เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 7 ดาวดำ

ตอนที่ 7 ดาวดำ

ตอนที่ 7 ดาวดำ


บรรยากาศโดยรอบเริ่มดูตึงเครียดขึ้นมาเล็กน้อย

หัวหน้าหยาง แม้ว่าจะไม่พูดออกมาแต่ก็สามารถข่มขู่คนด้วยสายตาได้

แล้วเขาก็พูดขึ้นด้วยน้ำเสียงต่ำ

“จำได้ไหมว่าโครงการนี้ มีหัวข้อหลักอะไรบ้าง”

“ได้ครับ”

น้ำเสียงของฮั่วลู่ที่ตอบนั้นดูสั่นเล็กน้อย และพูดต่อ

“พกพาง่าย ไม่เปิดเผยตัว และมีอำนาจทำลายล้างในระดับหนึ่ง เหมาะกับเจ้าหน้าที่ตำรวจภาคสนาม”

“แล้วคิดว่าที่ทำมาได้ข้อไหนบ้าง”

เสียงของหัวหน้าหยางเปรียบเหมือนฟ้าร้องคำรามก่อนพายุจะก่อตัวขึ้น ซึ่งทำให้ใครก็ตามที่ได้ยินหายใจลำบาก

ฮั่วลู่นั้นอยู่ๆ ก็รู้สึกคอแห้งขึ้นมาอย่างไม่รู้สาเหตุ

ฮั่วลู่ครุ่นคิดก่อนที่จะตอบ

“ในแง่ของการพกพา และไม่เปิดเผยตัวถือว่าผ่าน เรื่องน้ำหนักที่น้อยทำให้พกพาได้ง่ายขึ้น อีกทั้งยังใช้ลูกกระสุน 9 มม ทำให้มีพลังทำลายล้างเพียงพอ”

แม้ว่าฮั่วลู่จะพูดอย่างติดขัดเล็กน้อย แต่เขาจะสื่อว่า เขาได้ทำตามข้อกำหนดทุกอย่าง

หัวหน้าหยางมอง ก่อนที่จะถามสวนกลับไป

“แล้วอีกข้อล่ะ”

“อีกข้อ….”

ฮั่วลู่ลังเลที่จะตอบเล็กน้อย

หัวหน้าหยางจึงได้ถามซ้ำ

“รู้ใช่ไหมว่ากองกำลังตำรวจมีกี่นาย”

“เรื่องนั้น…”

เห็นได้ชัดเลยว่าฮั่วลู่ไม่สามารถตอบคำถามได้

ผู้กำกับหวางได้พูดขึ้น

“ในประเทศของเรามีเจ้าหน้าที่ตำรวจราวๆ 1.8 ล้านคน ซึ่ง 2 ใน 3 เป็นเจ้าหน้าที่ภาคสนามชำนาญการอีก สองในสาม หรือราวๆ 1 ใน 10 หรือง่ายๆ ราวๆ 120,000 นาย ที่ต้องออกปฏิบัติหน้าที่ในพื้นที่เสี่ยงอยู่บ่อยครั้ง”

“ตอนนี้เข้าใจรึยังว่ามันติดปัญหาตรงไหน”

หัวหน้าหยางพูดพร้อมกับมองฮั่วลู่

ฮั่วลู่พยักหน้า และกล่าวอย่างขมขื่น

“ถ้า..ถ้าหากเปลี่ยนใช้วัสดุที่ทนทานขึ้น การผลิต silver fox จะยิ่งต้นทุนสูงขึ้นหลายเท่า หากต้องจัดหาให้ตำรวจทั้งหมด 120,000 นาย พร้อมกับค่าบำรุงรักษา งบประมาณที่ใช้ของกรมตำรวจะไม่เพียงพอครับ”

แม้ว่าเศรษฐกิจของประเทศจะเติบโตมากขึ้น แต่ยังมีอีกหลายหน่วยงานที่ต้องการเงินทุนไปพัฒนาต่อ

สำหรับหน่วยงานของตำรวจถึงจะเป็นหน่วยงานที่สำคัญ แต่งบประจำปีนั้นไม่เคยพอ ภาษีที่จ่ายมายังไม่พอที่จะสนับสนุนได้ครอบคลุมทั้งหมด

หากว่าปืนพก sliver fox ต้องเปลี่ยนวัตถุดิบในการทำอีกต้นทุนจะยิ่งสูงขึ้น

และหากมองคุณสมบัติโดยรวมแล้ว มันยังใช้งานจริงไม่ได้

“เพราะงั้น…”

หัวหน้าหยางพูดต่อและมองไปทางเย่ไป๋กับคนที่เหลือ

“การออกแบบพัฒนาอาวุธใหม่นั้นไม่เพียงแค่เรื่องทางเทคนิคอย่างเดียว ต้องคำนึงถึงเศรษฐกิจ และ กลุ่มผู้ใช้งานจริงด้วย”

“อาวุธมีไว้เพื่อปกป้องประชาชนก็จริง แต่หากต้องแลกด้วยเศรษฐกิจที่ขาดทุน ประชาชนจะมีความสุขได้อย่างไร เพราะงั้นคิดให้ดีก่อนที่จะออกแบบ คิดถึงประชาชนก่อน”

“โดยเฉพาะอย่างยิ่งชิ้นส่วนวัสดุต่างๆ ที่นำมาทำ ต้องใส่ใจเป็นพิเศษ”

เย่ไป๋และคนอื่นๆ พยักหน้าตาม ในขณะเดียวกันในหัวของพวกเขาก็อดคิดไม่ได้ว่าปืนที่ทำออกมานั้นจะตรงตามเป้าหมายหรือไม่

หลังจากนั้น สายตาของหัวหน้าหยางก็หันไปมองนักออกแบบใหม่ทั้งสามคน และไปจุดที่ชายร่างสูงใหญ่ที่สุดอย่าง หวางจุงเจ๋อ

หวางจุงเจ๋อที่เห็นแบบนั้นก็เข้าใจได้ทันที และรีบนำเปิดกล่องเผยให้เห็นปืนพกสีดำด้านกระบอกหนึ่ง

“นี่คือผลงานของผม มีชื่อว่า Dark star”

ปืนของหวางจุงเจ๋อนั้นไม่ได้เล็กและมีความปราณีตเท่ากับ sliver fox  ไม่ได้มีหน้าตาที่โดดเด่นอะไร ดูเหมือนปืนพกทั่วๆ ไป

“ผมไม่เก่งเรื่องออกแบบรูปร่างเหมือนกับฮั่วลู่  ผมจึงเล่นไปที่กลไกการทำงานของมัน และเน้นเรื่องการปกปิดตัวตนกับความเสถียร”

ขณะที่พูดหยางจุนเจ๋อก็บรรจุกนะสุน

เป็นกระสุนปืนหัวขนาด 5.56 เมื่อเขายิงออกไปที่สร้างความประหลาดใจให้กับทุกคนคือเสียงที่เบาผิดปกติ

“ผมได้ปรับแต่งให้ส่วนภายในโครงปืน และลำกล้องปืนทำมาจากวัสดุ NP”

“วัสดุนี้มีความพิเศษในเรื่องการดูดซับเสียง ซึ่งราคาไม่สูงมาก ง่านต่อการเปลี่ยนและซ่อมบำรุง”

ตอนนี้เย่ไป๋เข้าใจสิ่งที่หวางจุงเจ๋อจะนำเสนอแล้ว

หวางจุงเจ๋อยอมเสียอำนาจทำลายล้างลงด้วยกระสุนที่หัวเล็กกว่า แต่แลกกับการปิดบังอำพราง กับความเสถียรในการทำงาน อีกทั้งยังพยายามทำให้มันเป็นปืนที่บำรุงรักษาง่าย ทำให้ปืนใช้งานได้ยาวนานขึ้น

หัวหน้าหยางมองก่อนที่จะกล่าวด้วยน้ำเสียงเรียบๆ

“ทำไมต้องทำให้มันยุ่งยาก หากต้องการเก็บเสียงก็แค่ใส่ตัวเก็บเสียงก็พอแล้ว”

แน่นอนว่าการออกแบบของหยางจุงเจ๋อนั้นจะดูกลางๆ และปลอยภัย แต่มันยังขาดความทะเยอทะยาน จึงกลายเป็นสิ่งที่แย่ที่สุด

แต่มันก็ยังพอมีข้อดีอยู่

อย่างน้อยในแง่ของต้นทุนการผลิต หวางจุนเจ๋อก็ทำออกมาได้ดี

ถ้าวัดต้นทุนปืนพกก่อนหน้านี้อย่างปืน sliver fox 1 กระบอก สามารถทำ ปืน Dark star  ได้ 5 กระบอก

แต่ดูโดยรวมแล้วก็ยังไม่ตอบโจทย์ในโครงการนี้อยู่ดี เพราะไม่คุ้มค่าที่จะเปลี่ยนอาวุธปืนทั่วไปที่หน้าตาเหมือนเดิม เพียงแค่ปรับแต่งภายในเท่านั้น

แต่อย่างไรก็ตาม ดูจากสีหน้าของผู้บริหารคังแล้ว เหมือนเขาจะสนใจ และพูดด้วยรอยยิ้ม

“เจ้าหนู ปืนกระบอกนี้เหมาะกับชาวแอฟริกามาก”

แอฟริกายังเป็นพื้นที่ด้อยพัฒนาอยู่ และกองกำลังภายในพื้นที่มักจะใช้อาวุธราคาถูก และเน้นทนทาน

แต่หัวหน้าหยางก็กลับพูดขัดขึ้น

“ชาวแอฟริกา เขาคงไม่สนใจของเล่นที่มีกระสุนขนาด 5.56 หรอก อย่างน้อยก็ต้องขนาด 7.62 ที่พวกเขาพกเดินออกมาจากบ้านกัน”

ถึงจะดูเหมือนเรื่องตลกแต่เป็นเรื่องจริงอันโหดร้าย

ส่วนผู้กำกับหวางนั้นยังไม่แสดงสีหน้าใดออกมา

แต่มองๆ ดูก็รู้ว่าเขาไม่ชอบใจเท่าไร ซึ่งปืนนี้ยังต้องถูกปรับปรุงแก้ไขอีก

แล้วในตอนนั้นเองที่สายตาหลายคู่ก็จับจ้องไปทางสองคนที่เหลือ

“ใครจะนำเสนอก่อน”

หัวหน้าหยางพูดขึ้นด้วยใบหน้าที่หนักใจ

เย่ไป๋และฮั๋นจื่อหยางมองหน้ากัน เนื่องจากสองคนแรกล้มเหลวแล้ว ทำให้ทั้งคู่เสียความมั่นใจไป

จนในที่สุดหัวหน้าหยางทนไม่ไหวเลยชี้ไปที่ฮั๋นจื่อหยาง

“นาย…เป็นลูกศิษของศาสตราจารย์เฉินใช่ไหม นั้นเพื่อนเก่าฉัน และเขาก็เป็นคนแนะนำนายให้มาอยู่หน่วยนี้ด้วย เพราะงั้นช่วยแสดงหน่อยว่าได้เรียนรู้อะไรมาจากคุณเฉินมากน้อยแค่ไหน”

ทำให้นักออกแบบหน้าใหม่ที่เหลือได้รู้เบื้องหลังของฮั๋นจื่อหยางมากขึ้น ซึ่งเห็นเขาเป็นคนเงียบๆ ขี้อายแบบนี้ แต่เป็นลูกศิษของศาสตราจารย์เฉิน

ในกลุ่มของวิศวกร และนักวิทยาศาสตร์มีชื่อสกุลเฉินนั้นมีอยู่หลายคน ซึ่งในฝั่งทหารเองก็มีสกุลเฉินด้วยเหมือนกัน เขาเป็นผู้คิดค้นสิ่งประดิษณ์ใหม่ๆ ของยุค และได้รับความเคารพอย่างสูง เฉินยี่กวง หรือฉายา จอมกระบี่แห่งลู่ซาน

หลังจากที่ทุกคนนึกได้ว่าคุณเฉินคือใคร ก็หันมาสนใจฮั๋นจื่อหยางทันที

ชายหนุ่มที่ดูร่างกายผอมแห้งสวมแว่นตาได้เปิดกล่องปืนของเขาออกอย่างช้าๆ

ภายใต้การจับจ้องจากสายตาหลายคู่ ก็เผยให้เห็นเค้าโครงของปืนพก และมีสิ่งของอื่นๆ อีกหลายอย่างในกระเป๋านี้

จบบทที่ ตอนที่ 7 ดาวดำ

คัดลอกลิงก์แล้ว