- หน้าแรก
- เปิดประตูมิติข้ามภพ ผมพาคนทั้งชาติบุกโลกเซียน
- บทที่ 34: ศิษย์พี่ใหญ่ตะลึง! ชิงจิ่ว: ต่อหน้าเขา ฉันเหมือนเด็กใหม่หัดเดิน
บทที่ 34: ศิษย์พี่ใหญ่ตะลึง! ชิงจิ่ว: ต่อหน้าเขา ฉันเหมือนเด็กใหม่หัดเดิน
บทที่ 34: ศิษย์พี่ใหญ่ตะลึง! ชิงจิ่ว: ต่อหน้าเขา ฉันเหมือนเด็กใหม่หัดเดิน
ภายในอาคารหอหลอมศาสตรา
ชิงจิ่วเขย่าน้ำเต้าเหล้า ก่อนจะกระดกเข้าปากอึกใหญ่ทันที แก้มเนียนใสขึ้นสีแดงระเรื่อเหมือนคนเมานิดๆ เธอเช็ดปากอย่างห้าวหาญ ไม่ห่วงภาพลักษณ์กุลสตรีเลยสักนิด
ชิงจิ่วยื่นน้ำเต้ามาให้ "สักหน่อยไหมคะ?"
ผู้อาวุโสเฉินถลึงตาใส่เธอ "ลามปามจริงเชียวเรา"
"ไม่ดื่มก็ไม่ดื่มสิ แล้วศิษย์น้องเล็กล่ะ? เดี๋ยวเรียกเขามาดื่มเป็นเพื่อนฉันหน่อย"
ผู้อาวุโสเฉินลูบเคราหัวเราะหึๆ "เมื่อกี้เธอไม่ได้สงสัยเหรอว่าศิษย์น้องเล็กเรียนวิชาอะไร?"
สีแดงระเรื่อบนใบหน้าชิงจิ่วเข้มขึ้นอีกหน่อย เธอทำท่าเหมือนเพิ่งนึกออก "เผลอลืมไปเลยแฮะ จริงด้วย ศิษย์น้องเล็กเรียนวิชาอะไรนะ?"
"......"
ผู้อาวุโสเฉินชินกับลูกศิษย์คนโตที่ทำตัวไม่เอาไหนคนนี้แล้ว
"วิชาควบคุมวิญญาณ หรือวิชากางม่านพลัง? วิชาสำหรับมือใหม่ก็มีอยู่แค่นั้นแหละ ไม่ใช่อันนี้ก็อันนั้น..."
ผู้อาวุโสเฉินส่ายหน้า "ไม่ใช่ทั้งนั้น"
"ฉันสอนวิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อม"
ชิงจิ่ววางน้ำเต้าลง สีหน้าตกตะลึงทันที "วิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อมเนี่ยนะ?!"
ผู้อาวุโสเฉินพยักหน้า "พูดถูกแล้ว วิชานั้นแหละ"
ชิงจิ่วกลืนคำพูดครึ่งหลังลงคอไป—— "ไอ้นั่นมันยากเกินไปสำหรับศิษย์น้องเล็กชัดๆ!"
ชิงจิ่วอายุน้อยแต่ก็เป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียรระดับขอบเขตทารกแรกกำเนิดแล้ว เรื่องพรสวรรค์คงไม่ต้องพูดถึง
แต่ขนาดเป็นเธอ ก็ต้องเข้าวงการมาปีหนึ่งจนระดับพลังเพียงพอ ถึงจะได้รับการถ่ายทอดวิชานี้จากผู้อาวุโสเฉิน
แม้แต่ชิงจิ่วในตอนนั้น ก็ยังใช้เวลาเกือบครึ่งเดือนกว่าจะเข้าใจวิชานี้ได้อย่างถ่องแท้
ฉินเซวียนเพิ่งจะก้าวเข้าสู่เส้นทางบำเพ็ญเพียร... เปิดมาก็เจอโหมดยากเลย นี่มันไม่ฝืนใจกันเกินไปหน่อยเหรอ?
"อัจฉริยะน่ะ ก็ต้องขัดเกลากันหน่อย ให้เขาได้เห็นเนื้อหาการบำเพ็ญเพียรที่ลึกซึ้งขึ้นล่วงหน้า มันเป็นผลดีกับเขา"
ผู้อาวุโสเฉินชี้นิ้ว "ดูสิ"
ชิงจิ่วแหงนหน้ากระดกเหล้าเข้าปาก มองลงไปข้างล่าง ศิษย์ฝ่ายนอกจำนวนมากที่เพิ่งเข้าสำนักกำลังเข้าแถวหน้ากระดานอยู่ที่ลานกว้าง เดี๋ยวก็ฝึกยุทธ์ เดี๋ยวก็นั่งขัดสมาธิโคจรวิชา
"นอกจากคนส่วนน้อยที่ได้เข้าฝ่ายในแล้ว ศิษย์ฝ่ายนอกส่วนใหญ่ ชาตินี้คงไม่มีโอกาสได้สัมผัสวิชาระดับเหลืองขั้นกลาง... โลกทัศน์ของพวกเขาถูกจำกัดไว้แค่นั้น ต่อให้ศิษย์น้องเล็กของเธอในวันหน้าจะไปได้ไม่ไกล แต่ให้เขาได้เห็นความยอดเยี่ยมของโลกผู้บำเพ็ญเพียรไว้บ้างก็ดี"
ชิงจิ่วพยักหน้า เข้าใจความหวังดีของอาจารย์แล้ว
"ฟ้าจะมืดแล้ว ทำไมศิษย์น้องเล็กยังไม่กลับมาอีก?"
ผู้อาวุโสเฉินหัวเราะ "ด้วยนิสัยของเด็กคนนี้ เกรงว่าถ้าฝึกไม่สำเร็จคงไม่ยอมกลับมาหรอก"
"งั้นเขาคงต้องนอนบนเขาเป็นเดือนแล้วมั้ง กะว่าเจอกันคราวหน้าคงกลายเป็นคนป่าไปแล้ว"
ผู้อาวุโสเฉินเขกหัวชิงจิ่วไปทีหนึ่ง สาวงามชุดแดงร้อง "โอ๊ย" ออกมาด้วยความเจ็บ
ผู้อาวุโสเฉินพูดไม่ออก "อาจารย์ของเธอจะไม่ไปพาเขากลับมาเองเลยรึไง?"
ชิงจิ่วทำท่าเคารพเลื่อมใส "อาจารย์ปราดเปรื่อง!"
......
ฟ้าค่อยๆ มืดลง
ตอนนี้ฉินเซวียนเหงื่อท่วมตัวไปหมดแล้ว เขาปาดเหงื่อบนหน้าผาก พลางหัวเราะคิกคักออกมา
"วิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อม!"
ฉินเซวียนชี้นิ้วออกไป
วาจาสิทธิ์!
ปราณแท้สายหนึ่งพุ่งตรงออกไปพร้อมกับพลังแห่งสายฟ้าและเปลวเพลิง ราวกับใบมีดคมกริบ ตัดกิ่งไม้ที่อยู่ไกลออกไปจนขาดสะบั้น
"ความรู้สึกแบบวาจาสิทธิ์นี่ มันดีจริงๆ แฮะ..."
ฉินเซวียนพยักหน้าอย่างพอใจ
จริงๆ เขาเชี่ยวชาญวิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อมไปนานแล้ว แต่ระดับแค่นั้นยังไม่ทำให้ฉินเซวียนพอใจ
"เพราะยังไงนี่ก็เป็นแค่วิชาเล็กๆ ถ้าแค่วิชาเล็กๆ ยังเรียนได้ไม่ดี ก็ขายหน้าอาจารย์แย่เลย" ฉินเซวียนถอนหายใจ
แต่ตอนนี้!
เขาเชี่ยวชาญวิชานี้อย่างสมบูรณ์แบบแล้ว!
"ถึงวิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อมจะเป็นวิชาเล็กๆ แต่ฉันรู้สึกว่า... ความเร็วระดับนี้ของฉันก็น่าจะถือว่าเร็วใช้ได้ ศิษย์ทั่วไปน่าจะต้องใช้เวลาสักสองสามวันกว่าจะเรียนเป็น"
ฉินเซวียนครุ่นคิดสักพัก ก็พอจะเดาสาเหตุได้
ข้อแรก การบำเพ็ญเพียรเกื้อหนุนกับสมรรถภาพร่างกาย นี่คือเหตุผลว่าทำไมศิษย์ฝ่ายนอกถึงยังต้องฝึกยุทธ์เพื่อเสริมสร้างกายเนื้อ
ฉินเซวียนมาจากโลกยุทธ์ระดับสูง ความแข็งแกร่งของกายเนื้อแค่นี้ถือเป็นเรื่องจิ๊บจ๊อย
ข้อสอง ในหัวของฉินเซวียนมีประตูมิติเชื่อมสองโลกอยู่ ก่อนหน้านี้ผ่านการเพ่งจิต พลังจิตจึงได้รับการยกระดับขึ้นมาระดับหนึ่ง
แก่นแท้ของวิชาอาคมคือการปล่อยปราณแท้ออกภายนอก พอมีพลังจิตช่วยหนุน ฉินเซวียนก็ย่อมเรียนรู้ได้เร็วขึ้น
ฉินเซวียนพอใจกับการสันนิษฐานของตัวเองมาก
"ก็แค่วิชาเล็กๆ วิชาหนึ่ง สำเร็จก็คือสำเร็จ เส้นทางบำเพ็ญเพียรยากยิ่งกว่าปีนขึ้นฟ้า จะลำพองใจไม่ได้เด็ดขาด" ฉินเซวียนเตือนตัวเองเงียบๆ
ครู่ต่อมา เขาก็กำป้ายคำสั่งหอหลอมศาสตราในมือแน่น ท่องเคล็ดวิชาในใจเงียบๆ
พอลืมตาขึ้นอีกครั้ง ฉินเซวียนก็มาปรากฏตัวที่ชั้นบนสุดของหอหลอมศาสตราแล้ว
ชิงจิ่วกับผู้อาวุโสเฉินกำลังมองเขาอยู่
ผู้อาวุโสเฉินยิ้ม "เสี่ยวฉิน กลับมาแล้วเหรอ? วันนี้เรียนวิชาไปถึงไหนแล้ว?"
"ก็พอรู้พื้นฐานครับ... รู้สึกว่ายังไม่ค่อยคล่องเท่าไหร่" ฉินเซวียนตอบอย่างถ่อมตัว
พอรู้พื้นฐาน?
ชิงจิ่วกับผู้อาวุโสเฉินมองหน้ากัน
ความยากของวิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อม ทั้งสองคนรู้ซึ้งดีที่สุด
ถ้าเป็นศิษย์คนอื่นฝึกแค่ครึ่งวันแล้วมาพูดหน้าตาเฉยว่า "พอรู้พื้นฐาน" ทั้งสองคนคงคิดว่าศิษย์คนนั้นขี้โม้โอ้อวด
แต่ฉินเซวียน... ภาพลักษณ์ที่เขามีต่อพวกท่านคือความถ่อมตัวและรอบคอบมาตลอด ไม่มีทางพูดอะไรที่ไม่มีความมั่นใจแน่
คิ้วของผู้อาวุโสเฉินกระตุก "พอรู้พื้นฐาน? หรือว่า... สามารถปล่อยปราณแท้ออกภายนอกได้แล้ว?"
แค่ปล่อยปราณแท้ออกภายนอก ก็ยากพอจะทำให้ศิษย์จำนวนมากไปไม่เป็นแล้ว ไม่ต้องพูดถึงขั้นต่อไปที่ต้องผสานพลังธาตุต่างๆ เข้าไปเลย
ถ้าบ่ายเดียวสามารถปล่อยปราณแท้ออกภายนอกได้ ความเร็วระดับนี้ก็นับว่าเร็วปานเทพแล้ว
ตาของชิงจิ่วเป็นประกาย ตบเก้าอี้ปุๆ "ศิษย์น้อง นั่ง!"
ฉินเซวียนนั่งลงอย่างเป็นธรรมชาติ กลิ่นหอมอ่อนๆ ลอยมาแตะจมูกทันที ชิงจิ่วค่อยๆ ขยับเข้ามาใกล้
ใบหน้าชิงจิ่วยังคงมีสีแดงระเรื่อจากการเมามาย เดิมทีเธอก็เป็นคนสวยอยู่แล้ว ตอนนี้ยิ่งดูมีเสน่ห์ชวนหลงใหลเข้าไปใหญ่
"ศิษย์พี่ขอทดสอบนายหน่อยได้ไหม?"
ฉินเซวียนนั่งตัวตรง "แล้วแต่ศิษย์พี่เลยครับ"
"อะไรนะ? ไม่ได้ยิน"
"แล้วแต่ศิษย์พี่เลยครับ"
ชิงจิ่วยื่นมือมาดีดจมูกฉินเซวียนเบาๆ ฟังคำพูดของเขาแล้วก็หัวเราะชอบใจ "อาจารย์น่าจะรีบดึงนายเข้ามาเร็วกว่านี้หน่อย ศิษย์พี่ล่ะช๊อบชอบนายจริงๆ... เพิ่งเคยมีคนพูดแบบนี้ครั้งแรกเลยนะเนี่ย"
"ฉันล่ะชอบการเป็นศิษย์พี่จริงๆ! ขาดหินวิญญาณไหม ขาดโอสถไหม ขาดอะไรก็บอกศิษย์พี่ได้เลย..."
ผู้อาวุโสเฉินกระแอมไอ "ศิษย์พี่ของเธอก็นิสัยเสียแบบนี้แหละ คออ่อน พอเมาแล้วก็เป็นแบบนี้"
"เอาล่ะ ไม่ล้อเล่นแล้ว"
ชิงจิ่วหาวหวอด เผยให้เห็นรูปร่างอรชรอ้อนแอ้นอย่างชัดเจน
ชิงจิ่วทำสีหน้าจริงจัง "เห็นเหรียญทองแดงในมือฉันไหม?"
"เห็นครับ"
ผู้บำเพ็ญเพียรปกติจะใช้หินวิญญาณ มีแค่ชิงจิ่วที่อุตส่าห์ไปแลกเงินตำลึงกับเหรียญทองแดงจากคนธรรมดามา เพียงเพื่อเอาไปซื้อเหล้ากิน
ชิงจิ่วยิ้มกว้าง โยนเหรียญทองแดงขึ้นไปกลางอากาศสูงสิบเมตรทันที "ยิงให้โดนนะ!"
ผู้อาวุโสเฉินก็เงยหน้ามอง ยิ้มอย่างเข้าใจ
ถึงลูกศิษย์คนโตคนนี้จะดูบ้าๆ บอๆ ทุกวัน แต่เรื่องการฝึกตนเธอนั้นรู้จริง
เป้าหมายเคลื่อนที่กลางอากาศแบบนี้ สามารถทดสอบความแม่นยำของการปล่อยปราณแท้ออกภายนอกได้เป็นอย่างดี
ผู้อาวุโสเฉินคิดในใจว่า ถ้าฉินเซวียนยิงโดนสักเหรียญสองเหรียญ ก็ถือว่า "พอรู้พื้นฐาน" ได้แล้ว ส่วนเรื่องแฝงพลังธาตุเข้าไป นั่นมันยากเกินไป
แต่ในใจผู้อาวุโสเฉินก็อยากรู้เหมือนกันว่า ตอนนี้ฉินเซวียนจะยิงร่วงได้กี่เหรียญกันนะ?
น่าเสียดายที่ทั้งผู้อาวุโสเฉินและชิงจิ่ว ต่างประเมินคำว่า "พอรู้พื้นฐาน" ของฉินเซวียนต่ำเกินไป
"ศิษย์พี่กำลังทดสอบเรา งั้นต้องเอาจริงซะหน่อยแล้ว" ฉินเซวียนคิดในใจ
ครู่ต่อมา ฉินเซวียนยกนิ้วขึ้น กลั้นหายใจเพ่งสมาธิ!
"วิชาอัสนีเพลิงขนาดย่อม!"
ชั่วพริบตา แสงเพลิงอันร้อนแรงพร้อมสายฟ้าแลบก็พุ่งออกจากนิ้วของฉินเซวียน ปะทะเข้ากับเหรียญทองแดงเหรียญหนึ่งเต็มๆ
เหรียญทองแดงหลอมละลายทันที!
ตามมาด้วยสายฟ้าที่พุ่งทะลวงเหรียญทองแดงรอบๆ อีกหลายเหรียญด้วยความเร็วปานสายฟ้าแลบ!
ฉินเซวียนยกมือขึ้นอีกหลายครั้ง เหรียญทองแดงที่ลอยคว้างอยู่กลางอากาศแตกกระจายตามเสียง!
มีเหรียญหนึ่งเกือบจะตกถึงพื้นแล้ว แต่ก็ถูกวิชาสายที่สามเจาะทะลุจนได้
มองดูเหรียญที่เกือบจะตกพื้น ฉินเซวียนพูดอย่างถ่อมตัว "ปฏิกิริยาของผมยังช้าเกินไปครับ"
แต่พอหันกลับมา ฉินเซวียนก็เจอกับใบหน้าสองใบที่กำลังตะลึงงันสุดขีด!
ไม่ว่าจะชิงจิ่วหรือผู้อาวุโสเฉิน ต่างจ้องมองเศษเหรียญทองแดงบนพื้นตาไม่กะพริบ
ผ่านไปครู่ใหญ่ ถึงได้ค่อยๆ หันมามองฉินเซวียนอย่างสั่นเทา
เสียงของผู้อาวุโสเฉินแหบพร่าและสั่นเครือเล็กน้อย "เธอ... เธอเรียนจบหมดแล้วเหรอ?"
ชิงจิ่วตบโต๊ะดังปัง "แบบนี้เนี่ยนะเรียกว่าพอรู้พื้นฐาน?"
ฉินเซวียนเกาหัวแกรกๆ ยิ้มแหยๆ "ผมก็คิดว่านี่เรียกว่าพอรู้พื้นฐานนะครับ"
ชิงจิ่วแหงนหน้ามองฟ้าครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง
เธอคิดมาตลอดว่าตัวเองเป็นอัจฉริยะ
จนกระทั่งมาเจอฉินเซวียน
"มาถึงขั้นนี้แล้ว ดื่มเหล้าก่อนเถอะ..."
ฉินเซวียนไม่เข้าใจว่าทำไมจู่ๆ ศิษย์พี่ใหญ่ถึงเริ่มกระดกเหล้า หันไปมองผู้อาวุโสเฉิน
ผู้อาวุโสเฉินสูดหายใจเข้าลึกๆ ตบไหล่ฉินเซวียน "ไอ้หนู เธอ... เป็นอัจฉริยะจริงๆ!"
หะ?
ฉินเซวียนยิ่งงงเข้าไปใหญ่
นี่มันก็แค่วิชาพื้นฐานเล็กๆ ไม่ใช่เหรอ???