- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 32 การแย่งชิงตัวของหัวหน้าหยางและหยางผู้การ!
ตอนที่ 32 การแย่งชิงตัวของหัวหน้าหยางและหยางผู้การ!
ตอนที่ 32 การแย่งชิงตัวของหัวหน้าหยางและหยางผู้การ!
หยางผู้การมองไปยังเย่ไป๋อย่างตกตะลึงอย่างยิ่ง
“ชุดยุทโธปกรณ์นี่ เธอเป็นคนทำออกมาหรอ?”
หยางผู้การถามด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตร
สำหรับน้ำเสียงแบบนี้ เย่ไป๋คุ้นเคยเป็นอย่างดี ดูเหมือนว่าครั้งแรกตอนปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอนนิวเคลียร์
ดังนั้นเย่ไป๋จึงทำได้เพียงกล่าวด้วยความน้อยใจเล็กน้อย
“ผมส่งรายงานโครงการให้ท่านแล้วนี่ครับ ยุทโธปกรณ์ป้องกันรูปแบบใหม่ ท่านลืมแล้วเหรอครับ?”
หยางผู้การโกรธขึ้นมาอีกแล้ว เขาเดินวนรอบตัวหมาป่าแดงหลายรอบ มองซ้ำไปซ้ำมาหลายครั้ง จากนั้นเขาก็ชี้ไปที่หมาป่าแดงที่กำลังถือปืนกลแก็ตลิ่งกระบอกหนึ่งแล้วกล่าวว่า:
“แกเรียกไอ้นี่ว่ายุทโธปกรณ์ป้องกันเหรอ?”
เมื่อสักครู่เขาตรวจสอบดูแล้ว ชุดเกราะบนตัวหมาป่าแดง แค่อาวุธที่ติดตั้งอยู่บนแขนก็มีเจ็ดแปดชนิดแล้ว นี่ ยังไม่นับรวมที่แบกอยู่ข้างหลัง!
ตั้งแต่เมื่อไหร่กันที่ยุทโธปกรณ์ป้องกันมีมาตรฐานอำนาจการยิงแบบนี้!
เย่ไป๋ยิ่งรู้สึกน้อยใจเข้าไปใหญ่
ราวกับลูกแกะน้อยที่ถูกรังแก เย่ไป๋กล่าวด้วยเสียงแผ่วเบา
“ก็เป็นยุทโธปกรณ์ป้องกัน ถูกต้องแล้วนี่ครับ อาวุธนั่นก็ไม่ใช่ผมที่พัฒนา ผมแค่เตรียมพื้นที่รองรับให้ ตอนพวกเราออกแบบเสื้อเกราะกันกระสุน ยังต้องติดซองกระสุนเลยไม่ใช่เหรอครับ ผมก็ทำแบบนั้นแต่เปลี่ยนเป็นอาวุธ มันก็ไม่น่าเป็นปัญหาอะไร!”
คำพูดนี้ฟังดูก็ไม่ผิด เหล่าเสนาธิการอดไม่ได้ที่จะพยักหน้า
งั้นเข็มขัดกางเกงทหารกับซองปืนล่ะ นั่นก็นับเป็นอาวุธด้วยเหรอ?
แต่ฝั่งหัวหน้าหยางกลับยิ่งโกรธ โดยเฉพาะตอนที่เย่ไป๋ยังพูดถึงเสื้อเกราะกันกระสุน
ก็เห็นเพียงหัวหน้าหยางอดไม่ได้ที่จะชี้หน้าเย่ไป๋แล้วกล่าวว่า
“แกยังมีหน้ามาพูดเรื่องเสื้อเกราะกันกระสุนกับฉันอีกเหรอ? ตอนแรกเธอไม่ได้บอกเหรอว่าจะวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุน? แล้วไหงมาทำชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกออกมาให้ฉันล่ะ!”
ที่เขาโกรธจริงๆ ไม่ใช่ที่เย่ไป๋วิจัยชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกออกมาได้ แต่โกรธที่ยุทโธปกรณ์อุตสาหกรรมทหารที่ล้ำยุคขนาดนี้ กระบวนการวิจัยของมัน เย่ไป๋กลับไม่รายงานเขาเลยสักนิด ยังจะมาบอกว่าวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุนรุ่นใหม่อะไรอีก?
บ้านไหนเขารวมชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกกับเสื้อเกราะกันกระสุน มันคนละเรื่องเดียวกันล่ะ?
เมื่อมองหัวหน้าหยางที่โกรธจัด เย่ไป๋ในตอนนี้รู้สึกว่าตัวเองน้อยใจเหมือนเป็นเด็กน้อย
เผชิญหน้ากับความโกรธของหัวหน้าหยางเด็กน้อยเย่ก็ทำได้เพียงแก้ต่างให้ตัวเองอีกครั้ง
“ผมบอกท่านมาตลอดว่าเป็นยุทโธปกรณ์ป้องกันรูปแบบใหม่ ผมไปพูดเรื่องเสื้อเกราะกันกระสุนตอนไหนกัน... อีกอย่าง…...”
“อีกอย่าง ไม่ใช่ท่านเหรอครับที่บอกว่า ช่วงนี้ท่านค่อนข้างยุ่ง แบบร่างของผมก็จะไม่ดู ท่านจะมาโทษผมไม่ได้นะครับ!”
เย่ไป๋แขวนป้ายคำว่าเด็กน้อยน้อยใจสี่คำไว้บนใบหน้าเลยทีเดียว
หลังจากฟังคำอธิบายของเย่ไป๋ หัวหน้าหยางถึงได้ย้อนนึกดูอย่างละเอียดถี่ถ้วน
เขาพบว่า เย่ไป๋กลับไม่เคยเอ่ยคำว่า เสื้อเกราะกันกระสุน สามคำนี้เลยตั้งแต่ต้นจนจบ และช่วงนั้นเขาก็ยุ่งจริงๆ ไม่มีเวลาไปดูความคืบหน้าและรายละเอียดโครงการของเย่ไป๋เลย
แต่นั่นก็เพราะ เขาคิดมาตลอดว่าเย่ไป๋แค่กำลังวิจัยเสื้อเกราะกันกระสุนรุ่นใหม่เท่านั้น
แต่ใครมันจะตรัสรู้ ว่าเย่ไป๋จะแอบไปทำชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกออกมาแบบเงียบๆ?
นี่มันก็เหมือนกับคุณเป็นเจ้าของสถาบันวิจัย คุณสั่งให้นักวิจัยไปพัฒนาแท่งสั่นออกมาอันหนึ่ง ผลคือนักวิจัยกลับไปทำเครื่องตอกเสาเข็มอัตโนมัติแบบปรับระดับได้ออกมาให้คุณ!
เป็นคุณ คุณจะจินตนาการเรื่องแบบนี้ออกไหม?
แต่โกรธก็ส่วนโกรธ เมื่อหัวหน้าหยางมองดูชุดเกราะบนตัวหมาป่าแดง ปากก็ยิ้มกว้างจนบานแล้ว
แค่มีไอ้เจ้านี่ รางวัลหน่วยงานดีเด่นของหน่วย 749 ปีนี้ ไม่หนีไปไหนแล้ว!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หยางผู้การที่ฟังทั้งสองคน ร้องรับส่งกันจบ ก็ก้าวออกมายิ้มแป้นอีกครั้ง
เขาที่เงียบมาตลอด เปิดปากประโยคแรกก็คือ
“ไอ้ชุดเกราะโครงกระดูกภายนอกนี่ มันไม่อยู่ในยุทโธปกรณ์ตามกฎการซ้อมรบของพวกเรานะ ดังนั้นปฏิบัติการเด็ดหัวของแกครั้งนี้ ต่อให้สำเร็จ มันก็ถือเป็นโมฆะ!”
พอเปิดปากก็รู้เลยว่าเป็นผู้คร่ำหวอดในยุทธภพ
นี่ไม่ใช่ว่าหยางผู้การอาศัยยศสูงกว่ามาเล่นตุกติก แต่มีความหมายที่ลึกซึ้งกว่านั้น
แต่ยังไม่ทันที่หยางผู้การจะเผยเจตนาที่แท้จริงก็เห็น เด็กน้อยเย่ผู้เจ็บช้ำ กลับมาออนไลน์อีกครั้ง
เมื่อได้ยินเย่ไป๋กล่าวด้วยความน้อยใจยิ่งกว่าเดิม
“หยางผู้การ ท่านปรักปรำผม!”
“แต่ท่านเป็นคนเสนอให้กองพันลูกศรแดงสั่งทำยุทโธปกรณ์ตามสถานการณ์จริง และนำมาประยุกต์ใช้ทดสอบในการซ้อมรบไม่ใช่เหรอครับ ตอนนี้ท่านจะมากลับหน้าเป็นหลังมือไม่ได้นะครับ!”
พูดพลาง เย่ไป๋ก็พยายามจะบีบน้ำตาออกมาสักสองสามหยด แต่ก็พบว่าตัวเองไม่มีพรสวรรค์ด้านการแสดงเลยจริงๆ ถึงกับจ้องจนตาแดงก่ำก็ไม่มีอะไรไหลออกมา
หยางผู้การย่อมไม่ใช่คนที่จะถูกเกลี้ยกล่อมได้ง่ายๆ
ได้ยินเพียงหยางผู้การกล่าวต่อ
“งั้นสหายตัวน้อย เธอลองบอกฉันสิว่า ตกลงหน่วยลูกศรแดงเขาสั่งทำยุทโธปกรณ์อะไรกับเธอ?”
เย่ไป๋จึงนึกย้อนไปแล้วกล่าว
“วันนั้นผู้กองหลู่จัดประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น ผมได้คุยกับเหล่าทหาร สรุปออกมาได้ว่า สามารถรองรับภารกิจได้มากขึ้น และลดการบาดเจ็บล้มตายของฝ่ายเราให้ได้มากที่สุดครับ!”
“เพราะงั้นไงล่ะ”
หยางผู้การทำท่าทางเหมือนจิ้งจอกเฒ่ายิ้มแป้นกล่าวต่อ
“ในเมื่อต้อง ลดการบาดเจ็บล้มตายของฝ่ายเราให้ได้มากที่สุด งั้นมันก็ต้องเป็นยุทโธปกรณ์เสริมการป้องกันสิ เธอดูว่าของเธอนี่ ทั้งแขวนอาวุธ ทั้งระบบขับเคลื่อน ไม่สอดคล้องกับมาตรฐานการสั่งทำเลยสักนิด ย่อมไม่สามารถบันทึกเป็นผลการซ้อมรบในครั้งนี้ได้!”
เย่ไป๋คาดไม่ถึงจริงๆ ว่าหยางผู้การที่ปกติอัธยาศัยดีเป็นกันเอง พอถึงเวลาสำคัญกลับมาเล่นตุกติกขนาดนี้
“ท่านนี่มันสับเปลี่ยนแนวคิดชัดๆ!”
เย่ไป๋กล่าวอย่างไม่ยอมรับ
“การลดการบาดเจ็บล้มตายของกองทัพเรามันมีหลายตัวชี้วัด การโจมตีกำลังรบของศัตรูก็เป็นวิธีหนึ่ง อีกอย่างชุดเกราะของผมก็ต้านทานอาวุธปืนทั่วไปได้ นั่นก็ตรงตามมาตรฐานการสั่งทำแน่นอน ไม่เชื่อท่านก็ไปถามสหายที่เสียชีวิตอยู่ข้างนอกสิครับ!”
หลังจากฟังคำโต้แย้งของเย่ไป๋ หยางผู้การก็ยิ้มพลางโบกมือ
“ไอ้มาตรฐานนี่น่ะ ฉันว่ามันยังต้องศึกษากันอีกหน่อย อย่างของเธอนี่เป็นกรณีแรกเลย เอาอย่างนี้ดีกว่า เธอมาอยู่ที่เขตทหารหลานโจวของฉันสักพัก พวกเรามาช่วยกันกำหนดมาตรฐานนี้ขึ้นมาใหม่ ถือเป็นการ เบิกทางให้คนรุ่นหลังด้วยไง ฉันรับรอง ทำเสร็จเมื่อไหร่ ได้รับความดีความชอบครั้งใหญ่แน่นอน!”
เขาเผยเจตนาที่แท้จริงแล้ว!
เย่ไป๋ยังไม่ทันตั้งตัว แต่หัวหน้าหยางกลับตั้งตัวทันในบัดดล
ที่แท้ท่านอาสองของตัวเองอ้อมโลกมาซะไกลก็เพื่อจะมาขุดมุมกำแพงแย่งคนของเขานี่เอง?
แบบนี้มันจะใช้ได้ยังไง! ต่อให้เป็นญาติกันก็ไม่ได้!
ในหัวของหัวหน้าหยางคิดอย่างรวดเร็ว รีบกล่าวว่า
“เย่ไป๋ ปืนพกซีเซี่ยนที่เธอออกแบบครั้งที่แล้วน่ะยอดเยี่ยมมาก หลังจากที่ผู้บริหารหน่วยประชุมหารือกันแล้ว เตรียมจะมอบรางวัลเป็นอพาร์ตเมนต์ให้เธอหนึ่งห้อง เรื่องนี้ฉันลืมบอกเธอ เพิ่งจะนึกขึ้นได้เมื่อกี้นี้เอง!”
ในความเป็นจริง ประชุมบ้าประชุมบออะไรกัน!
แค่ผลงานการรบอันดุดันของชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกอเนกประสงค์ของเย่ไป๋ในการซ้อมรบครั้งนี้ อย่าว่าแต่ห้องชุดห้องเดียวเลย ต่อให้เขาหยางหยงชุนไปเป็นเมียให้เย่ไป๋ก็ยังยอม!
ส่วนอีกด้านหนึ่ง หยางผู้การที่สมกับเป็นญาติของหัวหน้าหยาง กลับใจป้ำกว่าทุบโต๊ะกล่าวทันที
“ที่เขตทหารหลานโจวของฉันน่ะ อย่างอื่นไม่ค่อยมีหรอก แต่มีบ้านพักวิลล่าว่างอยู่ไม่กี่หลัง แค่สร้างผลงานนิดๆ หน่อยๆ ก็แบ่งให้ได้แล้ว พวกเธอว่าจริงไหม?”
พูดจบ หยางผู้การก็ยังหันไปมองเหล่าเสนาธิการรอบๆ
เหล่าเสนาธิการที่อยู่กับหยางผู้การมานานขนาดนี้ มีหรือจะไม่เข้าใจความหมายของผู้การ รีบพูดสอดขึ้นมาทันที
“ได้ยินว่าวิลล่าหลังนั้นตกแต่งอย่างดีเลยนะครับ หลังหนึ่งหลายล้านเลยนะ!”
“สภาพแวดล้อมในหมู่บ้านก็ดี อยู่ใกล้โรงเรียนด้วย เดี๋ยวนี้บ้านในเขตโรงเรียนแพงจะตาย...”
“ได้ยินว่าอยู่ใกล้กับคณะนักร้องนักแสดงของกองทัพของเขตทหารเรามากเลยนะครับ ข้างในมีสาวๆ สวยๆ อายุน้อยๆ เพียบเลย!”
ในวินาทีนี้ หัวหน้าหยางก็ได้สัมผัสอย่างลึกซึ้งว่า อะไรคือข้อเสียเปรียบของการรบนอกบ้าน และที่น่าโมโหยิ่งกว่านั้นคือ คู่ต่อสู้กลับเป็นอาแท้ๆ ของตัวเอง นี่มันผู้ใหญ่รังแกเด็ก หน้าไม่อายชัดๆ!