- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 24 หวางจุงเจ๋อ หอมจริงๆ!
ตอนที่ 24 หวางจุงเจ๋อ หอมจริงๆ!
ตอนที่ 24 หวางจุงเจ๋อ หอมจริงๆ!
หลู่ไขช๋วนมาเร็ว และก็ไปเร็วเหมือนกัน
คนที่ไปกับเขาด้วยก็คือหมาป่าแดง ทั้งสองคนจะกลับไปยังหน่วยลูกศรแดงที่หลานโจวด้วยกัน
ส่วนชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกอเนกประสงค์ชุดนี้ ย่อมเป็นไปไม่ได้ที่จะให้หมาป่าแดงสวมมันเดินไป แต่จะถูกส่งต่อไปยังในมือของหมาป่าแดงผ่านช่องทางพิเศษ
กระบวนการนี้รวดเร็วมาก จะไม่เกินหนึ่งวัน
และหมาป่าแดงจะทำการปรับแต่งยุทโธปกรณ์สำหรับการรบจริงครั้งสุดท้าย ณ สถานที่ลับที่หลู่ไขช๋วนเตรียมไว้ให้เขา
ในวันรุ่งขึ้นหลังจากที่หลู่ไขช๋วนและหมาป่าแดงจากไป หัวหน้าหยางที่ผลุบๆ โผล่ๆ ดั่งมังกรศักดิ์สิทธิ์เห็นหัวไม่เห็นหางมาหลายเดือน ก็เรียกเขาไปที่ห้องทำงาน
“ฉันได้ยินมาว่าเธอขอเพิ่มงบประมาณทั้งหมดห้าครั้ง?”
หัวหน้าหยางกล่าวด้วยสีหน้าที่ไม่สู้ดีนัก
เย่ไป๋พยักหน้าอย่างรู้สึกผิดเล็กน้อย
แม้ว่าหัวหน้าหยางจะให้อำนาจที่ค่อนข้างกว้าง แต่การขอเพิ่มติดต่อกันห้าครั้ง มันช่างค่อนข้างจะ...
แต่เหนือความคาดหมายของเย่ไป๋ หัวหน้าหยางกลับไม่ได้ระเบิดอารมณ์โกรธออกมาทันที
ได้ยินเพียงหัวหน้าหยางกล่าวว่า
“ครั้งที่แล้วที่ฉันโมโหใส่เธอ ภายหลังก็พิสูจน์แล้วว่าฉันผิดเอง”
“ครั้งนี้ ฉันก็จะไม่รีบซักไซ้ว่าเธอเอางบไปทำอะไร ยังไงก็เหลืออีกไม่กี่วันก็จะซ้อมรบแล้ว ถึงตอนนั้นถ้ายุทโธปกรณ์มันไม่ดีเท่ากับงบประมาณที่จ่ายไป ก็อย่าหาว่าฉันโทษเธอก็แล้วกัน!”
คำพูดนี้ไม่ถือว่าหนักหนาอะไร แต่ประเด็นสำคัญคือ เย่ไป๋ฟังออกว่า ดูเหมือนหัวหน้าหยางจะยังคงฝังใจกับเรื่องครั้งที่แล้วอยู่
แน่นอน ไม่ใช่เพราะเย่ไป๋ แต่เป็นเพราะตัวของหัวหน้าหยางเอง
“รางวัลที่เทคโนโลยีแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ของเธอไปยื่นขออนุมัติลงมาแล้ว จะมอบรางวัลในช่วงครึ่งปีแรกของปีหน้า แต่ทางหน่วยของเราก็ยังมีรางวัลที่เป็นรูปธรรมให้ต่างหาก เหมือนจะได้ 200,000 หยวน แต่อย่าเพิ่งบ่นว่าน้อยล่ะ ถ้าเป็นสมัยก่อน เรื่องแบบแทบยิ่งกว่าความฝันเสียอีก!”
หัวหน้าหยางกล่าวเช่นนี้
“ไม่น้อยครับ ไม่น้อยเลยครับ!”
พอฟังจบ เย่ไป๋ก็ยิ้มจนปากแทบจะเบี้ยว
ไม่เพียงแต่ได้เลื่อนตำแหน่ง ยังได้รางวัล แถมทางหน่วยยังให้รางวัลอีก 200,000 หยวน แค่นี้ยังไม่พอใจอีกหรอ?
อีกอย่างเย่ไป๋ในฐานะวิศวกรยุทโธปกรณ์อุตสาหกรรมทหาร เงินเดือนหนึ่งเดือนที่ได้รับจริงๆ อยู่ที่ 20,000 หยวน บวกกับรางวัลผลการปฏิบัติงานและสวัสดิการต่างๆ รวมๆ กันจิปาถะแล้ว ทั้งปีทำเงินสามสี่แสนก็ไม่ใช่ปัญหา
แถมยังไม่มีค่าใช้จ่ายอะไรในหน่วยอีก เงินนี่ก็คือเก็บล้วนๆ
ตามความคืบหน้านี้ ปีหน้าเขาก็สามารถจ่ายเงินดาวน์ห้องชุดแบบสองห้องนอนที่บ้านเกิดได้แล้ว
เงิน 200,000 นี้ เทียบเท่ากับเงินเดือนกว่าครึ่งปีของเขา จะไม่พอใจได้ยังไง
ส่วนคุณค่าทางเทคโนโลยีของตัวแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์เอง ในเมื่ออยู่ในประเทศนี้ได้รับการบ่มเพาะจากปิตุภูมิ ตอนนี้ก็ยังเป็นทหารจะไปคิดเล็กคิดน้อยกับเรื่องพวกนั้นได้ยังไง?
ความตระหนักรู้ของเย่ไป๋ยังคงสูงอยู่มาก!
“อ้อใช่”
หัวหน้าหยางพูดขึ้นมาทันที
“การซ้อมรบที่หลานโจว ถึงเวลาเธอไปกับฉัน ไม่ต้องจองตั๋วอะไรเองล่วงหน้าล่ะ”
“ท่านก็จะไปด้วยเหรอครับ?”
เย่ไป๋ถามอย่างประหลาดใจ
คาดไม่ถึงว่าหัวหน้าหยางจะมองด้วยสายตาดูแคลน แล้วกล่าวว่า
“เธอคงไม่คิดว่าพวกเขาจัดการซ้อมรบใหญ่โตขนาดนี้ แค่เพื่อทดสอบเสื้อเกราะกันกระสุนตัวเล็กๆ ของเธอหรอกนะ?”
เย่ไป๋ย่อมไม่คิดเช่นนั้นอยู่แล้ว
เพียงแต่ความหมายในคำพูดของหัวหน้าหยางก็คือ... ดูเหมือนว่ายุทโธปกรณ์ที่หัวหน้าหยางออกแบบก็จะปรากฏตัวในการซ้อมรบครั้งนี้ด้วย?
แค่ไม่รู้ว่าเป็นฝั่งไหนจะเป็นคนใช้ ถ้าหากต้องมาเจอกับชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกอเนกประสงค์ของเขาล่ะก็...
เย่ไป๋ส่ายหัว บอกตัวเองให้หยุดคิดถึงภาพอันสวยงามนั้นไว้ชั่วคราว
“ได้ครับ ถึงเวลาผมจะไปกับท่าน”
พูดจบ เย่ไป๋ก็เตรียมหันหลังเดินจากไป
แต่ในขณะนั้นเอง หัวหน้าหยางก็เรียกเย่ไป๋ไว้อีกครั้ง!
“เกือบลืมไป ยังมีเรื่องสุดท้าย!”
ก็เห็นเพียงหัวหน้าหยางหยิบเอกสารฉบับหนึ่งออกมา อ่านตามต้นฉบับ
“เพื่อเป็นการพิจารณาถึง...กองทัพของเรา... และเป็นการส่งเสริมบุคลากรที่ยังโสด... เอ่อ…จึงมีจัดงานดูตัวขึ้นเป็นพิเศษในปลายเดือนนี้!”
เย่ไป๋พอได้ยินคำว่า ดูตัว สองคำ ก็ปวดหัวจี๊ดขึ้นมาทันที เขาอาศัยจังหวะที่หัวหน้าหยางยังไม่เงยหน้า รีบเผ่นหนีไปในพริบตา
กว่าหัวหน้าหยางจะอ่านเนื้อหาบนเอกสารจบ เงยหน้าขึ้นมาถามเย่ไป๋ ก็พบว่าในห้องทำงานไม่มีร่างของเย่ไป๋เหลืออยู่แล้ว
“เอ๊ะ? ไปไหนแล้วล่ะ?”
เย่ไป๋ที่เผ่นหนีออกมาได้ทันท่วงที รู้สึกว่าการตัดสินใจของตัวเองช่างชาญฉลาด กำลังตั้งใจจะกลับไปที่ห้องปฏิบัติการเพื่อสรุปงานต่อ ก็บังเอิญชนเข้ากับฮั่วลู่และหวางจุงเจ๋อสองคน
“แต่มันก็…หอมจริงๆ!”
หวางจุงเจ๋อกล่าวขณะเคี้ยวบางอย่าง
“นายไม่ใช่เหรอที่บอกว่าต่อให้ตายก็ไม่กินของแบบนี้?”
ฮั่วลู่มองหวางจุงเจ๋อด้วยสายตาดูถูกเหยียดหยาม
เมื่อได้ยินเช่นนี้ เย่ไป๋ก็เกิดความอยากรู้อยากเห็นขึ้นมาทันที เคลื่อนตัวเข้าไปใกล้ๆ
แต่ยังไม่ทันจะเข้าใกล้ ก็ได้กลิ่นเหม็นเน่าโชยออกมา เขาก็อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมาว่า
“พวกนายสองคนแอบกินขี้มารึไง? เหม็นชะมัด!”
หวางจุงเจ๋อเงยหน้าขึ้นมาทันที มองเย่ไป๋แล้วทักทายอย่างดีใจ
“สหายเย่ นายมาก็ดีแล้ว รีบมาลอง หลัวซือเฝิ่นที่ลู่จื่อเอามา ถึงกลิ่นมันจะเหม็น แต่พอกินแล้วหอมเฉยเลย!”
(หลัวซือเฝิ่นตือบะหมี่ที่ใส่หอยแม่น้ำเป็นหลักครับ)
เย่ไป๋ ด้วยจิตวิญญาณแห่งนักชิมนักลอง และเขาก็มุ่งมั่นที่จะก้าวไปข้างหน้า บุกเบิกสิ่งที่ไม่รู้จัก และเพิ่มพูนความรู้ ก็เลยลองชิมหลัวซือเฝิ่นนี้ไปเล็กน้อย
“หอมจริงๆ!”
เย่ไป๋อุทานออกมาหนึ่งคำ จากนั้นก็เหมือนกับคนทั้งสอง นั่งซู้ดบะหมี่อยู่ที่โถงทางเดิน
วันรุ่งขึ้น มีประกาศตำหนิภายในหน่วย ห้ามมิให้ผู้ใดรับประทานหลัวซือเฝิ่นบริเวณโถงทางเดินโดยเด็ดขาด มิฉะนั้นจะถือว่ามีความผิดเท่ากับการใช้อาวุธชีวภาพ!
...
5 มกราคม วันซ้อมของเขตทหารหลานโจว
เช้าตรู่ เย่ไป๋ก็เดินตามหลังหัวหน้าหยาง เข้าไปในสนามบินเทียนหนาน จากนั้นก็นั่งในที่นั่งชั้นเฟิร์สคลาสของเครื่องบิน
นี่ถือว่าได้อาศัยบารมีของหัวหน้าหยาง ตัวเย่ไป๋เองยังไม่สามารถรับประสบการณ์นั่งเครื่องหรูแบบนี้ได้
เย่ไป๋ยังคงรู้สึกเกรงใจอยู่บ้าง แต่หัวหน้าหยางกลับกล่าวอย่างเรียบเฉย
“รอจนแกไต่เต้ามาถึงระดับฉันเมื่อไหร่ เวลาจะไปไหนมาไหนก็จะมีคนคอยจัดการให้ แค่นี่มันยังไม่เท่าไหร่หรอก!”
“อาจารย์ของฮั่นจื่อหยาน จอมกระบี่ลู่ซาน หรือ เฉินอีกวง เธอรู้จักใช่ไหม?”
“ผู้อาวุโสเฉินน่ะ ถ้าเดินทางไปราชการ กรมสรรพาวุธมักจะจัดเครื่องบินส่วนตัวให้เลย! บอกเลยว่าการบริการขั้นสุด”
เย่ไป๋คิดดูก็เห็นด้วย
ผู้อาวุโสเฉินไม่เพียงแต่เป็นหนึ่งในผู้ร่วมก่อตั้งรากฐานการการป้องกันประเทศ แต่ยังเป็นผู้บุกเบิกยุทโธปกรณ์สมัยใหม่
แม้ว่าตอนนี้จะอายุมาก ทำงานหนักไม่ไหวแล้ว ไปสอนหนังสือและดูแลนักเรียนที่โรงเรียนเตรียมทหารแทน แต่คุณูปการที่เขาสร้างไว้ให้ปิตุภูมิ ถือเป็นสิ่งที่ไม่อาจลบเลือนได้ตลอดไป
กว่าสองชั่วโมงต่อมา เย่ไป๋และหัวหน้าหยางก็ลงจากเครื่องบิน จากนั้นก็นั่งรถจี๊ปคันหนึ่ง มุ่งตรงไปยังเขตทหารหลานโจว
ที่เขตทหารหลานโจว เย่ไป๋เดินตามหัวหน้าหยาง ได้พบกับผู้การของหลู่ไขช๋วน และยังเป็นรองผู้บัญชาการเขตทหารหลานโจวอีกด้วย เป็นบุคคลระดับนายพลอย่างแน่นอน
เพียงแต่สิ่งที่ทำให้เย่ไป๋ตกใจก็คือ หัวหน้าหยางเมื่อเห็นผู้การท่านนี้ กลับเรียกเขาว่า “ท่านอาสอง”
ไม่นึกว่ายังมีความสัมพันธ์ระดับนี้อยู่อีก มิน่าล่ะหน่วยลูกศรแดงถึงถูกเลือกให้เป็นหน่วยนำร่อง และยังให้เย่ไป๋มาสัมผัสประสบการณ์ด้วยตัวเองอีก
ผู้การท่านนี้ ที่แท้ก็แซ่หยางเช่นกัน เรียกกันติดปากว่า หยางผู้การ