- หน้าแรก
- เปิดประตูมิติข้ามภพ ผมพาคนทั้งชาติบุกโลกเซียน
- บทที่ 12: ผู้อาวุโส: ไอ้หนู ไม่สิ สหายธรรม! ขอคุยด้วยหน่อย!
บทที่ 12: ผู้อาวุโส: ไอ้หนู ไม่สิ สหายธรรม! ขอคุยด้วยหน่อย!
บทที่ 12: ผู้อาวุโส: ไอ้หนู ไม่สิ สหายธรรม! ขอคุยด้วยหน่อย!
เห็นแบบนั้น ผู้เฒ่าเถี่ยก็ได้แต่แค่นหัวเราะอย่างเย็นชา
สำนักประตูสวรรค์เปิดรับศิษย์ทุกสามปี ผู้คนนับไม่ถ้วนดั้นด้นเดินทางไกลหลายพันกิโลเมตรมาที่นี่ พอมาถึงเมืองชิงซาน ก็ต้องหาทุกวิถีทางสืบข่าวเรื่องหัวข้อการทดสอบของสำนัก
เรื่องที่ผู้อาวุโสฉือชอบอาวุธไม่ใช่ความลับ หลายคนเลยคิดจะมอบของวิเศษเพื่อตีสนิทกับผู้อาวุโสของสำนักเหมือนกัน
แต่ไม่มีข้อยกเว้น ทุกรายล้มเหลวหมด
ไม่มีเหตุผลอื่น ก็เพราะมีผู้เฒ่าเถี่ยคอยคุมเชิงอยู่ ผู้เฒ่าเถี่ยคือช่างตีเหล็กที่เก่งที่สุดในรัศมีห้าสิบกิโลเมตร ฝีมือการตีอาวุธของเขาเข้าขั้นเทพ!
“ฉันตีเหล็กมาทั้งชีวิต ถึงจะเทียบกับตัวตนเหนือโลกอย่าง 【นักหลอมศาสตรา】 ไม่ได้ แต่ในหมู่ช่างตีเหล็กธรรมดา ฉันมั่นใจว่าเป็นที่หนึ่งในโลกหล้า!” สีหน้าของผู้เฒ่าเถี่ยยิ่งดูโอหังขึ้น
“สถานะของนักหลอมศาสตราสูงส่งแค่ไหน ศาสตราเทพที่หลอมออกมาล้วนเป็นยอดของวิเศษ แม้แต่ระดับสำนักประตูสวรรค์ ในมือก็คงมี 【ศาสตราสมบัติ】 ที่สร้างโดยนักหลอมศาสตราไม่กี่ชิ้นหรอก”
ผู้เฒ่าเถี่ยมองฉินเซวียนที่แต่งตัวเรียบง่าย แล้วแค่นหัวเราะ: “คนจนๆ แบบนี้ ไม่มีทางไปรู้จักกับนักหลอมศาสตราได้หรอก”
ในเมื่ออีกฝ่ายไม่มีอาวุธเทพ ผู้เฒ่าเถี่ยก็ไม่จำเป็นต้องกลัว
สายตาของผู้เฒ่าเถี่ยมองไปที่ชั้นบนสุด
เด็กหนุ่มที่ยืนอยู่ข้างกายผู้อาวุโสฉือ ไม่ว่าจะเสื้อผ้าหรือหน้าตา ก็ดูคล้ายกับผู้เฒ่าเถี่ยถึงแปดส่วน
นั่นคือลูกชายของผู้เฒ่าเถี่ย
ทุกสิ่งที่ผู้เฒ่าเถี่ยทำ ก็เพื่อเตรียมส่งลูกชายเข้าสำนักประตูสวรรค์ปีนี้
ถ้าปล่อยให้ปู่หลานตระกูลหลินสมหวัง ลูกชายของเขาไม่เท่ากับมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีกคนเหรอ? เรื่องโง่ๆ แบบนี้ คนอย่างผู้เฒ่าเถี่ยจะทำไปทำไม?
ร่างในชุดคลุมขาวบนดาดฟ้ายืนนิ่ง มีเพียงเสียงที่ลอยมาแต่ไกล: “ส่งมาสิ”
วินาทีต่อมา ฉินเซวียนรู้สึกถึงแรงดูดวูบหนึ่ง กระบี่ยาวในมือก็บินขึ้นไปทันที!
เห็นแบบนี้ แววตาของฉินเซวียนก็ฉายแววเร่าร้อนขึ้นมาทันที!
“นี่สินะพลังของผู้บำเพ็ญเพียร... วิชาจับยึดกลางอากาศ แทบไม่มีผู้ฝึกยุทธคนไหนทำได้เลย!”
บนระเบียง
ผู้อาวุโสฉือสะบัดแขนเสื้อ วัตถุทรงยาวก็โผล่มาในมือทันที
ของชิ้นนี้ถูกห่อด้วยผ้าสีเทา สัมผัสได้ถึงความเย็นเยียบและน้ำหนักที่อึ้ง
“หึๆ น่าสนใจ ตั้งแต่อดีตจนปัจจุบัน คนที่มามอบอาวุธมีนับไม่ถ้วน แต่ไม่มีใครกล้ามาเอะอะโวยวายต่อหน้าฉันเลยสักคน”
ผู้อาวุโสฉือฉีกผ้าห่อออก
อาวุธสีขาวซีดแฝงประกายสีเหลืองอ่อนของโลหะปรากฏขึ้นตรงหน้า
บนผิวอาวุธมีลวดลายแปลกตามากมาย ลวดลายพวกนี้คือร่องรอยจากการชุบแข็งแบบอุตสาหกรรม มันซับซ้อนและงดงามมาก!
“โห... สวยขนาดนี้เลยเหรอ?”
ผู้อาวุโสฉือถึงกับเหม่อไปนิดนึง
หอศาสตราของผู้เฒ่าเถี่ยก็มีดาบกระบี่สำหรับตั้งโชว์อยู่ไม่น้อย แต่ลวดลายพวกนั้นส่วนใหญ่ช่างตีเหล็กค่อยๆ แกะสลักขึ้นมาหลังจากขึ้นรูปอาวุธแล้ว
ถ้าพูดถึงความซับซ้อนและความกลมกลืน ไม่มีทางเทียบความงามของคมดาบที่เกิดจากการชุบแข็งแบบอุตสาหกรรมได้เลย!
ลวดลายพวกนี้ถึงขั้นค่อยๆ เปลี่ยนสีเมื่อโดนแสงแดด!
ผู้อาวุโสฉือเบิกตากว้าง
คนยุคโบราณอย่างเขาจะไปเคยเห็นของแบบนี้ได้ยังไง?
“นี่... คมดาบสวยขนาดนี้ หรือจะเป็นศาสตราสมบัติที่นักหลอมศาสตราสร้างขึ้น?” ผู้อาวุโสฉืออ้าปากค้าง
สำนักประตูสวรรค์มีศาสตราสมบัติอยู่ชิ้นหนึ่งก็จริง แต่นั่นเป็นของวิเศษก้นหีบของสำนัก มีแค่ผู้อาวุโสฝ่ายในเท่านั้นที่มีสิทธิ์แตะต้อง น่าเสียดายที่คนบ้าอาวุธอย่างเขาเป็นแค่ผู้อาวุโสฝ่ายนอก ไม่เคยเห็นศาสตราสมบัติชิ้นนั้นเลย!
“ไม่สิ... ของชิ้นนี้ดีไม่ดีอาจเป็นแค่อาวุธตั้งโชว์ อาจจะแค่สวยแต่รูปจูบไม่หอม เทียบกับศาสตราสมบัติไม่ได้หรอก”
ใจของผู้อาวุโสฉือสงบลง
อาวุธของผู้บำเพ็ญเพียรต้องใช้ต่อสู้ได้จริง
ผู้เฒ่าเถี่ยก็เคยส่งอาวุธสวยๆ สำหรับตั้งโชว์มาให้เขาไม่น้อย แต่อาวุธพวกนั้นถูกสร้างมาโดยตัดฟังก์ชันการต่อสู้จริงออกไป ในใจของผู้อาวุโสฉือเลยลดคุณค่าของมันลงมาก
ผู้อาวุโสฉือยื่นนิ้วออกมา ดีดไปที่ตัวดาบทีนึง
ถ้าเป็นอาวุธที่สวยแต่รูป ป่านนี้ตัวดาบควรจะสั่นไม่หยุดเหมือนใบไม้โดนลมไปแล้ว
ทว่า!
“เคร้ง——”
ตัวดาบในมือส่งเสียงทึบๆ ออกมาแค่ครั้งเดียว กลับเป็นเขาเองที่รู้สึกชาที่ปลายนิ้ว!
แสดงว่าอะไร?
แสดงว่าดาบเล่มนี้ไม่เพียงแค่สวยสุดขีด แต่วัสดุที่ใช้ยังแน่นหนาสุดๆ ประสิทธิภาพไม่ธรรมดา!
ผู้อาวุโสฉือกระชับด้ามดาบแน่น ฟันฉับเข้าที่เสาไม้จันทน์หอมด้านหลังทันที!
บนเสาต้นใหญ่ขนาดหลายคนโอบ พลันปรากฏรอยบากขนาดมหึมา กว้างเกือบเท่ากำปั้น!!!
“ฮ่าๆๆๆ ดาบดี ดาบดีจริงๆ!”
ผู้อาวุโสฉือระเบิดเสียงหัวเราะออกมาทันที!
ดาบนี้เขาใช้แรงไปเกือบห้าส่วน ต่อให้เป็นดาบทั่วไปที่แข็งแกร่งแค่ไหน ยังไงก็ต้องมีรอยบิ่นบ้าง
แต่ดาบเล่มนี้กลับไม่มีรอยร้าวเลยแม้แต่นิดเดียว!
แข็งแกร่งผิดปกติ!
ผู้อาวุโสฉือจะไปรู้ได้ยังไงว่าสิ่งที่เรียกว่า 'อัลลอย' คือสุดยอดวัสดุที่มนุษย์รวบรวมพลังแห่งเทคโนโลยี นำโลหะหลายชนิดมาผสมกันจนมีคุณสมบัติครบถ้วน!
ต่อให้เป็นช่างตีเหล็กฝีมือประณีตแค่ไหน ก็เทียบไม่ได้กับมนุษย์โลกยุทธ์ระดับสูงที่ใช้เทคโนโลยีจนถึงขีดสุด!
การโจมตีที่รุนแรงเหมือนสายฟ้านี้ ทำเอาลูกชายของผู้เฒ่าเถี่ยที่อยู่ข้างๆ ตกใจจนหน้าซีดเผือด!
ท่ามกลางสายตาที่ตกตะลึง ร่างของผู้อาวุโสฉือก็กระโดดจากชั้นห้าลงสู่พื้นโดยตรง!
มายืนอยู่ตรงหน้าฉินเซวียน!
“ผู้อาวุโสฉือ... ละ ลงมาทำไมครับ?” ผู้เฒ่าเถี่ยถึงกับอึ้ง!
ผู้อาวุโสฉือไม่สนใจเขาเลยสักนิด จ้องเขม็งไปที่ฉินเซวียน: “ดาบเล่มนี้ เธอเป็นคนเอามาเหรอ?”
ฉินเซวียนประสานมือคารวะ: “ใช่ครับ”
ผู้อาวุโสฉือลูบคมดาบ พลางถอนหายใจด้วยความชื่นชม: “ดาบดีจริงๆ!”
ฉินเซวียนตอบอย่างไม่ต่ำต้อยและไม่หยิ่งผยอง: “ถ้าผู้อาวุโสชอบ ก็เอาไปได้เลยครับ”
ผู้อาวุโสฉือหัวเราะออกมา มองฉินเซวียนแล้วพยักหน้าเล็กน้อย
เขาสัมผัสได้ว่าคนคนนี้เป็นแค่คนธรรมดา แถมยังดูเด็ก แต่กลับรู้ความขนาดนี้
ผู้อาวุโสฉือส่ายหน้า แกล้งทำเป็นปฏิเสธสองสามที: “ไม่เอาหรอก ฉันเป็นถึงผู้บำเพ็ญเพียร จะไปเอาอาวุธของเด็กตัวกะเปี๊ยกได้ยังไง พูดออกไปเดี๋ยวสหายธรรมจะหัวเราะเยาะเอา!”
ฉินเซวียนยิ้ม จิ้งจอกเฒ่าตัวนี้คิดอะไรอยู่ เขารู้ทันหมดแล้ว
ฉินเซวียนพูดว่า: “ดาบดีเล่มนี้ อยู่ในมือผมก็เสียของเปล่าๆ แสดงอานุภาพได้ไม่เต็มที่ ตอนนี้มาอยู่ในมือผู้อาวุโสฉือ ถึงจะเรียกว่าเจอเจ้านายที่แท้จริง ถ้าดาบมีวิญญาณ อยู่กับผมคงรู้สึกน้อยใจ แต่อยู่กับผู้อาวุโสฉือคงดีใจแย่!”
ผู้อาวุโสฉือได้ยินแบบนี้ก็เบิกบานใจสุดๆ
“ไอ้หนูนี่รู้ความจริงๆ!”
ผู้อาวุโสฉือมองฉินเซวียน ในใจอดรู้สึกดีด้วยไม่ได้
ผู้อาวุโสฉือกระแอมทีนึง: “ฉันก็ไม่เอาเปล่าๆ หรอก เอาอย่างนี้ เดี๋ยวเธอตามฉันขึ้นไปข้างบน ฉันจะให้หินวิญญาณห้าสิบก้อนเป็นการแลกเปลี่ยน ตกลงไหม?”
หินวิญญาณห้าสิบก้อน ราคานี้ปกติซื้ออาวุธคนธรรมดาได้ทั้งคันรถ ผู้อาวุโสฉือรู้สึกว่าดาบเล่มนี้คุ้มราคานี้แน่นอน เผลอๆ... เขายังกำไรนิดหน่อยด้วยซ้ำ
หินวิญญาณห้าสิบก้อน!
ฉินเซวียนคำนวณในใจคร่าวๆ
อาหารเสริมในโลกยุทธ์ระดับสูงแบ่งเป็นระดับหนึ่งถึงเก้า ระดับเก้าสูงสุด ระดับหนึ่งต่ำสุด พลังงานที่อัดแน่นในหินวิญญาณ น่าจะเทียบเท่ากับอาหารเสริมระดับสาม
หินวิญญาณหนึ่งก้อนมีค่าประมาณหนึ่งหมื่นเหรียญสหพันธรัฐ หมายความว่าราคาที่ผู้อาวุโสฉือเสนอมาเท่ากับห้าแสนเหรียญสหพันธรัฐ ส่วนดาบยาวอัลลอยเล่มนี้เจ้าหน้าที่สถาบันวิจัยหามาให้ใช้แก้ขัด ราคาตลาดก็แค่แสนเดียวเท่านั้น
ฉินเซวียนรู้สึกว่าตัวเองกำไรเละ
แต่เขากลับไม่พูดอะไรสักคำ
ผู้เฒ่าเถี่ยที่ถูกเมินมานาน หันมองฉินเซวียนที มองผู้อาวุโสฉือที รีบพูดอย่างร้อนรน: “ผู้อาวุโสครับ... อย่าไปหลงกลไอ้เด็กนี่เด็ดขาดนะ นั่นมันหินวิญญาณตั้งห้าสิบก้อนเชียวนะครับ!”
ผู้อาวุโสฉือตวัดสายตามองเขา: “แกจะไปรู้อะไร?”
ท่าทางของผู้อาวุโสฉือก่อนหน้านี้ ผู้เฒ่าเถี่ยเห็นหมดแล้ว
ผู้เฒ่าเถี่ยกัดฟันพูด: “ผู้อาวุโสครับ ผมแค่รู้สึกว่าดาบเล่มนี้ยังไงก็ไม่คุ้มห้าสิบหินวิญญาณ อาวุธทั้งคันรถของผมยังแค่...”
สิ่งที่ผู้เฒ่าเถี่ยแคร์ไม่ใช่ราคาเลยสักนิด
ในใจเขาตอนนี้แทบจะพังทลาย
วิชาตีอาวุธที่เขาภูมิใจที่สุด ชื่อเสียงช่างตีเหล็กที่เก่งที่สุดในละแวกนี้ที่เขาภูมิใจนักหนา กลับถูกเด็กหนุ่มที่มาจากไหนก็ไม่รู้เทียบชั้นได้!
ไม่ ไม่มีทางยอมให้ไอ้หมอนี่มาขี่คอเด็ดขาด!
ผู้อาวุโสฉือเอ่ยเรียบๆ: “ฉันต่อสู้กับคนมาทั้งชีวิต อาวุธดีไม่ดีฉันจะดูไม่ออกรึไง? ถ้าแกคิดว่าอาวุธเล่มนี้ไม่มีราคา งั้นอาวุธของแกไม่ยิ่งไร้ราคาเข้าไปใหญ่เหรอ?”
ประโยคนี้ทำเอาผู้เฒ่าเถี่ยเหมือนถูกฟ้าผ่าเปรี้ยง!
ความคิดเล็กคิดน้อยของเขา ผู้อาวุโสฉือมองทะลุปรุโปร่งมานานแล้ว!
“แต่ว่าผู้อาวุโสครับ...”
“หุบปาก!”
ผู้อาวุโสฉือเริ่มรำคาญแล้ว ชำเลืองมองผู้เฒ่าเถี่ยแวบหนึ่ง
หน้าของผู้เฒ่าเถี่ยเดี๋ยวเขียวเดี๋ยวขาว เขายังมีคำพูดอีกมากอยากจะพูด แต่ตอนนี้ไม่ถึงตาเขาพูด!
ผู้อาวุโสฉือหันมามองฉินเซวียนด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม: “สหายตัวน้อย เธอรังเกียจว่าน้อยไปเหรอ? สำนักก็มีความลำบาก ทางฉันเอง...”
ฉินเซวียนไม่ตอบ
ไม่ประจบสอพลอ และไม่ถ่อมตัวจนเกินงาม เพียงแค่หลุบตาลงต่ำ: “ผู้อาวุโสครับ ผมนี่โง่จริงๆ”
“อะไรนะ?”
ฉินเซวียนเงยหน้าขึ้น พูดเน้นทีละคำ: “ผมมัวแต่คิดว่าผู้อาวุโสในตระกูลตีอาวุธขึ้นมาไม่ง่าย แต่กลับลืมคิดไปว่าใต้สังกัดของผู้อาวุโสมีลูกศิษย์มากมาย ดันเอาอาวุธมาแค่เล่มเดียว”
“จัดการเรื่องไม่รอบคอบ รู้สึกละอายใจจริงๆ ครับ!”
ผู้อาวุโสฉือชะงักไป
สีหน้าแบบนี้ของเขา ฉินเซวียนเก็บรายละเอียดไว้หมด มุมปากยกยิ้มขึ้นโดยไม่รู้ตัว
ประโยคนี้ของฉินเซวียนมีความหมายแฝงอยู่หลายชั้น
ความหมายชั้นแรก ใช้ข้อมูลคลุมเครือบอกที่มาของอาวุธ บอกใบ้ว่าเบื้องหลังตัวเองมีช่างตีเหล็กที่เก่งกว่าผู้เฒ่าเถี่ย!
ความหมายชั้นที่สอง!
อาวุธระดับนี้ จริงๆ แล้วฉินเซวียนไม่ได้มีแค่เล่มเดียว!
ผู้อาวุโสฉือถอยหลังไปครึ่งก้าว เงยหน้าขวับ สีหน้าเต็มไปด้วยความประหลาดใจระคนยินดีอย่างยิ่ง!
เซอร์ไพรส์สุดๆ ไปเลย!
ความหมายในคำพูดของฉินเซวียน เขาฟังออกอยู่แล้ว จึงถามเสียงขรึม: “เธอจะบอกว่าอาวุธนี้ ผู้อาวุโสในตระกูลเธอเป็นคนสร้างเหรอ?”
“ถูกต้องครับ” ฉินเซวียนพยักหน้า หลุบตาลงพูด: “ผู้อาวุโสในตระกูลถ่อมตัวว่าเป็นแค่คนตัวเล็กๆ มีฝีมือแค่หางอึ่ง รู้ว่าผมต้องเดินทางไกลมาเรียนต่อที่สำนักใหญ่ เลยให้พกอาวุธนี้ไว้ป้องกันตัว ถ้าไม่ไหวจริงๆ ก็ยังขายเอาเงินมาใช้แก้ขัดได้”
ประโยคนี้แอบยกยอสำนักประตูสวรรค์ขึ้นไปอีกชั้น
แน่นอนว่ายังมีความหมายชั้นที่สอง...
ผู้อาวุโสฉือตกใจในใจ: “อาวุธนี้ เกรงว่ารองจากศาสตราสมบัติ ก็คงเป็นสุดยอดอาวุธคนธรรมดาแล้ว ผู้อาวุโสในตระกูลของคนคนนี้ต้องเป็นบุคคลที่ไม่ธรรมดาแน่ๆ!”
แต่ผู้อาวุโสฉือกลับพูดด้วยความยินดี: “ไอ้หนู อย่าเพิ่งรีบถ่อมตัว พูดแบบนี้แสดงว่าผู้อาวุโสในตระกูลเป็นช่างตีเหล็กฝีมือดีมากเลยสิ? อาวุธแบบนี้มีไม่แค่เล่มเดียวใช่ไหม?”
ฉินเซวียนพยักหน้า: “ครับ!”
เห็นสีหน้าดีใจสุดขีดของผู้อาวุโสฉือ ฉินเซวียนก็พยักหน้าเบาๆ ดูท่าจิ้งจอกเฒ่าตัวนี้จะติดเบ็ดแล้ว
ผู้เฒ่าเถี่ยที่อยู่ข้างๆ ก็ได้ยินเหมือนกัน หน้าถอดสีจนเขียวคล้ำยิ่งกว่าเดิม
ปู่หลินกับหลินซิ่วซิ่วที่อยู่ข้างฉินเซวียน ตอนนี้ไม่กล้าแม้แต่จะหายใจแรง จ้องมองฉินเซวียนเขม็ง
ในดวงตาคู่สวยของหลินซิ่วซิ่วก็เต็มไปด้วยความตกตะลึง
เด็กหนุ่มที่บังเอิญเจอระหว่างทางกลับมีเบื้องหลังแข็งแกร่งขนาดนี้ เขาเป็นใครกันแน่?
“แถมคนคนนี้ยังหน้าตาหล่อเหลาอีกต่างหาก...” หลินซิ่วซิ่วกลืนน้ำลาย สายตาเผลอมองไปที่ฉินเซวียนโดยไม่รู้ตัว
พอรู้สึกว่าอีกฝ่ายมองตอบกลับมา หลินซิ่วซิ่วก็รีบหลบสายตาทันที
ฉินเซวียนพูดต่อทันที: “อาวุธแบบนี้ ผู้อาวุโสในตระกูลสร้างขึ้นมาก็ค่อนข้างลำบากเหมือนกันครับ”
ฉินเซวียนสบตาผู้อาวุโสฉือ: “แต่ผู้อาวุโสในตระกูลก็บอกผมว่า อยู่ข้างนอกต้องผูกมิตรกับยอดคน ถ้ารู้ว่าบุคคลระดับผู้อาวุโสชอบอาวุธ ทางนั้นต้องทุ่มเทสร้างให้สุดฝีมือแน่นอน”
ร่างของผู้อาวุโสฉือสั่นเทาไปครู่หนึ่ง ก่อนจะพ่นลมหายใจออกมาเฮือกใหญ่ มองฉินเซวียนด้วยความปิติยินดี
ผู้อาวุโสฉือตบไหล่ฉินเซวียนเบาๆ: “ไอ้หนู ตรงนี้ร้อนเกินไป ข้างบนเย็นสบายกว่า เราไปจิบชา ค่อยๆ คุยกันดีกว่า”