เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 7 : เลื่อนขั้นสู่ตำแหน่งนายกอง

บทที่ 7 : เลื่อนขั้นสู่ตำแหน่งนายกอง

บทที่ 7 : เลื่อนขั้นสู่ตำแหน่งนายกอง


ใบหน้าของซุนเหยียนบัดนี้ดำทะมึนถึงขีดสุด

ก็แค่จับตัวหลิวเฉิงเล่อคนเดียวมิใช่หรือ?

"เจ้าอยู่ขอบเขตโฮ่วเทียน ข้าเองก็เช่นกัน"

"ดาบของข้าใช่ว่าจะทื่อกว่าเจ้าเสียเมื่อไหร่"

เมื่อคิดได้ดังนั้น ซุนเหยียนก็ตะโกนก้องด้วยความเดือดดาล

"ไอ้เด็กอวดดี!"

"ทุกคนบุก! สั่งสอนไอ้เด็กจากเมืองหลวงให้รู้สำนึกเสียบ้าง!"

เสียงดาบกระบี่ถูกชักออกจากฝักดังระงม เหล่าองครักษ์ควบม้าพุ่งเข้าใส่เสิ่นชิงด้วยความเร็วสูงสุด ทว่าเสิ่นชิงที่อยู่อีกด้านกลับรวดเร็วยิ่งกว่า เขาเพียงขยับกายด้วย 'ย่างก้าวสราญรมย์' ร่างทั้งร่างก็พลันเลือนรางประดุจเงาปีศาจ

ดาบขนห่านถูกชักออกจากฝัก ประกายแสงสีเงินวาบผ่านความมืดมิดของราตรี

"ดาบคลึงวายุ!"

ฉับ!

เสียงคมดาบตัดผ่าเนื้อดังสะท้าน ม้าศึกชั้นดีตัวหนึ่งถูกเสิ่นชิงฟันขาดเป็นสองท่อน รองนายกองที่นั่งอยู่บนหลังม้าก็ถูกผ่าร่างแยกเป็นสองส่วนเช่นกัน

โลหิตสาดกระเซ็น ย้อมร่างของเสิ่นชิงจนแดงฉาน ขับเน้นกลิ่นอายความชั่วร้ายและอำมหิตให้เด่นชัดขึ้น

ในจังหวะนั้นเอง เสียงชักดาบก็ดังมาจากด้านหลัง เป็นหมาดำที่พุ่งเข้าใส่วงล้อมศัตรูโดยไม่เอ่ยปากแม้แต่คำเดียว

เหตุใดหมาดำจึงได้ชื่อว่าหมาดำ? ก็เพราะเขาดุร้ายและซื่อสัตย์ประดุจสุนัขเฝ้าบ้าน

ไม่ว่าเสิ่นชิงจะสั่งให้ทำอะไร เขาจะลงมือทันทีโดยไม่ลังเล

ถัดมา บัณฑิตและผู้เฒ่าหลี่ก็กระโจนเข้าสู่สมรภูมิเช่นกัน

ทันใดนั้น เสียงลมแหวกอากาศหวีดหวิวก็พุ่งเข้ามาจากด้านหลัง เป็นเสี่ยวปินที่แทงหอกยาวเข้ามาอย่างดุดัน

เสิ่นชิงก้าวเท้าหลบหอกนั้นได้อย่างง่ายดายด้วย 'ย่างก้าวสราญรมย์' เพียงแค่พลิกข้อมือตวัดดาบขึ้นลง มือที่เสี่ยวปินใช้กำด้ามหอกก็ถูกตัดขาดสะบั้นตั้งแต่โคน

เสิ่นชิงยื่นมือซ้ายคว้าหอกยาวที่กำลังจะร่วงลงพื้น แล้วซัดกลับไปเต็มแรง หอกนั้นพุ่งทะลุร่างองครักษ์เสื้อแพรสองนายตรึงติดกับพื้นดินทันที

[สังหารผู้ฝึกยุทธขอบเขตขัดเกลากายาขั้นเจ็ด ยินดีด้วย ท่านช่วงชิงคุณสมบัติสำเร็จ: ขี้เมา (สีเขียว)]

เสิ่นชิงเลิกคิ้วขึ้นเล็กน้อย ดวงของเขานับว่าไม่เลว สังหารลูกกระจ๊อกก็ยังได้คุณสมบัติมาครอง

ดวงตาของซุนเหยียนแดงฉานปานจะถลน เขาจะปล่อยให้เสิ่นชิงไล่ฆ่าคนของเขาฝ่ายเดียวแบบนี้ไม่ได้

นี่มันผ่านไปนานเท่าไหร่กัน? รองนายกองสามคนกับนายหมู่หนึ่งคน ถูกสังหารไปเรียบร้อยแล้ว

ไม่ใช่ว่าซุนเหยียนจะรักใคร่ลูกน้องอะไรนักหนา แต่หากปล่อยให้เป็นเช่นนี้ต่อไป ฝ่ายเขาจะต้องพ่ายแพ้แน่

"เสิ่นชิง หยุดเดี๋ยวนี้! หากเจ้ามีฝีมือจริง ก็เข้ามาเจอกับข้า!"

ซุนเหยียนผลักรองนายกองที่ขวางทางอยู่ออกไป แล้วกระทืบเท้าพุ่งทะยาน ปล่อยหมัดใส่เสิ่นชิงสุดแรง

เสิ่นชิงปรายตามองซุนเหยียน ก่อนจะพลิกมือคว้าข้อมือของอีกฝ่ายไว้ แล้วออกแรงกระชากวูบ ร่างของซุนเหยียนถูกเหวี่ยงลอยขึ้นกลางอากาศ ก่อนจะถูกเสิ่นชิงฟาดลงกับพื้นอย่างรุนแรงจนแผ่นอิฐแตกกระจาย หลังจากจับฟาดซ้ำๆ อีกหลายครั้ง เสิ่นชิงก็หิ้วคอเสื้อของซุนเหยียนขึ้นมา

"ให้เข้าไปเจอเจ้า? ก็แค่ทางผ่านเท่านั้นแหละ"

ใบหน้าของซุนเหยียนในยามนี้เต็มไปด้วยเลือดและฝุ่นโคลน กระดูกทั่วร่างหักสะบั้นไปเกือบหมด

"เจ้าเป็นใครกันแน่? ทำไมต้องจองล้างจองผลาญข้า..."

"จองล้างจองผลาญ? ตอนที่เจ้าวางแผนเล่นงานข้า ทำไมเจ้าไม่คิดบ้างว่าเจ้าจะปล่อยข้าไปหรือไม่?"

เมื่อสัมผัสได้ว่าพลังชีวิตกำลังไหลออกไปเรื่อยๆ ซุนเหยียนก็เริ่มหวาดกลัวจับใจ

"เสิ่นชิง... ไว้ชีวิตข้าเถอะ ข้ายินดีมอบตำแหน่งนายกองให้เจ้า... เงินทองทั้งหมดของข้า ข้าก็จะยกให้เจ้า..."

เสิ่นชิงแสยะยิ้ม

"ตำแหน่งนายกอง? ข้าจับคนของลัทธิมังกรขาวได้ ทั้งยังสังหารคนทรยศ ข้ายังต้องรอให้เจ้ามอบตำแหน่งนายกองให้อีกหรือ?"

"ส่วนเงินทอง? หากข้าฆ่าเจ้าเสีย มันก็ตกเป็นของข้าอยู่ดีมิใช่หรือ?"

ในสายตาของซุนเหยียน รอยยิ้มของเสิ่นชิงช่างดูเย็นยะเยือกจับขั้วหัวใจ เขานึกเสียใจนัก เสียใจที่ตนเองโลภมากไม่รู้จักพอ

"ประโยคเดียว"

"เงินข้าก็จะเอา ตำแหน่งนายกองข้าก็จะรับไว้ และชีวิตของเจ้า... ก็เป็นของข้าเช่นกัน!"

สิ้นคำ ศีรษะของซุนเหยียนก็ถูกเสิ่นชิงบีบจนแหลกละเอียดท่ามกลางสายตาของทุกคน

เมื่อซุนเหยียนสิ้นชีพ องครักษ์เสื้อแพรที่เหลือก็หมดสิ้นกำลังใจในการต่อสู้ เพียงแค่ชั่วจิบชา พวกมันทั้งหมดก็ถูกสังหารและได้รับบาดเจ็บจนหมดสภาพ

กลุ่มองครักษ์เสื้อแพรของเสิ่นชิงยืนอยู่ท่ามกลางกองเลือด มองดูศพของเสี่ยวปินและหวงเค่อที่ถูกฟันจนยับเยิน แล้วหันไปมองร่างไร้หัวของซุนเหยียน

ใบหน้าของทุกคนเต็มไปด้วยความไม่อยากเชื่อ

บัณฑิตนวดขมับตัวเองเบาๆ "ผู้เฒ่าหลี่ นี่เรื่องจริงรึ? ข้ารู้สึกเหมือนกำลังฝันไป"

เหล่าองครักษ์ทุกคนต่างมีความรู้สึกเช่นเดียวกัน

ผู้เฒ่าหลี่ยื่นมือไปแตะดาบที่เปื้อนเลือด "ไม่ใช่ฝันหรอก ดาบยังเย็นเยียบ และเลือดยังอุ่นๆ อยู่เลย"

"สรุปคือ... เช้ากวาดล้างพรรคสี่นที เย็นถล่มบ้านตระกูลหวง เที่ยงคืนบีบคอนายกอง? แถมยังตามหาเงินที่ถูกปล้นเจอ แล้วยังทลายฐานที่มั่นของลัทธิมังกรขาวได้อีกงั้นรึ?"

เหล่าองครักษ์กลืนน้ำลายลงคออึกใหญ่ เรื่องจริงเกิดขึ้นตรงหน้า แต่กลับให้ความรู้สึกเหมือนฝันกลางวัน

เรื่องวีรกรรมแบบนี้ หากตอนแก่ตัวไปเล่าให้ลูกหลานฟัง เด็กๆ คงทำหน้าเหม็นเบื่อแล้วถามว่า

"ปู่ขี้โม้หรือเปล่า?"

เสิ่นชิงมองศพไร้หัวของซุนเหยียนด้วยสายตาดูแคลนเล็กน้อย เป็นถึงยอดฝีมือขอบเขตโฮ่วเทียนขั้นสี่ แต่กลับไม่มีคุณสมบัติหล่นให้เก็บสักอย่าง

น่าขายหน้าชะมัด!

เสิ่นชิงหันกลับไปมองเหล่าลูกน้องที่กำลังซุบซิบกัน

"พวกเจ้ารู้จักคนที่นอนกองอยู่บนพื้นพวกนี้หรือไม่?"

บัณฑิต หลินจื่อข่าย และคนอื่นๆ มองหน้ากัน

"รู้จักขอรับ แค่คาดไม่ถึงว่าเพื่อนร่วมงานที่คบหากันมาหลายปี จะแอบเข้าร่วมลัทธิมังกรขาวกันหมด"

เสิ่นชิงเดินมุ่งหน้ากลับเข้าไปในที่ทำการ "ในเมื่อรู้จัก แล้วจะมัวยืนบื้อเป็นไก่ตาแตกอยู่ทำไม? ไปค้นบ้านพวกมันสิ!"

"พวกนายหมู่ รองนายกอง หรือพวกลิ่วล้อพวกนี้ ไม่ต้องลงบัญชีหลวงหรอก ตามสืบไปก็ยุ่งยากเปล่าๆ"

"รีบหน่อย จัดการให้เสร็จก่อนรุ่งสาง"

ทุกคนชะงักไปชั่วครู่ ก่อนที่ความปีติยินดีอย่างบ้าคลั่งจะระเบิดออกมา กวาดล้างความกังวลก่อนหน้านี้ไปจนหมดสิ้น

ไม่ลงบัญชีหลวง... นั่นหมายความว่า ใครค้นเจออะไรก็เก็บไว้ได้เลย

ไม่ต้องพูดถึงพวกรองนายกอง แค่บ้านของเสี่ยวปินกับหวงเค่อ ทรัพย์สินย่อมมีไม่น้อยแน่นอน

เหล่าองครักษ์เสื้อแพรต่างโห่ร้องราวกับคนบ้า

"ท่านเสิ่นจงเจริญ!"

"ท่านเสิ่นสุดยอดที่สุด!"

"ท่านเสิ่น ท่านคือพ่อบังเกิดเกล้าของข้า!"

...

ราชวงศ์ต้าอู่ มณฑลอู๋หยาง เมืองหลวง

พระราชวังหลวง อุทยานหลวง

ละอองฝนโปรยปรายแผ่วเบา หมอกสีขาวลอยอ้อยอิ่งเหนือผิวน้ำในทะเลสาบ

จักรพรรดินี 'จูหลิงเยว่' ประทับนิ่งอยู่บนศาลากลางน้ำ ใบหน้าเปี่ยมด้วยสง่าราศี

ขันทีชราเดินผ่านวงล้อมของทหารรักษาพระองค์ นำฎีกาฉบับหนึ่งมาวางไว้ข้างกายของจูหลิงเยว่

"ฝ่าบาท ฎีกาด่วนจากสำนักปราบปรามเมืองลั่วสุ่ย แขวงหย่งหนิงพ่ะย่ะค่ะ"

จูหลิงเยว่ไม่ได้ลืมตาขึ้น

"อ่าน"

"น้อมรับพระบัญชา"

"จากฉินชวน ผู้บัญชาการสำนักปราบปรามแขวงหย่งหนิง..."

"วันที่เก้าเดือนห้า พบสมาชิกลัทธิมังกรขาวกว่าสิบคนทางทิศตะวันออกของเมืองลั่วสุ่ย แขวงหย่งหนิง ได้ทำการประหารชีวิตทั้งหมดแล้ว"

"วันที่สามสิบเดือนห้า นายหมู่เสิ่นชิง แห่งอำเภอไป๋อวิ๋น แขวงหย่งหนิง ได้พบร่องรอยของเศษเดนลัทธิมังกรขาว..."

...ขันทีชราอ่านรายงานทุกตัวอักษรจนจบ

จูหลิงเยว่ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เผยให้เห็นดวงเนตรสีทองอำพัน

"ลัทธิมังกรขาวช่างดื้อด้านนัก"

"ทว่า... ชื่อเสิ่นชิงนี้ ฟังดูคุ้นหูพิกล"

ขันทีชรารีบก้มศีรษะลงต่ำ "ฝ่าบาททรงลืมไปแล้ว เขาคือคุณชายสามแห่งจวนสกุลเสิ่นพ่ะย่ะค่ะ"

"อ้อ... เขานั่นเอง มิน่าเล่า ถึงวัยที่ตระกูลเสิ่นจะส่งลูกหลานออกไปฝึกฝนแล้วสินะ"

"แต่เหตุใดถึงต้องไปไกลถึงแขวงหย่งหนิง แถมยังมาเข้าร่วมกับหน่วยองครักษ์เสื้อแพรของข้าอีก?"

"แต่ฝีมือของเขาก็นับว่าไม่เลวทีเดียว"

ขันทีชราสงบปากคำ เพียงยืนฟังอยู่อย่างเงียบเชียบ

"ช่างเถอะ ปล่อยให้เขาก่อเรื่องตามใจชอบไปเถอะ"

ขันทีชราลังเลอยู่ครู่หนึ่งก่อนจะเอ่ยปาก

"ฝ่าบาท จะปล่อยเขาไปจริงๆ หรือพ่ะย่ะค่ะ? คนที่มาจากตระกูลเสิ่น ล้วนแต่เป็นตัวก่อเรื่องทั้งนั้น"

"ไม่เป็นไรหรอก ราชวงศ์ต้าอู่ของข้า จะต้องเกรงกลัวแค่เสิ่นชิงคนเดียวก่อเรื่องเชียวรึ?"

"ปล่อยเขาไป"

...

สามวันต่อมา เอกสารแต่งตั้งเดินทางมาถึงจากเมืองลั่วสุ่ย พร้อมกับชุดคลุมลายปลาบินสีดำหนึ่งชุด

เสิ่นชิงได้รับการเลื่อนขั้นเป็น 'นายกอง' อย่างเป็นทางการ

ส่วนรางวัลอื่นๆ จะตามมาถึงในอีกไม่กี่วันข้างหน้า

เสิ่นชิงผลัดเปลี่ยนอาภรณ์สวมชุดคลุมลายปลาบินสีดำขลับ แล้วมองดูเงาสะท้อนของตนในกระจกทองแดง

เขามีรูปร่างสูงแปดฉื่อ เอวสอบ ไหล่กว้าง ขาแข็งแกร่งทรงพลัง

เมื่อเขาเดินก้าวพ้นประตูใหญ่ กลุ่มองครักษ์เสื้อแพรที่รออยู่ด้านนอกก็ตะโกนกึกก้อง

"ยินดีด้วยขอรับใต้เท้าเสิ่น! คารวะใต้เท้าเสิ่น!"

ประทัดถูกจุดขึ้นที่หน้าประตู ชั่วขณะนั้นที่ทำการนายกองดูคึกคักยิ่งกว่าช่วงเทศกาลปีใหม่เสียอีก

เสิ่นชิงยิ้มกว้าง "วันนี้ข้าอารมณ์ดี หมาดำ ไปจองโต๊ะที่เหลาซุ่ยซง"

"วันนี้ค่าใช้จ่ายทั้งหมดในร้าน ข้าเสิ่นชิงจะเป็นคนจ่ายเอง!"

ทันใดนั้น ฝูงชนที่ตื่นเต้นอยู่แล้วก็ยิ่งฮึกเหิมขึ้นไปอีก

"ใต้เท้าเสิ่นใจปล้ำที่สุด!"

นับจากวันนี้เป็นต้นไป ผู้กุมอำนาจดูแลกิจการต่างๆ ในอำเภอไป๋อวิ๋น คือคนแซ่เสิ่น

แต่นี่ยังไม่ใช่จุดสิ้นสุด

สักวันหนึ่ง ผู้กุมอำนาจเหนือราชวงศ์ต้าอู่... ก็จะต้องเป็นคนแซ่เสิ่นเช่นกัน

แซ่เสิ่น... ของเสิ่นชิง

จบบทที่ บทที่ 7 : เลื่อนขั้นสู่ตำแหน่งนายกอง

คัดลอกลิงก์แล้ว