- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 20 แกกินแอปเปิลของฉัน
ตอนที่ 20 แกกินแอปเปิลของฉัน
ตอนที่ 20 แกกินแอปเปิลของฉัน
ปลายเดือนตุลาคม
ฤดูกาลก้าวเข้าสู่ปลายฤดูใบไม้ร่วง อากาศที่เคยร้อนอบอ้าวค่อยๆ เปลี่ยนเป็นหนาวเย็น เย่ไป๋ก็เปลี่ยนจากเสื้อแขนสั้นมาเป็นเสื้อแขนยาว
ดูเหมือนว่าโลกภายนอกจะกำลังเปลี่ยนแปลงไป
ฮั่วลู่และหวางจุงเจ๋อด้วยความขยันหมั่นเพียร ในที่สุดก็หลุดพ้นจากงานวิ่งเต้นและจิปาถะ และได้เลื่อนขั้นเป็นนักวิจัยได้สำเร็จ
แม้จะยังเทียบไม่ได้กับเย่ไป๋ที่รับผิดชอบโครงการคนเดียว แต่ก็ถือว่าเป็นการเลื่อนขั้นครั้งใหญ่
ฮั่นจื่อหยานยังคงพยายามอย่างหนักบนพื้นฐานของ Hummingbird Zero แต่ดูเหมือนจะติดขัดกับคอขวดบางอย่าง บางครั้งเขาก็ไปเจอเย่ไป๋ที่ห้องสมุดโดยบังเอิญ ทำให้มีแลกเปลี่ยนพูดคุยกันสองสามประโยค
ส่วนหัวหน้าหยางก็ตกอยู่ในสภาพที่ยุ่งวุ่นวายอย่างผิดปกติ ก่อนหน้านี้ยังพอจะได้เห็นเขาที่ห้องทำงานบ้างเป็นครั้งคราว แต่ตอนนี้เรียกได้ว่าผลุบๆ โผล่ๆ ดั่งมังกรศักดิ์สิทธิ์เห็นหัวไม่เห็นหาง
วันนี้เย่ไป๋มองข้อมูลในคอมพิวเตอร์แล้วส่ายหัว เขายังต้องการข้อมูลการรบจริงที่สมจริงและเฉพาะเจาะจงมากกว่านี้ โดยเฉพาะข้อมูลเกี่ยวกับการรบของหน่วยรบพิเศษ
เมื่อคิดได้ดังนี้ เขาจึงโทรศัพท์ไปยังกองพันรบพิเศษลูกศรแดง
“สวัสดีครับ ผมเย่ไป๋จากหน่วย 749 ผมขอสายผู้กองหลู่ไขช๋วนครับ”
เย่ไป๋กล่าว
เสียงจากในโทรศัพท์ตอบกลับมาอย่างรวดเร็ว
“ขอโทษครับ ตอนนี้ผู้กองหลู่ไม่อยู่”
“เอ่อ... งั้นผมขอสายหมาป่าแดง เขาคงอยู่นะครับ?”
เย่ไป๋กล่าวอีก
“ขอโทษครับ ผู้ฝึกหมาป่าก็ไม่อยู่ครับ”
เกิดอะไรขึ้น?
เย่ไป๋อดขมวดคิ้วไม่ได้ ทั้งผู้กองและรองผู้กองไม่อยู่ หรือว่ามีภารกิจสำคัญอะไร?
แต่ตอนนี้เย่ไป๋ต้องการข้อมูลอย่างเร่งด่วน มิฉะนั้นจะส่งผลกระทบต่อกระบวนการวิจัยและพัฒนา
เมื่อคิดได้ดังนี้ เย่ไป๋จึงถามอีกครั้ง
“งั้นผมขอสายอินทรีขาว เขาอยู่ไหมครับ?”
ตอนที่เข้าร่วมการฝึกหน่วยรบพิเศษ เย่ไป๋ได้รู้จักกับสมาชิกทุกคนในกองพันลูกศรแดง อินทรีขาวเป็นสมาชิกรุ่นเก่าในทีม และเป็นที่เคารพนับถือมาก ตอนที่หลู่ไขช๋วนและหมาป่าแดงไม่อยู่ ส่วนใหญ่เขาก็จะเป็นคนตัดสินใจ
อีกอย่างความสัมพันธ์ระหว่างเย่ไป๋กับอินทรีขาวก็ไม่เลว เขาเคยสอนเย่ไป๋ยิงสไนเปอร์ด้วย แม้ว่าจะเย่ไป๋จะยิงได้ไม่เอาไหนก็เถอะ
ไม่นาน เสียงของอินทรีขาวก็ดังออกมาจากโทรศัพท์
“วิศวกรเย่ ที่หน่วยเกิดเรื่องนิดหน่อยครับ ข้อมูลที่คุณต้องการผมจะรีบนำส่งไปให้เร็วที่สุด”
พอได้ยินอินทรีขาวพูดแบบนี้ เย่ไป๋จะยังสนใจแค่ข้อมูลได้อย่างไร แม้ว่าเขาจะอยู่ที่หน่วยลูกศรแดงไม่ถึงสิบวัน แต่การฝึกที่ร่วมหวานชื่นขมขื่นมาด้วยกันกับสมาชิกในทีม เขาเองก็ได้รับการดูแลมาไม่น้อย
แม้จะเรียกได้ไม่เต็มปากว่าเป็นส่วนหนึ่งของลูกศรแดง แต่ก็ถือเป็นพี่น้องกันอย่างแน่นอน
ด้วยเหตุนี้ เย่ไป๋จึงรีบถาม
“เกิดเรื่องอะไรขึ้น? บอกเรื่องที่พอจะบอกผมได้มาให้หมด ถ้าคุณไม่บอก ผมคงกังวลทุกวัน และทำงานไม่รู้เรื่อง!”
อินทรีขาวได้ยินดังนั้นก็ลังเลอยู่ครู่หนึ่ง แต่สุดท้ายก็ยอมพูดความจริงบางส่วนออกมาภายใต้การเกลี้ยกล่อมของเย่ไป๋
ที่แท้ หมาป่าแดงออกไปปฏิบัติภารกิจและถูกซุ่มโจมตี แม้ว่าสุดท้ายจะฝ่าวงล้อมออกมาได้สำเร็จ แต่ก็ได้รับบาดเจ็บสาหัส
พอกลับถึงฐานก็ถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินทันที ตอนนี้แม้ยังมีชีวิตอยู่ แต่ก็เหมือนเหลือครึ่งชีวิตเป็นอัมพาตครึ่งซีก จิตใจถูกกระทบกระเทือนอย่างหนัก
และเพราะความผิดพลาดของหน่วยข่าวกรอง ผู้กองหลู่ไขช๋วนจึงโกรธจัดไปหาเจ้าหน้าที่ข่าวกรอง และซ้อมคนในห้องข่าวกรองไปกว่าครึ่งห้อง ด้วยเหตุนี้จึงถูกลงโทษขังเดี่ยวหนึ่งเดือน
หลังจากวางสาย เย่ไป๋ก็นิ่งเงียบไปนาน
เขานึกย้อนไปถึงตอนที่ฝึก หมาป่าแดงคอยสอนและห่วงใยเขา แม้ว่าหมาป่าแดงจะเป็นคนเคร่งขรึมไม่ยิ้มง่าย แต่ทุกครั้งที่ฝึกเสร็จก็จะมานวดผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เย่ไป๋ด้วยตัวเอง
เขายังบอกเย่ไป๋เสมอว่า เมื่อเผชิญหน้ากับศัตรู ห้ามขี้ขลาดเด็ดขาดจิตใจที่มุ่งมั่นคืออาวุธวิเศษสู่ชัยชนะตลอดกาล
แต่ชายชาติชาตรีผู้มีกระดูกเหล็กเช่นนี้ กลับสูญเสียอาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของเขาไป จิตใจที่มุ่งมั่น!
แต่เย่ไป๋ก็พอจะเข้าใจ ทหารหน่วยรบพิเศษที่ทำให้กองกำลังต่างชาติได้ยินชื่อก็ขวัญหนีดีฝ่อ กลับต้องมาเป็นอัมพาตครึ่งซีกกะทันหัน ไม่สามารถออกรบได้อีก แม้แต่จะเดินด้วยตัวเองก็ยังทำไม่ได้ ความแตกต่างราวฟ้ากับดินเช่นนี้ สำหรับหมาป่าแดงที่เคยภาคภูมิใจในอาชีพของตนเองอย่างสุดซึ้ง มันคือเหตุการฟ้าถล่มโดยแท้
เมื่อคิดได้ดังนี้ เย่ไป๋ก็ปิดคอมพิวเตอร์ ขอลากิจชั่วคราวกับทางหน่วย และซื้อตั๋วเครื่องบินที่เร็วที่สุดไปยังหลานโจว
...
คืนนั้น เย่ไป๋ก็เดินทางมาถึงเขตทหารหลานโจว
เมื่อรู้ว่าเย่ไป๋มาถึง อินทรีขาวก็รีบขับรถพาเย่ไป๋ไปยังโรงพยาบาลเขตทหารทันที
“พวกเราเกลี้ยกล่อมกันหมดแล้ว พูดอะไรก็ไม่เป็นผล หมาป่าแดงแม้จิตใจจะห่อเหี่ยวมาก แต่หัวร้อนไม่เปลี่ยนเลย”
อินทรีขาวพูดอย่างจนปัญญาขณะขับรถ
“ผมจะลองคุยกับเขาดูดีๆ ครับ”
เย่ไป๋กล่าว
อินทรีขาวไม่ได้ตอบอะไร เพียงแค่ส่ายหัว ในฐานะคนที่ใกล้ชิดกับหมาป่าแดงที่สุด พวกเขาเกลี้ยกล่อมให้ตายก็เปลี่ยนใจไม่ได้ เขาไม่คิดว่าเลยเย่ไป๋จะสามารถพูดเกลี้ยกล่อมหมาป่าแดงได้
หมาป่าแดงเป็นคนที่มีความหยิ่งทระนงในใจสูงมาก สิ่งที่เขายอมรับไม่ได้ที่สุดก็คือความอ่อนแอของตัวเอง
ในห้องผู้ป่วยหนัก เย่ไป๋ได้พบกับหมาป่าแดงที่นอนอยู่บนเตียงผู้ป่วย
แตกต่างจากหมาป่าแดงที่เขาเคยพบครั้งก่อน ตอนนั้นในดวงตาของหมาป่าแดงมีประกายอันเคร่งขรึม ราวกับว่าหากสบตากับเขาจะถูกทิ่มแทง
หมาป่าแดงในตอนนี้ ในแววตาหมองมัวไร้ประกายมืดมนไปหมด ราวกับสูญเสียเป้าหมายในชีวิตไปแล้ว
“พวกคุณคุยกันเถอะ ผมออกไปก่อน”
อินทรีขาวรู้ว่าเย่ไป๋อาจจะมีเรื่องอยากพูดกับหมาป่าแดงเป็นการส่วนตัว
หลังจากประตูห้องผู้ป่วยปิดลง เย่ไป๋ก็นั่งลงข้างเตียง หยิบแอปเปิลลูกหนึ่งขึ้นมา แล้วเริ่มปอกเปลือกเป็นวง
หมาป่าแดงหลับตาสนิท ดูเหมือนไม่อยากเห็นหน้าเย่ไป๋โดยสิ้นเชิง และไม่พูดอะไรออกมาสักคำ
แอปเปิลถูกปอกไปกว่าครึ่ง เย่ไป๋จึงเอ่ยปากพูด
“ผมไม่ได้มาเกลี้ยกล่อมคุณ แต่ผมอยากมาให้โอกาสคุณ”
หมาป่าแดงบนเตียงผู้ป่วยยังคงไม่ไหวติง ราวกับหลับไปแล้ว
“คุณก็รู้ ผมกำลังวิจัยและพัฒนายุทโธปกรณ์ป้องกันแบบใหม่ คุณอาจจะคิดว่าผมกำลังพูดถึงเสื้อเกราะกันกระสุนรุ่นใหม่ แต่จริงๆ แล้วไม่ใช่ แต่มันเป็นสิ่งที่น่าตื่นเต้นยิ่งกว่านั้น”
เย่ไป๋พูดต่อ
หมาป่าแดงบนเตียงผู้ป่วยยังคงนิ่งไม่ไหวติง
เย่ไป๋ก็ไม่ได้ใส่ใจ แต่กัดแอปเปิลที่ปอกเสร็จแล้วไปหนึ่งคำเบาๆ พลางเคี้ยวพลางพูดว่า
“มันเป็นชุดยุทโธปกรณ์ที่สามารถทำให้แม้แต่คนพิการก็ยังเคลื่อนไหวได้อย่างอิสระราวกับนกนางแอ่น และสำหรับคนที่ผ่านการฝึกฝนมาอย่างโชกโชนแบบคุณ ผลลัพธ์อาจจะดียิ่งกว่า หรืออาจจะก้าวข้ามช่วงเวลาที่พีคที่สุดของคุณไปเลยก็ได้!”
หมาป่าแดงบนเตียงผู้ป่วยยังคงนิ่งไม่ไหวติง ราวกับหลับไปแล้วจริงๆ ดูเหมือนไม่ได้ยินคำพูดของเย่ไป๋เลยแม้แต่น้อย
เย่ไป๋กัดแอปเปิลอีกคำหนึ่งแล้วกล่าวต่อ
“ผมรู้ว่าคุณอาจจะไม่เชื่อ แต่ผมเอาศักดิ์ศรีของตัวเองเป็นประกัน นี่เป็นเรื่องจริงแน่นอน!”
“แม้ว่าของจะยังสร้างไม่เสร็จ แต่ผมทำส่วนทฤษฎีเสร็จแล้ว ที่เหลือก็แค่การผลิต!”
“คำโกหกย่อมมีวันถูกเปิดโปง ผมไม่มีความจำเป็นต้องมาหลอกคุณ!”
หลังจากพูดจบ เย่ไป๋ก็ไม่พูดอะไรอีก เพียงแค่กินแอปเปิลอย่างเงียบๆ จนหมด
จนกระทั่งเวลาผ่านไปสักพักใหญ่ หูของเย่ไป๋จึงได้ยินเสียงแผ่วเบาดังขึ้นมา
“แกกินแอปเปิลของฉัน”