- หน้าแรก
- สัประยุทธ์ทะลุฟ้า ทะลุมิติสู่ตำนานจอมยุทธ์ภูตถังซาน หลอมสร้างจักรพรรดิเทพ
- ตอนที่ 10 การบำเพ็ญเพียรที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอนที่ 10 การบำเพ็ญเพียรที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอนที่ 10 การบำเพ็ญเพียรที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตอนที่ 10 การบำเพ็ญเพียรที่ไม่อาจหลีกเลี่ยง
ตั้งแต่เมื่อคืน เซียวเหยียนได้ยินจากท่านพ่อซึ่งเป็นประมุขตระกูลว่ามีสมาชิกใหม่เข้ามาร่วมตระกูลเซียว คนผู้นี้มีสถานะลึกลับ ท่านพ่อกำชับว่าอย่าไปล่วงเกิน และพยายามผูกมิตรไว้ให้ดี
ได้ยินแบบนี้ ต่อมความอยากรู้อยากเห็นของเขาก็ทำงานทันที จินตนาการบรรเจิดไปถึงฉากในนิยายต่างๆ ที่เคยอ่านในชาติก่อน เกี่ยวกับคุณหนูจากตระกูลสูงศักดิ์ผู้ทรงอำนาจ
เขาอดไม่ได้ที่จะอยากไปดูหน้า ยิ่งได้ยินว่าเป็นเด็กผู้หญิงหน้าตาน่ารักจิ้มลิ้มด้วยแล้ว แต่ทว่าเขากลับต้องมาเห็นฉากนี้เข้า ความรู้สึกแปลกๆ ของการมาช้าไปก้าวหนึ่งและการพ่ายแพ้ผุดขึ้นในใจ
ตอนนี้จะให้กระโจนเข้าไปร่วมวงสนทนาก็คงดูไม่เข้าท่า
เขาไม่ใช่ "คนแรก" อีกต่อไปแล้ว
ยิ่งไปกว่านั้น ด้วยสถานะของเขา...
ไม่สิ! เขาไม่ควรจะเป็นคนเข้าไปทักทายก่อนตั้งแต่แรกแล้ว!
เขาคืออัจฉริยะที่ยิ่งใหญ่ที่สุดในรอบร้อยปีของตระกูลเซียวเชียวนะ!
ในเรื่องปฏิสัมพันธ์ เขาไม่ควรเป็นฝ่ายเริ่ม อีกฝ่ายต่างหากที่ควรเข้ามาทำความรู้จักเขา
ใช่! ต้องเป็นแบบนั้นแหละ!
เซียวเหยียนแค่นเสียงในลำคอแล้วหันหลังเดินหนี
เด็กอ้วนหน้ากลมและศิษย์ตระกูลเซียวร่างผอมสูงที่เดินตามหลังมาต่างพากันงุนงงกับเสียงแค่นั้น พวกเขามองไปที่สองคนที่กำลังคุยกันอยู่ไกลๆ แล้วเหลือบมองแผ่นหลังของนายน้อยที่กำลังเดินจากไป เหมือนจะเข้าใจอะไรบางอย่างขึ้นมา
ทั้งสองสบตากัน แผนการประจบสอพลอใหม่ผุดขึ้นในหัวทันที
"เดี๋ยวไปบอกคนอื่นนะว่าห้ามไปเล่นกับไอ้เด็กนั่น ถ้าทำแบบนี้ท่านประมุขน้อยต้องชมพวกเราแน่"
ไม่นานนัก
หลังจากยัดอาหารลงท้องจนอิ่มได้แปดส่วนโดยไม่สนใจใคร เซียวเหยียนก็ชำเลืองมองเซียวซวินเอ๋อร์ที่ยังคงกอดกระต่ายแน่นไม่ยอมปล่อย
"ไปกันเถอะ ข้าจะพาไปเอาอีกตัว แล้วจะแถมหญ้าเลี้ยงสัตว์ให้ด้วย"
ได้ยินดังนั้น มือของเซียวซวินเอ๋อร์ก็กระชับอ้อมกอดกระต่ายแน่นขึ้นโดยไม่รู้ตัว สัมผัสนุ่มนิ่มทำให้ใจเธอพองโตด้วยความสุข ถ้าตัวเดียวยังฟินขนาดนี้ สองตัวจะขนาดไหน... "อื้ม" คราวนี้เสียงตอบรับของเด็กหญิงแฝงความร่าเริงอย่างเห็นได้ชัด... "ปิ๊ง!"
ได้ถุงเงินมาอีกถุง น้ำหนักดูจะมากกว่าถุงก่อนหน้าเล็กน้อย สีหน้าของเซียวเหยียนดูมีความสุขขึ้นไปอีก
"แบบนี้ค่อยคุยกันรู้เรื่องหน่อย ในที่สุดก็รู้สึกว่ามีอะไรเป็นชิ้นเป็นอันในมหาทวีปปราณยุทธ์บ้างแล้ว แถมยังได้มาง่ายๆ ซะด้วย ไม่เลว ไม่เลวเลย"
อย่างไรก็ตาม เขาอยากรู้ว่าหลิงอิ่งที่คอยปกป้องเธออยู่ในเงามืดกำลังจับตาดูเขาอยู่หรือเปล่า ถ้าใช่ก็ยิ่งดีเข้าไปใหญ่
เซียวเหยียนอุ้มกระต่ายและถือหญ้าเลี้ยงสัตว์ เดินไปส่งเซียวซวินเอ๋อร์อย่างปลอดภัยจนถึงเรือนพักหลังเล็กที่เธออาศัยอยู่
เมื่อเทียบกับห้องของเขาแล้ว เรือนหลังนี้ดีกว่าไม่รู้กี่เท่า ความแตกต่างของสถานะและการดูแลช่างชัดเจนเหลือเกิน
แต่เซียวซวินเอ๋อร์ดูจะไม่ใส่ใจความแตกต่างเหล่านี้เลย
สองมือของเธอแทบจะอุ้มกระต่ายสองตัวไม่ไหว สีหน้าเย็นชาที่เคยมีละลายหายไปจนหมดสิ้นเมื่อได้อยู่กับเจ้าก้อนขนฟูฟ่อง ดูอ่อนโยนและเปี่ยมสุขอย่างเหลือเชื่อ
กะแล้วเชียว ไม่มีเด็กผู้หญิงคนไหนต้านทานความน่ารักของเจ้าก้อนขนได้หรอก แม้แต่คุณหนูตระกูลกู่ก็ไม่มีข้อยกเว้น
"ไว้เจอกันนะ"
ที่หน้าประตูเรือนพัก เซียวเหยียนกล่าวลาเมื่อเสร็จภารกิจ ยังไม่ทันที่เซียวซวินเอ๋อร์จะละความสนใจจากกระต่ายขนฟู เขาก็หันหลังเดินจากไปอย่างเด็ดเดี่ยว
ไม่ทิ้งร่องรอยความลังเลไว้แม้แต่น้อย
"เอ๊ะ?" เซียวซวินเอ๋อร์กระพริบตาปริบๆ อย่างงุนงง เมื่อมองไปที่หน้าประตูอีกที ก็เห็นเพียงแผ่นหลังของเขาที่เดินห่างออกไป ไม่รู้ทำไม จู่ๆ ใจเธอก็รู้สึกโหวงเหวงแปลกๆ จนต้องเม้มริมฝีปาก
นี่เป็นครั้งแรกที่เธอได้... กับคนรุ่นราวคราวเดียวกันในตระกูลเซียว...
...ได้คุยกันแบบปกติงั้นเหรอ?
ถือเป็นการเริ่มต้นที่ดี พยายามต่อไปนะ!
"น่ารักจัง" เธอก้มหน้าลงแล้วเอาแก้มถูไถกับขนกระต่ายนุ่มนิ่มในอ้อมกอดอย่างรักใคร่
ในขณะเดียวกัน เซียวเหยียนไม่ได้กลับไปที่ห้อง แต่เขาเดินออกจากเขตตระกูลเซียวมุ่งหน้าตรงไปยังตลาดตระกูลเซียว
เขาหวังว่าสายตาคู่เดิมจะยังคงจับจ้องเขาอยู่
เขาจำเป็นต้องทิ้ง "คำใบ้" เอาไว้... "คำใบ้" ที่จะทำให้เซียวซวินเอ๋อร์รู้ว่าจะเริ่มต้นช่วยเหลือเขาตรงไหน หากในอนาคตความสัมพันธ์ของพวกเขาแน่นแฟ้นขึ้น
ไม่นานหลังจากนั้น ที่หน้าแผงลอยแห่งหนึ่งในตลาด
เซียวเหยียนเดินวนหาของในตลาดอยู่พักใหญ่
เงินจากสองถุงรวมกันได้กว่าสี่ร้อยเหรียญทอง พอที่จะซื้อเคล็ดวิชาพื้นฐานหรือแก่นเวทระดับ 1 ได้ แต่เขาเลือกได้แค่อย่างใดอย่างหนึ่ง
ในมือข้างหนึ่ง เขาถือ "คัมภีร์ไม้เขียว" ซึ่งเป็นเคล็ดวิชาปราณยุทธ์ธาตุไม้ขั้นเหลืองระดับต่ำที่หาง่ายที่สุดในตลาด ส่วนอีกมือหนึ่งถือแก่นเวทธาตุไม้ระดับ 1 ที่เปล่งแสงสีเขียวจางๆ
สีหน้าของเขาแสดงความลังเลและสับสนอย่างหนัก
เมื่อเห็นดังนั้น เจ้าของแผงลอยก็ไม่รู้จะพูดอะไรดี และออกจะพูดไม่ออกด้วยซ้ำ
เด็กตัวแค่นี้มาซื้อเคล็ดวิชาก็ว่าแปลกแล้ว ยังจะมาเล็งแก่นเวทอีก? ผู้ใหญ่คงใช้ให้มาซื้อแหละมั้ง แต่ปล่อยให้เด็กตัวแค่นี้มาคนเดียวเนี่ยนะ... แต่พอเห็นชุดตระกูลเซียวที่เด็กใส่ เขาก็ระงับความคิดสงสัยลง
คนตระกูลเซียว ก็คงไม่แปลกหรอกมั้ง
แต่จำเป็นต้องจ้องของสองอย่างนี้นานขนาดนี้เลยเหรอ?
เคล็ดวิชาแบกะดินกับแก่นเวทธาตุไม้ระดับ 1 ซึ่งราคาถูกที่สุดในบรรดาแก่นเวททั้งหมด
เจ้าเด็กนี่นั่งยองๆ จ้องอยู่หน้าแผงเขามาเกือบครึ่งชั่วโมงแล้ว
ถ้าไม่ใช่เพราะแทบไม่ได้คุยกันนอกจากตอนต่อรองราคาตอนแรก คนอื่นคงนึกว่าเขากำลังกลั่นแกล้งหรือต้มตุ๋นเด็กอยู่แน่ๆ
ชื่อเสียงร้านเขา... แต่จะไล่ลูกค้าก็ทำไม่ลง
"เฮ้อ—"
เจ้าของแผงลอยถอนหายใจในใจ ทำได้แค่รอต่อไป
"เขาน่าจะยังดูอยู่ใช่ไหม?"
นอกจากสมาธิที่จดจ่ออยู่กับของสองสิ่งตรงหน้า จิตใจของเซียวเหยียนส่วนใหญ่อยู่ที่ภายนอก หลิงอิ่งน่าจะเห็นแล้วใช่ไหม?
สิ่งที่เขาต้องการคือธาตุไม้ ธาตุไม้!
จ้องอยู่นานขนาดนี้ ถ้าใส่ใจสังเกต ยังไงก็ต้องดูออก
คิดได้ดังนั้น เซียวเหยียนก็วาง "คัมภีร์ไม้เขียว" ลงในที่สุด และเลือกซื้อแก่นเวทแทน
ตอนนี้เขามีพลังงานสำหรับการเดินทางไปดินแดนโต้วหลัวครั้งต่อไปแล้ว
ส่วนเคล็ดวิชา มันก็แค่ขั้นเหลืองระดับต่ำ เขาไม่ได้ให้ค่ามันนัก
หลังจากจ่ายเงิน แก่นเวทธาตุไม้ก็ตกมาอยู่ในมือเขาเรียบร้อย
ด้วยความหวังอันริบหรี่ เซียวเหยียนถามเจ้าของแผงลอยว่า
"เถ้าแก่ มีทางไหนที่จะหาเคล็ดวิชาธาตุไม้ระดับสูงกว่านี้ได้บ้างไหม?"
ได้ยินคำถามนี้ เจ้าของแผงลอยก็หมดแรงจะตอบ เขาชี้มือไปส่งๆ ทิศทางหนึ่ง... ไปทางอาคารที่ดูหรูหราโอ่อ่าและมีพนักงานคอยต้อนรับอยู่หน้าประตู
"โรงประมูลมิเตเอ๋อร์ ของดีกว่านี้มีแต่ต้องเข้าไปหาในนั้นแหละ อยากได้เหรอ? เจ้าหนู กลับไปบอกผู้ใหญ่ที่บ้านให้มาซื้อให้เถอะ"
กะแล้วเชียว เซียวเหยียนรู้สึกผิดหวังเล็กน้อย
ขั้นเหลืองระดับสูงถือเป็นเคล็ดวิชาที่ดีที่สุดในตระกูลเซียว ส่วนระดับกลางก็น่าจะมีแต่ในโรงประมูลเท่านั้น
คนในตระกูลเซียวต้องรอจนอายุสิบห้าถึงจะมีสิทธิ์เลือกเคล็ดวิชา
แต่กว่าจะถึงตอนนั้นก็สายเกินแกง
เขาต้องรีบฝึกฝน การเป็นนักยุทธ์ได้เร็วเท่านั้นถึงจะมีคุณสมบัติพอที่จะออกไปผจญโลกกว้างและไขว่คว้าวโอกาส
ตอนนี้ พลังงานที่ใช้ในการบำเพ็ญเพียรคงต้องพึ่งพาการดูดซับจากดินแดนโต้วหลัวไปก่อน เพราะมันอ่อนโยนกว่า
แม้สรรพคุณของยาโอสถในมหาทวีปปราณยุทธ์จะรุนแรง แต่ถ้าไม่นับยาจู้จี (ยาปูพื้นฐาน) ก็แทบจะหาโอสถที่ใช้ได้ในช่วงระดับพลังปราณไม่ได้เลย หรือจะเรียกว่าแทบไม่มีเลยก็ได้
ต่อให้เก่งกาจอย่างเซียวซวินเอ๋อร์ ก็ยังต้องฝึกฝนไปทีละก้าว
"ดูเหมือนว่าการบำเพ็ญเพียรขั้นปูพื้นฐานนี้ จะเป็นสิ่งที่ข้าไม่อาจหลีกเลี่ยงหรือข้ามขั้นไปได้จริงๆ สินะ"
จบตอน