เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 39 ไม่ใช่ว่าบอกว่าเลื่อนตำแหน่งยากหรอ?

ตอนที่ 39 ไม่ใช่ว่าบอกว่าเลื่อนตำแหน่งยากหรอ?

ตอนที่ 39 ไม่ใช่ว่าบอกว่าเลื่อนตำแหน่งยากหรอ?


เมื่อมองดูป้ายตัวอักษรสีทองบนพื้นแดงแผ่นนี้ แล้วมองดูขบวนแห่ที่ถึงขึงป้ายผ้าใบใหญ่ขึ้นมาด้วย

ต่อให้เป็นคนที่ไม่เข้าใจอะไรเลย ก็ย่อมรู้ว่าผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งนี้ ไม่ใช่เรื่องเล็กน้อยธรรมดอย่างแน่นอน

นายทหารหลายนายในเครื่องแบบทหารยกป้ายบ้านแห่งผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งแผ่นนี้ขึ้น จากนั้นก็มุ่งหน้าเข้าไปในหมู่บ้านทันที

ผู้คนต่างก็หลีกทางให้เป็นช่องทางเดินอย่างรู้หน้าที่ พร้อมกันนั้นก็เร่งฝีเท้าตามไปข้างหลัง

“ดูจากป้ายผ้าใบแล้วเหมือนจะเป็นบ้านสกุลเย่ ลูกชายบ้านนั้นเป็นทหารไม่ใช่เหรอ!”

“ผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งเชียวนะ! แค่ไม่รู้ว่ายังมีชีวิตอยู่หรือตายไปแล้ว!”

“อุ้บ่ะ! หมู่บ้านเรามีผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งด้วย เรื่องนี้เอาไปโม้ได้อีกหลายปีเลย!”

เย่ชิงที่อยู่ข้างๆ เย่ไป๋ ในตอนนี้กลับตะลึงจนอ้าปากค้างมองดูภาพฉากที่เกินจริงนี้

ถ้าเขาจำไม่ผิด เย่ไป๋ก็เหมือนกับเขา เพิ่งเรียนจบมาได้ครึ่งปีกว่า แถมยังเป็นนายทหารสายเทคนิคอีกด้วย

ทำไมจู่ๆ ถึงกลายเป็นผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งไปได้?

แม้ว่าเขาจะตั้งใจเรียนอย่างขยันขันแข็งมาตั้งแต่เด็ก ผลการเรียนยอดเยี่ยม แต่สมองในตอนนี้ก็ยังประมวลผลตามไม่ค่อยทัน

ท่ามกลางการห้อมล้อมของชาวบ้าน ป้ายบ้านแห่งผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งแผ่นนี้ก็ได้เข้าสู่หมู่บ้าน

เจ้าหน้าที่กรมทหารและผู้นำเมืองเดินตามมาข้างหลัง นอกจากนี้ยังมีคนอื่นๆ ที่ถือข้าวสาร แป้ง น้ำมัน และอื่นๆ มาด้วย

เสียงตีฆ้องตีกลอง เสียงประทัดดังสนั่น ช่างครึกครื้นเสียนี่กระไร

ณ บ้านตระกูลเย่

“กิน!”

อาสะใภ้รองของเย่ไป๋ผลักไพ่นกกระจอกล้มลง

“ข้างนอกเสียงดังอะไรกัน?”

อาสะใภ้รองรู้สึกแปลกใจเล็กน้อย แต่ก็เปลี่ยนเรื่องพูดทันทีและกล่าวต่อ

“รอให้ลูกชิงบ้านฉันหาเงินซื้อบ้านได้เมื่อไหร่ เขาบอกว่าจะรับพวกเราไปอยู่ด้วยกันที่เซี่ยงไฮ้เลยนะ สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านที่นั่นดี มีทั้งลิฟต์ทั้งนิติบุคคล ไม่ใช่ว่าใครๆ ก็จะมาส่งเสียงดังเอะอะโวยวายได้ง่ายๆ แบบนี้หรอก!”

“อาจจะมีใครแต่งงานมั้ง!”

แม่ของเย่กล่าวพลางยิ้มส่ายหัว ไม่ได้ใส่ใจคำพูดโอ้อวดในคำพูดของน้องสะใภ้คนนี้เลยแม้แต่น้อย

แต่ในไม่ช้า เสียงเคาะประตูก็ดังขึ้น

พ่อของเย่หยุดการกระทำในมือ เปิดประตูออกดูก็พบว่าเป็นเพื่อนบ้านข้างๆ

“เหล่าหลี่ เป็นอะไรไป อยากจะมาเล่นสักรอบสองรอบด้วยเหรอ?”

พ่อของเย่ถามพลางยิ้ม

แต่เหล่าหลี่ในตอนนี้ใบหน้าแดงก่ำ ราวกับเพิ่งปีนบันไดขึ้นมาหลายชั้น เขากล่าวเพียงว่า

“เร็ว... เร็ว... เย่ไป๋….บ้านแก...”

“เย่ไป๋บ้านฉันเป็นอะไรไป!?”

ทันใดนั้น แม่ของเย่ก็ลุกขึ้นยืนด้วย สีหน้ากังวลอย่างยิ่ง

เย่หลานก็วิ่งพรวดออกมาจากห้องนอน บนใบหน้างามเต็มไปด้วยความตื่นตระหนก

พ่อของเย่ยิ่งมีสีหน้าตึงเครียด

หรือว่าจะเกิดเรื่องอะไรขึ้น?

ทุกคนต่างใจคอไม่ดี

ก็เห็นเพียงเหล่าหลี่หลังจากหอบหายใจเข้าปอดลึกๆ หลายครั้ง ก็กุมท้องตัวเองแล้วกล่าวว่า:

“ผู้ดูแลเมืองกับผู้การกรมทหาร... มากันหมดเลย... ยังถือป้ายมาด้วย...”

ทุกคนยิ่งงุนงงสงสัยเข้าไปใหญ่

แต่ตกลงแล้วเกิดอะไรขึ้นกันแน่ ถึงได้มีคนระดับสูงมามากมายขนาดนี้ หรือว่าทั้งหมดนี้เกี่ยวข้องกับเย่ไป๋?

ทั้งครอบครัวทั้งรู้สึกสงสัยและกังวลอย่างยิ่ง

“ถ้าลูกเป็นอะไรไป ฉันจะอยู่ต่อไปได้ยังไง!”

แม่ของเย่ที่ไม่เข้าใจสถานการณ์โดยสิ้นเชิง ร้องไห้คร่ำครวญอย่างร้อนใจ

อาสะใภ้รองที่เมื่อครู่ยังคงโอ้อวดไม่หยุด ตอนนี้รีบจับมือแม่ของเย่ไว้ปลอบใจ

“พี่สะใภ้คะ อย่าเพิ่งกังวลไปเลย ยิ่งกังวลก็ยิ่งมีโอกาสเกิดเรื่องไม่ดี!”

“อีกอย่างเย่ไป๋ของพี่ก็เชื่อฟังรู้ความมาตั้งแต่เด็ก ต้องไม่เป็นอะไรแน่นอนค่ะ!”

ในตอนนี้ เย่หลานที่ทนไม่ไหวอีกต่อไป วิ่งพรวดออกจากบ้านไป วิ่งตึงๆๆ ลงไปข้างล่าง

เสียงตีฆ้องตีกลองยังคงใกล้เข้ามา

ชั่วครู่ต่อมา ก็เห็นเย่หลานวิ่งกลับขึ้นมาอย่างเร่งรีบ ใบหน้าเล็กๆ แดงก่ำ แต่ในแววตากลับเต็มไปด้วยความยินดี

หลังจากหอบหายใจอยู่สองสามที เย่หลานก็กล่าวอย่างตื่นเต้นรวดเร็ว

“แม่คะ! ไม่ต้องคิดมาก เป็นเรื่องดี เรื่องดีมากๆ ด้วย!”

“แล้วตกลงมันเกิดอะไรขึ้น?”

ทุกคนรีบถาม

แต่เย่หลานกลับทำสีหน้าตื่นเต้นอุบไว้เป็นความลับและกล่าวว่า

“เดี๋ยวก็รู้เองแหละค่ะ”

จากนั้น ก็เห็นเย่หลานหยิบมือถือขึ้นมา พิมพ์ข้อความในกลุ่มแชทห้องเรียนอย่างกระตือรือร้นว่า “พูดไปพวกเธออาจจะไม่เชื่อ ต่อให้ฉัน ส่งกระดาษเปล่าตอนสอบเข้ามหาวิทยาลัย ก็ยังได้ 20 คะแนน!”

แม่ของเย่เดิมทีตั้งใจจะลงไปดูด้วยตัวเอง แต่กลับถูกพ่อของเย่ห้ามไว้

ได้ยินเพียงพ่อของเย่กล่าวอย่างใจเย็น

“ในเมื่อเป็นเรื่องดี พวกเราก็รอก่อนเรื่องดีๆ มักต้องรอคอยนี่นา!”

ผ่านไปอีกครู่หนึ่ง ก็ได้ยินเสียงฝีเท้าหนาแน่นดังขึ้นในโถงทางเดิน

จากนั้น ท่ามกลางสายตาคาดหวังของครอบครัวตระกูลเย่ สิ่งแรกที่ปรากฏขึ้นก็คือป้ายตัวอักษรสีทองบนพื้นแดงที่สลักคำว่า บ้านแห่งผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่ง

“เป็นไปไม่ได้น่า?”

คนในบ้านตระกูลเย่ต่างมองป้ายนั้นอย่างไม่อยากจะเชื่อ

แม้ว่าเย่ไป๋จะเป็นทหาร แต่ก็เพิ่งเรียนจบมาได้แค่ครึ่งปีกว่า จะได้คุณงามความดีชั้นหนึ่งได้ยังไง?

เขาไม่ได้บอกว่าทำงานอยู่ที่สถาบันออกแบบอะไรสักอย่างในเทียนหนานหรอกเหรอ?

แต่ในไม่ช้า ป้ายแผ่นนี้ก็มุ่งตรงมายังประตูบ้านตระกูลเย่ ไม่มีความตั้งใจที่จะขึ้นไปต่อหรือเลี้ยวไปทางอื่นเลยแม้แต่น้อย

“ขอประทานโทษครับ ท่านคือครอบครัวของร้อยเอกเย่ใช่ไหมครับ?”

นายทหารในเครื่องแบบทหารคนหนึ่งถามอย่างสุภาพมาก

“ร้อยเอกเย่?”

พ่อของเย่ยังไม่ทันตั้งตัว แต่ปากก็ยังตอบไปตามสัญชาตญาณ

“ผมคือพ่อของเย่ไป๋ครับ”

“งั้นก็ไม่ผิดแล้วครับ!”

นายทหารพยักหน้าอย่างดีใจ จากนั้นก็ส่งสัญญาณเรียก

ทันใดนั้น ท่ามกลางสายตาตะลึงงันของคนในบ้านตระกูลเย่ พวกเขาก็ส่งมอบป้ายตัวอักษรสีทองบนพื้นแดงแผ่นนี้เข้ามาในห้องนั่งเล่นของบ้านตระกูลเย่

จากนั้น คนกลุ่มหนึ่งก็กรูกันเข้ามาในบ้านตระกูลเย่

ในจำนวนนั้น พ่อของเย่ยังเห็นใบหน้าที่คุ้นเคยอยู่คนหนึ่ง จึงรีบเข้าไปทักทาย

“เลขาธิการกัว ท่านมาได้ยังไงครับ?”

เลขาธิการกัวตบไหล่พ่อของเย่อย่างสนิทสนม

“คุณมีลูกชายที่ดีจริงๆ นะ ผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่งเชียวนะ ทั้งเมืองของเรามีแบบนี้แทบจะนับได้ด้วยมือเดียว!”

ส่วนอีกด้านหนึ่ง ผู้การกรมทหารก็จับมือแม่ของเย่ไว้ทั้งสองข้างอย่างสนิทสนม

“ลูกชายของคุณคือแบบอย่างของกองทัพเรา และยังเป็นเกียรติยศของท้องถิ่นเราอีกด้วย นี่คือเกียรติยศที่กองบัญชาการเขตทหารมอบให้ด้วยตนเองเลยนะครับ!”

แม่ของเย่ถึงที่ได้รับเกียรติจนทำตัวไม่ถูกทันที

จนกระทั่งผ่านไปพักใหญ่ เย่ไป๋ถึงได้เบียดเสียดฝูงชนที่แออัดอยู่หน้าประตูบ้านตัวเองเข้ามาในบ้านได้สำเร็จ

เมื่อเจ้าตัวมาถึงแล้ว ผู้การกรมทหารกล่าวเยี่ยมเยียนอย่างสนิทสนมอยู่พักหนึ่ง ก็ประกาศมติร่วมของกรมทหารและผู้ดูเมืองทันที

“เพื่อเป็นการยกย่องชมเชยร้อยเอกเย่ไป๋ ผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่ง ที่สร้างเกียรติยศให้กับเมืองของเรา กรมทหารท้องถิ่นและทางเมืองจึงตัดสินใจ มอบรางวัลเป็นเงินสดสามแสนหยวน รวมถึงเครื่องใช้ต่างๆ...”

“และตามข้อบังคับที่เกี่ยวข้องของประเทศ จะให้สิทธิพิเศษแก่ครอบครัวผู้สร้างคุณงามความดี...”

อาสะใภ้รองในตอนนี้แอบดึงแขนเสื้อลูกชายตัวเอง ถามเสียงเบาว่า

“ไม่ใช่ว่าบอกว่าการเลื่อนตำแหน่งในกองทัพมันยากเหรอ ไอ้ร้อยเอกนี่มันระดับไหนกัน แล้วคุณงามความดีชั้นหนึ่งนี่มันคืออะไร? ทำไมถึงได้รางวัลเป็นเงินเยอะขนาดนี้ เกือบจะเท่าเงินเดือนทั้งปีของแกแล้วนะ หรือว่าแกจะไปเป็นทหารบ้างดีไหม ไปเอาคุณงามความดีชั้นหนึ่งกลับมา ดูป้ายนี่อลังการจริงๆ!”

เมื่อได้ยินคำพูดของแม่ เย่ชิงในตอนนี้ก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี

จบบทที่ ตอนที่ 39 ไม่ใช่ว่าบอกว่าเลื่อนตำแหน่งยากหรอ?

คัดลอกลิงก์แล้ว