เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 9 คนเพ้อเจ้อ

ตอนที่ 9 คนเพ้อเจ้อ

ตอนที่ 9 คนเพ้อเจ้อ


“พี่น้องเย่ อย่าโอ้เอ้เลย ไม่ว่าจะเป็นม้าเป็นลา แค่แสดงมันออกมาก็พอ ยังไงพี่น้องคนนี้ก็อยู่ข้างพี่น้องเย่อยู่แล้ว อย่าไปกลัวเลย”

หวางจุงเจ๋อพูดอย่างเป็นมิตร

ในความคิดของเขา คงไม่มีใครทำโครงการนี้ได้แย่เท่าเขาอีกแล้ว

เพราะจริงๆ แล้วการออกแบบปืนไม่ใช่สิ่งที่เข้าถนัด ดังนั้นความล้มเหลวในงานโครงการนี้จึงไม่ทำให้เขาเสียใจนัก

แต่อย่างไรก็ตาม มันก็อดไม่ได้ที่อยากจะเปรียบเทียบผลงานตัวเองกับคนอื่นเหมือนกัน

หลังจากการแสดงปืน Hummingbird Zero ของฮั่วจื่อหยางแล้ว ทุกคนก็ไม่คิดว่าเย่ไป๋จะสร้างปืนได้ดีไปกว่านี้อีกแล้ว

ฮั่วจื่อหยางเป็นถึงลูกศิษของศาสตราจารณ์ที่มีชื่อเสียงของวงการอาวุธ แล้วเย่ไป๋นั้นเป็นใครมีภูมิหลังแบบไหนกัน?

ถ้ามีจริงอย่างน้อยก็ต้องมีข่าวลือเกี่ยวกับเย่ไป๋บ้างว่าเป็นตัวตนฟ้าประทานอะไรแบบนั้นตั้งแต่เข้าหน่วยแล้ว

เพราะแบบนี้ทำให้ตอนที่เย่ไป๋เปิดกล่องปืนออกมา จึงไม่ค่อยมีคนสนใจ

ผู้กำกับหวางยังคงตรวจดูปืน Hummingbird Zero อย่างใจจดใจจ่อ พร้อมกับฮั๋วจื่อหยางกระซิบอธิบายเกี่ยวกับปืนให้ผู้กำกับฟัง

ผู้บริหารคังเองตอนนี้ก็ดูเหมือนจะเบื่อๆ และจุดบุหรี่สูบ ก่อนที่จะมองนกมองไม้แถวๆ นั้น

ฮั่วลู่ กับหวางจุงเจ๋อมองเย่ไป๋ และหวังว่าปืนที่เขาทำออกมานั้นจะดูธรรมดา

ไม่ใช่ว่าพวกเขาไม่ชอบเย่ไป๋ แต่ในฐานะมนุษย์ พวกเขาก็ไม่อยากรู้สึกถูกเพื่อนทิ้งไว้ข้างหลังเหมือนกัน

เพราะเวลานี้ฮั่นจื่อหยางนั้นโดดเด่นที่สุดในกลุ่ม หากว่าเย่ไป๋เป็นไปด้วยอีกคน พวกเขาจะดูเป็นเหมือนตัวไร้ค่าทันที

ในส่วนของหัวหน้าหยางยังมองเย่ไป๋อย่างสนใจ เขาเป็นผู้รับผิดชอบโครงงานนี้ และมีแผนที่จะต้องฝึกฝนคนรุ่นใหม่ขึ้นมาทดแทนเรื่อยๆ

และในมุมมองของหัวหน้าหยาง เย่ไป๋เองก็ไม่ต้องทำสิ่งที่โดดเด่นอะไรมาก ขอแค่มันผ่านเกณท์ที่ตั้งไว้สักข้อสองข้อก็พอแล้ว

เพราะอย่างไรก็ตาม เย่ไป๋และอีกสามคนยังหนุ่มอยู่ พวกเขาพึ่งจบจากโรงเรียนนายร้อยมามาดๆ และยังไม่มีประสบการณ์ พวกเขายังต้องฝึกฝนและขัดเกลาตัวเองให้มากขึ้นไปเรื่อยๆ

ดังนั้นตอนที่เย่ไป๋เปิดกล่องออกมา มีเพียงหัวหน้าหยางคนเดียวที่สนใจมองอย่างตั้งใจ

สิ่งที่อยู่ในกล่องได้เผยให้หัวหน้าหยางเป็นอย่างช้าๆ

รูปร่างของเป็นปืนพกที่มีสีดำและรูปร่างประหลาด

จะเรียกว่าปืนพกก็กะไรอยู่ แต่มันยังคงรูปเค้าโครงของปืนพกอยู่ ซึ่งส่วนที่ประหลาดและเด่นชัดคือตัวลำกล้องปืน

แทนที่มันจะเป็นลำกล้องเรียวเหมือนปืนพก แต่มันกลับดูเหมือนทรงกระบอกตันเกือบเท่ากำปั้นคน และมีรูลำกล้องถึงสามรูซ้อนเรียงกันเป็นรูปสามเหลี่ยม

สีหน้าของหัวหน้าหยางเปลี่ยนไปทันที

เขาอดไม่ได้ที่จะถามด้วยน้ำเสียงที่ทุ้มลึก

“...นี่แก…จำข้อกำหนดของโครงงานนี้ได้ใช่ไหม”

คำพูดของหัวหน้าหยางได้ดึงดูดความสนใจจากทุกคน

เมื่อทุกคนเห็นว่าหัวหน้าหยางมีปฏิกิริยากับปืนที่เย่ไป๋แสดงออกมา ทำให้ทุกคนมองไปยังปืนในกล่อง

ในขณะนั้นเองเย่ไป๋ก็ได้ตอบกลับไป

“ครับผม พกพาง่าย ไร้ร่องรอย และมีพลังทำลายล้างในระดับหนึ่ง เหมาะกับเจ้าหน้าที่ภาคสนามของกรมตำรวจ”

เมื่อได้ยินเช่นนั้นหัวหน้าหยางก็ยิ่งแสดงใบหน้าที่บิดเบี้ยวออกมา ก่อนที่จะชี้ไปยังปืนของเย่ไป๋ และพูดขึ้น

“แล้วนั้นคิดว่ามันพกพาง่ายไหม”

ปืนที่เย่ไป๋ทำออกมานั้นมีขนาดใหญ่กว่าปืนพกทั่วไป ใส่ซองปืนก็ไม่ได้ ทำให้การพกพานั้นลำบากกว่าปกติ

คนอื่นๆ ที่เห็นหน้าตาของปืน ก็รู้สึกประหลาดใจ ทำไมเขาถึงออกแบบปืนได้หน้าตาแปลกขนาดนี้

เย่ไป๋เพียงเกาหัวเบาๆ และพูดต่อ

“ถึงมันจะหนาไปนิด แต่ก็เบามาก เพียง 350 กรัมเท่านั้น”

350 กรัม?

ทุกคนที่ได้ยินก็ตกใจเล็กน้อย

เพราะปืน Sliver Fox ของฮั่วลู่นั้นมีขนาดเล็กกว่า แต่ก็ยังหนักถึง 502 กรัม ซึ่งเป็นน้ำหนักไม่รวมกระสุน

แต่ปืนของเย่ไป๋นั้นใหญ่กว่ามาก แต่กลับมีน้ำหนักเพียงครึ่งเดียวของ Sliver Fox

ไม่ใช่เพียงหัวหน้าหยางที่เป็นวิศวกรด้านอาวุธจะไม่เชื่อแล้ว แม้แต่ผู้บริหารคังกับผู้กำกับหวางเองก็ไม่อยากจะเชื่อ

ของใหญ่โตขนาดนี้ จะมีน้ำหนักเบาได้ยังไง หรือว่าข้างในเป็นแค่ฟองน้ำ?

ในขณะที่กำลังคิดไปต่างๆ นาๆ ผู้บริหารคังก็เดินไปใกล้ๆ  และหยิบปืนของเย่ไป๋ขึ้นมาดู หลังจากนั้นก็ลองชั่งน้ำหนักด้วยมือสองสามครั้ง และพูดอย่างประหลาดใจ

“จริงด้วย มันเบากว่าที่คิดเสียอีก”

ถ้ามองข้ามเรื่องขนาดมันไป ด้วยน้ำหนักของมันดีกว่าพกซองปืนไปไหนมาไหนเสียอีก

เพราะด้วยน้ำหนักที่เบาก็ทำให้สามารถแบกอุปกรณ์ได้มากขึ้น และทำให้พกกระสุนพอสู้ระยะยาว

“แล้วเรื่องการปกปิดล่ะ”

หัวหน้าหยางถามขึ้นอีกครั้ง

การปกปิดของปืนพกมีสามอย่าง

หนึ่งคือเสียงที่เกิดขึ้นจากการยิน

สองแสงจากปลายกระบอกปืน

สามปกปิดพกซ่อนไม่ให้เห็นได้ง่าย

ไม่ต้องพูดเลยว่าปืนของเย่ไป๋นั้นไม่ตรงกับคุณสมบัติที่สาม

เพราะด้วยขนาดที่ใหญ่โตแบบนี้เดินผ่านยังไงก็เห็น

เย่ไป๋ไม่มีทางเลือกนอกจากกัดฟันแล้วอธิบายต่อ

“แม้ว่ามันจะดูเด่นชัด แต่มันจะไม่สร้างประกายไฟ หรือเสียงตอนที่ยิงออกไป นั่นคือสองข้อแข็งของปืนกระบอกนี้”

ไร้สาระ เป็นไปไม่ได้!

หัวหน้าหยางพูดในใจ และด่าเย่ไป๋ และอดไม่ได้ที่จะยิ้มเยาะ

ต่อให้ใช่วัสดุที่ดูดซับเสียงได้ดีแค่ไหน มันก้ต้องเกิดเสียงขึ้น และต้องให้ทำช่องระบายแค่ไหน ประกายไฟจากการยิงก็เกิดขึ้นอยู่ดี

เว้นแต่ว่าปืนที่เย่ไป๋ทำจะเป็นปืนฉีดน้ำ จึงไม่มีแสงไม่มีเสียงเกิดขึ้น

ขึ้นชื่อว่าปืนแล้วเมื่อยิงออกไปยังก็ต้องมีเสียง

“แล้วพลังทำลายล่ะ”

เมื่อพูดถึงเรื่องนี้ ก็ขึ้นอยู่กับขนาดของปากลำกล้องปืนว่าใช้ลูกกระสุนขนาดเท่าใด

ซึ่งลำกล้องปืนของเย่ไป๋นั้นใหญ่มาก จนน่าจะมีพลังทำลายล้างที่สูง

ดังนั้นจึงไม่มีใครสงสัยในเรื่องนี้

แต่คำพูดของเย่ไป๋ต่อจากนี้ทำให้ทุกคนคิดว่ากำลังฟังเรื่องเพ้อเจ้อ

เย่ไป๋พูดอย่างครุ่นคิด

“ตามทฤษฎีข้อมูแล้ว มันน่าจะทำลายรถยนต์สี่ที่นั่ง ด้วยการยิงครั้งเดียว”

ยิงนัดเดียวทำลายรถยนต์ได้?

และฉากที่เกิดขึ้นในหัวของแต่ละคนนั้นเหมือนกันคือ ภาพของรถที่ถูกยิงจนระเบิดเป็นกองเพลิง

แต่มันจะเป็นไปได้ยังไง

ขนาดปืนไรเฟิลที่มีขนาดกระสุนใหญ่กว่าทำลายล้างได้สูงกว่ายังเป็นไปไม่ได้ที่จะยิงทำลายรถได้ในนัดเดียว

แล้วนี้มันแค่ปืนพก พูดไปมันก็คงไม่ต่างจากหนังตลกเรื่องหนึ่ง

แต่ในขณะเดียวกันหัวหน้าหยางนั้นไม่สามารถระงับความโกรธได้อีกแล้ว

เขาเป็นผู้ดูแลโครงการนี้ และผู้ใต้บังคับบัญชาของเขากลับทำอะไรพิเรนออกมา ไม่พอยังพูดเกินจริงหน้าตาเฉย  เขาจะไม่โกรธเลยหากเย่ไป๋ทำปืนออกมาได้แย่กว่าหวางจุงเจ๋อก็ตาม

แต่การที่เย่ไป๋พูดเรื่องที่ไม่น่าเป็นไปได้หน้าตาเฉย มันเป็นสิ่งที่เขารับไม่ได้

หัวหน้าหยางได้แสดงสีหน้าที่ตึงเครียด และพูดอย่างเย็นชา

“จ่า! ไปหารถมาให้ฉันคันหนึ่ง”

ก่อนที่เขาจะชี้นิ้วไปทางเย่ไป๋ และพูดขึ้นด้วยความเกรี้ยวกราด

“ถ้าวันนี้แกทำลายรถไม่ได้ด้วยปืนของแก ฉันจะปลดแกออก และทำลายอนาคตของแกทั้งหมด เพราะที่นี่ไม่มีใครตลกกับแกด้วย!”

จบบทที่ ตอนที่ 9 คนเพ้อเจ้อ

คัดลอกลิงก์แล้ว