- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 39: เก็บมาได้
บทที่ 39: เก็บมาได้
บทที่ 39: เก็บมาได้
“ได้ผล ไม่เลวเลยแฮะ”
ท่ามกลางแสงสลัวยามรุ่งอรุณ ซูเซวียนแบกร่างอันสมบูรณ์ของกวางปีศาจเขาขาวปรากฏตัวขึ้นต่อหน้าทุกคน
เนื่องจากสภาพศพนั้นสมบูรณ์แบบไร้ที่ติ
แสงสีทองของดวงอาทิตย์ยามเช้าสาดส่องลงบนเขากวางยักษ์สีเงินขาวที่ดูดุร้ายและแปลกประหลาด แผ่กลิ่นอายความโหดเหี้ยมออกมาจางๆ
ไม่รู้ว่าดาบโลหะผสมของใครร่วงหล่นลงพื้นดังเคร้ง
“ตาเถ้าหลี่ ฉันไม่ได้ตาฝาดไปใช่ไหม” หัวหน้าทีมหวังสั่นสะท้าน
“ตาเฒ่าหวัง นายไม่ได้ตาฝาดหรอก โลกต่างหากที่ผิดเพี้ยน” หัวหน้าทีมหลี่ตอบกลับด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“ผิดตรงไหนวะ...”
“ก็เพราะนายหล่อไม่พอไง โลกใบนี้เลยไม่ต้อนรับ”
คนที่เหลือต่างพากันเงียบกริบ จ้องมองใบหน้าหล่อเหลาคมคายของซูเซวียนภายใต้แสงตะวันอย่างไม่วางตา
กลับรู้สึกว่าคำพูดของหัวหน้าทีมหลี่มีเหตุผลและฟังดูเข้าท่าขึ้นมาเฉยเลย
ซูเซวียน: “???”
‘ให้ตายเถอะ อุตส่าห์ลงแรงฆ่าสัตว์อสูรมาแท้ๆ’
‘ทำไมมองกันด้วยสายตาแบบนั้นวะ’
ทุกคนรีบกรูเข้าไปมุงดูซากกวางปีศาจเขาขาวพลางชี้ชวนกันดู
“พวกนายดูเขานี่สิ คมกริบเลย ชุดรบระดับ E ของฉันคงโดนกรีดขาดได้ง่ายๆ” ติงจ้วงพูดเสียงดัง เขาพนันกับหัวหน้าทีมหวังไว้ว่าเขานี้กรีดชุดรบเขาไม่เข้า
ถึงจะหน้าแตกยับเยิน แต่ตอนนี้เขากลับทำท่าทางตื่นเต้นไม่หยุด
จางจิ้งเหวินเป็นผู้หญิง โดยธรรมชาติแล้วย่อมแพ้ทางพวกขนสัตว์สวยงาม
เธอนั่งยองๆ ลูบไล้ขนของกวางปีศาจเขาขาวไม่หยุด มุมปากเผยรอยยิ้มเคลิบเคลิ้ม: “ขนนี่สวยเกินไปแล้ว มือฉันหยุดลูบไม่ได้เลย...”
จ้าวซิ่วเหยียนแอบหัวเราะอยู่ข้างๆ
ตอนแรกเธอก็เป็นแบบนี้เหมือนกัน
ถ้าไม่ใช่เพราะนี่คือสัตว์อสูรที่ฆ่าพ่อของเธอ เธอคงลูบมันไม่หยุดเหมือนกัน
“ตาเถ้าหลี่ ถ่ายรูปให้หน่อย ท่านี้จะดูเหมือนฉันเป็นคนฆ่ามันเองไหม” หัวหน้าทีมหวังนั่งยองๆ ข้างศพแล้วเก๊กท่าถ่ายรูป
“เสี่ยวซู เสี่ยวจ้าว พวกเธอไปเก็บมันได้จากที่ไหนเนี่ย?” ยังมีคนเข้ามาถามจ้าวซิ่วเหยียนว่าไปเจอกวางปีศาจเขาขาวที่ไหน
ไม่มีใครคิดไปในทางที่ว่าพวกเขาเป็นคนฆ่าเลยสักนิด
เพราะสภาพศพมันสมบูรณ์เกินไป ไม่มีร่องรอยการต่อสู้เลยแม้แต่น้อย
แม้กวางปีศาจเขาขาวจะถูกซูเซวียนสังหารในสถานะคลุ้มคลั่ง แต่หลังความตาย ร่างกายของมันกลับคืนสู่สภาพเดิมโดยอัตโนมัติ ซึ่งนับว่ามหัศจรรย์มาก
หานเยียนหลิงเปิดประตูรถ เดินดุ่มๆ เข้ามาทันที
โดยไม่พูดพร่ำทำเพลง เธอคว้ามือซูเซวียนแล้วลากเขาไปคุยด้านข้าง
ดวงตากลมโตเหมือนอัญมณีสีดำฉายแววตกตะลึง: “ซูเซวียน เรื่องมันเป็นยังไงกันแน่?”
“ไม่มีอะไรครับ เดินเล่นอยู่ดีๆ ก็เก็บได้” ซูเซวียนตอบด้วยสีหน้าจริงใจสุดๆ
เขายังไม่อยากเปิดเผยพรสวรรค์ของตัวเอง และได้กำชับจ้าวซิ่วเหยียนไว้แล้วด้วย
แต่ในขณะนี้ เมื่อสัมผัสได้ถึงฝ่ามือของหานเยียนหลิง ใจของเขากลับลอยไปไกลอย่างควบคุมไม่ได้
นิ้วมือของหานเยียนหลิงเรียวยาวและนุ่มนิ่ม ผิวพรรณเนียนลื่นราวกับผ้าไหมชั้นดี
ซูเซวียนรู้สึกถึงสัมผัสอันละเอียดอ่อนที่ส่งผ่านฝ่ามือ ราวกับประสาทสัมผัสทั้งหมดถูกขยายให้ชัดเจนขึ้นในวินาทีนี้
ใบหน้าของหานเยียนหลิงเต็มไปด้วยความเหลือเชื่อและ... ไม่เชื่อ!
‘ฉันจะไปเชื่อคำพูดผีเจาะปากของนายได้ยังไง?’
‘กวางปีศาจเขาขาวเป็นถึงสัตว์อสูรระดับหายากขั้น 3 เชียวนะ’
‘ในชีวิตก่อน หลังจากจุดล่าสัตว์แห่งนี้ถูกเปิดเผย ผู้ฝึกยุทธสายนักล่าอิสระจำนวนมากถูกมันไล่ล่าสังหารอย่างโหดเหี้ยมจนหายสาบสูญไป เรื่องถึงได้แดงขึ้นมา’
‘สามปีให้หลัง กลุ่มทหารรับจ้างของตระกูลใหญ่หลายแห่งต้องร่วมมือกันล้อมปราบ ถึงจะสังหารมันได้สำเร็จ’
‘เพื่อที่จะได้ซากสัตว์อสูรระดับหายากที่สมบูรณ์ พวกเขาต้องสูญเสียยอดฝีมือไปไม่น้อย’
‘และก็เพราะซากสัตว์อสูรระดับหายากขั้น 3 ที่สมบูรณ์ตัวนี้นี่แหละ ที่ช่วยเปิดประตูสู่การวิจัยวัสดุโลหะผสมระดับ A!’
‘คนอื่นไม่รู้เรื่องนี้’
‘แต่ตัวเองจะไม่รู้เชียวหรือ?’
‘ไอ้หมอนี่ต้องมีอะไรผิดปกติแน่ๆ ต้องเก็บไว้ใกล้ตัวเพื่อจับตาดูให้ดี’
‘ยังไงก็ต้องใช้ประโยชน์จากทรัพยากรซากสัตว์อสูรนี้ให้คุ้มค่าที่สุด’
‘ขอแค่เร่งความเร็วในการวิจัยวัสดุได้ ตัวเองก็ไม่มีทางขาดทุน!’
“ซูเซวียน นายเป็นพ่อบ้านตระกูลหาน ของที่ได้มาต้องแบ่งให้ตระกูลหานส่วนหนึ่งนะ” หานเยียนหลิงกล่าว
ซูเซวียนเกือบจะหลุดปากออกไปว่า ‘งั้นไม่ทำแม่งแล้ว’
แต่ประโยคถัดมาของหานเยียนหลิงทำให้เขาต้องกลืนคำพูดลงคอ: “แต่สำหรับฉัน กฎพวกนั้นใช้ไม่ได้หรอก”
“เพียงแต่ว่า ศพนี้สำคัญกับฉันมาก ในราคาที่เท่ากัน นายต้องขายให้ฉันก่อน ตกลงไหม?”
ซูเซวียนพยักหน้า
‘ค่อยพูดจาภาษาคนหน่อย’
หานเยียนหลิงคิดอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะเริ่มขายฝัน: “ศพนี้มีคุณค่าทางวิจัยสูงมาก ฉันสัญญานะว่านายจะได้รับสิทธิ์ในการใช้ผลงานวิจัยก่อนใคร แถมแต้มคะแนนก็จะให้เยอะด้วย”
ซูเซวียนไม่ได้รีบตอบรับ
สมองของเขากำลังประมวลผลอย่างรวดเร็ว
‘ยังไงซะซากสัตว์อสูรนี้ก็ต้องเอาไปแลกเป็นแต้มอยู่แล้ว’
‘ถ้ามีช่องทางของตระกูลหานช่วยบังหน้า เขาก็จะลดความเสี่ยงไปได้เยอะ’
‘เพราะขืนเอาซากสัตว์อสูรระดับหายากไปขายสองครั้งติดกัน ต่อให้เป็นคนโง่ก็ต้องรู้ว่าเขามีปัญหาแน่’
‘ดังนั้น... ตกลงกับยัยหนูนี่ก็ได้’
ทั้งสองสบตากัน ต่างคนต่างมีความคิดในใจ ความเงียบเข้าปกคลุมชั่วขณะ
ซูเซวียนตอบกลับ: “ตกลง”
หานเยียนหลิงกลอกตาค้อนวงงาม: “งั้นตอนนี้... ปล่อยมือได้หรือยัง?”
......
หนิวเทียนหมิงวางกล้องส่องทางไกลในมือลง
แผนการล้มเหลวโดยสิ้นเชิง
กลุ่มทหารรับจ้างเป็นธุรกิจสำคัญของตระกูลหาน ไม่ใช่ของหานเยียนหลิงคนเดียว
ดังนั้นหานซวงเอ๋อไม่มีทางปล่อยเขาไว้แน่
เขาไม่เข้าใจว่ามันผิดพลาดตรงไหน
ทำไมฝูงหมาป่าถึงไม่บุกโจมตี
ความโลภของพวกมันจะอิ่มเอมกับแค่กวางปีศาจเขาแดงสามสี่ตัวได้ยังไง?
มันไม่ควรจะสู้กันจนบาดเจ็บล้มตายทั้งสองฝ่ายหรอกหรือ?
ถึงตอนนั้น เขาค่อยบีบลูกบอลควันตระกูลเย่ลูกนี้ให้แตก
ขบวนรถทหารรับจ้างของตระกูลเย่ก็รอสัญญาณอยู่ห่างออกไปแค่ห้ากิโลเมตร
ตอนนี้ ไม่จำเป็นแล้ว
ตระกูลเย่ก็ไปไม่ได้ ผิดก้าวเดียวก็ผิดไปทั้งกระดาน
จะมาเสียใจตอนนี้ก็สายไปแล้ว
ทำได้แค่แอบหนีกลับเมืองหลวง ไปใช้ชีวิตหลบๆ ซ่อนๆ...
......
สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างตระกูลหานแต่ละคนคึกคักเป็นพิเศษ ราวกับได้ดื่มน้ำผึ้งมดเข้าไป
พวกเขาเริ่มจากจัดท่าทางให้กวางปีศาจเขาขาวทั้งตัว แล้วยึดไว้ในกระบะรถขนส่งซากสัตว์อสูร
ยังมีอีกหลายคนไปดึงหญ้าป่ามาประดับไว้ในกระบะรถ จัดฉากให้ดูเหมือนกำลังพุ่งเข้าใส่เหยื่อ
พอทำแบบนี้เสร็จ กลิ่นอายความดุร้ายก็พุ่งพล่านออกมาทันที
เดิมทีแผนการล่ากำหนดไว้สามวัน แต่พอเกิดเรื่องหนิวเทียนหมิงขึ้น หานเยียนหลิงก็หมดอารมณ์จะล่าต่อ
กลับไปรายงานสถานการณ์ก่อนดีกว่า
“หัวหน้าทีมหวัง รู้ไหมว่ากลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งอยู่ที่จุดล่าไหนบ้าง?” จางจิ้งเหวินถามขึ้นลอยๆ ขณะขับรถ
พอทุกคนได้ยินก็ส่งเสียงเฮกันลั่น
“นั่นสิ ตาเฒ่าหวัง นายกับคนนั้นเคยได้เสียกันไม่ใช่เหรอ น่าจะรู้นะ”
“เขารู้แน่ ถ้าไม่ยอมบอก คืนนี้ฉันมอมเหล้าเขาตายคาโต๊ะแน่”
ตาเฒ่าหวังส่ายหน้ายิ้มขื่น รู้ดีว่าไอ้พวกสมาชิกกลุ่มนี้ไม่ได้หวังดีแน่: “น่าจะเป็นจุดพิกัด จุดพิกัด 4653 หรือไม่ก็ จุดพิกัด 4752 สองจุดนี้อยู่ใกล้กันมาก”
พวงมาลัยรถศึกถูกหมุนเปลี่ยนทิศ เลือกที่จะขับอ้อมเป็นวงกว้าง
......
“หัวหน้าเซลิน่า มีรถศึกคันหนึ่งขับมาทางนั้น ดูเหมือนจะเป็นของตระกูลหาน”
เซลิน่าได้ยินดังนั้นก็ดีใจจนเนื้อเต้น
การออกล่าของกลุ่มเธอครั้งนี้ได้ผลตอบแทนดีเยี่ยม
วันหนึ่งกับอีกหนึ่งคืน ล่าสัตว์อสูรขั้น 3 ได้ถึง 5 ตัว และสัตว์อสูรขั้น 2 อีก 2 ตัว
เมื่อเทียบกับกลุ่มทหารรับจ้างของตระกูลใหญ่แล้ว ถือเป็นผลกำไรที่ระเบิดระเบ้อมาก แถมยังรวบรวมแต้มได้ครบพอดีสำหรับแลกทักษะยุทธ์ที่เธอต้องการ
พวกมันกล้าโผล่มา ก็จะได้ให้พวกมันดูเป็นขวัญตาซะเลย!
“เปิดฝากระบะด้านข้างออก ให้เห็นสัตว์อสูรพวกนั้นชัดๆ จัดท่าให้สวยๆ หน่อย ได้ยินไหม?” เซลิน่าแค่นหัวเราะเย็นชา
สมาชิกกลุ่มงูหางกระดิ่งต่างพากันมารวมตัว พวกเขาก็กำลังเตรียมตัวกลับเมือง พอได้ยินคำสั่งนี้ ในใจก็อดฮึกเหิมไม่ได้
เฉินฝานมีประสบการณ์สูง
เขามองไปที่รถศึกที่กำลังแล่นมาอย่างช้าๆ ในระยะไกลแล้วฟันธงอย่างมั่นใจ: “หัวหน้า ฝุ่นที่ท้ายรถพวกมันไม่เยอะ แสดงว่าของที่ได้มาต้องน้อยแน่ๆ”
เซลิน่ายืนโพสท่าอยู่ข้างรถของตัวเอง เชิดคางขึ้นสูง
วันนี้พวกมันไม่รอดแน่