และเย่ชิงที่กำลังดูเด็กๆ เล่นปั้นตุ๊กตาหิมะกันอยู่ ก็อดไม่ได้ที่จะเดินไปยังหน้าประตูหมู่บ้าน

“เกิดอะไรขึ้น? บ้านไหนแต่งงานเหรอ?”

ชาวบ้านต่างอยากรู้อยากเห็นมาก

ล้วนเป็นคนคุ้นเคยที่อยู่ที่นี่มาหลายสิปปี บ้านไหนจะแต่งงาน พวกเขาไม่มีทางไม่รู้

คุณลุงยามเฝ้าประตูยิ่งหน้าเหวอเข้าไปใหญ่ และมองดูขบวนรถนี้ กลุ่มคนที่สวมเครื่องแบบกก็ดูไม่เหมือนคนร้ายจริงๆ

ฝูงชนที่มารวมตัวกันเริ่มมากขึ้นเรื่อยๆ กำลังจะออจนปิดทางเข้าหมู่บ้านอยู่แล้ว ก็เห็นทหารหลายนายในชุดลายพราง ยกป้ายที่ประดับด้วยดอกไม้สีแดงขนาดใหญ่ออกมาจากรถยนต์

เป็นพื้นแดงอักษรทอง!

ตัวอักษรขนาดใหญ่ยักษ์เหล่านั้นปรากฏชัดเจนต่อสายตาของทุกคน

บ้านแห่งผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่ง!

ในชั่วพริบตา ทั้งบริเวณก็เกิดเสียงฮือฮาขึ้นมา!

จบบทที่ ตอนที่ 38 การเลื่อนตำแหน่งยาก เงินเดือนก็แค่ไม่กี่พัน!

คัดลอกลิงก์แล้ว