- หน้าแรก
- ระบบล่มแล้วไง ระบบชดเชยให้ผมเป็นเทพด้วยพรสวรรค์หนึ่งเดียวในจักรวาล
- บทที่ 33: จุดล่าสัตว์หมายเลข 7323
บทที่ 33: จุดล่าสัตว์หมายเลข 7323
บทที่ 33: จุดล่าสัตว์หมายเลข 7323
นอกเมืองไปทางทิศตะวันออกเฉียงเหนือราว 50 กิโลเมตร
คือทุ่งหญ้าเขียวขจีที่ทอดยาวสุดลูกหูลูกตา
รถศึกของตระกูลหานจอดลงสนิท
หานเยียนหลิงก้าวลงจากที่นั่งข้างคนขับ
ชุดรบสีดำระดับ E รัดรูปแนบสนิทไปกับเรือนร่าง ขับเน้นส่วนเว้าส่วนโค้งอันสมบูรณ์แบบของเธอให้เด่นชัด
ผมยาวสลวยถูกรวบไว้อย่างเรียบง่ายที่ด้านหลัง เผยให้เห็นใบหน้างดงามทว่าเย็นชา
สันจมูกโด่งรั้นและริมฝีปากแดงระเรื่อที่เม้มเข้าหากันเล็กน้อย ยิ่งขับเน้นความงามสง่าดุจเทพธิดาผู้ไม่แยแสโลกมนุษย์ แต่ก็ยังคงแฝงความอ่อนหวานและความเด็ดเดี่ยวของสตรีเพศไว้
“กระจายกำลังออกล่า แต่ละทีมห้ามเกิน 5 คน รวมพลอีกครั้งตอนสามทุ่ม”
ซูเซวียนและจ้าวซิ่วเหยียนลงจากรถมาพร้อมกัน
โดยปกติแล้ว เมื่อถึงจุดล่าสัตว์ กลุ่มทหารรับจ้างขนาดใหญ่จะกระจายตัวเป็นทีมย่อยทีมละ 8-10 คน
เพื่อจะได้คอยดูแลช่วยเหลือกันได้
และเพื่อไม่ให้กลิ่นอายของกลุ่มรุนแรงจนเกินไป จนทำให้สัตว์อสูรระดับต่ำตื่นตระหนกหนีไปเสียก่อน
“ไอ้หนู จะไปกับพวกเรารึเปล่า” ติงจ้วงเอ่ยถามด้วยน้ำเสียงทุ้ม เขาเป็นหนึ่งในหัวหน้าทีมย่อย และมีความปรารถนาดีอยากจะช่วยนำทางซูเซวียนกับจ้าวซิ่วเหยียน
ทว่าลูกทีมของเขาแต่ละคนกลับทำหน้าไม่สบอารมณ์
ก็ช่วยไม่ได้ มีสมาชิกเพิ่มมาหนึ่งคน ส่วนแบ่งรายได้ก็ย่อมลดลงไปส่วนหนึ่ง
หนุ่มสาวหน้าละอ่อนสองคนนี้ แค่เหลือบมองปราดเดียวก็รู้ว่าเพิ่งเคยเข้าเขตทุรกันดารเป็นครั้งแรก
แม่หนูคนนั้นสีหน้ายังพอใช้ได้ แต่ขากลับสั่นพั่บๆ ไม่หยุด
แต่เพราะติงจ้วงเป็นคนมีอัธยาศัยดี
ทุกคนจึงไม่ได้เอ่ยปากพูดอะไรออกมา
ทว่าซูเซวียนกลับยิ้มปฏิเสธ “ขอบคุณครับพี่จ้วง แต่พวกเราไปกันเองดีกว่า”
จากนั้นก็ส่งสัญญาณให้จ้าวซิ่วเหยียนตามมา
เขาผู้เคยล่าสัตว์อสูรระดับหายากมาแล้ว ย่อมไม่เห็นสัตว์อสูรระดับทั่วไปอยู่ในสายตา
จะฆ่าทั้งที ก็ต้องฆ่าตัวที่มันทำเงินได้สิ!
ถึงแม้ตอนนี้จะไม่ได้ขัดสนเรื่องเงินทอง
แต่เขาก็ยังต้องการชุดรบและอาวุธระดับสูงอยู่ดี
หานเยียนหลิงที่ยืนอยู่ด้านข้างมองเห็นทุกอย่าง
แม้เธอจะสามารถใช้คำพูดเพียงประโยคเดียว ทำให้ทุกทีมแย่งชิงตัวซูเซวียนไปร่วมทีมได้
แต่เรื่องแบบนี้ หากมากเกินไปก็ไม่ดี
ทุกคนล้วนต้องผ่านการฝึกฝนและเติบโตด้วยตนเอง
เขาสวมชุดรบระดับ E อยู่ ตราบใดที่ไม่รนหาที่ตาย ก็คงไม่มีอันตรายร้ายแรงอะไรเกิดขึ้น
สมาชิกกลุ่มทหารรับจ้างตระกูลหานที่อยู่รอบๆ ต่างแยกย้ายกันไป แต่ก็ไม่มีใครคาดหวังในตัวซูเซวียนนัก
ก่อนจากไปก็ยังไม่ลืมที่จะพูดให้กำลังใจทั้งสองคน
“พ่อบ้านซู แถวนี้สัตว์อสูรไม่ค่อยเยอะเท่าไหร่ ถ้าล่าได้น้อยก็ถือเป็นเรื่องปกตินะ”
“ครั้งแรกก็แบบนี้แหละ แค่ระวังตัวไว้ก็พอ อย่าไปจริงจังมาก”
“ถ้าเจออันตรายอะไร ก็บีบระเบิดควันซะ เพื่อนๆ ที่อยู่ใกล้ๆ เห็นแล้วจะรีบเข้าไปช่วย...”
“......”
หานเยียนหลิงเองก็เอ่ยปลอบด้วยน้ำเสียงเย็นชาเช่นกัน “แค่ล่ากวางเขาปีศาจแดงขั้น 3 ที่หลงฝูงก็พอแล้ว ซูเซวียน พวกนายระวังตัวด้วย”
จ้าวซิ่วเหยียนได้ยินน้ำเสียงอันไพเราะเสนาะหู ความตึงเครียดในใจก็พลันลดลงไปกว่าครึ่ง
สายตาอันเฉียบคมของเธอกวาดมองสลับไปมาระหว่างซูเซวียนและหานเยียนหลิงอย่างรวดเร็ว
‘สองคนนี้ต้องมีอะไรในกอไผ่แน่ๆ’
‘ปากก็บอกว่าไม่ได้คบกัน’
‘แม่ง ใครเชื่อก็โง่เต็มทนแล้ว’
‘ต้องแอบส่งข้อมูลลับให้บอสหานอยู่แน่ๆ’
‘อย่าคิดว่าฉันไม่รู้นะ...’
......
ซูเซวียนและจ้าวซิ่วเหยียนเลือกเดินไปยังทิศทางที่ไร้ผู้คน
เมื่อเห็นว่ารอบข้างปลอดคนแล้ว ซูเซวียนก็หยิบน้ำผึ้งมดออกมาจากแหวนมิติแล้วยื่นให้จ้าวซิ่วเหยียน “เม็ดเดียวพอไหม”
“หัวหน้า ครั้งนี้คงไม่ต้องหรอกมั้งคะ? ฉันคำนวณได้ไม่มีปัญหาหรอก” จ้าวซิ่วเหยียนชะงักไปเล็กน้อย
จุดล่าสัตว์แห่งนี้เธอเป็นคนค้นพบตอนที่ออกมากับกลุ่มทหารรับจ้างงูหางกระดิ่งคราวก่อน
พอกลับไป ก็ได้รวบรวมข้อมูลเพิ่มเติม
เธอคาดการณ์ว่าฤดูกาลนี้ น่าจะเป็นช่วงก่อนการผสมพันธุ์ของกวางเขาปีศาจแดง
พวกมันที่เดิมทีอยู่รวมกันเป็นฝูงจะกระจายตัวออกหากินเพื่อเสริมสร้างร่างกาย และด้วยสัญชาตญาณดิบ นิสัยของพวกมันจะดุร้ายขึ้นอย่างมาก
เมื่อพบเจอสิ่งมีชีวิตใดๆ ก็จะพุ่งเข้าโจมตีทันที
ดังนั้นขอเพียงระมัดระวังตัวให้ดี ที่นี่ก็นับเป็นจุดล่าสัตว์ที่ไม่เลวเลยทีเดียว
ซูเซวียนระบุเป้าหมายการล่าอย่างชัดเจน “ไม่เป็นไร กินไปก่อนเถอะ เป้าหมายของเราคือกวางเขาปีศาจขาว”
“อะไรนะคะ! นั่นมันสัตว์อสูรระดับหายากขั้น 3 เลยนะ!” จ้าวซิ่วเหยียนคิดว่าซูเซวียนต้องบ้าไปแล้วแน่ๆ
แม้เป้าหมายของหัวหน้าจะยิ่งใหญ่ถูกใจเธอ แต่ด้วยฝีมือของพวกเขาสองคน จะอาจหาญไปยุ่งกับสัตว์อสูรระดับหายากได้อย่างไร?
ในแผนของจ้าวซิ่วเหยียน สัตว์อสูรตัวนั้นถ้าไม่มีสักสองสามทีมรุมก็คงเอาไม่ลง
ซูเซวียนเปิดใช้งาน 【จิตวิญญาณ】 เพื่อตรวจสอบความเคลื่อนไหวรอบทิศทาง พลางแหวกพงหญ้าแล้วเอ่ยว่า “พวกเราล่าแต่ของหายาก ไม่อย่างนั้นจะใช้ชื่อกลุ่มทหารรับจ้างนักล่าของหายากได้ยังไง”
จ้าวซิ่วเหยียนอ้าปากค้าง
‘ที่แท้ก็หมายความว่าอย่างนี้นี่เอง’
‘แค่ฆ่าเสือดาวผลึกทมิฬไปตัวเดียวก็กร่างขนาดนี้เลยเหรอ...จะดีเหรอพ่อคุณ?’
‘ฉันใช้พรสวรรค์กำหนดขอบเขตของสัตว์อสูรได้ก็จริง’
‘แต่ขอบเขตมันกว้างเกินไปนะ’
‘แล้วนายจะไปรู้ได้ยังไงว่าสัตว์อสูรหายากมันซ่อนอยู่ตรงไหน’
‘พวกมันล่องหนได้นะเออ!’
‘แถมพลังยังโหดสุดๆ!’
‘ดีไม่ดี พวกเรานี่แหละจะกลายเป็นอาหารมื้อหายากของมันแทน’
‘สัตว์อสูรมันไม่ได้กินแต่มังสวิรัตินะยะ’
‘แม่ล่ะกลัวจนหัวหด’
‘รีบกินน้ำผึ้งมดแก้ตกใจดีกว่า’
......
“ไปทางนี้” ซูเซวียนพูดอย่างมั่นใจ
【จิตวิญญาณ】 ตรวจจับคลื่นพลังของสัตว์อสูรได้ในระยะ 150 เมตร
กวางเขาปีศาจแดงร่างมหึมาพลันปรากฏขึ้นในสายตาของทั้งสอง เงาร่างขนาดใหญ่ของมันดูน่าเกรงขามอย่างยิ่งภายใต้แสงแดดยามสาย
ผิวหนังของมันเป็นสีเขียวเข้ม กลมกลืนไปกับพงหญ้ารอบข้างจนแทบแยกไม่ออก
ซูเซวียนชักดาบโลหะผสมออกมา จ้องมองสัตว์อสูรขั้น 3 ตัวนี้เขม็ง
รูปลักษณ์ภายนอกของสิ่งมีชีวิตชนิดนี้คล้ายคลึงกับกวางทั่วไป
แต่เมื่อมองดูให้ดี จะพบลักษณะผิดปกติหลายอย่าง ปากของมันอัดแน่นไปด้วยฟันแหลมคม ราวกับพร้อมจะฉีกกระชากทุกสิ่งให้เป็นชิ้นๆ
เขาบนหัวไม่ใช่เขากวางที่แตกแขนงตามธรรมชาติ แต่เป็นสีแดงฉานที่บิดเบี้ยวผิดรูป แผ่กลิ่นอายอัปมงคลออกมา
เมื่อกวางเขาปีศาจแดงล็อกเป้าหมายมาที่ซูเซวียน ขาอันทรงพลังทั้งสี่ของมันก็ถีบพื้นอย่างแรง พุ่งทะยานเข้าใส่ซูเซวียนอย่างดุเดือด
“ระวัง! ตัวผู้!” จ้าวซิ่วเหยียนร้องลั่น น้ำเสียงเต็มไปด้วยความร้อนรนและหวาดผวา
จนถึงตอนนี้ เธอเพิ่งจะนึกเสียใจขึ้นมา
ความมั่นใจของซูเซวียนส่งผ่านมาถึงเธอโดยไม่รู้ตัว
ทำให้เธอเผลอคิดไปว่าเขตทุรกันดารก็คงไม่มีอะไรน่ากลัว
แต่พอต้องเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรที่แผ่แรงกดดันมหาศาลพุ่งเข้ามาจริงๆ เธอกลับไม่มีแม้แต่ความกล้าที่จะวิ่งหนี
เมื่อเผชิญหน้ากับสัตว์อสูรขั้นสาม ซูเซวียนไม่คิดที่จะถอย สัญชาตญาณการต่อสู้ในกายถูกปลุกให้ตื่นตัวเต็มพิกัด
เขากระชับดาบใหญ่โลหะผสมระดับ E ในมือ รองเท้าคอมแบทกระทืบพื้นส่งร่างพุ่งสวนเข้าหากวางเขาปีศาจแดง
เพลงดาบคลั่งศึกของเขามีเพียงสามกระบวนท่า และไม่มีท่าใดเลยที่เป็นการถอยหลัง
ขณะที่เร่งความเร็ว ทุกการหดเกร็งของมัดกล้ามเนื้อล้วนเปี่ยมไปด้วยพลังทำลายล้าง ลมหายใจของเขาเริ่มถี่กระชั้นขึ้นเรื่อยๆ
เมื่อเห็นซูเซวียนพุ่งเข้าใส่กวางเขาปีศาจแดงอย่างไม่คิดชีวิต จ้าวซิ่วเหยียนก็แทบจะกรีดร้องออกมาด้วยความกลัว “อ๊ะ! นายกำลังหา...”
ในชั่วพริบตาที่ซูเซวียนกำลังจะปะทะกับกวางเขาปีศาจแดง เขาเปิดใช้งานย่างก้าวเหยียบคลื่นระดับสมบูรณ์แบบ ร่างกายบิดหมุนในมุมที่แทบจะฝืนกฎฟิสิกส์ หลบการพุ่งชนของมันได้อย่างเฉียดฉิว แล้วปรากฏกายขึ้นที่อีกด้านหนึ่งของมันในพริบตา
พลิ้วไหวและรวดเร็ว!
“พยัคฆ์ออกเขา!”
คมดาบใหญ่โลหะผสมระดับ E ที่ผ่านการลับคมมาอย่างดี สะท้อนแสงเย็นเยียบชวนขวัญผวา
คมดาบอันแหลมคมเฉือนผ่านลำคอหนาของกวางเขาปีศาจแดงโดยไร้ซึ่งแรงต้านทาน โลหิตสดๆ สาดกระเซ็นย้อมทุ่งหญ้าโดยรอบให้กลายเป็นสีแดงฉานในทันที
แม่นยำและถึงตาย!
ร่างมหึมาของกวางเขาปีศาจแดงโซเซอยู่ครู่หนึ่ง ก่อนจะล้มตึงลงกับพื้นเสียงดังสนั่นหวั่นไหว แรงกระแทกทำให้เศษหญ้าปลิวว่อนไปทั่วบริเวณ
ซูเซวียนเก็บดาบเข้าฝัก แล้วหันกลับมาถามจ้าวซิ่วเหยียน
“เมื่อกี้เธอบอกว่าฉันกำลังหาอะไรนะ?”