บทที่ 43: ว่านหง
บทที่ 43: ว่านหง
ระหว่างทางไปยังห้องทำงานของผู้อำนวยการ
หานเยียนหลิงพลันเอ่ยขึ้น “เงินก้อนนี้ของตระกูลหวัง ให้ฉันยืมก่อนได้ไหม... แล้วจะรีบคืนให้ทีหลัง...”
ในใจเธอรู้สึกประหม่าเล็กน้อย สำหรับคนที่ใช้ชีวิตมาถึงสองชาติภพ นี่เป็นครั้งแรกที่เธอต้องเอ่ยปากขอยืมเงินจากใคร
ซูเซวียนกลับทำท่าทีไม่ใส่ใจ พูดสวนขึ้นมาว่า “ไม่เป็นไรครับ เอาไปใช้เถอะ”
เขารู้ดีว่าถึงตระกูลหวังจะยิ่งใหญ่และร่ำรวย แต่จะยอมควักเงินจ่ายง่ายๆ ได้อย่างไร?
เหตุผลหลักที่เขาทำเช่นนี้ก็เพื่อตัดปัญหาความวุ่นวายที่จะตามมา จะได้ไม่ต้องเจอเรื่องน่ารำคาญประเภทที่พอจัดการตัวเล็กไปแล้วตัวใหญ่ก็โผล่มา พอจัดการตัวใหญ่ไปแล้วตัวแก่ก็โผล่มาอีก
บางครั้ง การสร้างบารมีก็เป็นเรื่องง่ายๆ แค่ไม่โชว์พลัง ก็ต้องโชว์เงิน
หรือถ้าจะให้ดี ก็โชว์มันทั้งสองอย่างไปเลย
“เรื่องเมื่อครู่... ความหมายของฉันคือ...” หานเยียนหลิงที่เดินนำอยู่ด้านหน้า ใบหน้าหมดจดของเธอขึ้นสีแดงระเรื่อ น้ำเสียงยังคงความเย็นชา
สิ่งที่เธอต้องการจะสื่อก็คือ แม้เขาจะเป็นพ่อบ้าน แต่เธอจะไม่จำกัดอิสรภาพของเขา
ซูเซวียนชิงพูดตัดบทอย่างตรงไปตรงมา “ผมเข้าใจ ไม่ต้องอธิบายหรอกครับ”
“สิ่งที่คุณสนใจไม่ใช่ตัวผม”
“แต่เป็นเงินของผม!”
หานเยียนหลิง: “??????”
......
ผู้อำนวยการฉีเชิญหานเยียนหลิงเข้ามาในห้องรับรองอันกว้างขวาง
“นักเรียนหาน มีธุระอะไรรึเปล่า?”
หานเยียนหลิงเข้าประเด็นทันที
“ผอ.คะ ท่านพอจะมีช่องทางติดต่อคุณว่านหงไหมคะ? คนที่อยู่สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยหลงหัวน่ะค่ะ”
หากไม่ได้พาซูเซวียนมาด้วย เธอคงไม่กล้าเอ่ยปากถามตรงๆ แบบนี้
เหมือนกับเมื่อเช้าที่เจอ “บาทาคลั่ง” แม้ในชาติที่แล้วจะถือว่าเป็นลูกน้องคนสนิท แต่ชาตินี้เธอก็ยังไม่รู้ว่าจะเริ่มต้นทักทายอย่างไรดี
สถาบันวิจัยส่วนใหญ่ในเก้าอาณาเขตมักจะตั้งอยู่ในสถาบันการศึกษาระดับสูงสุดของเขตนั้นๆ
และเพื่อป้องกันการรบกวน รัฐบาลกลางและมหาวิทยาลัยจึงเป็นผู้สนับสนุนเงินทุนวิจัยโดยตรง
โครงการวิจัยส่วนใหญ่ล้วนเป็นความลับระดับสูง
ดังนั้น การจะติดต่อกับนักวิจัยภายในจึงเป็นเรื่องที่ยากมาก
ผู้อำนวยการฉีครุ่นคิดอยู่ครู่หนึ่ง “มีสิ แต่เธอก็รู้กฎนี่ คนนอกไม่ได้รับอนุญาตให้ติดต่อคนของสถาบันวิจัยโดยตรง”
ว่านหงเป็นนักวิจัยผู้มีพรสวรรค์สูงส่งคนหนึ่ง
สถานการณ์ของเธอในตอนนั้นคล้ายคลึงกับซูเซวียน
เพียงแต่ในตอนนั้น ผู้อำนวยการฉียังมีอำนาจในโรงเรียนค่อนข้างมาก
เขาจึงช่วยต้านทานกระแสคัดค้าน ทำให้ว่านหงเรียนจบชั้นมัธยมปลายสายศิลป์ได้สำเร็จ จนในที่สุดเธอก็สอบเข้ามหาวิทยาลัยหลงหัวได้ด้วยคะแนนอันดับหนึ่งของสายศิลป์
เธอทุ่มเทให้กับการศึกษาด้านวัสดุศาสตร์โลหะผสมจากสัตว์อสูร และก็ประสบความสำเร็จไม่น้อย
ด้วยนิสัยเก็บตัวและอารมณ์ร้อนของเธอ ทำให้ไปล่วงเกินพวกชนชั้นสูงเข้าหลายคน
จึงถูกส่งไปอยู่ห้องวิจัยเล็กๆ ที่ไม่ค่อยมีความสำคัญ
แต่ทุกเทศกาลเธอก็ยังส่งของขวัญมาให้เขาเสมอ
การให้ช่องทางติดต่อไว้ ก็ถือเป็นการตอบแทนบุญคุณอย่างหนึ่งของเธอ ซึ่งเขาเองก็ไม่เคยใช้มันเลย
หานเยียนหลิงพยักหน้า ‘มาถูกคนแล้วจริงๆ เรื่องคงจะง่ายขึ้นเยอะ’
เดิมทีเธอตั้งใจว่าจะรอให้เข้ามหาวิทยาลัยได้ก่อนแล้วค่อยติดต่อ แต่ตอนนี้สถานการณ์ไม่เอื้ออำนวยแล้ว
เธอต้องรีบผลักดันการวิจัยซากสัตว์อสูร เพื่อเร่งความก้าวหน้าทางวิทยาศาสตร์ของมนุษยชาติ
“ผอ.คะ รบกวนช่วยถามเธอหน่อยได้ไหมคะ ว่าต้องการซากสัตว์อสูรระดับหายากสภาพสมบูรณ์... สองตัวหรือเปล่า”
หัวใจของผู้อำนวยการฉีเต้นระรัว ที่แท้วัตถุดิบสัตว์อสูรระดับหายากสภาพสมบูรณ์ที่กำลังเป็นข่าวลือกระฉ่อนในวันนี้ ก็อยู่ที่ตระกูลหานนี่เอง!
การวิจัยของลูกศิษย์คนนั้นกำลังติดขัดอยู่พอดี
เขาหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาทันทีแล้วกดโทรออกไปยังเบอร์หนึ่ง
“ตู้ด... ตู้ด... ตู้ด...”
ปลายสายพลันมีเสียงหงุดหงิดดังขึ้น “ตาแก่ฉี! โทรมามีอะไร? ฉันกำลังยุ่งกับงานวิจัยอยู่...”
ผู้อำนวยการฉีได้แต่ฝืนยิ้มแห้งๆ ลูกศิษย์คนนี้ปากไม่มีหูรูดเอาเสียเลย คิดจะพูดเรื่องความคืบหน้าของงานวิจัยผ่านโทรศัพท์แบบนี้ได้ยังไง
ถ้าข้างๆ เขามีสายลับจากเขตอื่นอยู่ ความลับคงรั่วไหลไปหมดแล้ว เขารีบพูดแทรก “ว่านหง วัตถุดิบสัตว์อสูรระดับหายาก เอาไหม?”
เสียงศัพท์เทคนิคที่พรั่งพรูออกมาจากปลายสายหยุดชะงักกึก ก่อนจะเปลี่ยนเป็นน้ำเสียงร้อนรน
“ขั้นไหน? คุณภาพระดับไหน? สูงไปก็ไม่ได้นะ เครื่องมือรับไม่ไหว ต่ำไปก็ใช้การไม่ได้ ความเข้มข้นมันน้อยเกินไป”
หานเยียนหลิงจึงพูดเสริมขึ้น “เสือดาวผลึกทมิฬระดับหายากขั้น 2 สภาพสมบูรณ์แบบ และกวางปีศาจเขาขาวระดับหายากขั้น 3 สภาพสมบูรณ์แบบค่ะ”
“อะไรนะ?! สภาพสมบูรณ์แบบเหรอ? อยู่ที่ไหน ฉันจะเอา...” ทันใดนั้นสายก็ถูกตัดไป
วินาทีต่อมา มีวิดีโอคอลโทรเข้ามาแทน
ผู้อำนวยการฉีกดรับสาย หน้าจอโทรศัพท์ก็สว่างขึ้น
ใบหน้าตื่นเต้นของว่านหงปรากฏขึ้นเต็มจอ แว่นตากรอบบางของเธอมีคราบมันเกาะอยู่เล็กน้อย ผมสีน้ำตาลเกาลัดยุ่งเหยิง มีปอยผมตกลงมาปรกหน้าผากเป็นระยะ
แม้จะเข้าสู่วัยกลางคนแล้ว แต่ผิวพรรณของเธอยังคงดูดี ทว่าประโยคแรกที่หลุดจากปากกลับทำเอาคนทั้งสามในห้องถึงกับงงเป็นไก่ตาแตก
“เอ๊ะ? ตาแก่ฉี ลูกนอกสมรสแกสวยขนาดนี้เลยเหรอ?”
“ไม่เห็นจะสมหลักวิทยาศาสตร์ตรงไหนเลย”
ผู้อำนวยการฉีโกรธจนหน้าแดงก่ำ เรื่องที่กำชับนักหนากลับถูกเธอเอามาพูดพล่อยๆ “ว่านหง! ฉันบอกไปกี่ครั้งแล้วว่าข้าวจะกินมั่วซั่วแค่ไหนก็ได้ แต่คำพูดจะพูดมั่วซั่วไม่ได้!”
“นี่คือคุณหนูหานเยียนหลิง บุตรสาวสายตรงของตระกูลหาน วัตถุดิบสัตว์อสูรอยู่ที่เธอ”
ว่านหงทำหน้าเจื่อน เมื่อครู่เธอตื่นเต้นเกินไปหน่อย เลยเผลอลืมตัวไปสนิท
แต่แล้วสีหน้าของเธอก็กลับมาเย็นชาดังเดิม “เท่าไหร่? บอกไว้ก่อนนะว่างบวิจัยของพวกเรามีไม่มาก”
วัตถุดิบที่ตกไปอยู่ในมือของตระกูลใหญ่แล้ว กว่าจะวนกลับมาถึงสถาบันวิจัยได้ ก็ต้องเสียทั้งเงินและแต้มอีกมหาศาล
งบประมาณอันน้อยนิดของเธอไม่มีทางพอจ่ายแน่นอน
ที่สำคัญกว่านั้นคือ ประสิทธิภาพการส่งข่าวภายในสถาบันวิจัยนั้นต่ำเตี้ยเรี่ยดินมาก
กว่าข่าวเรื่องวัตถุดิบจะมาถึงหูพวกเขา ของก็ถูกขายไปแล้ว หรือไม่ก็ถูกปั่นราคาจนสูงลิบลิ่ว
เธอเคยร้องเรียนเรื่องนี้ไปหลายครั้ง แต่ก็ไม่เคยได้รับการตอบสนอง
“เสือดาวผลึกทมิฬ 5 ล้าน”
“กวางปีศาจเขาขาว 10 ล้าน”
หานเยียนหลิงเสนอราคาไปตรงๆ ซึ่งเป็นราคาที่ต่ำกว่าราคาประมูลอยู่ไม่น้อย
แต่เธอไม่สนใจ สิ่งที่เธอให้ความสำคัญมากกว่าคือการเร่งรัดงานวิจัยวัสดุโลหะผสมระดับ A ให้สำเร็จ เพื่อเตรียมรับมือกับคลื่นสัตว์อสูรที่กำลังจะมาถึง
ว่านหงเริ่มลังเล ราคานี้ต่ำกว่าที่เธอคาดไว้มากโข
ถึงอย่างนั้น งบของเธอก็ยังไม่พออยู่ดี จำเป็นต้องรวบรวมเงินจากห้องวิจัยอื่นมาซื้อ
“ฉัน... ฉันต้องไปปรึกษากับคนอื่นก่อน”
หานเยียนหลิงขมวดคิ้วเล็กน้อย ไม่คิดว่างบวิจัยของว่านหงจะขาดแคลนถึงเพียงนี้ “อีกสามวันฉันจะส่งวัตถุดิบไปให้ มีเงินเท่าไหร่ก็จ่ายมาก่อนได้ค่ะ”
“แต่ฉันมีเงื่อนไขข้อหนึ่ง ผลงานวิจัยที่ได้ ฉันต้องมีสิทธิ์ในการใช้งานเป็นคนแรก”
ว่านหงดีใจจนเนื้อเต้น เงื่อนไขนี้ยอดเยี่ยมมาก แค่มีวัตถุดิบอยู่ในมือ เธอก็สามารถไปต่อรองกับห้องวิจัยอื่นได้ แถมยังไม่ผิดกฎระเบียบอีกด้วย
ที่สำคัญที่สุดคือ เธอจะสามารถกุมอำนาจในการวิจัยไว้ได้เป็นส่วนใหญ่
แม่หนูคนสวยที่สวยผิดหลักวิทยาศาสตร์คนนี้... คุยง่ายขนาดนี้เลยเหรอ?
คงไม่ได้คิดจะหลอกลวงกันหรอกนะ
“งั้นฉันต้องเห็นของก่อน...”
หานเยียนหลิงไม่เข้าใจ เรื่องเสือดาวผลึกทมิฬกับกวางปีศาจเขาขาวของเธอกลายเป็นข่าวดังไปทั่วอินเทอร์เน็ตขนาดนั้น
ทำไมสถาบันวิจัยที่ควรจะให้ความสนใจมากที่สุดกลับไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ประสิทธิภาพการส่งข่าวแบบนี้... ต้องมีเงื่อนงำอะไรบางอย่างแน่ๆ
“คุณลองค้นหาคำว่า ‘เสือดาวผลึกทมิฬ’ กับ ‘กวางปีศาจเขาขาว’ ดูสิคะ ในเน็ตมีรูปเต็มไปหมด”
ว่านหงรีบหันไปเปิดคอมพิวเตอร์ข้างกาย ป้อนรหัสผ่านยาวเหยียด แล้วกรอกแบบฟอร์มคำร้องอีกหลายฉบับ
กว่าจะจัดการเรื่องวุ่นวายเสร็จ เวลาก็ผ่านไปเกือบครึ่งชั่วโมง
ในขณะเดียวกัน ซูเซวียนก็กำลังจ้องมองหน้าต่างระบบของตนเอง
เขาที่ยืนอยู่ข้างกาย ‘พาวเวอร์แบงค์พลังวิญญาณรุ่นเศรษฐีนี’ กำลังดูดซับพลังวิญญาณจากผลึกวิญญาณขั้น 4 อย่างบ้าคลั่ง
วัตถุดิบจะขายได้เท่าไหร่เขาไม่ค่อยสนใจนัก เพราะการขายให้สถาบันวิจัยก็ได้รับแต้มเช่นกัน ซึ่งเป็นแต้มที่สามารถใช้ร่วมกับสมาคมผู้ฝึกยุทธได้
ระดับ: ผู้ฝึกยุทธขั้น 3
พรสวรรค์: 【จิตวิญญาณ】 (หนึ่งเดียว)
พลังวิญญาณ: 2423/10000
ทักษะยุทธ์: ย่างก้าวเหยียบคลื่นระดับ D (ขั้นสมบูรณ์แบบ), ฝ่ามือคลื่นซ้อนระดับ C (ขั้นสมบูรณ์แบบ), ดัชนีคลื่นซ้อนระดับ C (ขั้นสมบูรณ์แบบ), เพลงดาบคลั่งผ่าคลื่นซ้อนระดับ A (ขั้นความสำเร็จเล็ก)
ผลึกวิญญาณ: ผลึกวิญญาณขั้น 3 * 2, ผลึกวิญญาณขั้น 4 * 1
ทรัพย์สิน: 34.82 ล้าน (เหรียญมนุษย์มิติต่ำ)
เงินส่วนที่เพิ่มขึ้นมาได้มาจากการขายซากกวางปีศาจเขาแดง 5 ตัว
ซูเซวียนเปิดโทรศัพท์มือถือขึ้นมา
แอปสมาคมผู้ฝึกยุทธ
แต้มของฉัน: 145 แต้ม