เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 20 ใครบอกว่าระบบนี้ไร้ประโยชน์กัน?!

บทที่ 20 ใครบอกว่าระบบนี้ไร้ประโยชน์กัน?!

บทที่ 20 ใครบอกว่าระบบนี้ไร้ประโยชน์กัน?!


บทที่ 20 ใครบอกว่าระบบนี้ไร้ประโยชน์กัน?!

ตูม!

ยามเมื่อเด็กหนุ่มสวมชุดผ้าหยาบเริ่มวาดมุทรามือขึ้นเป็นครั้งแรก

ปราณวิญญาณห้าธาตุทั่วทั้งฟ้าดินก็พลันพุ่งทะยานเข้าหาเขา ราวกับถูกเรียกขาน

ลู่หลีจ้องมองภาพเหตุการณ์ตรงหน้าด้วยความเหม่อลอย

เขาเฝ้ามองดูปราณวิญญาณธาตุทอง ไม้ น้ำ ไฟ และดิน ถูกเด็กหนุ่มผู้นั้นชักนำเข้ามาอย่างทุลักทุเล

เขาเฝ้ามองดูมุทรามือที่ซับซ้อนยิ่งกว่ายุคหลังหลายเท่าตัว

เขาเฝ้ามองดู 'เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร' บทแรกของเผ่ามนุษย์ที่กำลังเริ่มขับเคลื่อน

ความตระหนักรู้บางอย่างพลันบังเกิดขึ้นในใจ

ความสั่นไหวที่อธิบายไม่ถูกแล่นพล่านไปทั่วหัวใจของเขา

"วิชาเบญจธาตุ... นี่คือกำเนิดของวิชาเบญจธาตุงั้นหรือ...?"

"ปราณวิญญาณ... เคล็ดวิชา... ศาสตร์ศิลป์... มนุษย์... ที่แท้ก็เป็นเช่นนี้เอง..."

ลู่หลีสูดหายใจเข้าลึก พยายามสงบจิตใจที่กำลังตื่นเต้น

เขาเริ่มซึมซับวิถีแห่งมรรควิธีอันน่าอัศจรรย์นี้อย่างใจเย็น

จิตใต้สำนึกของเขาเริ่มโคจร 'วิชาเบญจธาตุ' ตามไปโดยไม่รู้ตัว

เฉกเช่นเดียวกับเด็กหนุ่มชุดผ้าหยาบผู้นั้น

เขาค่อยๆ ชักนำปราณวิญญาณฟ้าดินให้เคลื่อนไหว

ท่วงท่าของทั้งสองค่อยๆ ทับซ้อนกัน และหลอมรวมเป็นหนึ่งอย่างช้าๆ

ในท้ายที่สุด... กลิ่นอายอันยิ่งใหญ่ไพศาลก็ปกคลุมผืนดินแห่งนี้

แสงแห่งจิตวิญญาณที่เข้มข้นสาดส่องไปทั่ววิหารที่ทรุดโทรม

และส่องกระทบใบหน้าที่เต็มไปด้วยความหวาดกลัวของผู้คนภายในวิหาร

"ไม่! เป็นไปไม่ได้!"

"เผ่ามนุษย์ที่อ่อนแอจะเชี่ยวชาญใน 'ศาสตร์ศิลป์' ได้อย่างไร!"

"ไม่จริง!"

เสียงคำรามอย่างบ้าคลั่งดังสะท้อนก้องไปทั่วทุ่งรกร้าง

ท่ามกลางเสียงคำรามเหล่านั้น การวาดมุทราของเด็กหนุ่มกลับรวดเร็วยิ่งขึ้น

ปราณวิญญาณห้าธาตุในฟ้าดินปั่นป่วนรุนแรงยิ่งกว่าเดิม

"ที่แท้ ทวยเทพ... ก็เป็นเพียงผู้ที่ครอบครองปราณวิญญาณและศาสตร์ศิลป์มากกว่าผู้อื่นเท่านั้น"

เด็กหนุ่มพึมพำกับตัวเอง พลางซัดแสงแห่งจิตวิญญาณหลากสีที่รวบรวมไว้ในมือเข้าใส่วิหาร

"บังอาจ!"

อานุภาพแห่งเทพที่น่าสะพรึงกลัวระเบิดออกมาจากภายในวิหาร

มันหมายมาดจะบดขยี้เขาให้แหลกลาญ เหมือนที่เคยทำมานับครั้งไม่ถ้วน

แต่ทว่าครั้งนี้...

อานุภาพแห่งเทพกลับถูกต้านทานไว้ได้เป็นครั้งแรก... แม้จะเป็นเพียงชั่วขณะหนึ่งก็ตาม

วินาทีถัดมา

ปัง!

เสียงแตกหักดังสนั่น

ร่างกายของเด็กหนุ่มชุดผ้าหยาบระเบิดออก

ร่างเนื้อของปุถุชน ย่อมไม่อาจต้านทานอานุภาพแห่งเทพอันไพศาลได้ในท้ายที่สุด

ทว่า... ก่อนที่ร่างกายจะแหลกสลาย

เด็กหนุ่มพลันหันศีรษะกลับมา

สายตาของเขาจับจ้องมายังตำแหน่งที่ลู่หลียืนอยู่

แววตาคู่นั้นเด็ดเดี่ยวแน่วแน่อย่างถึงที่สุด

ราวกับเขามองทะลุมิติและสายธารแห่งกาลเวลา

เขามองตรงมายังลู่หลี ข้ามผ่านช่วงเวลาอันยาวนานนับไม่ถ้วน

และในวินาทีนี้ ลู่หลีก็เข้าใจความหมายในแววตาของบรรพชนเผ่ามนุษย์ผู้นี้

มันคือ... ประกายไฟแห่งอารยธรรม!

วูบ!

ศีรษะของลู่หลีส่งเสียงวิ้ง เขาอ้าปากอยากจะเอ่ยอะไรบางอย่าง

แต่ทว่า โลกเบื้องหน้ากลับกลายเป็นภาพลวงตาอย่างกะทันหัน

มันกระเพื่อมไหาราวกับผิวน้ำในกระจกเงา

"นี่คือ... จบแล้วงั้นหรือ...?"

ลู่หลีรู้สึกวิงเวียน และสติสัมปชัญญะค่อยๆ เลือนราง

แต่ในใจเขากลับรู้สึกว่างเปล่า

ในชั่วขณะนี้ เขาพลันเข้าใจแจ่มแจ้ง

ว่าเหตุใดฟังก์ชันใหม่นี้จึงถูกเรียกว่า 'ประกายไฟแห่งอารยธรรม'...

【ติ๊ง! ประกายไฟแห่งอารยธรรมมอดดับลงแล้ว】

【เคล็ดวิชาที่ได้รับในครั้งนี้: เส้นทางวิชาเบญจธาตุ】

【ปลดล็อกหอจัดแสดงยุคสิ้นธรรม: แดนต้นกำเนิดซุ่ยหมิง】

【การจุดไฟครั้งถัดไป: 29 วัน 23 ชั่วโมง 59 นาที 59 วินาที】

ทุกสิ่งเบื้องหน้ามลายหายไป

เหลือเพียงเสียงแจ้งเตือนจากระบบที่ดังสั่นสะเทือนจิตใจของลู่หลี

"หอจัดแสดงยุคสิ้นธรรม? นั่นคือส่วนของแผงควบคุมที่ยังไม่เปิดใช้งานสินะ...?"

เขาสูดหายใจลึก ค่อยๆ ลืมตาขึ้น เบื้องหน้ายังคงเป็นแปลงวิญญาณผืนเดิม

กลุ่มศิษย์รับจ้างชั่วคราวกำลังนั่งพักผ่อนและทำสมาธิ

หน้าต่างโปร่งแสงของระบบปรากฏขึ้นในคลองจักษุ

【โฮสต์: ลู่หลี】

【...】

【ตบะบารมี: ขอบเขตกลั่นลมปราณ ขั้น 6】

【เคล็ดวิชาบำเพ็ญเพียร: วิชาเบญจธาตุ (ขั้นสูง)】

【คาถาอาคม: วิชาควบคุมเบญจธาตุ (ขั้นกลาง), วิชาแส้เมฆาพิรุณ】

【...】

【หอจัดแสดง: แดนต้นกำเนิดซุ่ยหมิง】

【การประเมิน: อัจฉริยะในยุคสิ้นธรรมผู้มีศักยภาพยอดเยี่ยม】

"วิชาเบญจธาตุ... ขั้นสูง!"

"นี่... นี่มัน... นี่คืออานุภาพของประกายไฟแห่งอารยธรรมงั้นรึ?"

เมื่อมองดูข้อมูลที่แสดงบนหน้าต่างระบบ

ลู่หลีถึงกับตัวสั่นเทิ้มด้วยความตกตะลึง

ต้องรู้ก่อนว่า แม้แต่ในสำนักเซียนเสวียนเทียน ผู้ที่สามารถทำความเข้าใจเคล็ดวิชาจนถึงระดับ 'ขั้นสูง' ได้นั้นมีไม่มากนัก

มักจะมีเพียงเหล่าอัจฉริยะในระดับแถวหน้าของศิษย์สายนอกเท่านั้นที่ครอบครองพรสวรรค์เช่นนี้

และถึงกระนั้น ก็ยังต้องใช้เวลาขัดเกลาและวาสนาในการบรรลุ

แต่เขากลับเพียงแค่นั่งดู 'ภาพย้อนอดีต' และกระโดดข้ามจากขั้นกลางมาเป็นขั้นสูงได้ในทันที

ประสิทธิภาพระดับนี้ หากแพร่งพรายออกไป คงเพียงพอที่จะทำให้โลกตะลึง!

"ขอข้าลองหน่อยเถอะว่าวิชาเบญจธาตุขั้นสูงนี้มีอะไรแตกต่างบ้าง!"

ด้วยความฮึกเหิม ลู่หลีเริ่มโคจรเคล็ดวิชาทันที

วิชาเบญจธาตุไหลเวียนไปทั่วร่าง แทรกซึมผ่านเส้นลมปราณ

เพียงชั่วพริบตา ปราณวิญญาณฟ้าดินอันมหาศาลก็ถาโถมเข้าใส่เขาราวกับกระแสน้ำหลาก!

ความเคลื่อนไหวอันยิ่งใหญ่นี้ถึงกับก่อให้เกิดปรากฏการณ์ขึ้นรอบกาย

วังวนปราณวิญญาณขนาดมหึมาสูงกว่าสามเมตรปรากฏขึ้นจากความว่างเปล่า ห่อหุ้มร่างของลู่หลีเอาไว้

ทำให้ทุกคนในแปลงวิญญาณตกใจจนสะดุ้งโหยง

"เสียงอะไรน่ะ?!"

"นี่... นี่คือ... ดูนั่นสิ!"

"ศิษย์พี่ลู่กำลังบำเพ็ญเพียร ทำไมความเร็วในการดูดซับถึงน่ากลัวขนาดนี้!"

"เฮือก! อัตราการดูดซับรุนแรงอะไรเช่นนี้..."

"..."

เสียงอุทานดังระงม ทุกคนจ้องมองลู่หลีตาค้าง

หลังจากเห็นลู่หลีถูกคุมตัวไปแล้วกลับมาได้อย่างปลอดภัยตามลำพัง

พวกเขาก็อดไม่ได้ที่จะจินตนาการไปต่างๆ นานา

ถึงขั้นแอบคาดเดากันเป็นการส่วนตัวว่า ลู่หลีน่าจะไม่ใช่ศิษย์รับจ้างชั่วคราวธรรมดาๆ

ประกอบกับท่าทีแปลกๆ ของหลินอวี้เชียนก่อนหน้านี้

ทุกคนจึงลงความเห็นตรงกันอย่างรวดเร็วว่า "ศิษย์พี่ลู่... หรือว่าจะเป็นลูกนอกสมรสของผู้ยิ่งใหญ่สักคนในสำนัก?"

ในเวลานี้ สายตาของพวกเขา นอกจากความตกตะลึงแล้ว ยังแฝงไว้ด้วยความนัยแปลกประหลาดบางอย่าง...

ฮั่นจู้ ซึ่งอยู่ใกล้ลู่หลีที่สุดและกำลังนั่งสมาธิอยู่ ก็สะดุ้งตื่นจากความเคลื่อนไหวนี้เช่นกัน

เมื่อหันไปมอง เขาเห็นศิษย์พี่ของตนกำลังดูดกลืนปราณวิญญาณฟ้าดินราวกับวาฬกลืนกินพยัคฆ์เขมือบ

"อึก!"

เขากลืนน้ำลายลงคออย่างยากลำบาก

ริมฝีปากของฮั่นจู้สั่นระริก "ศิษย์พี่ลู่... ท่านไปกินอะไรมากันเนี่ย...?"

"ทำไมจู่ๆ ถึงได้ดุดันขนาดนี้?"

ลู่หลีที่กำลังจมดิ่งอยู่ในวิชาเบญจธาตุขั้นสูง ไม่อาจตอบคำถามของฮั่นจู้ได้ในขณะนี้

พลังวิญญาณอันมหาศาลทำให้ตบะบารมีของเขา ซึ่งเพิ่งจะทะลวงขั้นไปเมื่อไม่กี่วันก่อน เริ่มขยับสูงขึ้นอีกครั้ง

บวกกับพรสวรรค์ระดับ 'อัจฉริยะ' ทำให้ลู่หลีไร้ซึ่งคอขวดใดๆ ในขอบเขตกลั่นลมปราณ

ตอนนี้ เขากำลังจะทะลวงขั้นอีกแล้ว!

"ตูม!"

ความรู้สึกซาบซ่านจากการถูกชะล้างด้วยปราณวิญญาณทำให้ร่างของลู่หลีสั่นสะท้านเล็กน้อย

วิชาเบญจธาตุขั้นสูงกับขั้นกลางนั้นเทียบกันไม่ได้เลยแม้แต่น้อย

คุณภาพของมันไม่ด้อยไปกว่าเคล็ดวิชาระดับสามที่สามารถฝึกฝนไปจนถึงขั้นจินตาน (แก่นทองคำ) ได้เลย!

ความจริงแล้ว... มันยังดูเหนือล้ำกว่าอยู่ราวๆ หนึ่งในสิบส่วนด้วยซ้ำ

"ข้า... ข้าจะทะลวงขั้นแล้ว!"

ทันใดนั้น

เสียงดังกรุบกริบดังลอดออกมาจากภายในร่างของลู่หลี

ภายใต้สายตาหวาดผวาของทุกคนและฮั่นจู้

กลิ่นอายของลู่หลีได้ก้าวเข้าสู่... ขอบเขตกลั่นลมปราณ ขั้น 7 อย่างสมบูรณ์!

"ทะ... ทะลวงขั้น..."

"ทะลวงขั้นอีกแล้ว..."

"สามขั้นในสี่วัน... เขายังเป็นคนอยู่หรือเปล่า?"

"อึก!"

"อึก!"

"..."

เสียงกลืนน้ำลายดังต่อเนื่องไปทั่วแปลงวิญญาณ

ไม่มีใครไม่แปลกใจ ไม่มีใครไม่หวาดหวั่น

ทุกคนพลันรู้สึกว่าการที่ลู่หลีถูกนำตัวไปตรวจสอบนั้นไม่ใช่เรื่องไร้เหตุผล

เขาสมควรถูกตรวจสอบให้ละเอียดจริงๆ นั่นแหละ

นี่มันอัจฉริยะเกินมนุษย์มนาไปแล้ว!

"ฟู่ว... กลั่นลมปราณ ขั้น 7..."

"เหลืออีกห้าขั้นสู่การสร้างรากฐาน... กับเวลาอีก 10 วัน"

"มีความหวังแล้ว!"

ลู่หลีที่ค่อยๆ หยุดโคจรวิชา ลืมตาขึ้น

เขาสูดหายใจลึก

วิชาเบญจธาตุขั้นสูงสร้างความประหลาดใจให้เขาอย่างมหาศาล

มันยังเป็นการพิสูจน์ฟังก์ชันอันทรงพลังของ 'ประกายไฟแห่งอารยธรรม' อีกด้วย

ด้วยฟังก์ชันนี้ ไม่ว่าในอนาคตเขาจะฝึกฝนศาสตร์วิชาใด เขาก็จะสามารถยกระดับความเข้าใจได้อย่างรวดเร็วและมหาศาล

นี่มันเหมือนกับมีสูตรโกงขนาดยักษ์เพิ่มมาอีกอย่างชัดๆ

"ใครบอกว่าระบบยุคสิ้นธรรมนี้ไร้ประโยชน์กัน? ระบบยุคสิ้นธรรมนี่มันของดีชัดๆ..."

"ถ้าฟังก์ชันที่สองยังเจ๋งขนาดนี้ แล้วฟังก์ชันต่อๆ ไปจะไม่ยิ่งสุดยอดกว่านี้หรือ?"

เมื่อคิดได้ดังนี้ ลู่หลีก็เลิกสนใจสายตาสั่นเครือของคนรอบข้าง

เขาเลื่อนสายตาไปยังหมวดรองสุดท้ายบนหน้าต่างระบบ

【หอจัดแสดง: แดนต้นกำเนิดซุ่ยหมิง】

จบบทที่ บทที่ 20 ใครบอกว่าระบบนี้ไร้ประโยชน์กัน?!

คัดลอกลิงก์แล้ว