เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต

ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต

ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต


เนื่องจากต้องติดตามอยู่ข้างกายหัวหน้าหยาง และยิ่งกว่านั้นยังมีหยางผู้การอีกคนที่บัญชาการกองทัพแดงอยู่ด้วย เย่ไป๋จึงไม่สะดวกที่จะปลีกตัวออกไปไหน

เดิมทีเขาคิดว่าก่อนที่การซ้อมรบจะเริ่มขึ้น จะไปพูดคุยกับหมาป่าแดงเป็นครั้งสุดท้าย แต่แผนก็ต้องเปลี่ยนเสียก่อน

แต่สิ่งที่เขาจะบอกที่จริงก็บอกไปหมดแล้ว จะได้เจออีกสักครั้งหรือไม่ก็ไม่สำคัญ

ตอนเที่ยง เย่ไป๋ได้ร่วมรับประทานอาหารกับผู้การตระกูลหยางทั้งสอง แน่นอนว่ามีคนอื่นร่วมโต๊ะด้วย แต่เย่ไป๋เป็นคนทียศต่ำที่สุด

ช่วยไม่ได้ ก็ใครใช้ให้หัวหน้าหยางพาเขามาแค่คนเดียล่ะ

บ่ายโมงครึ่ง เย่ไป๋เดินตามหลังหัวหน้าหยาง ลอบเข้าไปยังศูนย์บัญชาการของกองทัพแดง ซึ่งอยู่บนรถบัญชาการเคลื่อนที่คันหนึ่ง

เนื่องจากนี่เป็นครั้งแรกที่เขามา เย่ไป๋จึงทำตัวราวกับเป็นเด็กขี้สงสัยมองซ้ายทีขวาที รู้สึกสดใหม่ไปหมด

หัวหน้าหยางกลับรู้สึกเสียหน้าเล็กน้อยจึงกล่าวว่า

“ระวังหน่อย อย่ารบกวนการทำงานของคนอื่น!”

ส่วนหยางผู้การอีกคนกลับดูใจกว้างมาก ้เขาหัวเราะฮ่าฮ่าแล้วก็พูดขึ้น

“สหายตัวน้อย ดูตามสบายเลย รอจนถึงวันที่เธอได้ดิบได้ดีแล้ว ก็อย่าลืมสร้างรถบัญชาการที่ใหญ่กว่าและดีกว่าคันนี้ให้ฉันก็แล้วกัน!”

เย่ไป๋ก็ได้แต่เกาหัวแกรกๆ

พวกเขาเป็นวิศวกรยุทโธปกรณ์ และที่สำคัญเขาเชี่ยวชาญด้านการวิจัยยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคล

ส่วนยานพาหนะประเภทนี้ แม้จะจัดเป็นยุทโธปกรณ์ทางทหารเช่นกัน แต่ตั้งแต่ตัวยานพาหนะเองไปจนถึงอุปกรณ์ประเภทต่างๆ และระบบการรบ ล้วนไม่ได้อยู่ในขอบเขตการวิจัยและพัฒนาของพวกเขา

ถ้าหากดึงดันจะวิจัยจริงๆ มันก็เท่ากับว่าข้ามสายงานความยากลำบากในนั้นไม่อยากจะคิดเลยด้วยซ้ำ

ก่อนที่การซ้อมรบครั้งนี้จะเริ่มขึ้นครึ่งชั่วโมง หยางผู้การก็ได้เรียกประชุมการรบฉุกเฉินอีกครั้ง

และยังใจกว้างอย่างมากที่อนุญาตให้หัวหน้าหยางและเย่ไป๋สองคนร่วมรับฟังด้วย

ตามคำพูดของหยางผู้การก็คือ

“พวกเธอที่ทำงานด้านยุทโธปกรณ์ก็ต้องรู้ความรู้ทางการทหารไว้มากๆ ตั้งแต่การรบไปจนถึงการบัญชาการ มีเพียงวิธีนี้เท่านั้น ถึงจะสามารถสร้างยุทโธปกรณ์ที่ดีกว่า ล้ำหน้ากว่า และสอดคล้องกับสถานการณ์จริงได้มากกว่า!”

“แน่นอน เนื้อหาการประชุมต้องเก็บเป็นความลับ ห้ามไปบอกพวกนักข่าวล่ะ!”

ประโยคสุดท้ายนั้นพูดเล่นแน่นอน

ในความเป็นจริงก่อนที่จะมาที่นี่ โทรศัพท์มือถือของเย่ไป๋ก็ไม่ได้อยู่กับตัวเขาชั่วคราวแล้ว บนร่างกายกระทั่งอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์สักชิ้นก็ไม่มี

เมื่อหยางผู้การวางแผนภารกิจต่างๆ เสร็จสิ้น เวลาก็มาถึงบ่ายสองโมงตรง

พร้อมกับเสียงคำสั่งจากกรมสรรพาวุธ การซ้อมรบแบบแบ่งฝ่ายของเขตทหารหลานโจวก็เริ่มต้นขึ้นอย่างเป็นทางการ!

เย่ไป๋ไม่ได้รู้สึกถึงการเปลี่ยนแปลงที่ชัดเจนอะไร

หนึ่งคือเขาอยู่ในรถบัญชาการของกองทัพแดง อยู่ห่างไกลจากแนวหน้า

สองคือ กรอบเวลาของการซ้อมรบครั้งนี้คือสามวัน ทันทีที่เริ่มยังไงก็ต้องให้เวลาลาดตระเวนสักครึ่งวัน

การซ้อมรบแบ่งฝ่ายในครั้งนี้ คือการที่กองกำลังยานเกราะของกองทัพภาคสนามที่ 1 ซึ่งนำโดยหยางผู้การ ต่อสู้กับกองกำลังทหารราบของกองทัพภาคสนามที่ 3 ซึ่งบัญชาการโดยหลู่ไขช๋วน

กองทัพแดงเป็นฝ่ายป้องกัน เงื่อนไขชัยชนะคือต้องแน่ใจว่าที่มั่นป้องกันต่างๆ ยังคงอยู่รอดปลอดภัยจนกว่าการซ้อมรบจะสิ้นสุดลง

อีกกองทัพเป็นฝ่ายโจมตี เงื่อนไขชัยชนะคืออย่างน้อยต้องยึดที่มั่นให้ได้ครึ่งหนึ่ง

แน่นอน นับตั้งแต่ประเทศจีนเริ่มจัดการซ้อมรบทางทหารประเภทต่างๆ บ่อยครั้งขึ้น ก็ได้เกิดกฎแห่งชัยชนะที่ไม่ได้เขียนไว้เป็นลายลักษณ์อักษรขึ้นมาข้อหนึ่ง

นั่นคือ หากกองบัญชาการของฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งถูกทำลายล้างทั้งหมดฝ่ายนั้นก็จะพ่ายแพ้โดยสิ้นเชิง

ด้วยเหตุนี้ กองบัญชาการของกองทัพแดงจึงถูกตั้งไว้บนรถบัญชาการเคลื่อนที่ และยังมีกองทัพขนาดใหญ่ติดตามอยู่รอบๆ ก็เพื่อป้องกันไม่ให้กองพันรบพิเศษลูกศรแดง ซึ่งเป็นคมมีดที่แหลมคมที่สุดของกองทัพฝ่ายโจมตีเข้ามายึด

หลังจากเข้าใจสิ่งเหล่านี้แล้ว เย่ไป๋ก็พลันรู้สึกว่ารถบัญชาการคันที่เขาอยู่นี้ เกรงว่าจะไม่ปลอดภัยสักเท่าไหร่

การซ้อมรบเริ่มตั้งแต่บ่ายสองโมง จนกระทั่งหน่วยพลาธิการส่งอาหารร้อนๆ มาให้ในกองบัญชาการก็ยังไม่มีความเคลื่อนไหวใดๆ

คิดดูแล้วก็เป็นเรื่องปกติ

กองทัพฝ่ายโจมตีรู้ตำแหน่งที่แน่นอนของที่มั่นต่างๆ ย่อมรู้ดีกว่าในนั้นต้องมีการป้องกันที่แข็งแกร่งติดตั้งไว้อย่างแน่นอน จึงไม่บุ่มบ่ามเปิดฉากโจมตีง่ายๆ

แต่ที่ทำให้เย่ไป๋รู้สึกแปลกใจเล็กน้อยก็คือ กลับไม่มีแม้แต่การโจมตีเชิงหยั่งเชิงเลยสักนิด

แต่ในไม่ช้า คำพูดหนึ่งของหยางผู้การก็ไขข้อสงสัยของเย่ไป๋

เขาเห็นเพียงหยางผู้การกินหมูพะโล้เข้าไปชิ้นหนึ่ง แล้วยิ้มก่อนที่จะพูดขึ้น

“เจ้าเด็กหลู่ไขช๋วนนั่น บ่ายวันนี้คงจะลอบตรวจสอบสถานการณ์ของที่มั่นต่างๆ จนชัดเจนแล้ว ถ้าไม่มีอะไรผิดพลาด ตอนที่เปลี่ยนเวรยาม เมื่อฟ้ามืดก็จะเปิดฉากโจมตีระลอกแรก!”

“แต่ว่านะ อยากจะกินเนื้อชิ้นนี้ของฉัน ก็ต้องดูว่าเขามีปัญญาพอหรือเปล่า!”

พูดจบหยางผู้การก็คีบเนื้ออีกชิ้นใส่ปาก

ส่วนอีกด้านหนึ่ง

หลู่ไขช๋วนมองดูแผนที่การรบที่อัปเดตเรียบร้อยแล้ว กล่าวกับเหล่าเสนาธิการว่า:

“ผู้การต้องคิดว่าพวกเราจะเปิดฉากโจมตีระลอกหนึ่งตอนที่ฟ้ามืด ในเมื่อเป็นเช่นนี้ พวกเราก็จะเล่นบท เจียงไท่กงตกปลาผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ดกับเขาสักหน่อย!”

เหล่าเสนาธิการต่างพยักหน้า

“พอฟ้ามืด ก็สั่งการให้กรมทหารที่ 325 โจมตีที่มั่นหมายเลข 8 ถ้าฉันเดาไม่ผิด อำนาจป้องกันที่นั่นไม่น่าจะมากพอ และพวกเขาก็ไม่ตั้งรับจนตัวตายแน่นอน ดังนั้นสามารถยึดมาได้!”

“ขณะเดียวกัน ก็สั่งการให้กองพันลูกศรแดง เตรียมส่งทางอากาศไปยังพื้นที่ส่วนลึกของศัตรู เริ่มสงครามกองโจรเพื่อก่อกวน และในขณะเดียวกันก็ค้นหากองบัญชาการของศัตรูด้วย!”

คำสั่งการรบทีละข้อถูกส่งออกไปอย่างรวดเร็ว

เมื่อฟ้าเริ่มมืด พลุส่องสว่างลูกหนึ่งก็สว่างวาบขึ้น อำนาจการยิงที่ติดตั้งเตรียมไว้นานแล้วก็เริ่มระดมโจมตีที่มั่นหมายเลข 8 อย่างบ้าคลั่ง

ภายในรถบัญชาการของกองทัพแดง

“รายงานผู้การ ที่มั่นหมายเลข 8 เผชิญการโจมตีด้วยอำนาจการยิงที่รุนแรงจากศัตรู คาดการณ์เบื้องต้นว่ามีกำลังพลมากกว่าสองกรมทหาร!”

“หึหึ ฉันพูดถูกเผงเลยใช่ไหมล่ะ!”

หยางผู้การหัวเราะหึหึ แล้วออกคำสั่งอย่างรวดเร็ว

“สั่งการที่มั่นหมายเลข 8 แสร้งทำเป็นป้องกัน จากนั้นก็ทำเป็นสู้ไม่ได้แล้วถอยร่น ขณะเดียวกันก็ทำการลาดตระเวนทางอากาศ เจ้าเด็กหลู่ไขช๋วนนั่นชอบเดินสองขาตลอด พวกเราจะปล่อยให้เขาทำสมใจนึกไม่ได้!”

เพียงหนึ่งชั่วโมงต่อมา ที่มั่นหมายเลข 8 ก็ถูกกองทัพน้ำฝ่ายโจมตียึดไปได้อย่างง่ายดาย

และหลังจากยึดที่มั่นหมายเลข 8 ได้แล้ว กองทัพฝ่ายโจมตีก็ต้องเผชิญกับสองทางเลือก

หนึ่งคือ รุกคืบต่อไป ยึดที่มั่นที่อยู่ลึกเข้าไปอีก

สองคือ ตั้งรับอย่างแน่นหนา ณ ที่มั่นเดิม รอให้กองกำลังหนุนตามมา แล้วค่อยๆ รุกคืบอย่างมั่นคง

“หลู่ไขช๋วน ปลาตัวนี้ติดเบ็ดแล้ว แต่ถ้าตอนนี้รีบดึงเบ็ดขึ้นมา ก็อาจจะหลุดเบ็ดได้ ดังนั้นต้องใจเย็นๆ!”

ดูเหมือนหยางผู้การจะกุมชัยชนะไว้ในมือแล้ว

และเย่ไป๋ที่อยู่ในรถบัญชาการของกองทัพแดงมาตลอดก็รู้ดีว่า

กองทัพแดงได้วางค่ายกลถุงผ้าขนาดใหญ่ไว้ด้านหลังที่มั่นแล้ว หากหลู่ไขช๋วนยังคงรุกคืบต่อไป เกรงว่าทั้งกองกำลังแนวหน้าจะถูกกินจนเกลี้ยง

อีกทั้งหยางผู้การยังคาดเดาได้ว่าหลู่ไขช๋วนจะส่งกองกำลังบางส่วนทางอากาศมายังพื้นที่ส่วนลึกของกองทัพแดง ก็ได้เตรียมการรับมือไว้เรียบร้อยแล้วเช่นกัน

เพียงแต่ไม่รู้ว่าจะเป็นหลู่ไขช๋วนที่จะมาแบบเหนือเมฆ หรือจะเป็นหยางผู้การที่วางแผนยุทธศาสตร์อยู่ด้านหลังได้ฟ้าเหนือฟ้ากว่า

เย่ไป๋รู้สึกตั้งตารอเรื่องนี้

แต่ที่เขากลับตั้งตารอมากกว่าว่า หลู่ไขช๋วนจะจัดวางไพ่ตายอย่างหมาป่าแดง ที่ one man army ยังไง

(one man army หนึ่งคนเทียบได้กับทั้งกองทัพ)

จบบทที่ ตอนที่ 25 ผู้ที่เต็มใจย่อมติดเบ็ต

คัดลอกลิงก์แล้ว