เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 10 ให้ยิงเป็นร้อยครั้ง

ตอนที่ 10 ให้ยิงเป็นร้อยครั้ง

ตอนที่ 10 ให้ยิงเป็นร้อยครั้ง


เวลานี้ทั้งสนามยิงปืนได้ถูกปกคลุมไปด้วยบรรยากาศอันพิโรธของหัวหน้าหยาง

แม้ว่าช่วงนี้จะเป็นช่วงเวลาที่ร้อนที่สุดของหน้าร้อนซึ่งร้อนจนย่างไข่สุกได้ แต่กลับกันในสนามยิงปืนแห่งนี้กลับหนาวเย็นเป็นพิเศษ

เย่ไป๋จ้องมองหัวหน้าหยางอย่างมึนๆ แต่ในใจกลับรู้สึกกระวนกระวายอย่างบอกไม่ถูก

ถึงจะสร้างปืนเสร็จทันตามกำหนดเวลาได้ แต่นั้นก็เรียกว่าฉิวเฉียดแม้แต่เวลาทดลองยังไม่มี ดังนั้นเขาจึงไม่มั่นใจนักว่ามันจะสามารถทำลายรถยนต์ได้จริงตามที่ระบบบอกมาไหม

ตอนนี้คนอื่นๆ ต่างรู้สึกว่าเย่ไป๋พูดขี้โม้และเพ้อฝันไป

ผู้กำกับหวางซึ่งเป็นตำรวจเขาไม่ชอบคนประเภทนี้ที่สุด ดังนั้นสายตาที่เฉียบคมของเขาจึงจ้องมองเย่ไป๋อย่างไม่ละสายตา และราวกับกำลังสอบสวนผู้ต้องสงสัย

แต่หลังจากใช้สายตาของตำรวจที่ผ่านประสบการณ์มาอย่างยาวนาน เขาก็พบว่าเย่ไป๋ไม่ได้แสดงท่าทีสำนึกผิด หรือดูเหมือนคนที่กำลังโกหกเลย

ผู้บริหารคังฟังด้วยท่าทางสบายๆ แม้กระทั่งหยิบปืนของเย่ไป๋ที่ถูกกล่าวอ้างสรรพคุณเกินจริง ขึ้นมาดูซ้ำแล้วซ้ำเล่า แต่จริงๆ เขาแทบอยากจะรื้อออกเป็นชิ้นๆ ดูว่าข้างในมีอะไรด้วยซ้ำ

ผ่านไปครู่หนึ่ง ผู้บริหารคังก็ยอมแพ้เขามองไม่ออกว่ามันพิเศษตรงไหน และเดินมาหาเย่ไป๋พร้อมกับกระซิบเบาๆ

“ไอหนู หัวหน้าหยางของพวกนายเกลียดคนที่พูดจาเพ้อเจ้อที่สุด ทำงานด้านออกแบบจะอ้างอิงอะไรก็ให้มันมีข้อมูลน่าเชื่อถือหน่อย ไปยอมรับผิดซะตอนนี้ ฉันพอจะช่วยพูดให้เขาใจเย็นลงได้ อย่าฝืนต่อไปเลย...”

เย่ไป๋ได้ยินก็มองผู้บริหารคังด้วยความประหลาดใจ

เขาไม่คิดเลยว่าภายใต้สถานการณ์แบบนี้ ผู้บริหารคังจะยังคิดที่จะช่วยเขา

ไม่ใช่ว่าผู้บริหารคังควรจะมองเขาด้วยสายตาที่เหมือนกำลังมองทะลุเข้าไปถึงวิญญาณเขาแบบเดียวกับผู้กำกับหวางงั้นหรอ

สิ่งนี้ทำให้เย่ไป๋รู้สึกดีกับผู้บริหารคังขึ้นมานิดหน่อย

แต่ถึงแม้จะเป็นเช่นนั้น เย่ไป๋ก็ยังมั่นใจในปืนที่เขาสร้างตามระบบขึ้นมา และไม่รับความหวังดีของผู้บริหารคัง

เย่ไป๋หลังจากได้ยินก็กระซิบกลับไป

“ขอบคุณมากครับท่านผู้บริหารคัง  แต่ผมคิดว่าการออกแบบของผมควรจะถือว่าผ่านกำหนดโครงการครับ...”

ผู้บริหารคังก็อดไม่ได้ที่จะส่ายหัว เมื่อได้ยินคำตอบที่ดูมั่นใจเช่นนี้

ช่างเป็นคนรุ่นใหม่ที่ไม่รู้จักกาลเทศะเสียจริง ขนาดเข้าออกหน้าช่วยยังปฏิเสธ

และก็มีคนที่เข้ามาดูปืนอีกคนคือฮั่นจื่อหยาน เขาก็กระซิบเตือนว่า

“พี่น้องเย่ ไม่อยากอยู่ หน่วย 749 งั้นหรอ ที่นี่ดีมากนะ อาจารย์ของผมแนะนำเองว่าให้ผมมาที่นี่ ท่านบอกว่า...”

สำหรับความหวังดีของฮั่นจื่อหยาน เย่ไป๋ทำได้เพียงส่ายหัว เพื่อแสดงว่าเขาไม่ได้คิดแบบนั้น

ทางด้านฮั่วลู่และหวางจุงเจ๋อ กำลังซุบซิบกันเบาๆ พร้อมกับมองมาที่เย่ไป๋เป็นครั้งคราว ก่อนที่จะส่ายหน้า ราวกับรู้สึกเสียดายที่จะต้องเสียเพื่อนไป

ส่วนหัวหน้าหยางตอนนี้คิ้วขมวดแน่นจนจะชนกันเป็นสะพาน ก็คิดว่าจะทำลายเย่ไป๋อย่างไรดีให้หลาบจำ

จะออกคำสั่งปลดออกโดยตรงเลยไหม? หรือจะใช้มาตรการที่รุนแรงกว่านี้?

สำหรับคนอย่างเย่ไป๋ที่พูดจาโอ้อวด ดื้อรั้น ไม่มีสัจจะในการทำงาน เขาไม่ควรได้รับความเมตตาใดๆ ทั้งสิ้น

เวลาผ่านไปในบรรยากาศที่ตึงเครียดมากขึ้น

ในที่สุด เมื่อเสียงเครื่องยนต์ดังขึ้น รถยนต์นั่งขนาดเล็กสีขาวคันหนึ่งก็ขับเข้ามาในสนามยิงปืนกลางแจ้ง

“หัวหน้าครับ รถยนต์ที่ขอไว้ได้แล้วครับ แต่เนื่องจากหน่วยเราไม่มีรถส่วนกลางที่สำหรับใช้เป็นเป้าหมาย ผมจึงต้องยืมมาจากคุณลุงที่แผนกบุคคลครับ แต่เขาบอกว่าใช้เสร็จแล้วต้องเอามาคืนในสภาพเดิมด้วยครับ!”

จ่าทหารที่ออกไปนำรถพูดขึ้น

หัวหน้าหยางจ้องจ่าทหารแล้วพูดด้วยความหงุดหงิด

“อะไรนะ? แกกลัวว่าการยิงปืนนัดเดียวจะสามารถทำลายรถซั่วๆ เก่าๆ คันนี้ได้รึไง?”

“ไม่…ไม่ครับ...”

จ่าทหารส่ายหัวอย่างแรงราวกับเป็นลูกตุ้ม

หัวหน้าหยางไม่สนใจจ่าทหารที่ดูซื่อบื้อคนนี้อีกต่อไป และเบนหันสายตาที่เฉียบคมมาที่เย่ไป๋อีกครั้ง

เขาคิดทบทวนอยู่ครู่หนึ่ง แล้วตัดสินใจที่จะยืนยันคำตอบเป็นครั้งสุดท้าย ก่อนที่เขาจะเอ่ยถาม

“ฉันเอารถมาแล้ว ทหาร…ยังยืนยันคำพูดเมื่อครู่เดิมอยู่ใช่ไหม?”

ในช่วงเวลาที่รอรถมาถึง หัวหน้าหยางก็เริ่มใจเย็นลงส่วนหนึ่ง

เขาลองคิดดูแล้ว เหตุผลที่เย่ไป๋พูดจาเพ้อเจ้อแบบนี้ อาจเป็นเพราะเขาไม่ชอบ หน่วย 749 และต้องการจะออกด้วยวิธีนี้

หากเป็นเพราะแบบนี้จริง หัวหน้าหยางคิดว่าพอจะให้อภัยเขาได้

ดังนั้น เขาจึงตัดสินใจให้โอกาสสุดท้ายแก่เย่ไป๋

แต่ดูเหมือนเย่ไป๋ไม่ได้สนใจโอกาสนี้เลย

เย่ไป๋เดินวนรอบรถยนต์สีขาวคันนั้น แล้วตอบกลับมา

“หัวหน้าหยางครับ ผมยืนยันคำตอบเดิมครับ!”

“ดี—ดีมาก!”

ความโกรธที่เริ่มหายไปได้กลับมาปะทุอีกครั้ง

ในเมื่อหาทางลงจากหลังเสือให้แล้ว ไอเด็กนี้ยังไม่ยอมลง ต่อจากนี้เขาก็ไม่จำเป็นต้องเมตตาอีกต่อไป!

“เอาล่ะ—”

หัวหน้าหยางชี้ไปที่รถแล้วพูดขึ้น

“ทหาร..บอกฉันหน่อยสิว่า นายจะทำลายรถคันนี้ในการยิงนัดเดียวได้อย่างไร!”

เสียงของหัวหน้าหยางดังกึกก้องราวกับฟ้าร้อง เหมือนกับบอกว่าหากเย่ไป๋ทำไม่ได้ เขานี้แหละจะขยี้เย่ไป๋ในมือเดียว

ภายใต้สายตาของทุกคน เย่ไป๋เริ่มค่อยๆ ยก ปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ขึ้น

เขาเล็งอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนที่จะเหนี่ยวไกต่อหน้าทุกคนอย่างกะทันหัน

หลังจากนั้น...

แม้จะผ่านไปวิสองวิ แต่ก็ไม่มีอะไรเกิดขึ้นทุกอย่างนิ่งเงียบราวกับป่าช้า

นอกจากเสียงเบาๆ ของไกปืนที่ถูกเหนี่ยวแล้ว ก็ไม่มีเสียงอื่นใดอีกเลย

จบสิ้นแล้ว!

ฮั่นจื่อหยานและคนอื่นๆ คิดในใจ

ผู้กำกับหวางพยักหน้าด้วยท่าทีที่เหมือนกับพูดว่า “เป็นไปอย่างที่คิด”

ผู้บริหารคังส่ายหัวเบาๆ

สายตาที่น่าสงสารมากมายจ้องมองมาที่เย่ไป๋

ไม่ต้องสงสัยเลยว่า เขาที่ไม่สามารถทำตามแบบโครงการได้สำเร็จ และยังหลอกลวงผู้บังคับบัญชา และเจ้าหน้าที่ชั้นผู้ใหญ่ โทษที่จะได้รับนั้นจะอยู่ในขั้นรุนแรงที่สุดอีกด้วย!

ภายใต้สายตาเหล่านั้น เย่ไป๋มองรถและเกิดความสงสัย หลังจากนั้นก็มองปืนในมือ

เขาหันกลับไปเผชิญหน้ากับสีหน้าที่โกรธจัดของหัวหน้าหยาง

“จะมีอะไรแก้ตัวอีกไหม?”

หัวหน้าหยางถามด้วยน้ำเสียงที่สงบมาก สงบราวกับกำลังพูดกับคนตายไปแล้ว และยิ่งสงบมากเท่าไหร่ ก็ยิ่งแสดงถึงความโกรธและความน่ากลัวของเขามากขึ้น

ทุกคนอดไม่ได้ที่จะมองเย่ไป๋ด้วยความกังวล

ไม่ใช่เพราะเสียดายแทนเขา เพราะที่ไร้สัจจะวาจาอย่างเย่ไป๋ไม่คู่ควรที่จะเป็นสหายและเพื่อนร่วมรบที่มีอุดมการณ์เดียวกันกับพวกเขาอีกแล้ว

แต่เพราะเวทนา ที่เขาใกล้จะถูกหัวหน้าหยางเล่นงานแบบไม่ให้ผุดให้เกิด

หากหัวหน้าหยางต้องการ เขาก็สามารถติดต่อโรงเรียนนายร้อย ไม่เพียงจะปลดเย่ไป๋ออกจากราชการ แต่ยังจะยกเลิกใบวุฒิการศึกษาของเขา และปลดยศทหารออกพร้อมบันทึกประวัติลงบัญชีดำได้เลย

ภายใต้สถานการณ์เช่นนี้ เย่ไป๋ที่ครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่งและตอบกลับไป

“เมื่อกี้ผมยิงพลาดครับ เพราะเวลาทำมีจำกัด ผมยังไม่ได้ตรวจทำศูนย์เล็ง ดังนั้นการยิงเมื่อครู่จึงไม่โดนเป้าหมายแม้แต่นิดเดียว ผมขอโอกาสยิงอีกครั้งครับ!”

เห้อ…!

ทุกคนส่ายหน้าพร้อมกันโดยไม่ได้นัดหมาย

แค่ลั่นไกก็ยังไม่มีเสียงหรือลูกปืนออกมาเลยด้วยซ้ำ เป็นไปได้ว่าสิ่งที่อยู่ในมือเย่ไป๋เป็นแค่ โมเดลหลอกเด็กเท่านั้น

แต่มาถึงขั้นนี้แล้ว เย่ไป๋ยังหาเหตุผลมาแก้ตัวอีก นี้ไม่เท่ากับว่าเริ่มขุดหลุมฝังตัวเองแล้วงั้นหรอ

ตอนนี้หัวหน้าหยางกลับสงบลง เขายิ้มอย่างประหลาด แล้วพูดต่อ

“ไม่ต้องขออีกครั้งหรอก ฉันให้แกยิงเป็นร้อยนัดเลย อยากจะเห็นจริงๆ ว่าไอ้สิ่งนั้น จะทำลายรถได้อย่างไร แค่ปากของนายคงทำลายมันไม่ได้หรอกมั้ง?”

เย่ไป๋ไม่ได้พูดอะไรอีก เพียงแค่เดินเข้าไปใกล้สองสามก้าว ยกปืนในมือขึ้นอีกครั้ง เล็งไปที่รถก่อนที่จะเหนี่ยวไก

และในชั่วพริบตาถัดมา...

ตูม!!!!

แสงไฟพวยพุ่งขึ้นสู่ท้องฟ้าเป็นเหมือนกับดอกเห็ด!

จบบทที่ ตอนที่ 10 ให้ยิงเป็นร้อยครั้ง

คัดลอกลิงก์แล้ว