- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 44: นับถอยหลัง 1 วัน!
บทที่ 44: นับถอยหลัง 1 วัน!
บทที่ 44: นับถอยหลัง 1 วัน!
แต้มสะสมในสมาคมผู้ฝึกยุทธของเขาตอนนี้มีอยู่: 145 แต้ม
สัตว์อสูรขั้น 1: 1 แต้ม
สัตว์อสูรขั้น 2: 5 แต้ม
สัตว์อสูรขั้น 3: 25 แต้ม
แต่ทักษะยุทธ์ระดับ D เพียงวิชาเดียวก็ต้องใช้ถึง: 500 แต้ม
เกณฑ์ขั้นต่ำในการแลกอุปกรณ์โลหะผสมระดับ D คือ: 1,000 แต้ม!
นี่แทบจะเป็นเพดานสูงสุดสำหรับผู้ฝึกยุทธขั้น 3 แล้ว
ดังนั้นของรางวัลจากการประลองยุทธ์หน้ากากจึงถือว่าเย้ายวนใจอย่างที่สุด
ทักษะยุทธ์เพลงหอกระดับ B: 【หอกเก้าสังหาร】 ราคาแลกเปลี่ยน: 4,500 แต้ม!
แต่ทว่า เพลงดาบที่ซูเซวียนบรรลุกลับไปถึงระดับ A แล้ว!
‘เป็นไปได้ไหมว่าพลังคลื่นซ้อนจะสามารถผสานเข้ากับทักษะยุทธ์อื่นได้ดียิ่งขึ้นไปอีก?’
พอซูเซวียนคิดถึงตรงนี้ ในใจก็อดเต้นระรัวด้วยความตื่นเต้นไม่ได้
ทักษะยุทธ์ระดับ A สมาคมผู้ฝึกยุทธไม่มีขาย!
ทักษะยุทธ์ระดับ A ต้องใช้แต้มถึง 1 แสนแต้ม ความยากในการหาแต้มมหาศาลขนาดนี้ก็แทบจะบอกเป็นนัยๆ แล้วว่า...
ไม่มีทางเป็นไปได้
......
“เชี่ย! เจ๋งชะมัด”
ว่านหงที่ในที่สุดก็ได้เห็นชิ้นส่วนสัตว์อสูรถึงกับตื่นเต้นจนเก็บอาการไม่อยู่ วัสดุระดับสุดยอดเช่นนี้ สถาบันวิจัยต้องคว้ามาให้ได้!
ความคืบหน้าในการวิจัยของเธอจะต้องก้าวกระโดดไปอีกขั้นแน่ๆ
เธอนับเป็นคนท้ายๆ ที่รู้ข่าวนี้เลยก็ว่าได้
‘แม่สาวสวยคนนี้คือเทพธิดาแห่งโชคลาภของฉันชัดๆ’
“รีบเซ็นสัญญาผ่านวิดีโอเร็วเข้า”
ว่านหงรัวนิ้วพิมพ์สัญญาอิเล็กทรอนิกส์อย่างรวดเร็ว แล้วส่งไปให้ผู้อำนวยการฉี
ผู้อำนวยการฉียื่นโทรศัพท์มือถือให้กับหานเยียนหลิง
“ติ๊ด! การจดจำใบหน้าไม่ผ่าน”
ผู้อำนวยการฉีและว่านหงถึงกับตะลึงงัน เกิดอะไรขึ้น?
การจดจำใบหน้าก็มีล้มเหลวด้วยหรือ?
วินาทีต่อมา พลันเห็นหานเยียนหลิงหันหลังกลับ ยกโทรศัพท์ขึ้น แล้วแย้มยิ้มกว้างอย่างสดใส
“ติ๊ด! การยืนยันตัวตนผ่าน!”
ว่านหงที่อยู่อีกฝั่งของวิดีโอถึงกับตาพร่า ใบหน้าแดงก่ำ
เจ๊เกิดมาทั้งชีวิตยังไม่เคยเห็นรอยยิ้มที่งดงามจับใจขนาดนี้มาก่อนเลย!
หานเยียนหลิงถึงกับจนคำพูด
ตอนที่บันทึกใบหน้าเข้าระบบ เจ้าหน้าที่บอกให้เธอยิ้มหน่อย จะได้ดูสวย
ตั้งแต่นั้นมาระบบก็เหมือนจะรวนไปเลย
ทุกครั้งที่ยืนยันตัวตนด้วยใบหน้า ต้องยิ้มเท่านั้นถึงจะผ่าน
ดูเหมือนระบบจะคิดว่า ตอนยิ้มกับไม่ยิ้มเป็นคนละคนกัน
ซูเซวียนเองก็รู้สึกว่าหัวใจเต้นโครมครามรุนแรง จนเกือบจะทำให้เกราะหัวใจไทเทเนียมอัลลอยแหลกละเอียด
จังหวะที่เธอยิ้มเมื่อครู่...
มันหันมาทางเขาพอดีเป๊ะ
เกราะไทเทเนียมอัลลอยกำลังถูกทดสอบถึงขีดจำกัดอีกครั้ง
ยังดีที่เธอหุบยิ้มเร็ว
‘คราวหน้าต้องถามว่านหงหน่อยแล้ว ว่ามีวัสดุอะไรที่แข็งแกร่งกว่าไทเทเนียมอัลลอยอีกไหม’
มีเพียงผู้อำนวยการฉีที่ไม่เห็นอะไรเลย เขากำลังดูสัญญาอย่างจริงจัง:
“นักเรียนหาน เธอเซ็นตกหล่นไปหรือเปล่า ทำไมถึงมีแค่ฉบับเดียวล่ะ”
ว่านหงก็ขมวดคิ้ว ที่สำคัญที่สุดก็คือสัตว์อสูรระดับหายากขั้น 3 ตัวนี้แหละ
มันจะช่วยให้งานวิจัยของเธอก้าวกระโดดไปได้อีกไกล
แถมสัญญานี้ยังเชื่อมต่อกับเครือข่ายทั่วทั้งเขต มันจะระบุวัสดุที่เป็นทรัพย์สินภายใต้ชื่อบุคคลโดยอัตโนมัติ ถ้าไม่เซ็นก็หมายความว่าเธอไม่มีวัสดุชิ้นนี้
‘เวรแล้ว หรือว่าจะหลอกฉัน’ ว่านหงเริ่มร้อนรน:
“นี่! หน้าตาก็สวย อย่ามาหลอกกันสิยะ กวางปีศาจเขาขาวทำไมถึงไม่เซ็นล่ะ?”
หานเยียนหลิงไม่พูดอะไร เพียงยื่นโทรศัพท์ไปทางซูเซวียนที่ทำตัวจืดจางอยู่ข้างๆ “ตานายแล้ว”
ซูเซวียนรับโทรศัพท์มา “ติ๊ด! การยืนยันตัวตนผ่าน เซ็นสัญญาสำเร็จ”
ผู้อำนวยการฉี: “???”
ว่านหง: “??????”
นี่ต่างหากคือเทพเจ้าแห่งโชคลาภตัวจริง?
......
ก่อนจากกัน หานเยียนหลิงกำชับว่านหงเป็นพิเศษ:
“ต้องให้ความสำคัญกับการวิจัยเรื่องการสกัดสารออกฤทธิ์ของสัตว์อสูรระดับหายากก่อน”
แววตาภายใต้แว่นของว่านหงฉายแววตกตะลึง ทิศทางนี้เป็นสิ่งที่เธอคิดมาตลอด แต่ไม่เคยบอกคนนอกมาก่อน
เธอรู้ได้อย่างไร?
‘เมื่อกี้ความคิดติดเรทบางอย่างในหัวของฉันคงไม่ได้ถูกเธอล่วงรู้ไปด้วยหรอกนะ’
‘มิน่าล่ะเธอถึงทำหน้าเย็นชาตลอด’
‘ฉันเป็นนักวิจัย ต้องเชื่อในวิทยาศาสตร์สิ’
‘ต้องเป็นเรื่องบังเอิญแน่ๆ!’
......
หน้าประตูโรงเรียน บริเวณที่จอดรถกวงซัว
บนใบหน้าที่งดงามและเย็นชา ริมฝีปากแดงระเรื่อขยับเล็กน้อย:
“สัตว์อสูรระดับหายากขั้น 3 จะมีการจัดประมูลออนไลน์อีกรอบ เงินส่วนที่สถาบันวิจัยจ่ายไม่พอ ฉันจะชดเชยให้”
หลังจากกลับบ้าน หานเยียนหลิงได้คุยกับหานซวงเอ๋อเรื่องต้นสายปลายเหตุของกลุ่มทหารรับจ้างแล้ว
และใช้จุดล่าสัตว์ดีๆ สองสามแห่งแลกเปลี่ยนทรัพยากรจำนวนมากกับแม่ของเธอมา
ทำให้การเงินในมือคล่องตัวขึ้นบ้าง
อีกอย่าง ทางตระกูลหวังยังสามารถเรียกเงินได้อีกก้อนหนึ่ง
ตระกูลหานกับตระกูลหวังก็มีการกระทบกระทั่งทางธุรกิจกันไม่น้อยอยู่แล้ว
เรื่องแบบนี้ แม่ของเธอต้องออกหน้าแน่นอน
เพราะคนมุงดูที่โรงเรียนเยอะขนาดนั้น ถ้าตระกูลหวังไม่จ่ายเงิน ข่าวหลุดออกไปจะส่งผลกระทบมากกว่า
ซูเซวียนพยักหน้า ตอนนี้เขาสนใจเรื่องแต้มมากกว่า
“จริงสิ มะรืนนี้ก็เป็นการประลองยุทธ์หน้ากากแล้ว นายมีธุระอะไรไหม?” หานเยียนหลิงถามขึ้น
เธออยากจะดูถ่ายทอดสดหลังจากฝึกฝนทักษะยุทธ์ ซูเซวียนไม่เพียงแต่จะหาของอร่อยมาให้เธอได้ แต่ยังช่วยผ่อนคลายกล้ามเนื้อให้เธอได้ด้วย
แบบนี้ความชำนาญในทักษะยุทธ์ของเธอจะเพิ่มขึ้นได้อย่างรวดเร็ว
ไม่แน่ว่า อาจจะแตะถึงขอบเขต 【ระดับสมบูรณ์แบบ】 ที่ชาติก่อนไม่เคยไปถึงก็ได้
แต่จะให้พูดตรงๆ ก็เขิน
เลยลองถามตารางงานของซูเซวียนแบบอ้อมๆ ดูก่อน
ซูเซวียนคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะยกมือขึ้นทำท่าทางภูมิฐาน แล้วพูดอย่างสุขุมว่า:
“ฉันมีธุระ แต่ดึกๆ หน่อยไปหาเธอได้ การผ่อนคลายระดับลึกครั้งละ 2 หมื่น แน่นอนว่าเงินเป็นเรื่องรอง นี่เป็นมาตรฐานของวงการ”
“เธอรู้ใช่ไหม เพราะยังไงก็เป็นมือของแชมป์ ค่าตัวก็ต้องมีบ้าง”
หานเยียนหลิงหน้าแดงแปร๊ด ‘หนอยแน่ ดันถูกมองออกซะได้!’
ศักดิ์ศรีของจักรพรรดินีอยู่ที่ไหนกัน?
เธอหันหลังมุดเข้าไปในรถกวงซัว โกรธจนไม่อยากพูดด้วย
เสี่ยวอู่และเสี่ยวลิ่วในรถเหงื่อท่วมแผ่นหลัง
‘คุณหนูครับ ท่านขึ้นรถแล้วแต่ยังไม่ปิดประตู’
‘พวกเราจะไปหรือไม่ไปดีครับเนี่ย’
‘ทรมาน... ช่างทรมานจิตใจเสียจริง’
‘พ่อบ้านซูนี่มันแน่จริงๆ’
‘เรื่องแบบนี้กล้าพูดต่อหน้าเลยเหรอ แล้วไอ้การผ่อนคลายระดับลึกนี่มันคืออะไรกัน’
‘ใช่โปรแกรมเดียวกับที่พวกเราไปหลังเลิกงานหรือเปล่าครับ?’
‘นี่มันไม่ใช่เรื่องดีหรอกเหรอ?’
‘ทำไม... ยังต้องเก็บเงินอีกฟะ?’
‘โลกของตระกูลมหาเศรษฐี พวกเราไม่เข้าใจจริงๆ!!!’
ซูเซวียนช่วยปิดประตูรถให้หานเยียนหลิง
เขาโบกมือลา มองส่งรถกวงซัวที่แล่นจากไป
‘เรียกไปทีไร ไม่นวดขาก็นวดเท้า’
‘ผู้ครอบครองพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาลอย่างฉันไม่ต้องรักษาหน้าตาบ้างหรือไง?’
‘ถ้าไม่ใช่เพราะมือกับสมองมันบอกว่า งานนี้รับได้นะ’
‘คงต้องสั่งสอนให้รู้ฤทธิ์กันบ้างแล้ว’
......
ตลอดทั้งวัน
ซูเซวียนเก็บตัวฝึกฝนอยู่ในอพาร์ตเมนต์เดี่ยว
ระหว่างนั้นก็แวะไปที่สนามฝึกซ้อมเพื่อพยายามจะครูพักลักจำบ้าง
แต่พบว่า น้อยคนนักที่จะมีทักษะยุทธ์อาวุธระดับสูง ยิ่งคนที่ฝึกจนถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ยิ่งมีน้อยจนนับนิ้วได้
ส่วนคนที่ยินดีจะประลองแลกเปลี่ยนคำชี้แนะเหมือนเฉินฝานยิ่งหายากดุจขนหงส์เขาพญามังกร
ดังนั้นแผนการครูพักลักจำจึงเป็นอันล้มเหลว
ทำได้แค่ฝากความหวังไว้กับการประลองยุทธ์หน้ากาก
สองวันนี้มีการโหมกระแสอย่างยิ่งใหญ่
ผู้เข้าแข่งขันยอดนิยมหลายคนประกาศกลับมาลงแข่ง
บนเว็บบอร์ดของสมาคมผู้ฝึกยุทธก็ดุเดือดเลือดพล่าน
ความเห็นที่ 1: “พี่น้องครับ พวกคุณว่าใครจะได้แชมป์”
ความเห็นที่ 2: “ฉันทุ่มเดิมพันข้าง ‘จอมดาบคลั่ง’ ไปแล้ว ถ้าเพลงดาบนั่นไม่ถึงขั้นความสำเร็จใหญ่ฉันไม่เชื่อเด็ดขาด”
ความเห็นที่ 3: “อัตราต่อรองของนายมันต่ำไป ไม่คุ้มเสี่ยงหรอก ต้อง ‘บาทาคลั่ง’ สิ”
ความเห็นที่ 4: “@ความเห็นที่ 3 ขานั่นมันเด็ดจริง สบายตากว่า ‘เจ๊ขายาว’ เยอะ ดูปราดเดียวก็รู้ว่าเป็นมวย ถ้าไม่มีทักษะยุทธ์เพลงเตะระดับ D ขั้นความสำเร็จเล็กฉันไม่เชื่อ”
ความเห็นที่ 5: “ตอนนี้การแข่งเพิ่มรอบสู้กับสัตว์อสูรเป็นรอบที่สามแล้ว ดังนั้นจะดูแค่สเปกหน้ากระดาษไม่ได้”
“......”
ซูเซวียนอ่านแล้วก็รู้สึกว่าน่าสนุกดี
เขาเลื่อนดูข้อมูลผู้เข้าแข่งขันและอัตราต่อรองไม่หยุด
การประลองยุทธ์หน้ากากไม่จำกัดจำนวนคนสมัคร ผู้ฝึกยุทธจำนวนมากต่างกลับมาสมัครใหม่เพราะกระแสปั่นในช่วงสองวันนี้
ภาพลักษณ์หน้ากากหลากหลายรูปแบบก่อให้เกิดการถกเถียงในหมู่ชาวเน็ตอย่างกว้างขวาง
“ฮ่าๆๆ ฉันตาฝาดไปหรือเปล่าเนี่ย มีคนส่งอาหารมาลงแข่งด้วยคนนึง”
“จริงดิ เขาคิดว่างานประลองยุทธ์แข่งกันว่าใครวิ่งเร็วกว่าหรือไง”
“ฮ่าๆๆ ขำจนปอดจะโยก ยังมีคนบ้าไปลงเดิมพันข้างเขาอีก เอาเงิน 1 หมื่นนั่นมาให้ฉันไม่ดีกว่าเหรอ? คงไม่ใช่การระดมทุนของพวกหนุ่มส่งอาหารด้วยกันหรอกนะ”
“อยากจะร้องไห้ อัตราต่อรอง 1:800 ยังมีต่ำกว่านี้อีกไหมเนี่ย ถ้าแทงถูกนี่รวยเละเลยนะ”
“อัตราต่อรอง 800 เท่ามันแตะเพดานแล้ว สูงกว่านี้ไม่ได้แล้ว”
“......”
ซูเซวียนใจเต้นตึกตัก ถ้าเขาได้ที่หนึ่ง ทรัพย์สินจะไม่เพิ่มขึ้น 800 เท่าในพริบตาเลยเหรอ?
ประจวบเหมาะกับที่โทรศัพท์ส่งเสียงแจ้งเตือนอันไพเราะดังขึ้น:
“ติ๊งต่อง! สถาบันวิจัยมหาวิทยาลัยหลงหัวโอนเงินเข้าบัญชี: 8.7 ล้าน!”