- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 16 อำนาจการยิงคือวิถีแห่งราชันย์ ทหารราบเดี่ยวก็ขาดไม่ได้เช่นกัน!
ตอนที่ 16 อำนาจการยิงคือวิถีแห่งราชันย์ ทหารราบเดี่ยวก็ขาดไม่ได้เช่นกัน!
ตอนที่ 16 อำนาจการยิงคือวิถีแห่งราชันย์ ทหารราบเดี่ยวก็ขาดไม่ได้เช่นกัน!
“ใหญ่ไหม?”
หลู่ไขช๋วน เอ่ยถามเย่ไป๋อย่างภาคภูมิใจ
“ทั้งใหญ่ทั้งแข็งเลยละครับ!”
เย่ไป๋กล่าวอย่างชื่นชมจนวางไม่ลง
“ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ พอมาดูหลายๆครั้ง ก็จะชิน แล้วก็จะไม่รู้สึกว่ามันมีอะไรพิเศษแล้ว!”
พูดจบหลู่ไขช๋วนก็พลางพาเย่ไป๋ไปยังอีกด้านหนึ่งของ DF17
“นี่คือเป็นสมบัติของล้ำค่าของกองกำลังจรวดเลยนะ เมื่อเทียบกับรุ่นก่อนๆ รุ่นนี้ทั้งใหญ่ทั้งยาว พวกผู้ใหญ่ในเขตสู่รบชอบกันสุดๆ ไปเลย!”
เย่ไป๋พยักหน้าเห็นด้วย
อย่าว่าแต่ผู้ใหญ่ในกองทัพภาคสนามเลย แค่เป็นผู้ชายก็ไม่มีใครปฏิเสธรถยิงขีปนาวุธ DF17 คันนี้ได้
นี่เป็นครั้งแรกที่เย่ไป๋ได้ชมของจริง ทำเขาอดไม่ได้ที่จะตื่นเต้น
แม้ว่าในระบบช่างยุทโธปกรณ์ทหารขั้นเทพของเขาจะมีของที่สามารถทำลายล้างโลกได้หลายรอบ แต่จนถึงตอนนี้ อาวุธที่ยิ่งใหญ่ที่สุด ที่เย่ไป๋มองเห็นและสัมผัสได้ก็ยังคงเป็นเจ้ายักษ์ตรงหน้านี้
ในโครงการนี้ หัวหน้าหยางให้ทั้งอิสระที่ค่อนข้างมากและเวลาที่ค่อนข้างยาวนานแก่เย่ไป๋
ตามความคิดของหัวหน้าหยาง เย่ไป๋จะต้องไปประจำการชั่วคราวที่หน่วยกองทัพภาคสนามแห่งหนึ่งในเขตทหารหลานโจว เพื่อรวบรวมข้อมูล และในขณะเดียวกันก็ต้องคิดหาแนวทางสำหรับโครงการใหม่ไปด้วย
ดูเหมือนหลู่ไขช๋วนก็รู้ว่าเย่ไป๋มีเวลาค่อนข้างเหลือเฟือ
หลังจากดูยุทโธปกรณ์หนักชิ้นสำคัญของชาติจากกองกำลังจรวดเสร็จ ก็ประจวบเหมาะกับการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่ระยะไกลของกองทัพพอดี
ดังนั้น หลังจากการเดินทางด้วยรถยนต์ช่วงหนึ่ง เย่ไป๋ก็สวมแว่นตาดำสนิทและที่ครอบหู ยืนอยู่ข้างปืนใหญ่เช่นเดียวกับหลู่ไขช๋วน
ความโรแมนติกของลูกผู้ชายได้แสดงออกมาต่อจากวินาทีนี้
ภาพอันงดงามตระการตาของปืนใหญ่ระยะไกลกว่าร้อยกระบอกที่ระดมยิงพร้อมกัน นั้นเพียงพอที่จะทำให้ทุกคนจดจำไปตลอดชีวิต
ช่างเป็นฝุ่นควันดินปืนสวยงามอย่างที่สุดจริงๆ!
หลังจากดูจบ เย่ไป๋ก็อดถอนหายใจด้วยอารมณ์ที่หลงใหลไม่ได้
“อำนาจการยิงนี่แหละคือวิถีแห่งราชันย์ของสนามรบ!”
หลู่ไขช๋วนที่อยู่ข้างๆ พยักหน้า แม้เขาจะเคยเห็นการฝึกซ้อมยิงปืนใหญ่พร้อมกันเช่นนี้มาหลายครั้ง แต่ทุกครั้งก็ยังคงรู้สึกพุ่งพล่านทุกครั้งที่เห็น
“ในการปะทะขนาดใหญ่ การยิงครอบคลุมพื้นที่คือตัวตัดสินชะตากรรมของสนามรบ แต่ในการปะทะขนาดเล็กหรือการปะทะแบบไม่คาดคิด ความสามารถในการรบของทหารราบจะเป็นตัวตัดสินแพ้ชนะเช่นกัน!”
หลู่ไขช๋วนกล่าวอย่างหนักแน่น
ระหว่างทาง เย่ไป๋ก็ได้ทราบถึงตัวตนของหลู่ไขช๋วนแล้ว
หลู่ไขช๋วนสังกัดกองพลทหารราบ และบัญชาการหน่วยรบพิเศษที่มีรหัสว่า “ลูกศรแดง”
มีความต่างกับกองทัพปกติ หน่วยรบพิเศษจะรับผิดชอบภารกิจทางทหารที่มีความยากสูงสุดหลายอย่าง เช่น การลาดตระเวน, การก่อกวน, การสกัดกั้น, ลอบสังหารผู้นำ, และการจู่โจม
ก็เพราะเหตุนี้ ไม่ว่าจะเป็นข้อกำหนดเรื่องคนที่จะอยู่ในหน่วย หรือข้อกำหนดด้านยุทโธปกรณ์ล้วนสูงลิบลิ่ว
อาจกล่าวได้ว่า คุณภาพของยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคลของหน่วยรบพิเศษนั้น เป็นตัวแทนจุดสูงสุดของยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคล
ในยุคที่ประเทศจีนยากจนและล้าหลัง รัฐได้รวมศูนย์กำลังเพื่อทำเรื่องใหญ่
ภายใต้สภาพแวดล้อมทางเศรษฐกิจที่ล้าหลังอย่างยิ่ง ก็ต้องรัดเข็มขัดกัดฟัน เริ่มโครงการขนาดใหญ่
หลังจากการพัฒนาหลายสิบปี ก็ประสบความสำเร็จในการยกระดับยุทโธปกรณ์หนักของประเทศจีนขึ้นสู่แถวหน้าของโลก
แต่ในขณะเดียวกัน ก็จำเป็นต้องเสียสละความก้าวหน้าในการวิจัยยุทโธปกรณ์ระดับส่วนบุคคลไป
ทรัพยากรทั้งหมด ทั้งกำลังคน ทรัพยากรสิ่งของ และกำลังทรัพย์ ล้วนถูกเทไปรวมอยู่ที่โครงการสำคัญ
การวิจัยยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคล ซึ่งมีผลกระทบจำกัดต่อสนามรบแบบใหญ่จึงค่อนข้างล่าช้าไปโดยปริยาย
แต่ปัจจุบันนี้ กำลังทรัพย์ของประเทศเพียงพอแล้ว สถานการณ์ระหว่างประเทศก็ค่อยๆ เข้าสู่ภาวะสันติอย่างน้อยก็ยากที่จะเกิดการปะทะกันของกองทัพขนาดใหญ่อีก
ก็เพราะเหตุนี้ การปะทะเฉพาะจุดขนาดเล็ก จึงกลายเป็นจุดเผชิญหน้าที่สำคัญ
ยุทโธปกรณ์ส่วนบุคคลรูปแบบใหม่ จึงกลายเป็นเรื่องเร่งด่วนไปโดยธรรมชาติ
ด้วยเหตุนี้ ประเทศจีนจึงได้จัดตั้งหน่วยออกแบบที่ 749 และสถาบันวิจัยที่ 825 ขึ้นเป็นพิเศษ ก็เพื่อพัฒนายุทโธปกรณ์ส่วนบุคคลยุคใหม่
หลังจากชมการยิงปืนใหญ่พร้อมกันเสร็จ หลู่ไขช๋วนก็พาเย่ไป๋กลับไปยังที่พักในเขตทหาร
“นี่คือหอพักของคุณ ห้องเดี่ยว ห้องน้ำในตัว ถ้าคุณต้องการอะไรเพิ่มเติมก็บอกผมได้เลย ผู้ใหญ่สั่งมาให้ผมต้อนรับคุณซึ่งเป็นบุคลากรผู้มีความสามารถที่คอยสนับสนุนพวกเราจากแนวหลังอย่างดี!”
หลู่ไขช๋วนกล่าวเช่นนั้น
เย่ไป๋กวาดตามองคร่าวๆ ไม่ได้ร้องขออะไรเพิ่มเติม
อันที่จริง ตามระดับยศของเขาแล้ว จะไม่ได้รับการดูแลที่ดีเลิศขนาดนี้
แต่ในฐานะนายทหารสายผู้เชี่ยวชาญที่แบกรับคำสั่งมา เขาจำเป็นต้องพักอาศัยแยกต่างหาก เพราะข้อมูลบางอย่างอาจต้องเก็บเป็นความลับ
“คุณพักผ่อนก่อน เดี๋ยวตอนเย็นผมจะเตรียมงานเลี้ยงต้อนรับให้คุณที่โรงเลี้ยง ทุกอย่างถูกต้องตามระเบียบ ไม่ต้องกังวล!”
พูดจบหลู่ไขช๋วนก็จากไป
ส่วนเย่ไป๋ก็ยังคงตรวจค้นหอพักอย่างละเอียดถี่ถ้วนเหมือนเช่นเคย เมื่อไม่พบอุปกรณ์สอดแนมหรือดักฟังใดๆ จึงวางใจได้
นี่ไม่ใช่ว่าเขาไม่ไว้วางใจเขตทหารหลานโจว แต่กลัวพวกขายชาติที่คิดไม่ซื่อบางคน
สำหรับการทำงานสายนี้ข ไม่ว่าจะเมื่อใด ความปลอดภัยและการรักษาความลับคือสิ่งที่สำคัญที่สุด
หลังจากจัดเก็บสัมภาระเรียบร้อย เย่ไป๋ก็โทรศัพท์หาหัวหน้าหยาง
“หัวหน้าหยางครับ ผมมาถึงที่พักในเขตทหารหลานโจวเรียบร้อยแล้ว วันนี้ยังได้ชมการฝึกซ้อมยิงด้วย พรุ่งนี้ก็สามารถเริ่มงานได้เลยครับ”
เย่ไป๋กล่าวในโทรศัพท์
“ดีมาก!”
หัวหน้าหยางกำชับเย่ไป๋ผ่านทางโทรศัพท์
“ต้องระวังเรื่องความปลอดภัยและการรักษาความลับ โครงการนี้ให้เวลานานมาก ไม่ต้องรีบร้อน แต่ต้องวางรากฐานให้มั่นคง พวกเราจะเอาชีวิตของทหารแนวหน้ามาล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาด!”
“รับทราบครับ!”
เมื่อฟ้าเริ่มมืด หลู่ไขช๋วนก็พาเย่ไป๋เดินเข้าไปในห้องรับรองเล็กๆ ในโรงเลี้ยง ข้างในมีชายวัยกลางคนสวมชุดลายพรางใบหน้ามีรอยแผลเป็นนั่งอยู่แล้ว
“นี่คือครูฝึกของหน่วย ‘ลูกศรแดง’ รหัส ‘หมาป่าแดง’ ปกติเขาจะรับผิดชอบงานฝึกสอน หวังว่าทั้งคู่จะได้แลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้เยอะๆ”
หลู่ไขช๋วนแนะนำ
หมาป่าแดงเป็นคนประเภทที่มองปราดเดียวก็รู้ว่าไม่ควรไปยุ่งด้วย สายตาคมกริบมาก หากจ้องใครนานๆ ก็ราวกับว่าวินาทีถัดเขาจะไปโผล่ด้านข้างพร้อมกับเอามีดปากคอได้เลย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่า คนผู้นี้มือต้องมือเปื้อนเลือดมามากอย่างแน่นอน
หมาป่าแดงพูดน้อย แต่ปริมาณการกินและดื่ม กลับมากมายจนน่าทึ่ง
หลังจากที่ทั้งสามคนกินอิ่มดื่มเต็มที่แล้ว เย่ไป๋จึงได้พูดความคิดของตัวเองที่คิดมาตลอดออกมา
ยินเย่ไป๋กล่าว
“ผู้กองหลู่ พอจะจัดให้ผมไปสัมผัสประสบการณ์การฝึกและซ้อมรบของหน่วยรบพิเศษได้ไหมครับ มีแค่เพียงวิธีนี้เท่านั้น ที่จะทำให้ผมเข้าใจสภาพการใช้งานยุทโธปกรณ์ในชีวิตประจำวันของเหล่าทหารและเจ้าหน้าที่ได้ดียิ่งขึ้น”
“เรื่องนี้สบายมาก!”
หลู่ไขช๋วนรับปากอย่างง่ายดาย พร้อมกับพูดติดตลก
“ผมก็นึกว่าคุณไม่เพียงแต่อยากเข้าร่วมการฝึกและซ้อมรบ แต่นี้อยากจะเข้าร่วมการรบจริงเพื่อสัมผัสว่าหน่วยรบทำงานยังไงด้วยตัวเองเลยงั้นหรอ!”
ดูท่าทางแล้ว ดูเหมือนจะเคยมีกรณีตัวอย่างทำนองนี้มาก่อน
แต่เย่ไป๋กลับส่ายหน้า แล้วพูดด้วยสีหน้าจริงจัง
“ผมเอาชีวิตตัวเองมาล้อเล่นได้ แต่จะเอาชีวิตของสหายร่วมรบไปล้อเล่นไม่ได้เด็ดขาด ผมรู้ดีว่าตัวเองมีความสามารถแค่ไหน และไม่อยากเป็นตัวถ่วงให้คนอื่นเดือดร้อนครับ!”
คำพูดของเย่ไป๋ดูเหมือนจะได้รับการยอมรับจากหมาป่าแดง
หมาป่าแดงที่ปกติพูดน้อยมาก เป็นฝ่ายเข้าหาเย่ไป๋
“พูดได้ดีมาก ดื่ม!”