- หน้าแรก
- พญายมเสื้อแพร ฆ่าล้างปฐพีจนจักรพรรดินีร้องขอชีวิต
- บทที่21 หมัดของเจ้าอ่อนปวกเปียกเหมือนหมัดอิสตรี
บทที่21 หมัดของเจ้าอ่อนปวกเปียกเหมือนหมัดอิสตรี
บทที่21 หมัดของเจ้าอ่อนปวกเปียกเหมือนหมัดอิสตรี
จางเหอทรุดตัวลงคุกเข่าบนพื้นอย่างหมดอาลัยตายอยาก จ้องมองศพไร้ศีรษะของเฮ่อเหลียนด้วยดวงตาที่เริ่มแดงก่ำ
"เฮ่อเหลียน..."
ภาพอดีตฉายวาบเข้ามาในห้วงความคิด
ในช่วงแรกที่ยังยากจนข้นแค้น เฮ่อเหลียนคือผู้ที่อยู่เคียงข้าง ร่วมทุกข์ร่วมสุขฝ่าลมฝนมาด้วยกัน
ไม่ว่าจะฆ่าคน ปล้นจี้ หรือลักขโมย เฮ่อเหลียนไม่เคยห่างกายเขา
สมัยยังหนุ่มสาว พวกเขาเคยสร้างชื่อในฐานะ 'โจรคู่ยวนยาง'
เขาไม่เคยคาดคิดเลยว่า วันหนึ่ง คู่ยวนยางของเขาจะถูกเด็ดศีรษะต่อหน้าต่อตาเช่นนี้
จางเหอเงยหน้าขึ้น ใบหน้าสั่นระริก นัยน์ตาแดงฉานดุจโลหิต
"องครักษ์เสื้อแพร! พวกเจ้าทำเกินไปแล้ว"
"ข้าจะฝังพวกเจ้าทุกคนไปพร้อมกับเฮ่อเหลียน!"
"น่าขันนัก แค่หนูสกปรกที่มาสร้างเรื่องในถิ่นข้ายังกล้าปากดีอีกรึ?"
"ข้าเพิ่งขยี้หัวเมียเจ้าไปหมาดๆ ถ้าแน่จริงก็มาแก้แค้นสิ แต่ถ้าไร้น้ำยาก็เด็ดหัวตัวเองทิ้งไปซะ"
เสิ่นชิงสวนกลับด้วยแววตายียวน
ชาติที่แล้วเขาใช้ชีวิตเยี่ยงวัวควาย ทำงานงกๆ จนตายคาโต๊ะ
ชาตินี้เกิดใหม่ได้เป็นถึงองครักษ์เสื้อแพร
การฆ่าคนก็ไม่ผิดกฎหมาย แล้วทำไมเขาต้องทนคนอย่างมันด้วย?
เรื่องอื่นพักไว้ก่อน แต่เรื่องฝีปากเสิ่นชิงไม่ยอมแพ้ใครหน้าไหนทั้งนั้น
"หมัดมารโลหิต!"
จางเหอรวบรวมลมปราณไว้ที่สันหมัด เงาหมัดสีเลือดพุ่งเข้าใส่พวกเขา เหล่าองครักษ์เสื้อแพรโดยรอบตอบสนองรวดเร็ว เหวี่ยงตาข่ายขนาดใหญ่เข้าคลุมจางเหอ
ทว่าวิธีการนี้อาจใช้ได้ผลกับขอบเขตโฮ่วเทียนทั่วไป แต่สำหรับจางเหอที่จ่อทะลวงเข้าสู่ขอบเขตเซียนเทียนนั้น มันยังไม่เพียงพอ
จางเหอพลิ้วกายหลบหลีกตาข่ายอย่างรวดเร็วท่ามกลางแมกไม้ พุ่งตรงเข้าหาเสิ่นชิง
เสิ่นชิงแค่นเสียงขึ้นจมูก
"หมัดของเจ้าอ่อนปวกเปียกเหมือนหมัดอิสตรี"
สิ้นคำ เขาก็ซัดหมัดสวนกลับไป ความเร็วหมัดของเขาเหนือกว่าจางเหอเห็นๆ
ตูม!
จางเหอกระเด็นลิ่วด้วยหมัดธรรมดาๆ ของเสิ่นชิง ร่างกระแทกต้นไม้ใหญ่หักโค่นไปถึงสองต้น
เมื่อฝุ่นจางลง จางเหอรีบลุกขึ้นยืน แต่ท่อนแขนขวาที่สั่นระริกอย่างควบคุมไม่ได้บ่งบอกว่าการรับหมัดตรงๆ ของเสิ่นชิงนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย
จางเหอจ้องเขม็งไปที่เสิ่นชิง ในใจเต็มไปด้วยความสับสน
เหตุใดนายกองธงองครักษ์เสื้อแพรแห่งอำเภอไป๋อวิ๋นถึงได้ดุดันปานนี้? แล้วนายกองธงไม่ใช่เจ้าขยะซุนเหยียนหรอกหรือ?
แถมดูจากรัศมีพลังแล้ว มันอยู่แค่ขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นหกไม่ใช่รึ? ทำไมเรี่ยวแรงถึงได้มหาศาลเพียงนี้?
สมัยยังเป็นผู้คุ้มกันกองคาราวาน เขาเดินทางเหนือล่องใต้ สั่งสมประสบการณ์มาไม่น้อย
เขาเคยเห็นอัจฉริยะวัยยี่สิบที่สามารถต่อกรกับยอดฝีมือขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสูงสุดได้
แต่ทำไมคนระดับนั้นถึงมาอยู่ที่อำเภอไป๋อวิ๋น? แถมยังเป็นแค่นายกองธงกระจอกๆ?
วินาทีต่อมา สายตาของเขาเหลือบไปเห็นศพเฮ่อเหลียนที่แทบเท้าเสิ่นชิง ดวงตาของเขากลับมาแดงฉานอีกครั้ง
เขากัดฟันกรอด คำรามลั่น
"อัจฉริยะงั้นรึ? ชีวิตนี้ข้าไม่เอาแล้ว! วันนี้ข้าต้องทำให้เจ้าพิการให้ได้!!!"
ใบหน้าของจางเหอแดงก่ำ เขาโคจรลมปราณทะลวงจุดชีพจรหัวใจ กระตุ้นศักยภาพร่างกายถึงขีดสุด
พลักดันพละกำลัง ความเร็ว และปฏิกิริยาตอบสนองขึ้นสู่จุดสูงสุด
นี่คือวิชาลับแลกชีวิต
จากการปะทะเพียงครั้งเดียวเมื่อครู่ จางเหอตระหนักดีว่าเขาไม่อาจเอาชนะเสิ่นชิงด้วยพละกำลังได้
ทว่าเสิ่นชิงยังเด็กเกินไปและขาดประสบการณ์ ย่อมต้องมีจุดอ่อน
ถ้าพละกำลังสูงส่ง ย่อมต้องมีข้อบกพร่องด้านความเร็วและกระบวนท่า
เขาคือผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตโฮ่วเทียน แถมยังใช้วิชาลับแลกชีวิต และด้วยอายุขัยที่ยาวนาน เพลงหมัดของเขาได้บรรลุถึงขั้นสุดยอดแล้ว
แววตาของจางเหอฉายความมั่นใจ... ความได้เปรียบอยู่ที่เขา!
คิดได้ดังนั้น เขาก็พุ่งออกไปดุจหมาบ้า หมัดที่ห่อหุ้มด้วยปราณโลหิตซัดออกไป เมื่อปราณกระจายตัว เงาหมัดสีเลือดอีกสี่สายก็ก่อตัวขึ้นกลางอากาศ
เงาหมัดทั้งห้าพัวพันกันจนยากจะแยกแยะ
เหล่าองครักษ์เสื้อแพรต่างเหงื่อตก พวกเขารู้ดีว่านี่คือภาพลวงตา แต่ด้วยระดับวรยุทธ์ที่มี พวกเขาไม่อาจมองหาช่องโหว่ได้เลยแม้แต่น้อย
ทันใดนั้น เฮยโกวเหมือนนึกบางอย่างขึ้นได้จึงตะโกนลั่น
"ใต้เท้า นี่คือหมัดเงาโลหิต! สี่หมัดเป็นของปลอม หนึ่งหมัดเป็นของจริง สีเลือดของหมัดปลอมจะค่อยๆ จางลงขอรับ"
จางเหอตาเป็นประกายวูบ เขาไม่นึกว่าในที่กันดารเช่นนี้จะมีคนรู้จักหมัดเงาโลหิต แถมยังมองทะลุจุดอ่อนได้อีก
"รู้จุดอ่อนแล้วอย่างไร? มันสายไปแล้ว!"
จางเหอหัวเราะเสียงแหลม ความเร็วเพิ่มขึ้นอีกสามส่วน
เสิ่นชิงยืนนิ่ง แววตาเย็นชา
จริงอยู่ที่ไม่มีเวลามานั่งแยกแยะ
แต่จะมองออกหรือไม่ออก... มันสำคัญตรงไหน?
สายตาของเสิ่นชิงจับจ้องไปที่เงาหมัดทั้งห้า เขาโน้มตัวลงเล็กน้อย มือกระชับด้ามดาบ
"นวดวายุ"
ดาบชิงเหอเปล่งประกาย 'จิตวิญญาณ' สาดแสงสีเขียววูบวาบกลางป่า
สามดาบฟันต่อเนื่อง ราวกับจะบดขยี้สายลมอันเกรี้ยวกราด
ปัง! ปัง! ปัง! ปัง!
เงาหมัดสีเลือดทั้งสี่ถูกคมดาบฟันสลายไปสิ้น
จางเหอยืนแข็งทื่ออยู่กับที่ มือขวาของเขาถูกตัดขาดเสมอข้อมือ เลือดพุ่งกระฉูดไม่หยุด
"เป็น... เป็นไปได้อย่างไร?"
คนอายุน้อยเพียงนี้จะมีระดับวรยุทธ์ทัดเทียมเขา แถมยังเชี่ยวชาญวิชาดาบอันวิจิตรพิสดารเช่นนี้ได้อย่างไร?
ความไม่ยินยอมฉายชัดในแววตาของจางเหอ
เขาเหลืออีกเพียงก้าวเดียวก็จะถึงขอบเขตเซียนเทียนแล้ว
ขอแค่ผ่านคืนนี้ไปได้ ท้องฟ้าจะกว้างใหญ่ นกน้อยจะโบยบินอย่างอิสระ
แต่ทำไมเขาต้องมาเจอกับปีศาจอย่างเสิ่นชิงในคืนก่อนรุ่งสางด้วย?
ชั่วขณะนั้น ภาพใบหน้าของผู้คนมากมายวาบขึ้นมาในความทรงจำ
ล้วนเป็นคนที่เขาเคยสังหารไป
หรือวัฏจักรแห่งกรรมตามสนองจะมีอยู่จริง?
ขณะเดียวกัน ในป่าไม่ไกลนัก จางจื้อที่แอบซุ่มดูอยู่เบิกตากว้างมานานแล้ว
ใบหน้าของเขาเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อ
เขาไม่อาจยอมรับสถานการณ์ตรงหน้าได้
บิดาผู้ยืนอยู่บนจุดสูงสุดของขอบเขตโฮ่วเทียน กลับถูกไล่ฆ่าราวกับสุนัขตัวหนึ่ง
สายตาของเขาเลื่อนไปจับจ้องที่เสิ่นชิงผู้ยืนตระหง่านอย่างองอาจ ทันใดนั้น หัวใจของเขาก็เต้นรัวแรงราวกับกลองศึก ดังจนเขาได้ยินเสียงหัวใจตัวเอง
จางจื้อเข้าใจในทันทีว่า ต้นตอของความหวาดกลัวในค่ำคืนนี้คือเด็กหนุ่มอายุไม่ถึงยี่สิบผู้นี้นั่นเอง
"ข้าต้องรีบหนี..."
พลังอำนาจของเสิ่นชิงทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่จะคิดต่อต้าน จางจื้อถอยหลังไปสองก้าวโดยสัญชาตญาณ เตรียมจะเผ่นหนี
ทว่าในวินาทีถัดมา ร่างของจางจื้อก็แข็งทื่อ... เขาเผลอเหยียบกิ่งไม้แห้งหัก
เสียง กร๊อบ ดังสนั่นท่ามกลางป่าที่เงียบสงัด
ดึงดูดสายตาทุกคู่ให้หันมามองเขาเป็นตาเดียว
เมฆหมอกจางหาย แสงจันทร์สาดส่องลงมายังผืนป่า
ร่างของจางจื้อปรากฏชัดเจน
เสิ่นชิงหรี่ตาลง แสยะยิ้ม "ที่แท้ก็มีปลาเล็ดลอดแหไปได้ตัวหนึ่ง"
จางเหอคำรามลั่น "อาจื้อ หนีไป!"
เขากระโจนเข้าใส่เสิ่นชิงราวกับคนบ้า การเคลื่อนไหวไร้ซึ่งกระบวนท่าและรัศมีพลังที่ยอดฝีมือระดับสูงสุดพึงมี
จิตวิญญาณของเขาถูกเสิ่นชิงทำลายไปจนหมดสิ้น สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้คือถ่วงเวลาเสิ่นชิง เพื่อซื้อโอกาสให้จางจื้อหนีรอด
เสิ่นชิงแค่นเสียงเย็น แทงดาบสวนเข้าที่กลางหลังของจางเหอ ทะลุอกปักตรึงร่างเขาไว้กับพื้น
อีกด้านหนึ่ง เฮยโกวและคนอื่นๆ เคลื่อนไหวรวดเร็วปานสายฟ้า ความแข็งแกร่งของเสิ่นชิงปลุกขวัญกำลังใจของพวกเขาให้ฮึกเหิมถึงขีดสุด
และอีกส่วนหนึ่งเป็นเพราะจางจื้อกลัวจนสติแตก
เขาไม่ตอบสนองเลยเมื่อหมัดของหลินจื่อข่ายพุ่งเข้าใส่หน้า
ผัวะ!
จางจื้อกระเด็นลอยไป
อีกฟากหนึ่ง เฮยโกวกระโดดลอยตัว สับศอกเข้าเต็มใบหน้าของจางจื้อ
จากนั้นองครักษ์เสื้อแพรหลายคนก็เหวี่ยงตาข่ายคลุมร่างเขา ตามด้วยอีกนับสิบคนที่กรูกันเข้าไปรุมสกรัม หมัดและเท้าประเคนใส่ร่างจางจื้อราวกับห่าฝน
เสิ่นชิงก้มมองจางเหอแล้วยิ้มเยาะ
"เจ้ามันไร้น้ำยาจริงๆ ปกป้องอะไรได้บ้าง? เจ้าปกป้องอะไรไม่ได้สักอย่างเดียว"
ดวงตาของจางเหอแดงก่ำแทบถลน เขาพยายามเงยหน้าขึ้น แววตาเต็มไปด้วยความเคียดแค้น ตะโกนลั่น
"ไอ้องครักษ์เสื้อแพร! ข้าจะเย*..."
ยังไม่ทันสิ้นคำ เสิ่นชิงก็กระทืบเท้าลงบนใบหน้าของเขา จนกระดูกแก้มยุบลงไปเล็กน้อย ส่งเขาเข้าสู่ความสลบไสลทันที
เสิ่นชิงเก็บดาบเข้าฝัก
"พอได้แล้ว รีดข้อมูลมันออกมาให้หมด"
"ไม่ต้องยั้งมือ"
ความหมายคือ จะตายคามือระหว่างสอบสวนก็ช่างหัวมัน ขอแค่ได้ข้อมูลมาเป็นพอ
สั่งการเสร็จ เสิ่นชิงก็ลากจางเหอที่หมดสติไปตามพื้น มุ่งหน้าสู่ส่วนลึกของหุบเขา
เขาอยากรู้นักว่ามีอะไรซ่อนอยู่ข้างใน
ส่วนจางเหอผู้นี้ แม้จะบาดเจ็บสาหัสและหมดสติ แต่เสิ่นชิงก็วางใจทิ้งไว้ตรงนี้ไม่ได้
ยอดฝีมือขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสูงสุด แม้จะเจ็บหนัก ก็ยังคงเป็นยอดฝีมือระดับสูงสุดอยู่วันยังค่ำ