- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 8 นกฮัมมิ่ง
ตอนที่ 8 นกฮัมมิ่ง
ตอนที่ 8 นกฮัมมิ่ง
ปืนพกทั่วไปนั้นจะมีส่วนประกอบแค่สองอย่าง คือตัวปืน กับซองกระสุน
แต่ปืนที่ฮั๋นจื่อหยางนำออกมานั้น มีชิ้นส่วนมากกว่าสองชิ้น
ในเวลานี้ฮั๋นจื่อหยางเริ่มที่จะนำเสนอด้วยท่าทางเขินอายเล็กน้อย
“ศาสตราจารย์เฉินนั้นชอบเน้นการทำงานหลายส่วน และเพิ่มความหลากหลายให้กับอาวุธ เขาเชื่อว่ามันคือแนวทางพัฒนาอาวุธที่ยั่งยืน ศาสตราจารย์เองเชื่อว่าสงครามในอนาคตนั้น จะซับซ่อนมากขึ้น สนามรบสภาพแวดล้อมซับซ่อนมากขึ้น ทำให้อุปกรณ์ต้องรองรับการทำงานทุกภาคส่วน”
“ผมคิดอย่างรอบคอบแล้ว เกี่ยวกับโครงการที่หัวหน้าหยางมอบให้ เลยตัดสินใจทำให้ปืนพกนี้มีหลายรูปแบบ”
หลังจากพูดอย่างยาวนาน ฮั๋นจื่อหยางก็เริ่มประกอบชิ้นส่วนเข้ากับปืนพก แต่รูปร่างมันก็ไม่ต่างจากปืนพกทั่วไปเท่าไร
“ผมตั้งชื่อให้มันว่า Hummingbird Zero ในรูปแบบพื้นฐาน จะใช้กระสุนปืนขนาด 7.62 มม และซองกระสุนปรับเปลี่ยนได้ทั้งแบบ 8 นัดกับ 15 นัดขึ้นอยู่กับความต้องการ”
ฮั๋นจื่นหยางบรรจุกระสุนและยิงออกไปอย่างรวดเร็ว
ความถี่ในการยิงนั้นกำลังดี เสียงเรียบแบนกระชับไม่กังวาล
แต่หากมองกันตามจริงแล้วปืนนี้ไม่ได้ต่างอะไรจากปืนทั่วไป เพียงแค่ปรับแต่งเล็กน้อยเท่านั้น
แต่ในตอนนั้นเองที่ฮั๋นจื่อหยางยิงปืนจบ เขาก็ถอดชิ้นส่วนของลำกล้องปืนออกอย่างรวดเร็ว ด้วยวิธีการที่แสนง่าย และหยิบลำกล้องขนาดอื่นเข้าไปใส่แทน
“โครงปืนของ Hummingbird Zero สามารถรองรับลำกล้องขนาดตั้งแต่ 5.56 7.62 จนไปถึง 9 มม ซึ่งลำกล้องแต่ละขนาดนั้นจะแสดงประสิทธิภาพในการยิงที่แตกต่างกันออกไป”
ฮั๋นจื่อหยางเปลี่ยนซองกระสุนและเริ่มยิงต่อด้วยกระสุนที่แตกต่างจากเดิม
“อย่างที่เห็นกระสุนขนาด 7.62 จะแตกต่างกับ 5.56 ที่ความเร็วและแรงถีบ ในขณะที่กระสุน 5.56 นั้นจะให้แรงถีบที่น้อยลง และส่งเสียงดังกว่า”
ในเวลานี้ทุกคนนั้นเริ่มเข้าใจสิ่งที่ฮั๋นจื่อหยางจะนำเสนอแล้ว
แนวคิดของเขาคือการทำให้ปืนพกสามารถเปลี่ยนลูกแบบกระสุนได้อย่างอิสระ
ข้อดีของมันคือสามารถปรับเปลี่ยนปืนให้เหมาะสมตามสถานการณ์ได้ตามที่ต้องการ
หลังจากยิงจบฮั๋นจื่อหยางก็เปลี่ยนลำกล้องขนาด 9 มม และเริ่มแสดงให้เห็นว่า หากต้องการพลังทำลายล้างที่มากขึ้นก็แค่เปลี่ยนลำกล้องปืนเท่านั้น
ต้องบอกเลยว่าแนวความคิดของฮั๋นจื่อหยางนั้นน่าชื่นชมมาก
แต่ในขณะเดียวกัน ด้วยโครงสร้างที่เปลี่ยนแปลงได้ตลอดแบบนี้ ย่อมซับซ้อนตามไปด้วย และมีโอกาสที่จะเกิดการขัดข้องของชิ้นส่วนภายในได้
หลังจากฮั๋นจื่อหยางสาธิตการยิงจบ เขาก็มองไปยังปืนในมือและพูดอย่างเสียดายเล็กน้อย
“เดิมที ผมตั้งใจจะทำที่ยิงลูกระเบิดติดไปด้วย และทำลำกล้องที่จะยิงกระสุนสองแบบได้พร้อมกัน แต่ยังติดปัญหาเรื่องโครงสร้างอย่างมาก และยังแก้ไขไม่ได้”
แม้ว่าฮั๋นจื่อหยางจะดูเป็นคนขี้อาย แต่เขานั้นกลับมีความทะเยอทะยานสูงมากในการออกแบบอาวุธ
และเห็นได้ชัดเลยจากผลงานนี้ของเขา ซึ่งต้องการทำปืนที่ปรับเปลี่ยนได้ทุกสถานการณ์
แต่อย่างไรก็ตาม อาวุธประเภทนี้ก็มีเงื่อนไขการใช้งานมัน อย่างเช่นผู้ใช้งานต้องรู้วิธีทำงานของปืนอย่างดี และต้องมีฝึกอบรมการใช้ปืนก่อน
ผู้กำกับหวางนั้นดูสนใจมาก
เขาเดินเข้าไปขอปืน Hummingbird Zero จากมือของฮั๋นจื่อหยาง ดูอย่างละเอียด
“หากดูจากโครงปืนแล้ว ลำกล้องปืนหากดัดแปลงนิดหน่อยก็ติดตั้งกับปืนนี้ได้ใช่ไหม”
ฮั๋นจื่อหยางเกาหัวอย่างอายๆ และตอบอย่างไม่มั่นใจ
“หากดูจากต้นทุนในการทำ Hummingbird Zero เองก็ไม่ได้ถูกนัก เพราะงั้นการดัดแปลงลำกล้องปืนอาจจะช่วยลดต้นทุนได้นิดหน่อย…”
แต่นี้คือจุดเด่นของปืน Hummingbird Zero
แค่การปรับเปลี่ยนลำกล้องปืนก็สามารถลดต้นทุนการผลิตได้แล้ว และยังใช้กับชิ้นส่วนแบบอื่นได้อีก ไม่จำเป็นต้องสร้างบล็อกใหม่ ใช้แบบที่โรงงานมีอยู่แล้วทำต่อได้เลย ทำให้ลดต้นทุนลงมาก
ถือว่านี้เป็นสุดยอดความคิดของฮั๋นจื่อหยางเลย
“ผลงานยอดเยี่ยมไปเลยพี่ฮั๋น”
ฮั่วลูอดไม่ได้ที่จะเข้าไปตบไหล่ฮั๋นจื่อหยาง
ใครจะไปคิดว่าชายขี้อายแบบนี้ จะนำเสนอแนวทางใหม่ๆ ของวงการปืนพกได้ อีกทั้งยังใช้งานได้จริงอีก
“ก็ดีจริงๆ นั้นแหละ”
หัวหน้าหยางที่ดูเป็นเสือยิ้มยากยังยิ้มออกมานิดๆ
วันนี้เขาได้เชิญผู้กำกับหวางกับผู้บริหารคังมาเพื่อนำเสนอเกี่ยวกับแบบปืนในอนาคต
แต่ผลของก่อนหน้านี้สองชิ้นได้ทำให้เขาอับอายเล็กน้อย แต่โชคยังดีที่ผลงานของฮั่นจื่อหยางจะช่วยกู้หน้าเขากลับมาได้
ต้องรู้ก่อนว่าหน่วยที่ 749 ไม่ใช่หน่วยเดียวที่ทำหน้าที่ออกแบบอาวุธ และยังมีหน่วยอื่นที่ต้องแข่งขันกันอีก
และโครงการ SQ เป็นโครงการเล็ก และหลายหน่วยเองก็ไม่สนใจที่จะสานงานต่อ แต่เนื่องหากหน่วย 749 ทำแล้วจะต้องเหนือกว่าจนหน่วยอื่นเทียบไม่ติด
ผู้กำกับหวางดูปืนด้วยสีหน้าตื่นเต้น ก่อนที่เขาจะเปลี่ยนซองกระสุน และทดสอบยิงปืนด้วยตัวเองดู
ฝีมือการยิงปืนของผู้กำกับหวางนั้นยอดเยี่ยมมาก เพราะยังไงเขาก็เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนาม ผลการยิงเป้าเคลื่อนที่ในระยะ 10 เมตรของเขานั้นตรงเป้าไม่พลาดสักนัด
หลังจากสัมผัสกับตัวปืน และได้ลองยิงเองแล้วผู้กำกับหวางยิ่งฉีกยิ้มกว้าง
“ตอนนี้เจ้าหน้าที่ภาคสนามต้องทำงานในสถานการณ์ที่ซับซ้อนมากขึ้นเรื่อยๆ พวกอาชญากรเองก็ไม่เกรงกลัวพวกเราตำรวจ เพราะพวกมันมีอาวุธที่ทันสมัยกว่าทำให้ตำรวจเสียเปรียบ”
“แม้ว่าปืน Hummingbird Zero จะยังไม่ตอบโจทย์ของเจ้าหน้าที่ภาคสนามมาก แต่ฉันเชื่อว่าหากมันถูกปรับแก้ไขในรุ่นที่ 1 2 และ 3 ต่อไป มันจะช่วยเจ้าหน้าที่ตำรวจได้แน่”
ฮั๋นจื่อหยางแสดงท่าทางที่เขินอายเล็กน้อย เขาก้มหัวตลอดเวลา และอมยิ้มไปด้วย ขณะที่รับฟังคำชมจากผู้กำกับหวาง
หลังจากผลงานของฮั๋นจื่อหยางได้รับการยอมรับเป็นอย่างดีจากทุกคนแล้ว สุดท้ายก็เหลือผลงานออกแบบของเย่ไป๋
ณ จุดนี้ยังไม่มีใครหลุดจากภาพจำของปืน Hummingbird Zero ได้ และดูเหมือนผู้กำกับหวางเองก็ตัดสินใจแล้วว่าจะเลือกแบบปืนนี้ไปใช้งาน
แม้แต่เย่ไป๋เองก็อดไม่ได้ที่จะเสนอแนะขึ้น
“หากว่าท่านผู้กำกับตกลงใจได้แล้ว ผมไม่ควรสร้างความอับอายด้วยการแสดงผลงานต่ออีก และขอยินดีกับฮั๋นจื่อหยางด้วย”
หัวหน้าหยางมองไปยังเย่ไป๋ด้วยสายตาที่ดุร้าย และพูดอย่างดุดัน
“ผู้กำกับหวางมาเพื่อเลือกซื้อของ แต่ฉันเป็นผู้ตรวจงานที่สั่งไป ต่อให้ผู้อำนวยการจะตัดสินใจแล้ว ฉันยังต้องตรวจงานที่สั่งไปอยู่ดี หากไม่แสดงผลงาน ฉันก็คงต้องไล่นายออก”
เป็นการอธิบายได้ชัดเจนมากในสถานการณ์นี้สำหรับนักออกแบบใหม่ทุกคน
ผู้บริหารคังยิ้มและพูดอย่างสบายๆ
“ถ้าอยู่โรงเรียนพวกเขาคงไม่ไล่นายออกหรอก แต่นี้มันในกองทัพหากไม่ทำตามคำสั่งระวังจะต้องโทษเอานะ”
“ผมคงต้องเป็นตัวตลกต่อหน้าทุกคนแล้ว…”
ด้วยความสิ้นหวังเย่ไป๋ได้เปิดกล่องอาวุธของเขาออกเพื่อแสดงผลงาน