- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต
ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต
ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต
เนื่องจากต้องติดตามอยู่ข้างกายหัวหน้าหยาง และยิ่งกว่านั้นยังมีหยางผู้การอีกคนที่บัญชาการกองทัพแดงอยู่ด้วย เย่ไป๋จึงไม่สะดวกที่จะปลีกตัวออกไปไหน
เดิมทีเขาคิดว่าก่อนที่การซ้อมรบจะเริ่มขึ้น จะไปพูดคุยกับหมาป่าแดงเป็นครั้งสุดท้าย แต่แผนก็ต้องเปลี่ยนเสียก่อน
แต่สิ่งที่เขาจะบอกที่จริงก็บอกไปหมดแล้ว จะได้เจออีกสักครั้งหรือไม่ก็ไม่สำคัญ
ตอนเที่ยง เย่ไป๋ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้การตระกูลหยางทั้งสอง แน่นอนว่ามีคนอื่นร่วมโต๊ะด้วย แต่เย่ไป๋เป็นคนทียศต่ำที่สุด
ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้หัวหน้าหยางพาเขามาแค่คนเดียล่ะ
บ่ายโมงครึ่ง เย่ไป๋เดินตามหลังหัวหน้าหยาง ลอบเข้าไปยังศูนย์บัญชาการของกองทัพแดง ซึ่งอยู่บนรถบัญชาการเคลื่อนที่คันหนึ่ง
เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เขามา เย่ไป๋จึงทำตัวราวกับเป็นเด็กขี้สงสัยมองซ้ายทีขวาที รู้สึกสดใหม่ไปหมด
หัวหน้าหยางกลับรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยจึงกล่าวว่า
“ระวังหน่อย อย่ารบกวนการทำงานของคนอื่น!”
ส่วนหยางผู้การอีกคนกลับดูใจกว้างมาก ้เขาหัวเราะฮ่าฮ่าแล้วก็พูดขึ้น
“สหายตัวน้อย ดูตามสบายเลย รอจนถึงวันที่เธอได้ดิบได้ดีแล้ว ก็อย่าลืมสร้างรถบัญชาการที่ใหญ่กว่าและดีกว่าคันนี้ให้ฉันก็แล้วกัน!”
เย่ไป๋ก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ
พวกเขาเป็นวิศวกรยุทโธปกรณ์ และที่สำคัญเขาเชี่ยวชาญด้านการวิจัยยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคล
ส่วนยานพาหนะประเภทนี้ แม้จะจัดเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหารเช่นกัน แต่ตั้งแต่ตัวยานพาหนะเองไปจนถึงอุปกรณ์ประเภทต่างๆ และระบบการรบ ล้วนไม่ได้อยู่ในขอบเขตการวิจัยและพัฒนาของพวกเขา
ถ้าหากดึงดันจะวิจัยจริงๆ มันก็เท่ากับว่าข้ามสายงานความยากลำบากในนั้นไม่อยากจะคิดเลยด้วยซ้ำ
ก่อนที่การซ้อมรบครั้งนี้จะเริ่มขึ้นครึ่งชั่วโมง หยางผู้การก็ได้เรียกประชุมการรบฉุกเฉินอีกครั้ง
และยังใจกว้างอย่างมากที่อนุญาตให้หัวหน้าหยางและเย่ไป๋สองคนร่วมรับฟังด้วย
ตามคำพูดของหยางผู้การก็คือ
“พวกเธอที่ทำงานด้านยุทโธปกรณ์ก็ต้องรู้ความรู้ทางการทหารไว้มากๆ ตั้งแต่การรบไปจนถึงการบัญชาการ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่า ล้ำหน้ากว่า และสอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้มากกว่า!”
“แน่นอน เนื้อหาการประชุมต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามไปบอกพวกนักข่าวล่ะ!”
ประโยคสุดท้ายนั้นพูดเล่นแน่นอน
ในความเป็นจริงก่อนที่จะมาที่นี่ โทรศัพท์มือถือของเย่ไป๋ก็ไม่ได้อยู่กับตัวเขาชั่วคราวแล้ว บนร่างกายกระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สักชิ้นก็ไม่มี
เมื่อหยางผู้การวางแผนภารกิจต่างๆ เสร็จสิ้น เวลาก็มาถึงบ่ายสองโมงตรง
พร้อมกับเสียงคำสั่งจากกรมสรรพาวุธ การซ้อมรบแบบแบ่งฝ่ายของเขตทหารหลานโจวก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!
เย่ไป๋ไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอะไร
หนึ่งคือเขาอยู่ในรถบัญชาการของกองทัพแดง อยู่ห่างไกลจากแนวหน้า
สองคือ กรอบเวลาของการซ้อมรบครั้งนี้คือสามวัน ทันทีที่เริ่มยังไงก็ต้องให้เวลาลาดตระเวนสักครึ่งวัน
การซ้อมรบแบ่งฝ่ายในครั้งนี้ คือการที่กองกำลังยานเกราะของกองทัพภาคสนามที่ 1 ซึ่งนำโดยหยางผู้การ ต่อสู้กับกองกำลังทหารราบของกองทัพภาคสนามที่ 3 ซึ่งบัญชาการโดยหลู่ไขช๋วน
กองทัพแดงเป็นฝ่ายป้องกัน เงื่อนไขชัยชนะคือต้องแน่ใจว่าที่มั่นป้องกันต่างๆ ยังคงอยู่รอดปลอดภัยจนกว่าการซ้อมรบจะสิ้นสุดลง
อีกกองทัพเป็นฝ่ายโจมตี เงื่อนไขชัยชนะคืออย่างน้อยต้องยึดที่มั่นให้ได้ครึ่งหนึ่ง
แน่นอน นับตั้งแต่ประเทศจีนเริ่มจัดการซ้อมรบทางทหารประเภทต่างๆ บ่อยครั้งขึ้น ก็ได้เกิดกฎแห่งชัยชนะที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมาข้อหนึ่ง
นั่นคือ หากกองบัญชาการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายล้างทั้งหมดฝ่ายนั้นก็จะพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง
ด้วยเหตุนี้ กองบัญชาการของกองทัพแดงจึงถูกตั้งไว้บนรถบัญชาการเคลื่อนที่ และยังมีกองทัพขนาดใหญ่ติดตามอยู่รอบๆ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้กองพันรบพิเศษลูกศรแดง ซึ่งเป็นคมมีดที่แหลมคมที่สุดของกองทัพฝ่ายโจมตีเข้ามายึด
หลังจากเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว เย่ไป๋ก็พลันรู้สึกว่ารถบัญชาการคันที่เขาอยู่นี้ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่
การซ้อมรบเริ่มตั้งแต่บ่ายสองโมง จนกระทั่งหน่วยพลาธิการส่งอาหารร้อนๆ มาให้ในกองบัญชาการก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ
คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องปกติ
กองทัพฝ่ายโจมตีรู้ตำแหน่งที่แน่นอนของที่มั่นต่างๆ ย่อมรู้ดีกว่าในนั้นต้องมีการป้องกันที่แข็งแกร่งติดตั้งไว้อย่างแน่นอน จึงไม่บุ่มบ่ามเปิดฉากโจมตีง่ายๆ
แต่ที่ทำให้เย่ไป๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยก็คือ กลับไม่มีแม้แต่การโจมตีเชิงหยั่งเชิงเลยสักนิด
แต่ในไม่ช้า คำพูดหนึ่งของหยางผู้การก็ไขข้อสงสัยของเย่ไป๋
เขาเห็นเพียงหยางผู้การกินหมูพะโล้เข้าไปชิ้นหนึ่ง แล้วยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น
“เจ้าเด็กหลู่ไขช๋วนนั่น บ่ายวันนี้คงจะลอบตรวจสอบสถานการณ์ของที่มั่นต่างๆ จนชัดเจนแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนที่เปลี่ยนเวรยาม เมื่อฟ้ามืดก็จะเปิดฉากโจมตีระลอกแรก!”
“แต่ว่านะ อยากจะกินเนื้อชิ้นนี้ของฉัน ก็ต้องดูว่าเขามีปัญญาพอหรือเปล่า!”
พูดจบหยางผู้การก็คีบเนื้ออีกชิ้นใส่ปาก
ส่วนอีกด้านหนึ่ง
หลู่ไขช๋วนมองดูแผนที่การรบที่อัปเดตเรียบร้อยแล้ว กล่าวกับเหล่าเสนาธิการว่า:
“ผู้การต้องคิดว่าพวกเราจะเปิดฉากโจมตีระลอกหนึ่งตอนที่ฟ้ามืด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็จะเล่นบท เจียงไท่กงตกปลาผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ดกับเขาสักหน่อย!”
เหล่าเสนาธิการต่างพยักหน้า
“พอฟ้ามืด ก็สั่งการให้กรมทหารที่ 325 โจมตีที่มั่นหมายเลข 8 ถ้าฉันเดาไม่ผิด อำนาจป้องกันที่นั่นไม่น่าจะมากพอ และพวกเขาก็ไม่ตั้งรับจนตัวตายแน่นอน ดังนั้นสามารถยึดมาได้!”
“ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้กองพันลูกศรแดง เตรียมส่งทางอากาศไปยังพื้นที่ส่วนลึกของศัตรู เริ่มสงครามกองโจรเพื่อก่อกวน และในขณะเดียวกันก็ค้นหากองบัญชาการของศัตรูด้วย!”
คำสั่งการรบทีละข้อถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็ว
เมื่อฟ้าเริ่มมืด พลุส่องสว่างลูกหนึ่งก็สว่างวาบขึ้น อำนาจการยิงที่ติดตั้งเตรียมไว้นานแล้วก็เริ่มระดมโจมตีที่มั่นหมายเลข 8 อย่างบ้าคลั่ง
ภายในรถบัญชาการของกองทัพแดง
“รายงานผู้การ ที่มั่นหมายเลข 8 เผชิญการโจมตีด้วยอำนาจการยิงที่รุนแรงจากศัตรู คาดการณ์เบื้องต้นว่ามีกำลังพลมากกว่าสองกรมทหาร!”
“หึหึ ฉันพูดถูกเผงเลยใช่ไหมล่ะ!”
หยางผู้การหัวเราะหึหึ แล้วออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว
“สั่งการที่มั่นหมายเลข 8 แสร้งทำเป็นป้องกัน จากนั้นก็ทำเป็นสู้ไม่ได้แล้วถอยร่น ขณะเดียวกันก็ทำการลาดตระเวนทางอากาศ เจ้าเด็กหลู่ไขช๋วนนั่นชอบเดินสองขาตลอด พวกเราจะปล่อยให้เขาทำสมใจนึกไม่ได้!”
เพียงหนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่มั่นหมายเลข 8 ก็ถูกกองทัพน้ำฝ่ายโจมตียึดไปได้อย่างง่ายดาย
และหลังจากยึดที่มั่นหมายเลข 8 ได้แล้ว กองทัพฝ่ายโจมตีก็ต้องเผชิญกับสองทางเลือก
หนึ่งคือ รุกคืบต่อไป ยึดที่มั่นที่อยู่ลึกเข้าไปอีก
สองคือ ตั้งรับอย่างแน่นหนา ณ ที่มั่นเดิม รอให้กองกำลังหนุนตามมา แล้วค่อยๆ รุกคืบอย่างมั่นคง
“หลู่ไขช๋วน ปลาตัวนี้ติดเบ็ดแล้ว แต่ถ้าตอนนี้รีบดึงเบ็ดขึ้นมา ก็อาจจะหลุดเบ็ดได้ ดังนั้นต้องใจเย็นๆ!”
ดูเหมือนหยางผู้การจะกุมชัยชนะไว้ในมือแล้ว
และเย่ไป๋ที่อยู่ในรถบัญชาการของกองทัพแดงมาตลอดก็รู้ดีว่า
กองทัพแดงได้วางค่ายกลถุงผ้าขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังที่มั่นแล้ว หากหลู่ไขช๋วนยังคงรุกคืบต่อไป เกรงว่าทั้งกองกำลังแนวหน้าจะถูกกินจนเกลี้ยง
อีกทั้งหยางผู้การยังคาดเดาได้ว่าหลู่ไขช๋วนจะส่งกองกำลังบางส่วนทางอากาศมายังพื้นที่ส่วนลึกของกองทัพแดง ก็ได้เตรียมการรับมือไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน
เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นหลู่ไขช๋วนที่จะมาแบบเหนือเมฆ หรือจะเป็นหยางผู้การที่วางแผนยุทธศาสตร์อยู่ด้านหลังได้ฟ้าเหนือฟ้ากว่า
เย่ไป๋รู้สึกตั้งตารอเรื่องนี้
แต่ที่เขากลับตั้งตารอมากกว่าว่า หลู่ไขช๋วนจะจัดวางไพ่ตายอย่างหมาป่าแดง ที่ one man army ยังไง
(one man army หนึ่งคนเทียบได้กับทั้งกองทัพ)