เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด

ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด

ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด


ภาพตอนนี้คือชายคนหนึ่งถือปืนพกยิงใส่รถ แล้วหันหลังกลับราวกับพระเอกหนังแอ็กชั่น

และในชั่วพริบตาถัดมา คลื่นเสียงและคลื่นกระแทกจากแรงระเบิดของรถก็พัดผ่านเส้นผมของเย่ไป๋

หากตอนนี้ เย่ไป๋มีหนวดเคราเข้มๆ และสวมเสื้อโค้ทสีดำยาวอีกตัว คำนิยามว่าหล่อระเบิดก็ไม่เกินจริง

พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด!

แต่ความจริงแล้ว เหตุผลที่เย่ไป๋หันหลังกลับนั้น เพราะเขากลัวคลื่นความร้อนที่พุ่งเข้าทำร้ายใบหน้าอันหล่อเหลาของเขาต่างหาก

แสงไฟที่พุ่งขึ้นและเสียงจากการระเบิดทำให้สนามยิงปืนกลางแจ้งตกอยู่ในความเงียบงันชั่วขณะ

แต่เพียงชั่วพริบตาเดียว ทหารที่เข้าเวรดูแลสนามยิงปืนที่ตั้งสติได้ พวกเขารีบเปิดตู้ดับเพลิง นำเครื่องดับเพลิงออกมาเข้าจุดเกิดเหตุอย่างรวดเร็ว

ในเวลาเดียวกัน เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยนอกสนามยิงปืนก็ตอบสนองทันทีเหมือนกัน

เพียงไม่กี่ลมหายใจ เจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยที่ติดอาวุธครบมือก็รีบวิ่งเข้ามาด้วยสายตาที่ตื่นตัว

เจ้าหน้าที่เหล่านี้อยู่ข้างนอกจึงไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้นแม้แต่น้อย

เมื่อได้ยินเสียงระเบิด พวกเขาไม่มีเวลาคิด และก็รีบรุดมาทันที

สนามยิงปืนจะมีระเบิดได้อย่างไร? นี่ไม่ใช่สนามทดสอบระเบิด ต้องเกิดอุบัติเหตุขึ้นแน่ๆ!

เพราะเหตุนี้ ทำให้มาตรการรักษาความปลอดภัยทั้งหมดในหน่วย 749 ถูกใช้งานในทันที

“ระวังพื้นที่ ตรวจสอบอันตราย!”

หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย ที่รีบมาถึงก็เริ่มสั่งการอย่างรวดเร็ว

เมื่อเขาเห็นรถที่ระเบิดไฟลุกก็ถึงกับนัยน์ตาเบิกกว้าง ก่อนจะเห็นหัวหน้าหยางและคนอื่นๆ ที่อยู่ในสภาพตกใจเหมือนกัน ก็รู้สึกโล่งใจ

ถึงจะไม่รู้ว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ดูเหมือนว่าทุกคนจะปลอดภัย

หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยรีบวิ่งไปหาหัวหน้าหยางแล้วพูดอย่างเร่งรีบว่า

“หัวหน้า รีบอพยพออกไปก่อนครับ ที่นี่อาจจะยังมีวัตถุระเบิดอีกและอาจเกิดระเบิดซ้ำสองได้!”

หัวหน้าหยางไม่พูดอะไร เอาแต่จ้องมองรถที่ระเบิดและถูกเปลวไฟลุกท่วมด้วยสายตาที่ตกตะลึง

ในหัวของเขายังคงกึกก้องประโยคที่เย่ไป๋พูดก่อนหน้านี้

มันน่าจะทำลายรถยนต์สี่ที่นั่ง ด้วยการยิงครั้งเดียว—--

ผู้กำกับหวางและผู้บริหารคังต่างก็ตกใจไม่แพ้หัวหน้าหยาง

พวกเขาเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาและเคยผ่านเรื่องราวน้อยใหญ่และน่าแปลกใจมามากมาย

ไม่ต้องพูดถึงการระเบิดของรถ ต่อให้เป็นทดสอบระเบิดขีปนาวุธจริงๆ พวกเขาก็เคยเห็นมาแล้ว

สิ่งที่ทำให้พวกเขาไม่ทันตั้งตัวจริงๆ ก็คือ เย่ไป๋สามารถทำลายรถได้จริงๆ ด้วยปืนพกที่ดูเหมือนของหลอกเด็กกระบอกนั้น!

ปืนพก รถ ระเบิด องค์ประกอบพวกนี้ไม่เข้ากันเลยแม้แต่น้อย ทำให้ผู้คนรู้สึกตกตะลึงและยากที่จะเข้าใจ

แต่อาการนี้ก็เป็นเพียงชั่วขณะเท่านั้น

ด้วยสภาพจิตใจที่ผ่านร้อนผ่านหนาวมา พวกเขาจึงระงับความตกใจได้อย่างรวดเร็ว

หัวหน้าหยางที่ได้สติกลับมาแล้ว มองเย่ไป๋อย่างลึกซึ้ง ก่อนจะตอบกับหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัย

“ไม่ต้องตกใจ ไม่มีอะไร ที่นี่ไม่มีอันตรายอื่นอีกแล้ว ให้คนช่วยดับไฟ แต่ระมัดระวังหน่อย ตัวรถอาจเกิดระเบิดซ้ำสองได้”

“แล้วก็ยกเลิกการเตือนภัยทั้งหมด แจ้งว่านี่เป็นเพียงการซ้อมความปลอดภัยชั่วคราวเท่านั้น พวกนายทุกคนทำได้ดีมาก ที่ตอบสนองรวดเร็วแบบนี้ สมควรได้รับการชื่นชม!”

หัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยได้ยินก็ดีใจ รีบตอบว่า

“ขอบคุณครับหัวหน้า พวกเราจะปฏิบัติตามคำสั่ง และกฏระเบียบอย่างเคร่งครัดต่อไปครับ!”

หลังจากหัวหน้าทีมรักษาความปลอดภัยจากไป หัวหน้าหยางจึงหันมาพูดกับทุกคนว่า

“ที่นี่ไม่เหมาะที่จะคุยกันแล้ว พวกเราเปลี่ยนสถานที่ไปที่ห้องปฏิบัติการ 3”

จากนั้น หัวหน้าหยางก็จะพาคนทั้งหมดออกไป

แต่ในขณะนั้น ก็เกิดเหตุการณ์เล็กๆ แทรกขึ้น

จ่าทหารที่รับผิดชอบการขับรถมาเมื่อก่อนหน้านี้ วิ่งตามหัวหน้าหยางไปสองสามก้าว แล้วถามด้วยสีหน้าวิตก

“หัวหน้าครับ….ลุงซุนจากแผนกบุคคลยังรอให้ผมเอารถกลับไปคืนอยู่นะครับ แล้วแบบนี้…...ผมจะต้องทำเช่นไรครับ!”

เมื่อเห็นจ่าทหารแสดงสีหน้ากังวลจนแทบจะร้องไห้ ทุกคนก็อดไม่ได้ที่จะหัวเราะกับท่าทางของเขา

ได้เห็นของดีขนาดนี้แล้ว ใครจะยังสนใจรถคันเดียวอยู่ล่ะ?

ผู้บริหารคังตบไหล่จ่าทหารแล้วกล่าว

“ไม่ต้องคิดมาก ไปบอกลุงซุนว่า รถคันนี้คังเต๋อเจี้ยนขอซื้อต่อ แล้วพรุ่งนี้ฉันจะส่งรถคันใหม่ที่ดีกว่าเดิมมาให้เขา!”

ในตอนนี้เอง เย่ไป๋และคนอื่นๆ จึงได้รู้ชื่อเต็มของผู้บริหารคัง

ส่วนหัวหน้าหยางก็มองผู้บริหารคังอย่างครุ่นคิด ซึ่งผู้บริหารคังก็ยิ้มกลับอย่างขี้เล่น

ระหว่างทาง กลุ่มคนทั้งหมดไม่มีใครพูดอะไร ราวกับยังคงจมอยู่ในภาพเหตุการณ์ก่อนหน้านี้

เมื่อเข้าไปใน ห้องปฏิบัติการ 3 หัวหน้าหยางก็สั่งเย่ไป๋ทันทีว่า

“แยกส่วนปืนพกของนายออกมาให้ฉันดู!”

เย่ไป๋ก็เริ่มลงมือทันที โดยใช้เครื่องมือในห้องปฏิบัติการ เขาก็ถอดชิ้นส่วนปืนพกของตัวเองออกอย่างรวดเร็ว

ในตอนนี้ โครงสร้างของปืนพกก็ปรากฏต่อหน้าทุกคนอย่างสมบูรณ์

มันไม่ใช่ส่วนประกอบของรังเพลิงอย่างที่คิด แต่เป็น แผงวงจร ที่ฝังทรานซิสเตอร์และ ขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า ที่ซับซ้อน

หัวหน้าหยางมองเพียงแวบเดียวก็เดาได้ จึงถามอย่างระมัดระวังว่า

“Non-nuclear EMP?”

เย่ไป๋พยักหน้า

ส่วนคนอื่นๆ ต่างมองหน้ากัน แม้พวกเขาจะรู้คำศัพท์นี้ แต่รายละเอียดเฉพาะเจาะจงนั้น พวกเขากลับไม่ค่อยชัดเจนนัก

แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือเย่ไป๋ได้ออกแบบ ปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าซึ่งทำให้พวกเขารู้สึกตกตะลึงอย่างมาก

อาวุธคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่ในยุคปัจจุบันแล้ว

แต่สำหรับอาวุธประเภทนี้มักจะเกี่ยวข้องกับปืนใหญ่ขนาดใหญ่ ในขอบเขตของปืนขนาดเล็กนั้น ถึงจะน้อยแต่ก็ไม่ใช่ถึงกับไม่มี แต่ที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงขนาดนี้ ทั้งยังเล็กและประณีตเช่นนี้ไม่เคยมีใครเห็นมาก่อน

“ส่งบันทึกการวิจัยและพัฒนาของนายมาให้ฉัน!”

น้ำเสียงของหัวหน้าหยางมีความกระตือรือร้นอย่างเห็นได้ชัด

เย่ไป๋รีบใช้โทรศัพท์มือถือของเขาถ่ายโอนบันทึกการวิจัยและพัฒนาให้กับหัวหน้าหยาง

โทรศัพท์มือถือของเจ้าหน้าที่ทุกคนใน หน่วย 749 เป็นรุ่นพิเศษเฉพาะภายใน มีเพียงเครือข่ายภายในค่ายหรือหน่วยเท่านั้น จะไม่เชื่อมต่อกับเครือข่ายภายนอก จึงไม่ต้องกังวลเรื่องการรักษาความลับ

บันทึกการวิจัยและพัฒนามีหลายร้อยหน้า หัวหน้าหยางจึงไม่สามารถอ่านได้ทั้งหมดในคราวเดียว

เขาเลือกดูที่ข้อมูลทฤษฎีที่เป็นหัวใจของงานนี้ทันที

หลังจากดูอยู่หลายนาที หัวหน้าหยางก็เงยหน้าขึ้น มองเย่ไป๋ด้วยสายตาที่แปลกประหลาดเล็กน้อย และพูดด้วยน้ำเสียงที่ตำหนิว่า

“ฉันสั่งให้นายวิจัยและพัฒนาปืนพกไม่ใช่รึไง? แล้วทำไมนายถึงทำสร้างปืนแม่เหล็กไฟฟ้าออกมา แล้วไหนจะยังทำลายรถของลุงซุนอีก!”

แม้จะพูดด้วยน้ำเสียงที่ดูไม่พอใจ แต่ทุกคนที่อยู่ในเหตุการณ์ก็ฟังออกถึงความประหลาดใจปนความยินดีในน้ำเสียงของหัวหน้าหยาง

เย่ไป๋เกาหัวแล้วพูดด้วยน้ำเสียงที่รู้สึกผิด

“ข้อกำหนดโครงการไม่ได้มุ่งเน้นไปที่ความสะดวกในการพกพา, ความสามารถในการซ่อนเร้น และต้องมีอำนาจการทำลายล้างหรอครับ? หัวหน้าหยาง…ปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ของผมนี้ก็อยู่ในข้อกำหนดของโครงการนะครับ!”

“อีกอย่างเรื่องรถหัวหน้าเองก็นำรถมาให้ผมทดสอบและทำลายเอง ! หัวหน้าจะโทษผม ผมว่ามันไม่ถูกต้องครับ”

คำพูดของเย่ไป๋ทำให้ทุกคนหัวเราะออกมา บรรยากาศที่ตึงเครียดก็ผ่อนคลายลงทันที

ผู้กำกับหวางที่ก่อนหน้านี้มองเย่ไป๋เหมือนอาชญากร ตอนนี้กลับมองปืนพกที่เย่ไป๋สร้างขึ้นเหมือนมองสมบัติ และพูดอย่างมีนัยยะ

“ผมคิดว่า...กองตำรวจแนวหน้าของเราตอนนี้ขาดอาวุธขนาดเล็กที่มีอานุภาพทำลายล้างสูงแบบนี้ อาวุธนี้ตอบโจทย์ความต้องการของเราได้อย่างสมบูรณ์แบบ!”

เมื่อได้ยินคำพูดนี้ หัวหน้าหยางก็เหลือบมองเพื่อนเก่าของเขาอย่างรังเกียจทันที

ตำรวจบ้านไหนใช้ปืนแม่เหล็กไฟฟ้ากันวะ?

แบบนี้พวกโจรคงไม่ทำตัวเป็นโจรกันแล้วมั้ง?

จบบทที่ ตอนที่ 11 พระเอกที่แท้จริงย่อมไม่หันไปมองระเบิด

คัดลอกลิงก์แล้ว