- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด
ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด
ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด
ภาพตอนนี้คือชายคนหนึ่งถือปืนพกยิงใส่รถ แล้วหันหลังกลับราวกับพระเอกหนังแอ็กชั่น
และในชั่วพริบตาถัดมา คลื่นเสียงและคลื่นกระแทกจากแรงระเบิดของรถก็พัดผ่านเส้นผมของเย่ไป๋
หากตอนนี้ เย่ไป๋มีหนวดเคราเข้มๆ และสวมเสื้อโค้ทสีดำยาวอีกตัว คำนิยามว่าหล่อระเบิดก็ไม่เกินจริง
พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด!
แต่ความจริงแล้ว เหตุผลที่เย่ไป๋หันหลังกลับนั้น เพราะเขากลัวคลื่นความร้อนที่พุ่งเข้าทำร้ายใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาต่างหาก
แสงไฟที่พุ่งขึ้นและเสียงจากการระเบิดทำให้สนามยิงปืนกลางแจ้งตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ
แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ทหารที่เข้าเวรดูแลสนามยิงปืนที่ตั้งสติได้ พวกเขารีบเปิดตู้ดับเพลิง นำเครื่องดับเพลิงออกมาเข้าจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว
ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกสนามยิงปืนก็ตอบสนองทันทีเหมือนกัน
เพียงไม่กี่ลมหายใจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ติดอาวุธครบมือก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยสายตาที่ตื่นตัว
เจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่ข้างนอกจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม้แต่น้อย
เมื่อได้ยินเสียงระเบิด พวกเขาไม่มีเวลาคิด และก็รีบรุดมาทันที
สนามยิงปืนจะมีระเบิดได้อย่างไร? นี่ไม่ใช่สนามทดสอบระเบิด ต้องเกิดอุบัติเหตุขึ้นแน่ๆ!
เพราะเหตุนี้ ทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดในหน่วย 749 ถูกใช้งานในทันที
“ระวังพื้นที่ ตรวจสอบอันตราย!”
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย ที่รีบมาถึงก็เริ่มสั่งการอย่างรวดเร็ว
เมื่อเขาเห็นรถที่ระเบิดไฟลุกก็ถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนจะเห็นหัวหน้าหยางและคนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพตกใจเหมือนกัน ก็รู้สึกโล่งใจ
ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะปลอดภัย
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยรีบวิ่งไปหาหัวหน้าหยางแล้วพูดอย่างเร่งรีบว่า
“หัวหน้า รีบอพยพออกไปก่อนครับ ที่นี่อาจจะยังมีวัตถุระเบิดอีกและอาจเกิดระเบิดซ้ำสองได้!”
หัวหน้าหยางไม่พูดอะไร เอาแต่จ้องมองรถที่ระเบิดและถูกเปลวไฟลุกท่วมด้วยสายตาที่ตกตะลึง
ในหัวของเขายังคงกึกก้องประโยคที่เย่ไป๋พูดก่อนหน้านี้
มันน่าจะทำลายรถยนต์สี่ที่นั่ง ด้วยการยิงครั้งเดียว—--
ผู้กำกับหวางและผู้บริหารคังต่างก็ตกใจไม่แพ้หัวหน้าหยาง
พวกเขาเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาและเคยผ่านเรื่องราวน้อยใหญ่และน่าแปลกใจมามากมาย
ไม่ต้องพูดถึงการระเบิดของรถ ต่อให้เป็นทดสอบระเบิดขีปนาวุธจริงๆ พวกเขาก็เคยเห็นมาแล้ว
สิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ก็คือ เย่ไป๋สามารถทำลายรถได้จริงๆ ด้วยปืนพกที่ดูเหมือนของหลอกเด็กกระบอกนั้น!
ปืนพก รถ ระเบิด องค์ประกอบพวกนี้ไม่เข้ากันเลยแม้แต่น้อย ทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึงและยากที่จะเข้าใจ
แต่อาการนี้ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น
ด้วยสภาพจิตใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา พวกเขาจึงระงับความตกใจได้อย่างรวดเร็ว
หัวหน้าหยางที่ได้สติกลับมาแล้ว มองเย่ไป๋อย่างลึกซึ้ง ก่อนจะตอบกับหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย
“ไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไร ที่นี่ไม่มีอันตรายอื่นอีกแล้ว ให้คนช่วยดับไฟ แต่ระมัดระวังหน่อย ตัวรถอาจเกิดระเบิดซ้ำสองได้”
“แล้วก็ยกเลิกการเตือนภัยทั้งหมด แจ้งว่านี่เป็นเพียงการซ้อมความปลอดภัยชั่วคราวเท่านั้น พวกนายทุกคนทำได้ดีมาก ที่ตอบสนองรวดเร็วแบบนี้ สมควรได้รับการชื่นชม!”
หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยได้ยินก็ดีใจ รีบตอบว่า
“ขอบคุณครับหัวหน้า พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่ง และกฏระเบียบอย่างเคร่งครัดต่อไปครับ!”
หลังจากหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยจากไป หัวหน้าหยางจึงหันมาพูดกับทุกคนว่า
“ที่นี่ไม่เหมาะที่จะคุยกันแล้ว พวกเราเปลี่ยนสถานที่ไปที่ห้องปฏิบัติการ 3”
จากนั้น หัวหน้าหยางก็จะพาคนทั้งหมดออกไป
แต่ในขณะนั้น ก็เกิดเหตุการณ์เล็กๆ แทรกขึ้น
จ่าทหารที่รับผิดชอบการขับรถมาเมื่อก่อนหน้านี้ วิ่งตามหัวหน้าหยางไปสองสามก้าว แล้วถามด้วยสีหน้าวิตก
“หัวหน้าครับ….ลุงซุนจากแผนกบุคคลยังรอให้ผมเอารถกลับไปคืนอยู่นะครับ แล้วแบบนี้…...ผมจะต้องทำเช่นไรครับ!”
เมื่อเห็นจ่าทหารแสดงสีหน้ากังวลจนแทบจะร้องไห้ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับท่าทางของเขา
ได้เห็นของดีขนาดนี้แล้ว ใครจะยังสนใจรถคันเดียวอยู่ล่ะ?
ผู้บริหารคังตบไหล่จ่าทหารแล้วกล่าว
“ไม่ต้องคิดมาก ไปบอกลุงซุนว่า รถคันนี้คังเต๋อเจี้ยนขอซื้อต่อ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะส่งรถคันใหม่ที่ดีกว่าเดิมมาให้เขา!”
ในตอนนี้เอง เย่ไป๋และคนอื่นๆ จึงได้รู้ชื่อเต็มของผู้บริหารคัง
ส่วนหัวหน้าหยางก็มองผู้บริหารคังอย่างครุ่นคิด ซึ่งผู้บริหารคังก็ยิ้มกลับอย่างขี้เล่น
ระหว่างทาง กลุ่มคนทั้งหมดไม่มีใครพูดอะไร ราวกับยังคงจมอยู่ในภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้
เมื่อเข้าไปใน ห้องปฏิบัติการ 3 หัวหน้าหยางก็สั่งเย่ไป๋ทันทีว่า
“แยกส่วนปืนพกของนายออกมาให้ฉันดู!”
เย่ไป๋ก็เริ่มลงมือทันที โดยใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการ เขาก็ถอดชิ้นส่วนปืนพกของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว
ในตอนนี้ โครงสร้างของปืนพกก็ปรากฏต่อหน้าทุกคนอย่างสมบูรณ์
มันไม่ใช่ส่วนประกอบของรังเพลิงอย่างที่คิด แต่เป็น แผงวงจร ที่ฝังทรานซิสเตอร์และ ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ซับซ้อน
หัวหน้าหยางมองเพียงแวบเดียวก็เดาได้ จึงถามอย่างระมัดระวังว่า
“Non-nuclear EMP?”
เย่ไป๋พยักหน้า
ส่วนคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน แม้พวกเขาจะรู้คำศัพท์นี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงนั้น พวกเขากลับไม่ค่อยชัดเจนนัก
แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือเย่ไป๋ได้ออกแบบ ปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงอย่างมาก
อาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในยุคปัจจุบันแล้ว
แต่สำหรับอาวุธประเภทนี้มักจะเกี่ยวข้องกับปืนใหญ่ขนาดใหญ่ ในขอบเขตของปืนขนาดเล็กนั้น ถึงจะน้อยแต่ก็ไม่ใช่ถึงกับไม่มี แต่ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงขนาดนี้ ทั้งยังเล็กและประณีตเช่นนี้ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน
“ส่งบันทึกการวิจัยและพัฒนาของนายมาให้ฉัน!”
น้ำเสียงของหัวหน้าหยางมีความกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด
เย่ไป๋รีบใช้โทรศัพท์มือถือของเขาถ่ายโอนบันทึกการวิจัยและพัฒนาให้กับหัวหน้าหยาง
โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ทุกคนใน หน่วย 749 เป็นรุ่นพิเศษเฉพาะภายใน มีเพียงเครือข่ายภายในค่ายหรือหน่วยเท่านั้น จะไม่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาความลับ
บันทึกการวิจัยและพัฒนามีหลายร้อยหน้า หัวหน้าหยางจึงไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในคราวเดียว
เขาเลือกดูที่ข้อมูลทฤษฎีที่เป็นหัวใจของงานนี้ทันที
หลังจากดูอยู่หลายนาที หัวหน้าหยางก็เงยหน้าขึ้น มองเย่ไป๋ด้วยสายตาที่แปลกประหลาดเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงที่ตำหนิว่า
“ฉันสั่งให้นายวิจัยและพัฒนาปืนพกไม่ใช่รึไง? แล้วทำไมนายถึงทำสร้างปืนแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา แล้วไหนจะยังทำลายรถของลุงซุนอีก!”
แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจ แต่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ฟังออกถึงความประหลาดใจปนความยินดีในน้ำเสียงของหัวหน้าหยาง
เย่ไป๋เกาหัวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด
“ข้อกำหนดโครงการไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความสะดวกในการพกพา, ความสามารถในการซ่อนเร้น และต้องมีอำนาจการทำลายล้างหรอครับ? หัวหน้าหยาง…ปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ของผมนี้ก็อยู่ในข้อกำหนดของโครงการนะครับ!”
“อีกอย่างเรื่องรถหัวหน้าเองก็นำรถมาให้ผมทดสอบและทำลายเอง ! หัวหน้าจะโทษผม ผมว่ามันไม่ถูกต้องครับ”
คำพูดของเย่ไป๋ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงทันที
ผู้กำกับหวางที่ก่อนหน้านี้มองเย่ไป๋เหมือนอาชญากร ตอนนี้กลับมองปืนพกที่เย่ไป๋สร้างขึ้นเหมือนมองสมบัติ และพูดอย่างมีนัยยะ
“ผมคิดว่า...กองตำรวจแนวหน้าของเราตอนนี้ขาดอาวุธขนาดเล็กที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงแบบนี้ อาวุธนี้ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ!”
เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวหน้าหยางก็เหลือบมองเพื่อนเก่าของเขาอย่างรังเกียจทันที
ตำรวจบ้านไหนใช้ปืนแม่เหล็กไฟฟ้ากันวะ?
แบบนี้พวกโจรคงไม่ทำตัวเป็นโจรกันแล้วมั้ง?