- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 17 ยุทโธปกรณ์ป้องกันอเนกประสงค์ ใช่ไหม?
ตอนที่ 17 ยุทโธปกรณ์ป้องกันอเนกประสงค์ ใช่ไหม?
ตอนที่ 17 ยุทโธปกรณ์ป้องกันอเนกประสงค์ ใช่ไหม?
“ฟู่— ฟู่—”
เหงื่อเม็ดเท่าเมล็ดถั่วกลิ้งลงมาจากหน้าผากของเย่ไป๋
เขาหอบหายใจอย่างหนัก ปอดก็รู้สึกอึดอัดเหมือนขาดอากาศหายใจ
ชีวิตสี่ปีในโรงเรียนเตรียมทหารทำให้ร่างกายของเขาแข็งแกร่งกว่าคนปกติมาก
หากเผชิญหน้ากับคนธรรมดา แม้จะไม่ถึงขั้นหมัดเดียวจอด แต่ต่อให้รุม 3 ถึง 5 คนก็ยังไหว
แต่ถึงกระนั้น เมื่อเพื่อนร่วมทีมของเขาที่ล้วนเป็นทหารหน่วยรบพิเศษสุดเก๋าเกมส์เจนสนาม เป็นเรื่องจากที่จะตามจังหวะการฝึกที่เข้มข้นสุดขีดของพวกเขาได้ทัน
ตื่นนอนตีห้าครึ่ง แบกน้ำหนัก 20 กิโลกรัมวิ่ง 5,000 เมตร แปดโมงเช้าเริ่มฝึกบันไดตะขอ รวมสามร้อยรอบ บวกกับการคลานลอดลวดหนาม 30 เมตรไปกลับ 300 เที่ยว
พอถึงสิบโมงก็ต้องยกดัมเบล 15 กิโลกรัม 150 ครั้ง เล่นเครื่องบริหารกล้ามเนื้อ 100 ครั้ง และหักสปริงบริหารแขน 100 ครั้ง
ทนจนมาถึงมื้อเที่ยงได้ ก็ยังไม่ทันได้พักหายเหนื่อย การฝึกช่วงบ่ายก็เริ่มขึ้นอีก
การฝึกยืนตากแดด, การฝึกยิงปืน, การต่อสู้แบบมือเปล่า...
ก็ไม่น่าแปลกใจที่กองทัพบกของประเทศจีนจะถูกเรียกว่าเป็นกองทัพบกที่แข็งแกร่งที่สุดในโลก ด้วยความเข้มข้นการศึกที่สูงขนาดนี้
และในฐานะวิศวกรอย่างเย่ไป๋ เมื่อมองจากมุมมองของการพัฒนาอาวุธ สาเหตุส่วนหนึ่งที่การฝึกโหดร้ายทารุณถึงเพียงนี้ ก็เพราะความล้าหลังของยุทโธปกรณ์
ในอดีต ทหารประเทศจีนอาศัยเพียงดาบใหญ่ และข้าวฟ่างในการสร้างชาติ
ต่อมาต้องเผชิญศึกในศึกนอก ยิ่งไปกว่านั้นยังต้องปะทะแบบหักดิบกับประเทศที่แข็งแกร่งที่สุดในโลกมาแล้ว
ในสงครามอันโหดร้ายครั้งนั้น ประเทศจีนใช้อาวุธที่ด้อยกว่ามาก และใช้เพียงร่างกายและจิตใจที่แข็งแกร่งอุดช่องโหว่ตรงนั้น หลังจากเสียสละไปมากมายก็ได้รับชัยชนะแบบที่สูญเสียมหาศาล
วิศวกรยุทโธปกรณ์ทุกคน จึงแนวคิดที่ยึดถือในการวิจัยและพัฒนาอาวุธใหม่ ไม่ใช่ว่าระยะยิงไกลแค่ไหน หรืออานุภาพรุนแรงเพียงใด แต่คือการลดการบาดเจ็บล้มตายของกองทัพฝ่ายเราให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้
แน่นอน การโจมตีด้วยอาวุธที่ล้างบางได้ก็เป็นวิธีลดการบาดเจ็บล้มตายที่มีประสิทธิภาพมากเช่นกัน
การฝึกหน่วยรบพิเศษวันแรกของเย่ไป๋จบลงด้วยสภาพที่ยับเยินของเย่ไป๋
หากจะบอกว่าการฝึกในช่วงแรก เขายังอาศัยพละกำลังและจิตใจฝืนทำจนสำเร็จได้ แต่ฝึกในช่วงหลังนั้นกลับกลายเป็นใจสู้แต่ร่ายกายไม่เอาอะไรแล้ว
ในช่วงพักบ่าย หมาป่าแดงซึ่งรับผิดชอบการฝึกประจำวันได้มาหาเย่ไป๋
หมาป่าแดงกล่าวว่า
“ห้ามนอนพักทันทีเด็ดขาด ไม่อย่างนั้นพรุ่งนี้ร่างกายได้พังหมดแน่ ดังนั้นต้องยืดเส้นยืดสายก่อนที่จะทิ้งตัวลงนอน”
เย่ไป๋ย่อมรู้เหตุผลข้อนี้ดี คืนนั้นหมาป่าแดงได้จัดนักกายภาพบำบัดมานวดให้เย่ไป๋
ด้วยเหตุนี้ แม้ว่าเย่ไป๋ที่ตื่นขึ้นมาในวันรุ่งขึ้นจะยังคงเจ็บปวดทรมานมาก แต่ก็ยังพอรับไหว
ประสบการณ์การฝึกหน่วยรบพิเศษต่อเนื่องเจ็ดวันจบลงอย่างรวดเร็ว
เย่ไป๋จากที่ตอนแรกทำได้เพียง 30% ของรายการฝึก แต่ตอนนี้เขาสามารถทำได้ถึง 60% ถือเป็นความก้าวหน้าที่ยิ่งใหญ่มาก
หลังจากนั้น ภายใต้การจัดการของหลู่ไขช๋วน เย่ไป๋ได้เข้าร่วมการซ้อมรบเสมือนจริงระหว่างทีมหน่วยรบพิเศษ
ภายใต้เงื่อนไขที่อีกฝ่ายจะไม่ออมมือให้เลยแม้แต่น้อย ทีมของเย่ไป๋ก็จบลงด้วยความพ่ายแพ้
แต่ก็ไม่ได้แพ้อย่างน่าเกลียด และยังสร้างความเสียหายอย่างหนักให้แก่ฝ่ายตรงข้ามเช่นกัน
และสำหรับเย่ไป๋แล้ว ผลลัพธ์ที่แท้จริงคือ หลังจากได้สัมผัสประสบการณ์ตรงในครั้งนี้ ทำให้เขาเข้าใจสภาพการใช้งานยุทโธปกรณ์ของทหารหน่วยรบพิเศษดียิ่งขึ้น ซึ่งช่วยได้มากสำหรับการวิจัยและพัฒนาโครงการต่อไปของเขา
ในคืนวันหนึ่ง หลู่ไขช๋วนได้เชิญเย่ไป๋เข้าร่วมการประชุมหารือระหว่างทหารหน่วยรบพิเศษ
การประชุมนั้นดูสบายมาก ก็คือทุกคนมากินดื่มด้วยกัน พูดคุยเรื่องสนุกๆ ในการฝึกประจำวัน หรือเสนอข้อแนะนำและความเห็นที่เป็นประโยชน์ต่อการรบ
โดยเฉพาะในส่วนที่เกี่ยวกับยุทโธปกรณ์ เย่ไป๋ตั้งใจฟังอย่างละเอียด
“ผมว่าอำนาจการยิงของเรายังไม่พอ ได้ยินว่ามีปืนพกขนาดเท่าฝ่ามือรุ่นใหม่ออกมา ยิงนัดเดียวระเบิดรถได้ทั้งคัน วิศวกรเย่คุณรู้เรื่องนี้ไหม?”
ทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งถามขึ้นมา
เย่ไป๋เกาหัวอย่างเขินอายทันที และตอบ
“รู้มาบ้างครับ ปืนกระบอกนั้นมีชื่อว่าซีเซี่ยนปัจจุบันยังไม่พร้อมสำหรับการผลิตจำนวนมาก”
“น่าเสียดายจังเลยนะนั่น!”
เย่ไป๋พบว่า ทหารหน่วยรบพิเศษเหล่านี้ล้วนมีสภาพจิตใจอย่างหนึ่งที่ไม่รู้ว่าแปลกหรือปกติ นั่นคือ สมาชิกหน่วยรบพิเศษทุกคน ล้วนหวังว่าทีมของตนจะสามารถทำภารกิจได้กว้างมากขึ้น
พวกเขาแทบอยากจะใช้ตัวเองเยี่ยงกองทัพอากาศ กองทัพเรือ หรือกองกำลังจรวด ไม่เพียงแต่หวังว่าจะได้ติดตั้งอาวุธที่มีอำนาจการยิงสูง แต่ยังหวังว่าตนเองจะสามารถปฏิบัติการร่วมได้ทั้งสามเหล่าทัพ
เย่ไป๋ไม่สงสัยเลยว่า หากมีเงื่อนไขที่สามารถนำปืนใหญ่สักสองสามกระบอกไปปฏิบัติภารกิจได้ พวกเขาจะนำไปด้วยโดยไม่ลังเล
“สถานการณ์รบในอุดมคติที่สุดคือ พวกเรากระโดดร่มลงไป แล้วระดมยิงปืนใหญ่ครอบคลุมพื้นที่หนึ่งรอบ จากนั้นก็ถือปืนกลประจำหมู่กวาดล้างสนามรบ สุดท้ายก็จี้เครื่องบินของศัตรู ขับกลับฐาน และทำลายทุกอย่าง!”
นี่คือบทการรบที่ทหารหน่วยรบพิเศษคนหนึ่งเขียนขึ้นมาเอง เย่ไป๋คิดว่า ถ้าทหารคนนี้ปลดประจำการแล้ว สามารถพิจารณาเปลี่ยนอาชีพไปเป็นนักเขียนหนังได้เลย
หลังจากการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นที่ไม่เหมือนใครครั้งนี้ เย่ไป๋ก็พอจะเข้าใจอะไรบางอย่างได้บ้าง
ในความเป็นจริง สิ่งที่เหล่าทหารหน่วยรบพิเศษขาดแคลนที่สุดในตอนนี้ คือยุทโธปกรณ์อเนกประสงค์ ที่จะช่วยให้พวกเขาสามารถปฏิบัติภารกิจในสภาพแวดล้อมต่างๆ ได้สำเร็จ
และการที่จะบรรลุเป้าหมายนี้ได้ ก็จำเป็นต้องพกพายุทโธปกรณ์และอุปกรณ์ต่างๆ ให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ โดยที่ยังคงรักษาความเร็วในการเคลื่อนทัพและการปฏิบัติการไว้
วันรุ่งขึ้นหลังจากการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็น หลู่ไขช๋วนก็มาหาเย่ไป๋อีกครั้ง
“เมื่อวานคุณก็ได้ฟังความคิดเห็นของเหล่าทหารแล้ว ผมคิดว่าตอนนี้สิ่งที่เราขาดแคลนอย่างเร่งด่วนคือเสื้อเกราะกันกระสุนรูปแบบใหม่”
หลู่ไขช๋วนรวบรวมประสบการณ์หลายปีของตนเองแล้วกล่าวว่า
“สภาพแวดล้อมการรบหลักของเราในปัจจุบันคือป่าตามแนวชายแดน แต่อำนาจการยิงของศัตรูในช่วงหลายปีมานี้แข็งแกร่งขึ้นเรื่อยๆ ใช้อุปกรณ์มาตรฐานของประเทศที่เน้นสวนงาม และดีกว่าที่ใช้กับทหารประจำการทั่วไปนิดเดียว”
“อำนาจการยิงของพวกเขานับวันยิ่งทรงอนุภาพมากขึ้น อาวุธของเราแม้จะมีการปรับเปลี่ยนรุ่นใหม่แล้ว แต่ยุทโธปกรณ์อื่นๆ โดยเฉพาะส่วนของเสื้อเกราะกันกระสุน ยังตามการเปลี่ยนแปลงของยุคสมัยไม่ทัน นี่คือสาเหตุหลักที่ผมยื่นเรื่องร้องขอไปยังผู้บังคับบัญชาระดับสูง”
เย่ไป๋ตั้งใจฟังความคิดของหลู่ไขช๋วนอย่างละเอียด หลังจากครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง เย่ไป๋ก็มองหลู่ไขช๋วน แล้วกล่าวว่า:
“ผมเข้าใจแล้ว พวกคุณต้องการยุทโธปกรณ์ป้องกันที่สามารถรองรับฟังก์ชันการทำงานได้หลากหลายรูปแบบ ถูกต้องใช่ไหมครับ?”
“ไม่ผิด ก็แบบนั้นเลย!” หลู่ไขช๋วนกล่าวอย่างหนักแน่นเด็ดขาด
ยุทโธปกรณ์ป้องกันของหน่วยรบพิเศษ นอกจากเสื้อเกราะกันกระสุนแล้วจะเป็นอะไรได้อีก?
เย่ไป๋ก็พยักหน้าตาม แล้วพูดกับหลู่ไขช๋วน
“ตอนนี้ผมได้ยินความต้องการที่ชัดเจนแล้ว แนวคิดในการวิจัยและพัฒนาก็พอมีบ้างแล้ว ผมจะรีบออกแบบและสร้างมันออกมาให้เร็วที่สุด ถึงตอนนั้นพวกคุณจะได้สัมผัสกับสิ่งที่น่าทึ่งเลยค่อยดู!”
“ถ้าอย่างนั้นก็ฝากด้วย!”
หลู่ไขช๋วนจับมือของเย่ไป๋ ราวกับมองเห็นวันที่จะได้เปลี่ยนเสื้อเกราะกันกระสุนชุดใหม่แล้ว
หลังจากที่หลู่ไขช๋วนจากไป เย่ไป๋ก็เริ่มเขียนรายงานโครงการทันที
ชื่อโครงการ: ยุทโธปกรณ์ป้องกันอเนกประสงค์รูปแบบใหม่
ข้อกำหนดโครงการ: อเนกประสงค์, พลังป้องกันสูง, เพิ่มขีดความสามารถในการรบพิเศษให้ได้มากที่สุด
รายละเอียดโครงการ: เพื่อเผชิญหน้ากับศัตรูที่มีอำนาจการยิงแข็งแกร่งขึ้นทุกวัน ทหารกองทัพต่างก็หวังว่าจะสามารถรองรับภารกิจที่หลากหลายมากขึ้น