- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 33 เพลงประกอบส่วนตัว
ตอนที่ 33 เพลงประกอบส่วนตัว
ตอนที่ 33 เพลงประกอบส่วนตัว
กรมสรรพาวุธของประเทศจีนมีระดับชั้นการบริหารเทียบเท่ากับเขตทหารขนาดใหญ่ต่างๆ
แม้จะเรียกว่ากรมสรรพาวุธแต่ก็ไม่ใชว่ายุทโธปกรณ์ทั้งหมดจะอยู่ภายใต้การกำกับดูแลของหน่วยงานนี้ ตัวอย่างเช่น อาวุธนิวเคลียร์และเรือบรรทุกเครื่องบิน ไม่ได้อยู่ในข่ายนี้ กรมสรรพาวุธเป็นส่วนหนึ่งในระบบการสนับสนุนด้านโลจิสติกส์
และองค์กรที่มีลักษณะคล้ายคลึงกันนี้ ก็มีอยู่ในเขตทหารขนาดใหญ่ต่างๆ เช่นกัน เพียงแต่ขอบเขตหน้าที่การทำงานจะเล็กกว่า ตัวอย่างเช่น ภายใต้เขตทหารหลานโจวก็มีโรงงานอุตสาหกรรมทหารหลานโจว ซึ่งหน้าที่ความรับผิดชอบก็รวมถึงการออกแบบและวิจัยพัฒนาอาวุธชนิดใหม่ด้วย
ในนามสังกัดกรมสรรพาวุธของประเทศจีน แต่ในเมื่อตั้งอยู่ในหลานโจว พ่อแท้ๆ ก็สู้เพื่อนบ้านใกล้เรือนเคียงไม่ได้หรอก ยิ่งไปกว่านั้น การจัดสรรงบประมาณก็ยังต้องผ่านการขอจากเขตทหารหลานโจวอีกด้วย
ดังนั้น ความคิดของหยางผู้การจึงเรียบง่ายมาก
ข่มขู่และล่อลวง!
สรุปคือ ต้องรั้งตัวเย่ไป๋ไว้ก่อน แล้วค่อยยัดเขาเข้าไปในโรงงานอุตสาหกรรมทหารหลานโจว
หัวกะทิที่วิจัยชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกได้ แถมเจ้านี่ทำให้คนพิการอย่างหมาป่าแดงบุกทะลวงเข้ากองบัญชาการได้เพียงลำพัง ถ้าหากได้มาตั้งรกรากอยู่ที่เขตทหารหลานโจวของเขา รับรองว่าได้ใช้ของให้คุ้มค่าที่สุดแน่นอน
ถึงตอนนั้น พอมีการซ้อมรบของห้าเขตทหารใหญ่ เขาจะไม่ตีพวกนั้นจนน้ำตาไหลเลยเหรอ!
หยางผู้การคิดไว้หมดแล้ว
จะใช้ยุทโธปกรณ์ชุดนี้บนตัวหมาป่าแดงเป็นมาตรฐาน แล้วจัดตั้งกองกำลังยานเกราะพิเศษขึ้นมา คัดเลือกทหารชั้นยอดจากหน่วยรบพิเศษ สร้างกองกำลังรบส่วนบุคคลที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกขึ้นมา!
กองกำลังที่ติดตั้งชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกอเนกประสงค์เต็มรูปแบบเช่นนี้ สามารถเรียกได้ว่าเป็นกองกำลังซูเปอร์โซลเจอร์อย่างแน่นอน
ไอ้เรื่องอย่างการจู่โจมแนวหลังศัตรู ปฏิบัติการเด็ดหัว มันจะไม่กลายเป็นเรื่องง่ายดายเพียงพลิกฝ่ามือหรอกหรอ?
เขาลองนึกภาพไอ้พวกตาแก่กลุ่มนั้นต้องมาเจอสถานการณ์เดียวกับเขาในวันนี้ ถูกกลุ่มคนเหล็กจับเป็นเชลย หยางผู้การก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะออกมา
ถึงตอนนั้น มือซ้ายมีชุดเกราะ มือขวามีรถถัง ทวีขุมกำลังสร้างความรุ่งโรจน์อีกครั้ง!
ต้องบอกว่า ความทะเยอทะยานของหยางผู้การนั้นยิ่งใหญ่มากจริงๆ
แต่ฝั่งหัวหน้าหยางก็ไม่ใช่พวกย่อมคนหรืออ่อนหัดเหมือนกัน
เย่ไป๋ถือได้ว่าเป็นคนที่เขาขุดค้นพบมากับมือ
แม้จะเคยไม่ไว้วางใจ แต่การสนับสนุนก็เป็นของจริงแน่นอน ไม่พูดเรื่องอื่น โครงการของใครมันจะขอเพิ่มงบประมาณติดต่อกันห้าครั้งได้บ้าง?
ดังนั้น ที่หัวหน้าหยางโกรธ ไม่ใช่ที่เย่ไป๋วิจัยชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกออกมา แต่เป็นโครงการที่ใหญ่และซับซ้อนขนาดนี้ เขากลับยังนึกว่าเป็นเสื้อเกราะกันกระสุน ไม่ได้ใส่ใจเลยแม้แต่น้อย ทำให้พลาดรายละเอียดสำคัญไปมากมาย!
แต่ไม่ว่าจะยังไง เขาก็เข้าใจแล้ว
ตั้งแต่ปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอนนิวเคลียร์ มาจนถึงชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอก เย่ไป๋คืออัจฉริยะด้านการวิจัยและพัฒนาอาวุธยุทโธปกรณ์ตัวจริง!
คนแบบนี้ ถ้าปล่อยให้หลุดมือไปจากเขา แล้วจะเอาหน้าไปพบกับแรงกดดันอันแรงกล้าของผู้นำหน่วย 749 ได้ยังไง!
ดังนั้น ต่อให้หยางผู้การจะเป็นอาแท้ๆ ของเขา แต่เรื่องที่ยอมไม่ได้ก็คือยอมไม่ได้เด็ดขาด!
เย่ไป๋เองไม่ได้คิดอะไรมาก เขากำลังแลกเปลี่ยนความคิดเห็นเกี่ยวกับประสบการณ์การรบในการซ้อมรบครั้งนี้กับหมาป่าแดงอย่างต่อเนื่อง
ข้อมูลสะท้อนได้เพียงเครื่องจักรกล มีเพียงความรู้สึกที่แท้จริงของผู้ใช้เท่านั้น ที่จะทำให้มันสมบูรณ์แบบยิ่งขึ้นได้
ในที่สุด ก็ไม่รู้ว่าหัวหน้าหยางกับหยางผู้การไปตกลงอะไรกัน เอาเป็นว่าหยางผู้การล้มเลิกความตั้งใจที่จะดึงตัวต่อ และยังยอมส่งสัญญาณยอมแพ้ของกองทัพแดงด้วย
ไม่มีใครคาดคิดว่า การซ้อมรบทางทหารที่กินเวลาสามวัน สุดท้ายจะจบลงด้วยรูปแบบเด็ดหัวที่ไม่ได้เห็นมานานหลายปี
หลังจากที่การซ้อมรบสิ้นสุดลงอย่างเป็นทางการ หยางผู้การก็ไม่สนใจการประชุมสรุปผลการรบที่เดิมทีต้องจัดขึ้น แต่กลับพาเย่ไป๋ หัวหน้าหยาง และผู้บังคับบัญชาระดับสูงสองสามคนของทั้งกองทัพแดงและฝ่ายโจมตี เข้าไปในห้องประชุมของกรมสรรพาวุธด้วยกัน
ในห้องประชุม หมาป่าแดงได้นำเครื่องบันทึกที่ติดตั้งอยู่กับชุดเกราะออกมา และเชื่อมต่อข้อมูลในนั้นเข้ากับคอมพิวเตอร์
ในไม่ช้า บนหน้าจอขนาดใหญ่ก็ปรากฏภาพมุมมองบุคคลที่หนึ่งในการรบครั้งนี้ของหมาป่าแดง
ทุกคนสามารถเห็นได้อย่างชัดเจนว่า หมาป่าแดงจัดการกองร้อยลาดตระเวนไพ่ตายได้อย่างเด็ดขาดบนยอดเขาหิมะ จากนั้นก็บุกทะลวงแดนรบราวกับทำลายไม้ผุเข้าไปในพื้นที่ส่วนหลังของกองทัพแดง
และในที่สุดก็บุกเข้าจับกุมเหล่าผู้การในกองบัญชาการได้เพียงลำพัง
ภาพทั้งหมดดูราวกับภาพยนตร์ไซไฟฟอร์มยักษ์ สะใจอย่างยิ่ง
หยางผู้การหลังจากดูจบก็ยิ้มแล้วกล่าว
“ฉันจำตอนที่อยู่บนรถบัญชาการได้ สหายเสี่ยวเย่คอยเตือนพวกเราตลอดว่ากองทัพฝ่ายโจมตีมีคนเหล็ก และยังโดนหัวหน้าหยางดุไปชุดหนึ่งเลย ตอนนี้ดูท่าแล้ว เป็นพวกเราเองที่มีความคิดยึดติดเกินไป!”
ทุกคนต่างพยักหน้าเห็นด้วย
ส่วนหัวหน้าหยางก็นึกถึงภาพตอนที่หมาป่าแดงบุกเข้ากองบัญชาการในตอนสุดท้าย แล้วหันไปถามเย่ไป๋ว่า
“ฉันสังเกตเห็นว่าสนามรบครั้งสุดท้าย สมรรถนะที่แสดงออกมามันแข็งแกร่งกว่าก่อนหน้านี้มาก นี่มันคือ?”
เย่ไป๋มองไปที่หมาป่าแดงแล้วกล่าวว่า
“ให้ผู้ใช้เป็นคนอธิบายให้ทุกคนฟังดีกว่าครับ ว่าสุดท้ายมันเกิดอะไรขึ้น!”
ในศึกสุดท้าย หมาป่าแดงเคลื่อนที่ผ่านเขตกับระเบิดด้วยความเร็วที่คนธรรมดาไม่อาจจินตนาการได้ จากนั้นเมื่อเผชิญหน้ากับกองร้อยรักษาการณ์ที่ 3 ก็ยิ่งจบการต่อสู้ได้อย่างเด็ดขาด
ในระหว่างนั้นเขาได้แสดงท่าทางการต่อสู้ออกมามากมาย ซึ่งไม่ใช่สิ่งที่มนุษย์จะทำได้เลย
ตัวอย่างเช่น ใครมันจะไปเคยเห็นคนที่กระโดดครั้งเดียวขึ้นไปบนป้อมยามที่สูงกว่าห้าเมตรได้ แถมระหว่างทางยังถือโอกาสสาดกระสุนจัดการทหารไปหลายนาย
ต่อให้เป็นเยี่ยนซวงอิงมาเองก็ต้องยอมคารวะ
(燕双鹰 เยี่ยนซวงอิง ประมาณนักแสดงสายบู๊ที่แสดงบทแอ๊กชั่นโหดๆ ประมาณนั้นละครับ)
ต่อมาก็ได้ยินเพียงหมาป่าแดงอธิบายว่า
“ท่านผู้การทุกท่านครับ ตอนนั้นผมได้เปิดใช้งานโหมดสมรรถนะสูงสุดของชุดเกราะ วิศวกรเย่ตั้งชื่อให้ว่า โหมดจ้าวหมาป่ามันจะดึงสมรรถนะขีดสุดของชุดเกราะนี้ออกมาแบบโอเวอร์โหลด แต่ข้อแลกเปลี่ยนคือการสิ้นเปลืองพลังงานและอายุการใช้งานของยุทโธปกรณ์ครับ”
“พลังงานที่เดิมทีคาดว่าจะใช้งานได้ 15 ชั่วโมง จะถูกใช้จนหมดภายในครึ่งชั่วโมง เรียกได้ว่าเป็นการดึงกำลังขับเคลื่อนออกมาจนถึงขีดจำกัดสูงสุดทางทฤษฎีครับ”
“ขณะเดียวกัน โหมดจ้าวหมาป่าก็จะสร้างภาระมหาศาลให้กับร่างกายของผู้ใช้ด้วย เพราะเหตุนี้ ก่อนจะเปิดโหมดจ้าวหมาป่า จึงจำเป็นต้องฉีดอะดรีนาลีนด้วย เรียกได้ว่าเป็นยุทธวิธีแบบยืมพลังมาใช้ล่วงหน้าจนถึงขีดสุดครับ”
หยางผู้การได้ยินดังนั้นก็ตระหนักรู้ขึ้นมาทันที และกล่าว
“งั้นก็หมายความว่า ถ้ากองบัญชาการยื้อเวลาได้อีกสักสองสามนาที แกเองก็อาจจะเสียชีวิตไปแล้วงั้นสิ?”
“ใช่ครับ ก็เป็นเช่นนั้น!”
หมาป่าแดงพยักหน้า
ตอนนี้การถกเถียงเรื่องแพ้ชนะไม่มีความหมายอีกต่อไป ทุกคนต่างให้ความสนใจไปที่ชุดเกราะนี้แทน
“ฉันสังเกตเห็นว่า ก่อนที่แกจะปฏิบัติการครั้งสุดท้าย แกยังไปกดปุ่มอะไรบนแขนเสื้อด้วย นั่นคือเปิดใช้งานฟังก์ชันอะไร?”
หัวหน้าหยางเอ่ยถามข้อสงสัย
“เอ่อ...”
ก็เห็นเพียงชายชาติชาตรีผู้แข็งแกร่งดั่งเหล็กอย่างหมาป่าแดง กลับเกาหัวอย่างเขินอาย จากนั้นจึงตอบว่า:
“นั่นคือเพลงประกอบที่วิศวกรเย่เตรียมไว้ให้ผมโดยเฉพาะครับ เขาบอกว่า เป็นเพลงเฉพาะส่วนตัวของผม ทำให้รู้สึกไร้เทียมทานไม่มีใครเอาชนะผมได้...”
เย่ไป๋รีบก้มหน้าซ่อนใบหน้าทันที