- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 32: กลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งนี่มันขยะประเภทไหนกัน
บทที่ 32: กลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งนี่มันขยะประเภทไหนกัน
บทที่ 32: กลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งนี่มันขยะประเภทไหนกัน
จ้าวซิ่วเหยียนถึงกับงงงัน นี่ฉันหูฝาดไปหรือเปล่า?
ทำไมน้ำเสียงถึงได้มั่นใจขนาดนั้น ราวกับกำลังประกาศว่า “ฉันคือผู้ปกครองของเธอ” อย่างนั้นแหละ
นายเป็นแค่พ่อบ้านตระกูลหาน แต่ดันออกมาตั้งตัวเป็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างเนี่ยนะ?
เดี๋ยวนี้วงการพ่อบ้านเขาแข่งขันกันดุเดือดขนาดนี้เลยเหรอ?
เธอเดินตามซูเซวียนขึ้นไปบนรถด้วยความสงสัยเต็มหัวใจ
ทว่าทันทีที่ก้าวเข้าไป ใบหน้าของเธอก็ซีดเผือด
ในรถศึกคันนี้เต็มไปด้วยผู้ฝึกยุทธขั้น 3 ของตระกูลหาน ซึ่งล้วนแต่เป็นระดับหัวกะทิทั้งสิ้น
แต่ละคนมีสีหน้าบึ้งตึง จ้องเขม็งมาที่คนทั้งสองที่เพิ่งก้าวขึ้นมา
ซูเซวียนกลับทำท่าไม่รู้ไม่ชี้
เขาเดินไปนั่งลงที่เบาะว่างอย่างสบายอารมณ์
หานเยียนหลิงเพิ่งจะสยบสมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างหัวรั้นพวกนี้ได้เมื่อเช้า
เธอรู้ดีว่าลึกๆ แล้วพวกเขายังไม่พอใจ และอาจจะหาเรื่องซูเซวียนกับจ้าวซิ่วเหยียนได้
เธอจึงหันกลับมาจากที่นั่งข้างคนขับแล้วเอ่ยถาม “พ่อบ้านซู ค่าเช่าชุดรบเท่าไหร่คะ? เดี๋ยวฉันเบิกให้”
เป็นการแสดงออกอย่างชัดเจนว่าเธอหนุนหลังซูเซวียนอยู่
ซูเซวียนทำท่าครุ่นคิดครู่หนึ่งก่อนจะตอบ “ไม่ต้องหรอก มีคนให้มาน่ะ”
คนทั้งรถ: “??????”
บ้านไหนมันจะรวยล้นฟ้าขนาดนั้น ถึงขั้นแจกชุดรบราคาห้าล้านกว่าให้ฟรีๆ
นี่นึกว่าเงินทองเป็นของหาง่าย หรือคิดว่าผลึกวิญญาณมันกระโดดเข้ากระเป๋าเองได้หรือไง?
จะขี้โม้ก็ไม่ว่ากันหรอกนะ
แต่มันก็ควรจะมีขอบเขตบ้าง
นี่โม้จนแอร์ในรถเย็นเจี๊ยบแล้วมั้งเนี่ย
“ตาเฒ่าหนิว แกช่วยเปิดแอร์เป็นลมร้อนหน่อยได้ไหม” ติงจ้วง ผู้ฝึกยุทธขั้น 3 ร่างกำยำพูดขึ้นมาด้วยเสียงทุ้มต่ำ
หนิวเทียนหมิงคนขับรถถึงกับมือสั่น รีบหมุนปุ่มแอร์พลางสวนกลับ “หน้าร้อนตับแลบขนาดนี้จะเปิดลมร้อนหาพระแสงอะไรวะ”
“ก็โดนคนขี้โม้เป่าลมใส่จนหนาวไปหมดแล้วเนี่ย...”
ทุกคนบนรถชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะระเบิดเสียงหัวเราะออกมาดังลั่น
บรรยากาศที่เคยตึงเครียดพลันครื้นเครงขึ้นมาทันที
“ฮ่าๆๆๆ...”
“ไอ้หนูนี่มันตลกดีว่ะ ฉันชอบ”
“หลีกไปเลยน่า เดี๋ยวฉันจะพาเจ้าหนูนี่ไปล่าสัตว์อสูรเอง”
ทุกคนต่างก็เป็นลูกจ้าง ย่อมดูออกว่าหานเยียนหลิงต้องการปกป้องเด็กคนนี้ จึงถือโอกาสเล่นตามน้ำไป
มีแต่คนโง่เท่านั้นแหละที่จะไปงัดข้อกับเจ้านายตัวเอง
มีเพียงหนิวเทียนหมิงคนเดียวที่ไม่สบอารมณ์ เพราะเมื่อครู่เขาเพิ่งจะแอบเปิดขวดยาสลบ พอเปิดแอร์ปุ๊บ กลิ่นมันก็เลยฟุ้งกระจายหายไปหมดสิ้น
จ้าวซิ่วเหยียนมองซูเซวียนด้วยสายตาเทิดทูนบูชา
นี่สิคือเทพ!
นี่สิที่เรียกว่าพลิกฟ้าคว่ำแผ่นดินได้ดั่งใจนึก!
นี่สิที่เรียกว่าบารมี!
‘คราวหน้าถ้ามีดราม่าในเน็ต ฉันจะประกาศให้โลกรู้เลยว่าหัวหน้ากลุ่มของฉันทั้งหล่อ ทั้งเก่ง แถมยังมีแหวนมิติส่วนตัวอีกต่างหาก!’
ยังไงโม้ไปก็ไม่เสียภาษีอยู่แล้ว ฮิฮิ
หานเยียนหลิงเห็นบรรยากาศเริ่มเข้าที่เข้าทางก็ไม่ได้ติดใจอะไรอีก
สมาธิของเธอจดจ่ออยู่กับจุดล่าสัตว์อสูรเหล่านั้น
ในชาติที่แล้ว บนแอปสมาคมผู้ฝึกยุทธมีเทพข้อมูลสัตว์อสูรคนหนึ่งปรากฏตัวขึ้น
เขาใช้คลังความรู้อันมหาศาลวิเคราะห์หาจุดทรัพยากรล่าสัตว์ในป่าออกมาได้หลายแห่ง
ตอนแรกไม่มีใครเชื่อ
จนกระทั่งมีนักล่าหลายคนร่ำรวยขึ้นมาอย่างรวดเร็ว เรื่องจึงแดงขึ้นมา
ทุกคนถึงได้รู้ว่าสัตว์อสูรในจุดเหล่านั้นทั้งราคาดี แถมระดับความอันตรายยังต่ำอีกด้วย
เทพคนนั้นชื่ออะไรเธอจำไม่ได้แล้ว
รู้สึกจะชื่อ ‘ชีวิต’ อะไรสักอย่างนี่แหละ
“ไปที่จุดพิกัด 7323” หานเยียนหลิงสั่งการทันที
พอได้ยินพิกัดนี้ เสียงหัวเราะพูดคุยในรถก็เงียบกริบ
“เยียนหลิง แถวนั้นเหมือนจะไม่มีสัตว์อสูรเลยนะ เราไปที่เดิมกันดีไหม~” ผู้ฝึกยุทธหญิงท่าทางเรียบร้อยคนหนึ่งเอ่ยทักท้วง
เธอชื่อจางจิ้งเหวิน เป็นอดีตหัวหน้ากลุ่มคนก่อน
เธอเข้าร่วมกลุ่มทหารรับจ้างตระกูลหานมาสามปีกว่าแล้ว ฝีมือจัดว่าเก่งกาจมาก
“ไม่เป็นไร ไปดูก่อน ถ้าไม่ได้อะไรค่อยทำตามที่พวกคุณแนะนำ”
หานเยียนหลิงรู้ดีว่าในใจพวกเขาต้องมีคำถามมากมาย
แต่ข้อมูลนี้ไม่มีทางผิดพลาด เดี๋ยวพอเห็นผลกำไรก็จะหุบปากกันไปเอง
“ได้ค่ะบอส แต่ถ้าคุณพลาด คุณจะต้องแสดงโชว์ให้ทุกคนดูเป็นการไถ่โทษนะ นี่เป็นธรรมเนียมของกลุ่มเรา” จางจิ้งเหวินรีบหาทางลงให้หานเยียนหลิง
หานเยียนหลิงได้ยินถึงกับหนังหัวชา ให้คนเป็นโรคกลัวสังคมอย่างเธอมาแสดงโชว์เนี่ยนะ?
สู้ฆ่าเธอให้ตายเสียยังจะดีกว่า
เมื่อเช้าหลังจากคุยกับหานเยียนหลิงคร่าวๆ ทุกคนก็ยอมทำตามคำสั่ง ถูกเรียกตัวออกมาจากวันหยุดทันที
เหตุผลง่ายมาก
คุณหนูใหญ่ตระกูลหานนำทีมด้วยตัวเอง สวยระดับล่มเมืองขนาดนี้ ใครอยากเห็นต้องรีบมา
ความงามของหานเยียนหลิงนั้นเลื่องลือไปทั่วตระกูลหานและแวดวงสังคมเมืองหลวงอยู่แล้ว
มีโอกาสได้ยลโฉมใกล้ๆ ใครจะยอมพลาดล่ะ
นั่นคือตัวตนที่สามารถสะกดใจคนได้ตั้งแต่เด็กแปดขวบยันคนแก่วัยแปดสิบแปดเชียวนะ!
“ซูเซวียน พวกนายจะไปไหน?” หานเยียนหลิงมองผ่านกระจกมองหลังไปยัง “ลูกสมุน” ของตัวเอง
“7323, 1065 แล้วก็ 8453”
ซูเซวียนไม่ได้คิดจะปิดบัง ทั้งหมดนี้เป็นข้อมูลที่จ้าวซิ่วเหยียนแนะนำมา เธอบอกว่าที่นั่นมีสัตว์อสูรราคาแพงเยอะ อันตรายน้อย แถมยังมีโอกาสเจอสัตว์อสูรระดับหายากด้วย
ทุกคนได้ยินดังนั้น
ในใจก็คิดตรงกันว่าไอ้หนูนี่คงอยากจะติดรถไปด้วยแต่ไม่กล้าพูดตรงๆ แน่
แต่ก็ไม่มีใครพูดขัดอะไร ได้แต่แกล้งทำเป็นไม่ได้ยิน
หานเยียนหลิงตกใจ จุด 1065 ก็เป็นหนึ่งในจุดที่เธอตั้งใจจะไปหลังจากนี้เหมือนกัน
ซูเซวียนรู้ได้อย่างไร หรือว่าเขาเห็นกระทู้นั้นแล้ว?
แต่กระทู้นั้นมันจะถูกโพสต์ในอีกครึ่งปีข้างหน้าไม่ใช่เหรอ...
แล้วจุด 8453 นี่มันที่ไหนกัน?
เธอไม่เคยได้ยินมาก่อน จึงไม่ได้ใส่ใจนัก
อาจจะเป็นแค่เรื่องบังเอิญก็ได้
รถศึกพุ่งทะยานออกจากเมืองมุ่งหน้าไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือ
ด้วยสมรรถนะอันยอดเยี่ยมของรถศึกตระกูลหาน ทำให้แซงหน้ากลุ่มทหารรับจ้างที่ออกเดินทางไปก่อนได้อย่างง่ายดาย
ทิศทางที่เพิ่งออกจากเมืองส่วนใหญ่จะมุ่งไปทางเดียวกัน
จังหวะนั้นเอง ซูเซวียนพลันตาวาวโรจน์ เขาลุกขึ้นยืนแล้วลดกระจกลง เผยให้เห็นใบหน้าหล่อเหลาสดใส
เขามองไปยังรถศึกของกลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งที่อยู่อีกฝั่ง พลางยกยิ้มมุมปากอย่างเย้ยหยัน
‘หึๆ เสร็จฉันล่ะ เจอตัวเร็วกว่าที่คิดแฮะ’
ความหมายของซูเซวียนชัดเจนมาก
‘ไหนบอกว่าฉันไม่มีรถไง?’
‘ป๋าขอนั่งรถที่เร็วที่สุดแซงพวกแกให้ดูเป็นขวัญตาหน่อย’
คนในกลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งตาไว เห็นซูเซวียนเข้าพอดี
ก็ใครมันจะบ้าลดกระจกรถศึกเล่นถ้าไม่มีเรื่องกัน
“เชี่ย ฉันตาฝาดไปเปล่าวะ นั่นมันไอ้เด็กนั่นนี่หว่า!”
“เวรเอ๊ย ทำไมรถศึกของมันถึงเร็วขนาดนั้น”
“แกบ้าหรือเปล่า นั่นมันรถศึกของตระกูลหาน จะไม่เร็วได้ไง ราคามันซื้อรถเราได้ตั้งสามคันนะโว้ย”
“แล้วทำไมมันต้องลดกระจกมองมาทางเราด้วยวะ...”
“มันจงใจยั่วโมโหพวกเราชัดๆ...”
ในรถเกิดเสียงฮือฮาขึ้นมาทันที
เซลิน่าหน้าดำคร่ำเครียด ขาเรียวยาวสั่นระริกไม่หยุด
ไหนบอกจะเป็นหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างไง?
แล้วทำไมถึงไปอยู่บนรถของกลุ่มทหารรับจ้างตระกูลหานได้?
ถ้ามีเส้นสายขนาดนี้ แล้วจะไปยืนปะปนกับพวกนักล่าหน้าประตูเมืองทำไม?
ไอ้เด็กนี่จงใจมากวนประสาทฉันชัดๆ!
เห็นพวกเราเป็นของเล่นหรือไง!
ความอัปยศครั้งนี้... เธอกลืนไม่ลง!
“เร่งเครื่อง เฉินฝาน!”
เฉินฝานจำใจต้องเหยียบคันเร่ง
เขารู้ว่าหัวหน้าของขึ้นอีกแล้ว เธอเป็นประเภทที่ทนให้ใครมาหยามหน้าไม่ได้เด็ดขาด
การเร่งความเร็วอย่างกะทันหันทำให้รถศึกของงูหางกระดิ่งแซงหน้ารถศึกตระกูลหานไปได้
สมาชิกกลุ่มตระกูลหานทนไม่ไหว ต่างพากันสบถด่าออกมา
“ตาเฒ่าหนิว เมื่อคืนแกไถนาไปกี่แปลงวะ แรงเหยียบไม่มีเลยหรือไง?”
“แม่งเอ๊ย ฝั่งตรงข้ามมันกลุ่มทหารรับจ้างอะไรวะ ทำไมไม่เคยได้ยินชื่อ”
“ดูโลโก้หน้ารถมันดิ บิดๆ เบี้ยวๆ อย่างกับปลาไหล”
เสียงด่านั้นดังจนกลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งได้ยินชัดเจน
สมาชิกข้างในแต่ละคนหน้าแดงก่ำด้วยความโกรธ
แต่ก็ไม่กล้าเถียงกลับ ทำอย่างไรได้ นั่นคืออำนาจของตระกูลใหญ่
ทันใดนั้น ประโยคราบเรียบประโยคหนึ่งก็ลอยออกมาจากปากของจางจิ้งเหวิน
“กลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งนี่มันขยะประเภทไหนกัน ทำไมยังไม่รีบๆ ตายห่ากันไปให้หมดอีกนะ...”
เธอเหม็นขี้หน้าหัวหน้ากลุ่มทหารรับจ้างกลุ่มนี้มานานแล้ว
ชอบทำตัวกร่างเพราะตัวเองขายาว ทุกครั้งที่เจอกันที่สมาคมผู้ฝึกยุทธ ก็เชิดหน้าซะสูงอย่างกับหงส์ดำกลายพันธุ์
มีโอกาสแบบนี้ เธอไม่มีทางปล่อยให้หลุดลอยไปแน่
ซูเซวียนแอบหัวเราะคิกคักในใจ ไม่นึกเลยว่าในกลุ่มนี้จะมีจอมยุทธ์ฝีปากกล้าซ่อนอยู่อีกคน
ใช้น้ำเสียงที่นุ่มนวลที่สุด เพื่อพูดคำที่เจ็บแสบที่สุดสินะ
MVP ของวันนี้ต้องยกให้เธอเลย