- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 37 เรื่องจุกจิกวันตรุษจีน เรื่องที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว!
ตอนที่ 37 เรื่องจุกจิกวันตรุษจีน เรื่องที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว!
ตอนที่ 37 เรื่องจุกจิกวันตรุษจีน เรื่องที่คุ้นเคยกลับมาแล้ว!
คืนวันสิ้นปี ณ บ้านตระกูลเย่
เย่ไป๋พูดกับซูจื่อหลิง
“มันใหญ่ไปหน่อย แล้วก็ยาวนิดนึง น้องทำได้แน่นะ”
ซูจื่อหลิงตอบกลับมาทันที
“ไม่เป็นไรค่ะพี่เย่ไป๋ หนูทำได้!”
เมื่อเห็นข้อความบนมือถือ เย่ไป๋ก็อดรู้สึกไม่ได้ว่าเด็กสาวซูจื่อหลิงคนนี้ช่างรู้ความจริงๆ
ผ่านไปครู่หนึ่ง วิดีโอตลกที่ทั้งใหญ่(ขนาดไฟร์)และทั้งยาว(ความคลิป)ก็ส่งเสร็จ ซูจื่อหลิงดูอย่างมีความสุข
หลังจากคุยกับซูจื่อหลิงอยู่พักหนึ่ง แม่ของเย่ก็นำอาหารจานสุดท้ายปลาเปรี้ยวหวานมาวางบนโต๊ะอาหาร เป็นการประกาศว่าอาหารค่ำวันสิ้นปีเสร็จสมบูรณ์แล้ว
สมาชิกครอบครัวสี่คนมารวมตัวกันพร้อมหน้าที่โต๊ะอาหารในห้องนั่งเล่น
ในทีวีกำลังฉายรายการงานกาลาเทศกาลตรุษจีนตรงเวลาพอดีเป๊ะ เป็นเสียงประกอบฉากในมื้ออาหารนี้
“อ้อใช่ อีกสองวันจะมีคนจากกรมทหารมาที่บ้านเราด้วยนะ”
เย่ไป๋พูดขึ้นมาลอยๆ ขณะกินข้าว
ตามกฎระเบียบที่กำหนดไว้อย่างชัดเจน หลังจากได้รับรางวัลคุณงามความดีชั้นหนึ่งแล้ว กรมทหารท้องถิ่นจะเดินทางมามอบป้าย บ้านแห่งผู้สร้างคุณงามความดีชั้นหนึ่ง ถึงบ้านผู้ได้รับรางวัลด้วยตนเอง พร้อมกับรางวัลที่เป็นรูปธรรมอื่นๆ อีกด้วย
และเรื่องที่ตัวเองได้รับรางวัลคุณงามความดีชั้นหนึ่ง เย่ไป๋ยังไม่ได้บอกคนที่บ้าน
ด้วยเหตุนี้ พ่อของเย่หลังจากคายก้างปลาในปากออกมา ก็กล่าวอย่างสงสัย
“กรมทหาร? นี่ลูกไปทำผิดอะไรที่กองทัพมาหรอ?”
ทันใดนั้น แม่ของเย่และเย่หลานน้องสาวก็มองมาที่เย่ไป๋ด้วยสีหน้ากังวล
ในสายตาของพวกเขา เหตุการอย่างผอ.โรงเรียนหรือครูประจำชั้นมาเยี่ยมบ้าน ส่วนใหญ่แล้วน่าจะเป็นเพราะนักเรียนทำผิด
เย่ไป๋ได้แต่ยิ้มฝืนๆ และกล่าว
“ต่อให้ทำผิด นั่นก็เป็นการจัดการภายในกองทัพ ไม่เกี่ยวกับทุกคนหรอกครับ คนจากกรมทหารเขาแค่มาเยี่ยมเยียนเฉยๆ เป็นเรื่องปกติมาก”
ทุกคนในบ้านตระกูลเย่ถึงได้วางใจลง
หลังอาหารค่ำวันสิ้นปี ทั้งครอบครัวจะอยู่รอจนถึงเที่ยงคืนเพื่อข้ามปี นี่ก็เป็นสิ่งที่ทำกันเป็นประจำไปแล้ว
เมื่อเสียงระฆังดังขึ้น พิธีกรรายการและแขกรับเชิญต่างกล่าวอวยพรปีใหม่ให้กับประชาชนทั่วประเทศพร้อมกัน นอกหน้าต่างพลันสว่างวาบไปด้วยพลุอันงดงามตระการตา
“มาๆๆ นี่อั่งเปาของพวกแก!”
พ่อแม่ของเย่เตรียมพร้อมไว้นานแล้ว หยิบซองแดงสองซองออกมา ยื่นให้กับเย่ไป๋และเย่หลาน
“ผมโตขนาดนี้แล้ว ยังมีอั่งเปาอีกเหรอครับ?”
เย่ไป๋ยิ้มรับอั่งเปามา
“โตแค่ไหนแกก็ยังเป็นลูกของเรา!”
แม่ของเย่กล่าว
“พี่ไม่เอาก็เอามาให้หนูสิ!”
เย่หลานจ้องอั่งเปาในมือของเย่ไป๋ตาเป็นมัน
จากนั้น ก็เห็นเพียงเย่หลานกลอกตาไปมา ยื่นมือมาตรงหน้าเย่ไป๋แล้วกล่าวว่า
“พี่ชาย สุขสันต์วันปีใหม่นะ ขอให้พี่สมปรารถนาทุกประการในปีใหม่นี้ หาแฟนได้ไวๆ นะ!”
เย่ไป๋มีหรือจะไม่รู้ทันเล่ห์เหลี่ยมของเย่หลาน ทำได้เพียงวางอั่งเปาที่เพิ่งได้รับมายังไม่ทันอุ่นมือลงในมือของเย่หลาน
(ทำเนียมปีใหม่จีนครับ หากคนอายุน้อยกว่ามาอวยพร ผู้ใหญ่จะมอบเงินอั่งเปาให้เป็นการตอบแทน)
“งั้นพี่ก็ขอให้น้องสอบเข้ามหาวิทยาลัยปีนี้ได้ราบรื่นนะ พี่ชายของน้องจบจากโรงเรียนเตรียมทหาร น้องเป็นน้องสาวจะทำให้พี่เสียหน้าไม่ได้นะ!”
เย่ไป๋กล่าวพลางยิ้ม
แต่เย่หลานไหนเลยจะมีเวลามาฟังคำพูดของเย่ไป๋ เขามองอีกทีก็เห็นเธอฉีกซองอั่งเปาสองทีพรึ่บๆ บนใบหน้าก็ปรากฏสีหน้าผิดหวังทันที
“พ่อคะ! อั่งเปาหนึ่งร้อยหยวนนี่ให้มาหลายปีแล้วนะ ตอนนี้ค่าครองชีพขึ้นสูง ทำไมเงินอั่งเปาไม่ขึ้นบ้างล่ะคะ!”
เย่หลานทำแก้มป่องบ่นอุบอิบ
พ่อของเย่ที่กำลังเตรียมจะไปเล่นไพ่นกกระจอกที่บ้านข้างๆ กับแม่ของเย่ หยุดฝีเท้าลงเล็กน้อย พูดประโยคหนึ่งว่า
“พี่แกทำงานเป็นทางการมาครึ่งปีแล้ว ไปขอจากเขาสิ”
แล้วร่างก็หายไปจากห้องนั่งเล่น
เมื่อเห็นสายตาของน้องสาวที่มองมายังตนเอง แววตาที่เจือปนด้วยความปรารถนาเจ็ดส่วนและความน่าสงสารอีกสามส่วน เย่ไป๋ก็ยิ้มอย่างจนปัญญา ทำได้เพียงหยิบมือถือขึ้นมาแล้วพูดต่อ
“เดี๋ยวพี่โอนให้ทางวีแชทก็แล้วกัน”
เย่ไป๋ส่งอั่งเปาให้เย่หลานไปสองร้อยหยวน ฝ่ายหลังก็ส่งสติ๊กเกอร์กระต่าย “ขอบคุณค่ะพี่ชาย” กลับมาทันที
ในเมื่อหยิบมือถือขึ้นมาแล้ว เย่ไป๋ก็วางลงชั่วคราวไม่ได้
ในกลุ่มแชทของหน่วย 749 มีคนแท็กหัวหน้า ผู้การในหน่วยอยู่เรื่อยๆ เพื่ออวยพรสวัสดีปีใหม่
ส่วนในกลุ่มเล็กๆ ส่วนตัว ก็มีอั่งเปากระจายอยู่ไม่ขาดสาย
แม้ว่าจำนวนเงินจะไม่มาก แต่บรรยากาศแย่งชิงกันก็สนุกสนาน เต็มไปด้วยความเพลิดเพลิน
ในฐานะชายที่ได้รับเงินสด 700,000 หยวนและห้องชุดหนึ่งห้องภายในครึ่งปี เย่ไป๋ย่อมถูกแท็กมากที่สุด จำใจต้องส่งอั่งเปาซองใหญ่พิเศษห้าสิบหยวนออกไป
จากนั้นก็คือการตอบกลับข้อความอวยพรบนมือถือทีละข้อความอย่างทันท่วงที
ข้อความเหล่านี้ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นข้อความส่งแบบกลุ่ม เย่ไป๋ก็ใช้วิธี คัดลอก วาง ส่ง แบบครบวงจร เช่นกัน
แต่ฝั่งซูจื่อหลิงเห็นได้ชัดว่าตั้งใจส่งมา เธอส่งรูปถ่ายมาหนึ่งใบ
ก็เห็นเพียงซูจื่อหลิงที่สวมชุดฮั่นฝูสีแดง เผยให้เห็นดวงตาคู่โตฉ่ำน้ำ มือข้างหนึ่งถือกระดาษ A4 บนกระดาษเขียนว่า พี่ชาย ของขวัญปีใหม่ของพี่เข้าบัญชีแล้วนะ!
เย่ไป๋บันทึกรูปภาพทันทีไม่ลังเล แล้วก็ส่งอั่งเปา 200 หยวนไปเช่นกัน อวยพรสวัสดีปีใหม่
ความสัมพันธ์ระหว่างเขากับซูจื่อหลิงในตอนนี้ กล่าวได้ว่าเป็นมากกว่าเพื่อน แต่ยังไม่ใช่แฟน
ปกติแล้วเย่ไป๋ทำงานยุ่งมาก อีกทั้งในช่วงที่อยู่ในห้องปฏิบัติการและระหว่างการประชุม มือถือก็ต้องล็อกไว้ในตู้เซฟ ดังนั้นการพูดคุยกับซูจื่อหลิงจึงไม่บ่อยนัก
ประกอบกับอยู่ชั้นมัธยมปลายปีสุดท้ายเหมือนกับเย่หลาน ซูจื่อหลิงก็ยุ่งกับการเรียนเช่นกัน
ดังนั้นการพูดคุยของทั้งสองจึงไม่ถือว่ามากนัก
แต่เมื่อเทียบกับเพื่อนธรรมดาที่จะมีข้อความหากันเฉพาะช่วงเทศกาลปีใหม่ หรือตอนยืมเงิน การพูดคุยของทั้งสองก็ถือว่าค่อนข้างมากแล้ว
บางครั้งซูจื่อหลิงก็จะส่งรูปเซลฟี่มาให้เขา ให้เขาช่วยวิจารณ์
เย่ไป๋ก็จะส่งคำวิจารณ์ที่ดูเป็นมืออาชีพอย่างยิ่งยวดกลับไปเป็นชุดยาว แต่สรุปแล้วก็มีแค่สองคำ—สวย!
บางครั้งก็มีการพูดคุยที่คลุมเครืออยู่บ้าง แต่ทั้งคู่ก็หยุดมือไว้ก่อน
เวลาผ่านไปจนถึงวันขึ้นปีใหม่
ครอบครัวเย่ไป๋สี่คนขับรถไปยังชนบทในต่างจังหวัด นำของขวัญปีใหม่ไปมอบให้ญาติผู้ใหญ่ ทีละบ้าน
แม้ว่าปู่ย่าของเย่ไป๋จะเสียชีวิตไปหลายปีแล้ว แต่บุญคุณของญาติผู้ใหญ่ในหมู่บ้านเหล่านี้จะลืมไม่ได้เด็ดขาด
ส่วนวันขึ้นปีใหม่วันที่สอง ทั้งครอบครัวก็เดินทางไปยังบ้านยาย
เนื่องจากแม่ของเย่เป็นลูกสาวคนเดียว ดังนั้นจึงไม่ได้เจอญาติคนอื่น บรรยากาศสงบสุขมาก
วันขึ้นปีใหม่วันที่สาม เดิมทีควรจะเป็นวันที่ไปเยี่ยมญาติ
แต่พ่อของเย่กลับหอบหิ้วของฝากพื้นเมืองที่ซื้อมาจากชนบทแต่เช้าตรู่ มุ่งหน้าไปยังบ้านของหัวหน้า
แม้ว่าพ่อของเย่จะไม่มีโอกาสก้าวหน้าในเส้นทางข้าราชการอีกแล้ว แต่สิ่งที่ควรทำก็ยังต้องทำคือมารยาททางสังคมเป็นสิ่งที่หลีกเลี่ยงไม่ได้
ไม่ถึงเที่ยง พ่อของเย่ก็กลับมา เห็นได้ชัดว่า เขายังไม่มีคุณสมบัติพอที่จะได้อยู่ทานอาหารที่บ้านหัวหน้า แค่สามารถส่งของขวัญเข้าประตูไปได้ ก็ถือว่าไม่เลวแล้ว
และหลังจากไปเยี่ยมญาติมาสองวัน เมื่อเทศกาลตรุษจีนค่อยๆ เปลี่ยนจากความรื่นเริงในช่วงแรกไปสู่ความเหน็ดเหนื่อยจากการต้อนรับญาติ อาๆ และอาสะใภ้ของเย่ไป๋หลายคน พร้อมทั้งลูกๆ ก็มารวมตัวกันที่บ้านของเย่ไป๋
หลังอาหารเย็น ก็ได้ยินอาสะใภ้รองของเย่ไป๋กล่าวด้วยใบหน้าเปล่งปลั่งว่า
“จะว่าไปนะ ตอนนั้นทำไมบ้านเธอถึงให้เย่ไป๋ไปสมัครเรียนโรงเรียนเตรียมทหารกัน ปีหนึ่งจะหาเงินได้สักเท่าไหน่กัน? ดูเย่ชิงบ้านฉันสิ พอเรียนจบก็ได้เข้าทำงานบริษัทใหญ่ เงินเดือนปีแรกเริ่มต้นที่สามแสนเลยนะ ไอ้พวกเป็นทหารนี่ต้องหาเงินกี่ปีถึงจะได้เท่านี้กัน!”