- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 23 นี้ยังเรียกว่าเกราะได้อีกหรอ
ตอนที่ 23 นี้ยังเรียกว่าเกราะได้อีกหรอ
ตอนที่ 23 นี้ยังเรียกว่าเกราะได้อีกหรอ
รถบรรทุกตู้ทึบขนาดเล็กคันหนึ่งขับเข้าไปในภูเขาลึกแถบชานเมืองเทียนหนาน
หิมะบนถนนยังไม่ละลาย เย่ไป๋จึงขับรถอย่างระมัดระวัง
หมาป่าแดงที่นั่งอยู่เบาะข้างคนขับหลับตาราวกับกำลังหลับ
บนถนนบนภูเขาที่ไร้ผู้คนแห่งหนึ่ง เย่ไป๋หยุดรถแล้วหันไปพูดกับหมาป่าแดงข้างๆ
“เริ่มได้แล้วครับ”
หมาป่าแดงลืมตาขึ้น จากนั้นก็ลงจากรถ เข้าไปในตู้เก็บของ ไม่นานเขาก็ปรากฏตัวต่อหน้าเย่ไป๋ในสภาพที่ห่อหุ้มด้วยชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกทั้งตัว
“ลองโหมดประหยัดพลังงานก่อน”
เย่ไป๋พูดจบก็เหยียบคันเร่ง รถบรรทุกเล็กก็เคลื่อนไปตามถนนบนภูเขาทันที
ความเร็วไม่มากนัก แต่ก็อยู่ที่ประมาณ 40 กม/ชม
สิบนาทีต่อมา เย่ไป๋สังเกตเห็นผ่านกระจกมองหลังว่า ร่างของหมาป่าแดงปรากฏขึ้นแล้ว และกำลังขยายใหญ่ขึ้นอย่างรวดเร็ว
ไม่ถึงครึ่งนาทีต่อมา หมาป่าแดงก็มาโบกมือให้เย่ไป๋ผ่านหน้าต่างรถแล้ว
จากนั้น ร่างของหมาป่าแดงก็เร่งความเร็วขึ้นอย่างกะทันหัน หายลับไปต่อหน้าเย่ไป๋ในพริบตา
ตามทฤษฎี ในโหมดประหยัดพลังงาน ชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกสามารถทำความเร็วได้ถึง 60 กม/ชม แต่จะทำได้จริงเท่าไหร่นั้น ยังต้องดูสมรรถภาพร่างกายของผู้ใช้เอง
เพราะยังไง อุปกรณ์ขับเคลื่อนก็เป็นเพียงกำลังเสริม ช่วยให้ผู้ใช้มีความเร็วที่มากขึ้น พละกำลังที่มากขึ้น และยังช่วยลดการใช้พลังงานของร่างกายได้อย่างมหาศาล
เย่ไป๋เหยียบคันเร่งลึกลงไปอีก เมื่อความเร็วถึง 80 กม/ชม เย่ไป๋ก็อดไม่ได้ที่จะชะลอความเร็วลง
ทักษะการขับรถของเขาก็ธรรมดาๆ บนถนนบนภูเขาที่หิมะยังไม่ละลาย นี่คือความเร็วสูงสุดที่เขาสามารถควบคุมได้แล้ว
เขาใช้เวลาสิบกว่านาที ถึงจะไล่ตามหมาป่าแดงได้ทันอย่างหวุดหวิด
ครึ่งชั่วโมงต่อมา เย่ไป๋ขับรถ หมาป่าแดงวิ่ง ทั้งสองได้เข้ามาลึกถึงใจกลางภูเขาใหญ่แล้ว
“เป็นไงบ้าง? พลังงานเหลือเท่าไหร่?”
หลังจากทั้งสองหยุดเคลื่อนที่ เย่ไป๋ก็เอ่ยถาม
หมาป่าแดงยกแขนขวาขึ้นดูแวบหนึ่ง ตอบด้วยน้ำเสียงเจือความประหลาดใจ
“ยังเหลืออีก 85%!”
แต่เย่ไป๋กลับไม่ได้มองโลกในแง่ดีขนาดนั้น เขากลับกล่าวว่า
“นี่เป็นเกราะเปล่า ที่เคลื่อนที่โดยไม่มีน้ำหนักเพิ่ม ถ้าหากต้องแบกยุทโธปกรณ์ ติดตั้งอาวุธ การสิ้นเปลืองจะเพิ่มเป็นสองเท่า!”
ที่ด้านหลังของชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอก ซึ่งก็คือแหล่งพลังงานบนผิวของมัน เย่ไป๋ได้ติดตั้งแผงโซลาร์เซลล์ที่มีอัตราการแปลงพลังงานสูงไว้แผ่นหนึ่ง สามารถจ่ายพลังงานให้กับชุดเกราะได้อย่างต่อเนื่อง
แต่นี่ก็เป็นเพียงการเสริมพลังงานเล็กๆ น้อยๆ ให้กับการสิ้นเปลืองพลังงานที่สูง
“ต่อไปก็ชาร์จไฟให้เต็มก่อน แล้วค่อยกลับไปใช้โหมดปกติ”
การออกมาในวันนี้ของทั้งสองคน ก็เพื่อทดสอบประสิทธิภาพการใช้งานต่อเนื่องในระยะยาวของชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกแบบเกราะเปล่า
โดยรวมแล้ว แม้จะมีจุดที่ยังบกพร่อง แต่ก็บรรลุข้อกำหนดพื้นฐานแล้ว
เวลาซ้อมรบกำหนดไว้คือวันที่ 15 ของเดือนหน้า สิบวันก่อนวันตรุษจีน
ตามคำพูดของหลู่ไขช๋วน ผลลัพธ์ของการซ้อมรบครั้งนี้ จะตัดสินว่าพวกเขาจะได้ฉลองปีใหม่ดีๆ หรือไม่
เย่ไป๋ไม่ได้สนใจประเด็นนี้เท่าไหร่ เขาสนใจมากกว่าว่า ชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกของเขา เมื่อรวมกับหมาป่าแดงแล้ว จะสามารถแสดงศักยภาพในสนามรบได้มากเพียงใด
การผสมผสานชุดนี้ จะสามารถบรรลุเป้าหมายหนึ่งคนสลบกองทัพในใจของเย่ไป๋ได้หรือไม่
หลังจากการทดสอบการใช้พลังงาน ก็เป็นการทดสอบการติดตั้งยุทโธปกรณ์
ในการออกแบบของเย่ไป๋ ชุดเกราะนี้จะสามารถติดตั้งอาวุธทหารราบได้ทุกชนิด ภายใต้เงื่อนไขที่ไม่คำนึงถึงการสิ้นเปลืองพลังงาน ยังสามารถติดตั้งอาวุธหนักที่มีอำนาจการยิงสูงได้
สนามยิงปืนในร่ม
ก็เห็นเพียงหมาป่าแดงที่สวมเกราะเหล็กหนักอึ้ง ยกปืนกลหนักหรือที่เรียกกันติดปากว่า ปืนกลแกตลิง ขึ้นมาด้วยมือเดียวอย่างง่ายดาย
หลังจากเหนี่ยวไกปืน ปากกระบอกปืนก็พ่นเปลวไฟออกมาอย่างบ้าคลั่ง ไม่นาน กระสุนหลายร้อยนัดก็สาดออกไปจนหมด
ส่วนสิ่งที่เรียกว่าแรงถีบกลับนั้น กลับไม่ปรากฏให้เห็นบนร่างของหมาป่าแดงและชุดเกราะนี้เลยแม้แต่น้อย
ดูเหมือนจะยังไม่สะใจพอ หมาป่าแดงก็ยกขึ้นมาอีกกระบอก กลายเป็นการยิงสองมือ
ปลอกกระสุนร่วงหล่นลงบนพื้นอย่างต่อเนื่อง ไม่นานก็กองรวมกันเป็นภูเขาลูกเล็กๆ
“รู้สึกยังไงบ้าง?”
เย่ไป๋ถาม
เสียงของหมาป่าแดงดังผ่านหมวกเกราะออกมา
“ถ้าให้ไปเจอคนพวกนั้นอีกครั้ง ต่อให้พวกมันมีจำนวนมากกว่าเดิมสักสิบเท่า และพวกมันไม่มีอาวุธหนักอย่างปืนใหญ่ ขอแค่ฉันคนเดียวก็เก็บพวกมันเรียบได้!”
น้ำเสียงของหมาป่าแดงหนักแน่นมาก เต็มไปด้วยความมั่นใจ และในขณะเดียวกันก็แฝงไว้ด้วยความแค้น
เย่ไป๋พยักหน้า แล้วกล่าวว่า
“เหลือเวลาอีกไม่กี่วันก็จะซ้อมรบแล้ว ตอนนี้คนที่รู้สถานการณ์ของคุณมีเพียงผู้กองหลู่คนเดียว เขาสั่งให้คุณเก็บเป็นความลับ อยากจะใช้คุณเป็นไพ่ตายในการซ้อมรบ”
จากมุมมองของเย่ไป๋ แผนนี้ของหลู่ไขช๋วนช่างเจ้าเล่ห์จริงๆ
หมาป่าแดงที่ติดตั้งชุดเกราะเสริมกำลังขับเคลื่อนโครงกระดูกภายนอกอเนกประสงค์ ถ้าหากปลดปล่อยพลังเต็มที่ นั่นมันคือสุดยอดอาวุธสังหารในสนามรบชัดๆ โดยเฉพาะในสถานการณ์ที่กองทัพแดงไม่ทันได้เตรียมตัว
สำหรับเรื่องนี้ หมาป่าแดงไม่มีความเห็นใดๆ
เขาก็ตั้งตารอวันที่ตัวเองได้กลับสู่สนามรบเช่นกัน ถึงตอนนั้นไม่รู้ว่าจะทำให้ปากของคนอ้าค้างไปกี่คน
...
เวลาผ่านไปอย่างรวดเร็วจนถึงวันที่ 10 มกราคม เหลือเวลาอีกเพียงห้าวัน ก่อนการซ้อมรบที่ผู้การแห่งเขตทหารหลานโจวเป็นผู้วางแผนและบัญชาการด้วยตนเองจะเริ่มขึ้น
วันนี้ หลู่ไขช๋วนเดินทางมาถึงหน่วย 749 และได้พบกับหมาป่าแดงที่ทั่วทั้งร่างห่อหุ้มอยู่ในชุดเกราะ ดูองอาจสง่างามอย่างยิ่ง
“เห้ย…เห้ย!...เห้ย!!!!! นะ นะ นี่น่ะเหรอที่บอกว่าเป็นยุทโธปกรณ์ป้องกันรุ่นใหม่?”
หลู่ไขช๋วนอ้าปากค้าง อย่างไม่ต้องสงสัย
แม้ว่าจะพอรู้มาบ้างแล้ว แต่พอมาเห็นด้วยตาตัวเองก็ยังคงตกตะลึงอย่างถึงที่สุด
“ก็ใช่ไงครับ!”
เย่ไป๋พูดพลางเคาะชุดเกราะบนตัวหมาป่าแดงอย่างพอใจ
“พวกเราทดสอบกันแล้ว ในระยะร้อยเมตร สามารถต้านทานกระสุนปืนทั่วไปได้สบายๆ พลังป้องกันขนาดนี้ มันก็ต้องเป็นยุทโธปกรณ์ป้องกันอยู่แล้วสิครับ!”
“แล้วไอ้นี่ล่ะ?”
หลู่ไขช๋วนชี้ไปที่ปืนกลแก็ตลิ่งที่หมาป่าแดงถืออยู่ในมือแล้วถาม
“นั่นมันอาวุธ ปืนนี้ผมไม่ได้ออกแบบซะหน่อย มันเกี่ยวอะไรกับชุดเกราะป้องกันของผมล่ะครับ!”
คำพูดนี้ก็เป็นความจริง
เมื่อเห็นเย่ไป๋ปฏิเสธหัวชนฝาว่าตัวเองไม่ได้สร้าง "คนเหล็ก" ขึ้นมา หลู่ไขช๋วนก็ส่ายหัวไม่คิดมากอีกต่อไป ทำเพียงมองหมาป่าแดงด้วยสายตาอิจฉา
ในฐานะทหาร ใครจะปฏิเสธ หุ่นเกราะเหล็ก แบบนี้ได้ลง?
“ฉันถามตรงๆ เลยแล้วกัน ตอนนี้ขีดความสามารถในการรบของนายเป็นยังไงบ้าง หมาป่าแดง ฉันจะต้องวางแผนการโจมตีของเราแล้ว”
หลู่ไขช๋วนเข้าประเด็นสำคัญ
หมาป่าแดงครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะให้คำตอบด้วยสีหน้าเรียบเฉยและน้ำเสียงราบเรียบ
“ถ้าเปิดฉากยิงเต็มกำลัง ในสถานการณ์ที่ไม่รู้ข้อมูลยุทโธปกรณ์ชุดนี้ ฉันคนเดียวสามารถกวาดล้าง หน่วยลูกศรแดงทั้งหมดได้!”
ฟังจบ หลู่ไขช๋วนก็ตกตะลึงไปในทันที จากนั้นก็หันไปมองเย่ไป๋ อดไม่ได้ที่จะโพล่งออกมา
“ตอนนี้ยังกล้าพูดอีกเหรอ!!!! ว่านี่คือยุทโธปกรณ์ป้องกันน่ะ?”