- หน้าแรก
- สั่งให้ทำปืนพก แล้วไหนได้หุ่นยนต์วะ
- ตอนที่ 7 ดาวดำ
ตอนที่ 7 ดาวดำ
ตอนที่ 7 ดาวดำ
บรรยากาศโดยรอบเริ่มดูตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย
หัวหน้าหยาง แม้ว่าจะไม่พูดออกมาแต่ก็สามารถข่มขู่คนด้วยสายตาได้
แล้วเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ
“จำได้ไหมว่าโครงการนี้ มีหัวข้อหลักอะไรบ้าง”
“ได้ครับ”
น้ำเสียงของฮั่วลู่ที่ตอบนั้นดูสั่นเล็กน้อย และพูดต่อ
“พกพาง่าย ไม่เปิดเผยตัว และมีอำนาจทำลายล้างในระดับหนึ่ง เหมาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภาคสนาม”
“แล้วคิดว่าที่ทำมาได้ข้อไหนบ้าง”
เสียงของหัวหน้าหยางเปรียบเหมือนฟ้าร้องคำรามก่อนพายุจะก่อตัวขึ้น ซึ่งทำให้ใครก็ตามที่ได้ยินหายใจลำบาก
ฮั่วลู่นั้นอยู่ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ
ฮั่วลู่ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบ
“ในแง่ของการพกพา และไม่เปิดเผยตัวถือว่าผ่าน เรื่องน้ำหนักที่น้อยทำให้พกพาได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังใช้ลูกกระสุน 9 มม ทำให้มีพลังทำลายล้างเพียงพอ”
แม้ว่าฮั่วลู่จะพูดอย่างติดขัดเล็กน้อย แต่เขาจะสื่อว่า เขาได้ทำตามข้อกำหนดทุกอย่าง
หัวหน้าหยางมอง ก่อนที่จะถามสวนกลับไป
“แล้วอีกข้อล่ะ”
“อีกข้อ….”
ฮั่วลู่ลังเลที่จะตอบเล็กน้อย
หัวหน้าหยางจึงได้ถามซ้ำ
“รู้ใช่ไหมว่ากองกำลังตำรวจมีกี่นาย”
“เรื่องนั้น…”
เห็นได้ชัดเลยว่าฮั่วลู่ไม่สามารถตอบคำถามได้
ผู้กำกับหวางได้พูดขึ้น
“ในประเทศของเรามีเจ้าหน้าที่ตำรวจราวๆ 1.8 ล้านคน ซึ่ง 2 ใน 3 เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามชำนาญการอีก สองในสาม หรือราวๆ 1 ใน 10 หรือง่ายๆ ราวๆ 120,000 นาย ที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงอยู่บ่อยครั้ง”
“ตอนนี้เข้าใจรึยังว่ามันติดปัญหาตรงไหน”
หัวหน้าหยางพูดพร้อมกับมองฮั่วลู่
ฮั่วลู่พยักหน้า และกล่าวอย่างขมขื่น
“ถ้า..ถ้าหากเปลี่ยนใช้วัสดุที่ทนทานขึ้น การผลิต silver fox จะยิ่งต้นทุนสูงขึ้นหลายเท่า หากต้องจัดหาให้ตำรวจทั้งหมด 120,000 นาย พร้อมกับค่าบำรุงรักษา งบประมาณที่ใช้ของกรมตำรวจะไม่เพียงพอครับ”
แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตมากขึ้น แต่ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องการเงินทุนไปพัฒนาต่อ
สำหรับหน่วยงานของตำรวจถึงจะเป็นหน่วยงานที่สำคัญ แต่งบประจำปีนั้นไม่เคยพอ ภาษีที่จ่ายมายังไม่พอที่จะสนับสนุนได้ครอบคลุมทั้งหมด
หากว่าปืนพก sliver fox ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบในการทำอีกต้นทุนจะยิ่งสูงขึ้น
และหากมองคุณสมบัติโดยรวมแล้ว มันยังใช้งานจริงไม่ได้
“เพราะงั้น…”
หัวหน้าหยางพูดต่อและมองไปทางเย่ไป๋กับคนที่เหลือ
“การออกแบบพัฒนาอาวุธใหม่นั้นไม่เพียงแค่เรื่องทางเทคนิคอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจ และ กลุ่มผู้ใช้งานจริงด้วย”
“อาวุธมีไว้เพื่อปกป้องประชาชนก็จริง แต่หากต้องแลกด้วยเศรษฐกิจที่ขาดทุน ประชาชนจะมีความสุขได้อย่างไร เพราะงั้นคิดให้ดีก่อนที่จะออกแบบ คิดถึงประชาชนก่อน”
“โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนวัสดุต่างๆ ที่นำมาทำ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ”
เย่ไป๋และคนอื่นๆ พยักหน้าตาม ในขณะเดียวกันในหัวของพวกเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าปืนที่ทำออกมานั้นจะตรงตามเป้าหมายหรือไม่
หลังจากนั้น สายตาของหัวหน้าหยางก็หันไปมองนักออกแบบใหม่ทั้งสามคน และไปจุดที่ชายร่างสูงใหญ่ที่สุดอย่าง หวางจุงเจ๋อ
หวางจุงเจ๋อที่เห็นแบบนั้นก็เข้าใจได้ทันที และรีบนำเปิดกล่องเผยให้เห็นปืนพกสีดำด้านกระบอกหนึ่ง
“นี่คือผลงานของผม มีชื่อว่า Dark star”
ปืนของหวางจุงเจ๋อนั้นไม่ได้เล็กและมีความปราณีตเท่ากับ sliver fox ไม่ได้มีหน้าตาที่โดดเด่นอะไร ดูเหมือนปืนพกทั่วๆ ไป
“ผมไม่เก่งเรื่องออกแบบรูปร่างเหมือนกับฮั่วลู่ ผมจึงเล่นไปที่กลไกการทำงานของมัน และเน้นเรื่องการปกปิดตัวตนกับความเสถียร”
ขณะที่พูดหยางจุนเจ๋อก็บรรจุกนะสุน
เป็นกระสุนปืนหัวขนาด 5.56 เมื่อเขายิงออกไปที่สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนคือเสียงที่เบาผิดปกติ
“ผมได้ปรับแต่งให้ส่วนภายในโครงปืน และลำกล้องปืนทำมาจากวัสดุ NP”
“วัสดุนี้มีความพิเศษในเรื่องการดูดซับเสียง ซึ่งราคาไม่สูงมาก ง่านต่อการเปลี่ยนและซ่อมบำรุง”
ตอนนี้เย่ไป๋เข้าใจสิ่งที่หวางจุงเจ๋อจะนำเสนอแล้ว
หวางจุงเจ๋อยอมเสียอำนาจทำลายล้างลงด้วยกระสุนที่หัวเล็กกว่า แต่แลกกับการปิดบังอำพราง กับความเสถียรในการทำงาน อีกทั้งยังพยายามทำให้มันเป็นปืนที่บำรุงรักษาง่าย ทำให้ปืนใช้งานได้ยาวนานขึ้น
หัวหน้าหยางมองก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ
“ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยาก หากต้องการเก็บเสียงก็แค่ใส่ตัวเก็บเสียงก็พอแล้ว”
แน่นอนว่าการออกแบบของหยางจุงเจ๋อนั้นจะดูกลางๆ และปลอยภัย แต่มันยังขาดความทะเยอทะยาน จึงกลายเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด
แต่มันก็ยังพอมีข้อดีอยู่
อย่างน้อยในแง่ของต้นทุนการผลิต หวางจุนเจ๋อก็ทำออกมาได้ดี
ถ้าวัดต้นทุนปืนพกก่อนหน้านี้อย่างปืน sliver fox 1 กระบอก สามารถทำ ปืน Dark star ได้ 5 กระบอก
แต่ดูโดยรวมแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ในโครงการนี้อยู่ดี เพราะไม่คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนอาวุธปืนทั่วไปที่หน้าตาเหมือนเดิม เพียงแค่ปรับแต่งภายในเท่านั้น
แต่อย่างไรก็ตาม ดูจากสีหน้าของผู้บริหารคังแล้ว เหมือนเขาจะสนใจ และพูดด้วยรอยยิ้ม
“เจ้าหนู ปืนกระบอกนี้เหมาะกับชาวแอฟริกามาก”
แอฟริกายังเป็นพื้นที่ด้อยพัฒนาอยู่ และกองกำลังภายในพื้นที่มักจะใช้อาวุธราคาถูก และเน้นทนทาน
แต่หัวหน้าหยางก็กลับพูดขัดขึ้น
“ชาวแอฟริกา เขาคงไม่สนใจของเล่นที่มีกระสุนขนาด 5.56 หรอก อย่างน้อยก็ต้องขนาด 7.62 ที่พวกเขาพกเดินออกมาจากบ้านกัน”
ถึงจะดูเหมือนเรื่องตลกแต่เป็นเรื่องจริงอันโหดร้าย
ส่วนผู้กำกับหวางนั้นยังไม่แสดงสีหน้าใดออกมา
แต่มองๆ ดูก็รู้ว่าเขาไม่ชอบใจเท่าไร ซึ่งปืนนี้ยังต้องถูกปรับปรุงแก้ไขอีก
แล้วในตอนนั้นเองที่สายตาหลายคู่ก็จับจ้องไปทางสองคนที่เหลือ
“ใครจะนำเสนอก่อน”
หัวหน้าหยางพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่หนักใจ
เย่ไป๋และฮั๋นจื่อหยางมองหน้ากัน เนื่องจากสองคนแรกล้มเหลวแล้ว ทำให้ทั้งคู่เสียความมั่นใจไป
จนในที่สุดหัวหน้าหยางทนไม่ไหวเลยชี้ไปที่ฮั๋นจื่อหยาง
“นาย…เป็นลูกศิษของศาสตราจารย์เฉินใช่ไหม นั้นเพื่อนเก่าฉัน และเขาก็เป็นคนแนะนำนายให้มาอยู่หน่วยนี้ด้วย เพราะงั้นช่วยแสดงหน่อยว่าได้เรียนรู้อะไรมาจากคุณเฉินมากน้อยแค่ไหน”
ทำให้นักออกแบบหน้าใหม่ที่เหลือได้รู้เบื้องหลังของฮั๋นจื่อหยางมากขึ้น ซึ่งเห็นเขาเป็นคนเงียบๆ ขี้อายแบบนี้ แต่เป็นลูกศิษของศาสตราจารย์เฉิน
ในกลุ่มของวิศวกร และนักวิทยาศาสตร์มีชื่อสกุลเฉินนั้นมีอยู่หลายคน ซึ่งในฝั่งทหารเองก็มีสกุลเฉินด้วยเหมือนกัน เขาเป็นผู้คิดค้นสิ่งประดิษณ์ใหม่ๆ ของยุค และได้รับความเคารพอย่างสูง เฉินยี่กวง หรือฉายา จอมกระบี่แห่งลู่ซาน
หลังจากที่ทุกคนนึกได้ว่าคุณเฉินคือใคร ก็หันมาสนใจฮั๋นจื่อหยางทันที
ชายหนุ่มที่ดูร่างกายผอมแห้งสวมแว่นตาได้เปิดกล่องปืนของเขาออกอย่างช้าๆ
ภายใต้การจับจ้องจากสายตาหลายคู่ ก็เผยให้เห็นเค้าโครงของปืนพก และมีสิ่งของอื่นๆ อีกหลายอย่างในกระเป๋านี้