เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

ตอนที่ 12 ดึงตัว

ตอนที่ 12 ดึงตัว

ตอนที่ 12 ดึงตัว


ผู้กำกับหวางไม่รู้ยังต้องไว้หน้าพวกโจรหรืออาชญากรอยู่อีกไหม

แต่หากตำรวจมีปืนพกที่ไร้เสียง และแสงตอนยิง อีกทั้งยังสามารถระเบิดรถได้ในนัดเดียว ก็คงไม่ต้องไว้หน้าใครอีกแล้ว!

สำหรับทหารประเทศจีนแล้ว ทุกคนล้วนเป็นโรคที่เรียกกันติดปากกว่า โรคขาดแคลนพลังยิง ทำให้แสวงหาอาวุธทำลายล้างที่เชื่อใจได้

“อย่างนี้ดีไหม หน่วยหนึ่งติดตั้งสักสองกระบอก... ไม่สิ กระบอกเดียวก็พอแล้ว ไอพวกแก๊งอาชญากรกลุ่มนั้นตอนนี้มันหึกเหิมมากเลย นายไม่คงรู้หรอก ต้องใช้อาวุธที่มีรุนแรงแบบนี้แหละ มาเล่นกับพวกมัน ให้มันได้ขวัญกระเจิงไปเลย!”

ในขณะนี้ผู้กำกับหวาง ที่ดูเหมือนกับผู้ผดุงความเป็นธรรมและพูดถึงเหตุผลในการมีปืนกระบอกนี้ จนลืมสีหน้าของตัวเองที่ไม่เชื่อมั่นในตัวเย่ไป๋ก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น

“แกนี้…ไปเอานิสัยหน้าด้านแบบนี้มาจากใครกัน!”

หัวหน้าหยางส่ายหน้า ก่อนจะหันไปถามเย่ไป๋

“แจ้งรายละเอียดให้ผู้กำกับหวางคนนี้ทราบที่ว่า ปืนพกกระบอกนี้มีต้นทุนการผลิตเท่าไหร่?”

เย่ไป๋ตอบอย่างไม่ลังเล

“ครับ ท่านผู้กำกับหวาง ต้นทุนการผลิตปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ รวมอยู่ที่ 450,000 หยวนครับ ถ้าผลิตจำนวนมาก น่าจะลดต้นทุนลงได้หนึ่งในสามครับ”

450,000 หยวน แม้จะลดลงหนึ่งในสามก็ยังอยู่มีต้นทุนที่ 300,000 หยวนอยู่

ต้นทุนที่สูงลิบลิ่วเช่นนี้ทำให้ผู้กำกับหวางขมวดคิ้วทันที

แต่หากพิจารณาเฉพาะอำนาจการทำลายล้าง อุปกรณ์หลายอย่างที่ราคาต่ำกว่า 300,000 หยวน ก็มีพลังทำลายล้างได้ในระดับเดียวกัน หรืออาจจะเหนือกว่าด้วยซ้ำ

จรวดต่อต้านรถถังแบบบุคคลเพียงลูกเดียวก็มีราคาไม่ถึงหมื่นหยวน แม้จะเป็นแบบใช้ครั้งเดียว แต่ 300,000 หยวน ก็สามารถซื้อได้ 30 ลูก

หากคิดดูแล้วต้นทุนสูงขนาดนี้จะใครจะสามารถสู้ราคานี้ได้หากไม่ใช่องค์กรระดับกองทัพ?

นี่เป็นอีกหนึ่งปัจจัยที่ต้องคำนวณด้านเศรษฐศาสตร์ ในงบการจัดซื้ออุปกรณ์ด้วย

แต่ถ้าหากพูดถึงเรื่องเงินๆ ทองๆ และปัจจัย

“น้องชายเย่..น้องเองคงต้องควักเงินตัวเองออกไปไม่น้อยเลยใช่ไหม ถึงพัฒนาเจ้านี่ออกมาได้?”

ไม่รู้ว่าตั้งแต่เมื่อไหร่ ผู้บริหารคังได้เดินเข้ามาใกล้เย่ไป๋และพูดกระซิบเบา

“เกินครึ่งเลยครับ ใช้เงินเดือนที่ได้จากสมัยเรียนที่โรงเรียนนายร้อยหมดเกลี้ยงเลยครับ”

เย่ไป๋ตอบด้วยสีหน้าเศร้าสร้อย

แต่ช่วยไม่ได้ เพราะงบวิจัยไม่เพียงพอ เย่ไป๋จึงต้องออกเอง

แต่เย่ไป๋ไม่รู้ว่า ทำไมผู้บริหารคังถึงมาพูดเรื่องนี้กับเขา?

ในขณะที่เย่ไป๋ยังคงงงอยู่ เขาก็ได้ยินผู้บริหารคังกระซิบข้างหูอีกครั้งว่า

“น้องชายเย่ จริงๆ แล้ว…ฉันนะเป็นผู้ดูแลอีกหน่วยงานหนึ่งนะ และหน่วยของฉันค่อนข้างเป็นที่สนใจ ซึ่งงบประมาณต่อปีก็ประมาณนี้ได้…...”

ผู้บริหารคังทำมือเป็นตัวเลขต่อหน้าเย่ไป๋ ซึ่งทำให้เย่ไป๋ตาโตทันที

เมื่อเห็นสีหน้าของเย่ไป๋ ผู้บริหารคังก็ยิ้มอย่างมั่นใจและกระซิบต่อ

“หากน้องชายเย่ ไปทำงานกับฉัน ไม่ต้องพูดถึงเรื่องชดเชยความเสียหายเล็กน้อยเมื่อครู่นี้เลย และฉันจะรับรองว่างบประมาณสำหรับงานวิจัยจะเพียงพอไม่ต้องควักเนื้อเองแบบนี้ ฉันชื่นชมน้องชายที่มีความคิดไม่เหมือนใคร หัวก้าวหน้ามากความสามารถ และกล้าที่จะท้าทายสิ่งใหม่ๆ!”

สรุปพูดมายืดยาวที่แท้เขาต้องการซื้อตัวนี่เอง!

เย่ไป๋เข้าใจความต้องการของผู้บริหารคังทันที

ผู้บริหารคังคนนี้ช่างกล้าจริงๆ เขามาดึงตัวบุคคลากรจากองค์กรหนึ่งแบบเปิดเผยและต่อหน้าต่อตา หัวหน้าหยางราวกับไม่เห็นหัวอย่างงั้น

แต่ข้อเสนอนี้มันก็ฟังดูน่าสนใจไม่ใช่น้อยเหมือนกัน

เย่ไป๋ลองคิดภาพตาม หากเขาได้รับงบประมาณที่เพียงพอ จะเริ่มวิจัยและพัฒนาปืนใหญ่แม่เหล็กไฟฟ้า อย่างจริงจัง จากนั้นก็สร้างรถถังสนามแม่เหล็กซักสองสามคัน แล้วก็ขยายกิจการให้ยิ่งใหญ่และรุ่งโรจน์ยิ่งขึ้นไปอีก กลายเป็นอาณาจักรอาวุธของตัวเอง

ภาพที่มือซ้ายถือปืนไรเฟิลลำแสงไซโคคิเนซิส มือขวาถือดาบลำแสง ใส่ชุดเกราะรบ และยืนอยู่บนยานบรรทุอวกาศพลังงานนิวเคลียร์ แค่คิดก็รู้สึกมั่นคงและพร้อมจะลุยไปทุกที่แล้ว

แต่ในไม่ช้า เย่ไป๋ก็ถูกเสียงไอปลุกเขาให้ตื่นจากความฝัน

“แค่ก แค่ก!”

หัวหน้าหยางไออย่างแรงสองครั้ง จากนั้นก็มองผู้บริหารคังด้วยสีหน้าไม่พอใจก่อนที่จะพูดขึ้น

“คัง ฉันเชิญนายมาแค่มาชมดูผลงานใหม่ๆ ไม่ให้มาขุดมันงามออกไปจากสวน งบประมาณของเย่ไป๋ ทางหน่วยจะชดเชยให้อย่างแน่นอน เพราะงั้นนายไม่ต้องเป็นห่วงเลย!”

คิดจะมาเล่นตลกต่อหน้าเขารึไง!

แค่จะให้เงินทุนนิดหน่อย แต่คิดจะมาฉกนักออกแบบอัจฉริยะออกไปจากหน่วยเขา คิดว่าหยางหยงชุน คนนี้ไม่มีลูกตารึไง?

แม้ว่ายังไม่ได้อ่านข้อมูลรายการของปืนทั้งหมด แต่ความสามารถในการสร้างคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าที่มีขนาดเล็กได้แบบนี้ และยังคงรักษาพลังงานสูงเอาไว้ได้อีก แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวก็เหนือกว่าเขาที่ทำงานในอุตสาหกรรมการทหารมาหลายสิบปีแล้ว!

เมื่อคนที่มีพรสวรรค์เช่นนี้มาอยู่ในมือของเขาแล้ว ไม่มีทางที่เขาจะยอมให้คนอื่นแย่งชิงไป

เมื่อเทียบกับความคิดเชิงลบก่อนหน้านี้เกี่ยวกับเย่ไป๋ ตอนนี้หัวหน้าหยางมองเย่ไป๋ราวกับลูกสาวในใส้และหึงหวงขั้นสุด

คำพูดไร้สาระเพ้อเจ้อ โอ้อวดดีของเย่ไป๋ก่อนหน้านี้ไม่เคยมีอยู่จริง!

สิ่งที่เขาเห็นคือชายหนุ่มอัจฉริยะ ที่มีความสามารถอันโดดเด่น กล้าคิดกล้าทำ และซื่อตรงกับคำที่ตัวเองพูด และมั่นใจว่าสิ่งที่ตัวเองพูดทำได้จริง!

ความคิดของคนเราสามารถเปลี่ยนไปได้ในชั่วพริบตาจริงๆ

บรรดาเพื่อนของเย่ไป๋ก็มีความคิดเปลี่ยนไปเช่นกัน

ฮั่วลู่เดินเข้ามาใกล้ด้วยท่าทีนอบน้อม

“สหายเย่ ไม่สิ พี่เย่! บอกให้ฉันฟังสักหน่อยได้ไหมว่า พี่เย่สร้างเจ้านี่ได้อย่างไร? เพียงแค่ยิงนัดเดียวทำเอาฉันอึ้งไปเลย!”

“ฉันเองช็อกเหมือนกัน”

หวางจุงเจ๋อกล่าวเสริม

“+1”

ฮั่นจื่อหยานพูดขึ้น

-อันที่จริงแล้ว หากพิจารณาถึงอำนาจการทำลายล้างเพียงอย่างเดียว อำนาจการทำลายล้างทางกายภาพที่แท้จริงของปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์นั้นไม่ได้รุนแรงอะไรเลย

-เพราะคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าส่งผลต่อผลิตภัณฑ์อิเล็กทรอนิกส์เท่านั้น มันไปเร่งให้เกิดร้อนสูง ทำให้รถยนต์ไฟฟ้าลัดวงจร และจุดติดไฟในถังน้ำมัน จึงเกิดการระเบิดขึ้น

ถ้าเปลี่ยนเป้าเป็นอย่างอื่นอย่าง ก้อนหิน พลังทำลายของปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์จะห่วยยิ่งกว่าปืนพกง่อยๆ เสียอีก

แต่ไม่ว่าจะอย่างไรก็ตาม ผลงานการยิงนัดเดียวทำลายรถได้นั้น ก็เพียงพอที่จะทำให้ปืนพกกระบอกนี้ถูกบันทึกไว้ในประวัติศาสตร์ของการพัฒนาอุตสาหกรรมการทหารแล้ว

และในฐานะผู้เสนอทฤษฎี ผู้พัฒนา และผู้ผลิต เย่ไป๋ก็จะถูกจดจำไปตลอดกาล

การทดสอบยิงปืนพกแบบใหม่ถูกเย่ไป๋ทำให้เกิดความโกลาหลไปหมด

...

วันรุ่งขึ้น ภายในห้องประชุมของหน่วย 749 บรรดาผู้นำเข้าประชุมเพื่อรับฟังรายงานการวิจัยและพัฒนาปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์ของเย่ไป๋

หลังจากการทดสอบเร่งด่วนตลอดทั้งคืน ข้อมูลด้านต่างๆ ของอาวุธที่เย่ไป๋ออกแบบก็ออกมาทั้งหมด

ด้วยเหตุนี้ จึงมีการประชุมรายงานนี้ขึ้นอย่างกะทันหัน

จางอี่ไท่รองผู้อำนวยการหน่วย 749 ได้แสดงความชื่นชมต่อเย่ไป๋ทันทีหลังจากสิ้นสุดการรายงาน

“สำหรับสหายเสี่ยวเย่ ที่มีความคิดสร้างสรรและเป็นผู้มากความสามารถ เราไม่เพียงแต่แค่มอบกำลังใจเท่านั้น แต่ยังต้องสนับสนุนเขาอย่างแท้จริงด้วย”

“สหายเสี่ยวเย่ อย่าลืมไปรับเงินสนับสนุนที่แผนกการเงินหลังจากการประชุมจบ ในเมื่อสร้างประโยชน์ให้ประเทศชาติ จะให้ตัวเองต้องเสียสละส่วนตนได้อย่างไร นอกจากนี้ผมยังขอเป็นตัวแทนของหน่วยมอบรางวัลให้แก่เย่ไป๋อีกด้วย …ไม่คิดเลยว่าสหายเสี่ยวเย่ที่มาใหม่ก็สร้างคุณูปการได้ขนาดนี้  เพราะงั้นเรื่องรางวัลก็เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้!”

อันที่จริง รางวัลนี้เดิมทีจะต้องรอจนกว่าข้อมูลการทดสอบโดยละเอียดของปืนพกคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์จะออกมาจึงจะมอบให้ แต่เมื่อพิจารณาว่าผู้บริหารคังยังคงจ้องมองตัวของเย่ไป๋และหาโอกาสดึงตัวตลอด ทางหน่วยต้องรีบซื้อใจเย่ไป๋ให้มากที่สุด

สำหรับเย่ไป๋แล้ว โครงการแรกที่เขารับผิดชอบหลังจากเข้าร่วมกับหน่วยออกแบบอาวุธก็ได้จบลงไปแล้ว

แต่สำหรับ หน่วย 749 และวงการอุตสาหกรรมการทหารทั้งหมด กำลังเกิดพายุลูกใหญ่ขึ้นทำให้วงการแม่เหล็กไฟฟ้าแบบนอลนิวเคลียร์เคลื่อนไหวย่างรุนแรง

จบบทที่ ตอนที่ 12 ดึงตัว

คัดลอกลิงก์แล้ว