เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 2 สาวใช้ซวนหราน

บทที่ 2 สาวใช้ซวนหราน

บทที่ 2 สาวใช้ซวนหราน


บทที่ 2 สาวใช้ซวนหราน

หลังจากสังหารเสวี่ยกุ้ย ฉินหลางเดินทอดน่องไปตามท้องถนนในอำเภอเจี้ยนผิง เขารู้สึกแปลกๆ ที่มือขวา

แม้ภายนอกจะดูไม่ผิดปกติ แต่ฉินหลางสังหรณ์ใจว่าเจ้าคนสารเลวเฒ่าเสวี่ยกุ้ยอาจลอบเล่นลูกไม้อะไรบางอย่างกับเขา

นี่ไม่ใช่ความหวาดระแวงจนเกินเหตุ เพราะการลงเขาครั้งนี้ ฉินหลางมี "ปัญหาที่บอกใครไม่ได้" ติดตัวมาด้วย ไม่รู้ว่าเป็นเพราะอาการผิดน้ำผิดอากาศหรืออย่างไร นับตั้งแต่ลงมาจากเขาเทียนซาน กำลังภายในที่เขาร่ำเรียนมา รวมถึงส่วนที่ศิษย์พี่ถ่ายทอดให้ กลับมลายหายไปราวกับกองเพลิงที่มอดลงจนเหลือเพียงแสงเทียนริบหรี่

สำหรับจอมยุทธ์แห่งราชวงศ์ต้าโจว การไร้ซึ่งกำลังภายในถือเป็นเรื่องคอขาดบาดตาย

การฝึกภายนอกเน้น ผิวหนัง เส้นเอ็น กระดูก ส่วนการฝึกภายในเน้นการเดินลมปราณ ในยุคนี้ หากฝึกยุทธ์โดยไร้กำลังภายใน ก็เปรียบเสมือนกินปาท่องโก๋โดยไม่จิ้มน้ำเต้าหู้... มันไม่ได้รสชาติที่แท้จริง

ทว่ากว่าฉินหลางจะรู้ตัว ศิษย์พี่ก็กางอาคมปิดด่านกักตนเพื่อรักษาอาการบาดเจ็บซึ่งทำเป็นประจำทุกครึ่งปีไปแล้ว เขาอยากกลับไปถามสาเหตุบนเขาเทียนซานแต่ก็ทำไม่ได้

ดังนั้น แม้จะมีวิชาภายนอกและกระบวนท่าติดตัว แต่สิ่งที่ฉินหลางกลัวที่สุดในตอนนี้คือการถูกลอบทำร้ายด้วยกำลังภายในหรืออาวุธลับก่อนที่จะเริ่มฝึกฝนลมปราณใหม่... และเขาสงสัยอย่างยิ่งว่าตนอาจพลาดท่าเสียทีให้กับลูกไม้สกปรกของประมุขพรรคดาบโลหิตเข้าให้แล้ว

ขณะกำลังครุ่นคิด เสียงหวานใสเสียงหนึ่งก็ดังขึ้นจากด้านหลัง

"จอมยุทธ์น้อย โปรดช้าก่อนเจ้าค่ะ~"

"หือ?"

ฉินหลางหยุดเดินแล้วหันกลับไปมอง พบเด็กสาววัยประมาณสิบหกปี สวมชุดกระโปรงจับจีบแบบป้ายอกสีเรียบ ท่าทางดูร่าเริงแต่แฝงไว้ด้วยความสง่างาม เห็นได้ชัดว่าไม่ใช่ลูกสาวชาวบ้านร้านตลาดทั่วไป

อืม... แม่นางคนนี้ ช่างดู "ยิ่งใหญ่" จริงๆ... ฉินหลางชื่นชมในใจพลางถอนสายตาจากหน้าอกอันอวบอิ่มของนางอย่างเงียบเชียบ

"มิทราบว่าแม่นางคือ..."

"ข้าน้อยชื่อซวนหรานเจ้าค่ะ เป็นสาวใช้ประจำตัวของคุณหนู แซ่ของข้าต้องตามแซ่ของคุณหนูจึงไม่สะดวกเปิดเผย จอมยุทธ์น้อยเรียกข้าว่าซวนเอ๋อร์ก็ได้"

ซวนหราน... สายตาของฉินหลางเผลอเลื่อนต่ำลงอีกครั้ง หยุดมองครู่หนึ่งก่อนจะพยักหน้าอย่างเข้าใจ

"ได้ๆ งั้น... แม่นางซวนเอ๋อร์ มีธุระอะไรกับข้าหรือ?"

"อืม... ความจริงข้าไม่ได้มีธุระหรอกเจ้าค่ะ..."

สาวใช้น้อยมองใบหน้าหล่อเหลาของฉินหลาง แววตาไหวระริก หัวใจเต้นผิดจังหวะเล็กน้อยและรู้สึกอบอุ่นขึ้นมา

"...แต่เป็นคุณหนูของข้า ท่านบอกว่าจอมยุทธ์น้อยดูหน้าตาคุ้นๆ"

"คุ้นๆ..."

ฉินหลางคิดในใจว่าเรื่องนี้ช่างน่าพิศวง

เขาอยู่บนเขาเทียนซานมาตั้งยี่สิบปี มีเพียงศิษย์พี่และกระรอกบินที่นางเลี้ยงไว้สืบข่าวเป็นเพื่อน สิ่งมีชีวิตอื่นที่รู้จักเขา ส่วนใหญ่ก็ลงไปอยู่ในกระทะหรือไม่ก็บนเตาย่างของเขาจนหมดแล้ว

จู่ๆ มีสาวใช้มาบอกว่าคุณหนูคุ้นหน้าเขา... หรือคุณหนูของเจ้าจะเป็นกระรอกบินตัวนั้นจำแลงกายมา?

ฉินหลางนึกสงสัย แต่ทันใดนั้นศีรษะกลับหนักอึ้ง ความคิดเริ่มติดขัด ภาพตรงหน้าเริ่มพร่ามัว

"คุณหนูของเจ้า... เคยเจอข้าที่ไหนหรือ...?"

"พูดยากเจ้าค่ะ คุณหนูของข้ามาจากตระกูลชาวยุทธ์ที่มีชื่อเสียง ติดตามผู้ใหญ่ไปเยือนสำนักต่างๆ มาตั้งแต่เด็ก จึงมีความรู้กว้างขวาง พอได้เห็นจอมยุทธ์น้อย ท่านรู้สึกเหมือนเคยพบที่ไหนมาก่อน อีกทั้งเห็นท่วงท่าอันคล่องแคล่วและวิทยายุทธ์ที่แน่นปึ้กของท่าน เลยอยากทราบว่าอาจารย์ของท่านคือใคร เผื่อว่าจะมีวาสนาเกี่ยวพันกับตระกูลของเรา"

...ริมฝีปากจิ้มลิ้มของสาวใช้ขยับเจื้อยแจ้วตามคำสั่งคุณหนูอย่างคล่องแคล่ว ทุกถ้อยคำผ่านการคัดสรรมาอย่างดี

แต่เวลานี้ฉินหลางรู้สึกผิดปกติอย่างรุนแรง ไม่เพียงแต่สมองไม่สั่งการ แม้แต่ลิ้นยังเริ่มแข็งจนพูดติดอ่าง

"คุณ... คุณหนูของเจ้าคงจำคนผิดแล้ว ข้าไร้สำนัก... เป็นลูกนายพราน... แม่เลี้ยงมา... ฝึกวิชามั่วซั่ว..."

"อ๋อ... เช่นนั้นจอมยุทธ์น้อยมาจากที่ใดหรือเจ้าคะ?"

"เมืองเอ้อ..."

"แล้วมาทำอะไรที่อำเภอเจี้ยนผิง?"

"แค่ผ่านมา..."

"แล้วเรื่องประมุขพรรคดาบโลหิต... เอ๊ะ... เอ๊ะ? จอมยุทธ์น้อย? จอมยุทธ์น้อยเจ้าคะ?!"

...สาวใช้น้อยนึกว่าฉินหลางเป็นคนซื่อถามคำตอบคำ ไม่คิดว่าพูดไปพูดมาเขาจะเซถลาล้มใส่

ตัวโตขนาดนี้ทิ้งน้ำหนักลงมา แขนเล็กๆ ของซวนเอ๋อร์ทำได้เพียงประคองใต้รักแร้เขาไว้อย่างทุลักทุเล

กล้ามเนื้อแน่นตึงและกลิ่นอายบุรุษเพศที่อธิบายไม่ถูก ทำเอาสาวน้อยที่ไม่เคยใกล้ชิดชายใดมาก่อนหน้าแดงซ่าน ขาเรียวเผลอหนีบเข้าหากันแน่น

ส่วนฉินหลางที่สติหลุดลอย ศีรษะห้อยตก ซุกไซ้ลงไปในอกนุ่มหยุ่นของสาวใช้โดยตรง

"จะ... จอมยุทธ์ฉิน...?"

แม้ในตรอกจะปลอดคน แต่ลมหายใจอุ่นร้อนที่เป่ารดผิวเนื้อทำเอาหน้าของสาวใช้ร้อนผ่าว และขาของนางก็เผลอเบียดชิดกันแน่นกว่าเดิม

ส่วนฉินหลางกลับรู้สึกเลือนรางเหมือนได้กลับไปสู่เขาเทียนซานในวัยเด็ก เหมือนได้ซุกหน้าลงในกองหิมะนุ่มฟู

เพียงแต่หิมะกองนี้ไม่เย็นเลยสักนิด กลับอบอุ่นและหอมกรุ่น

อืม... แถมยังเด้งดึ๋งได้ด้วย... สัมผัสที่คุ้นเคยนี้... ทำให้คิดถึงศิษย์พี่ชะมัด... หลังจากความคิดและภาพฝันแตกซ่านแล่นผ่านสมองเหมือนความฝันชั่ววูบ ฉินหลางก็สิ้นสติไปโดยสมบูรณ์ ท่ามกลางเสียงเรียก "จอมยุทธ์น้อย" ที่ค่อยๆ แผ่วเบาลงในหู... ยุทธภพช่างอันตราย... นึกไม่ถึงว่าเจ้าเฒ่าเสวี่ยกุ้ยจะวางยาพิษไว้บนหน้ากากหนังมนุษย์

——————

หลังจากนั้น ฉินหลางก็ตกอยู่ในความฝันอันยาวนาน

จะเรียกว่าฝันก็ไม่เชิง เพราะมันคือภาพสะท้อนของเหตุการณ์จริงที่เกิดขึ้น

เนื่องจากฉินหลางโดนแค่ผงยาสลายกล้ามเนื้อที่เสวี่ยกุ้ยทาเคลือบไว้บางๆ บนหน้ากาก เพราะต้องสวมใส่เองจึงไม่กล้าใช้ยาแรง และจอมยุทธ์ที่มีพื้นฐานกำลังภายในย่อมขับออกได้ง่าย

แม้ฉินหลางจะพลาดท่าเพราะสูญเสียกำลังภายใน แต่ยาที่ไม่แรงนักทำให้เขาไม่ถึงกับหมดสติไปโดยสิ้นเชิง

ดังนั้น หลังจากเป็นลมล้มพับไปในอ้อมอกของสาวใช้ซวนหราน... ไม่สิ ในอ้อมแขนของนาง ฉินหลางก็รู้สึกตัวตื่นขึ้นมาบ้างเป็นพักๆ พอจะรับรู้สิ่งรอบตัวได้ลางๆ...

เช่น ถูกพามานอนบนเตียง

เช่น มีแม่นางชุดเขียวป้อนยาให้

เช่น แม่นางชุดเขียวกับซวนเอ๋อร์คุยกันจุกจิกอยู่นานก่อนจะช่วยเขาถอดเสื้อผ้า

แล้วก็มีบทสนทนาบางส่วนระหว่างสองสาว

พวกนางพูดถึงเรื่อง "พานอัน" "เหล่าไอ่" "พรรคเทียนเหอ" "ทางสำนักเร่งรัด" "สามวันสองคืน" อะไรทำนองนั้น... สรุปคือ เมื่อฉินหลางตื่นเต็มตา เวลาก็ผ่านไปสามวันแล้วนับจากที่เขาสังหารเสวี่ยกุ้ย

ฉินหลางอยู่ลำพังในห้องพักโรงเตี๊ยม สาวใช้ซวนหรานและแม่นางชุดเขียวหายตัวไป

เหลือเพียงกลิ่นหอมจางๆ ของหญิงสาวอบอวลอยู่ในห้อง เทียบกับกลิ่นหอมยั่วยวนแบบผู้ใหญ่ของศิษย์พี่บนเขาเทียนซานแล้ว กลิ่นนี้ให้ความรู้สึกสดใสและมีเสน่ห์แบบเด็กสาวไปอีกแบบ

แต่ก็นะ เขาถูกช่วยชีวิตไว้นี่นา

ตอนอยู่บนเขา ศิษย์พี่เคยเตือนไว้ว่าหนุ่มฉกรรจ์ที่แข็งแรงอย่างเขา ถ้าไปเป็นลมในยุทธภพ อาจถูกสำนักนางมารจับไปเลี้ยงเป็นปศุสัตว์ เพื่อเป็นยาสมุนไพรเสริมความงามในระยะยาว

ในสถานการณ์เมื่อวาน แม้โอกาสที่จะถูกจับไปต้มยาในอำเภอเจี้ยนผิงจะน้อย แต่การล้มพับกลางถนนก็ไม่ปลอดภัยอยู่ดี

โชคดีที่ฉินหลางไม่ได้เจอสำนักมาร แต่เจอแม่นางใจดีสองคน... หากการที่เสวี่ยกุ้ยยอมวางยาหน้ากากทำให้ฉินหลางเห็นด้านมืดของยุทธภพ

การถูกแม่นางแปลกหน้าช่วยไว้ก็ทำให้เขาเห็นด้านสว่างที่มีคุณธรรม

ขาวและดำ ธรรมะและอธรรม... ไม่ว่าโลกไหนก็มีสองด้านเสมอ และไม่ว่าจะดีหรือเลว อย่างน้อยโลกก็น่าตื่นเต้นเพราะสิ่งเหล่านี้...

ก๊อก ก๊อก ก๊อก—

"นายท่าน? นายท่านขอรับ?"

"อยู่นี่!"

จอมยุทธ์มือใหม่เพิ่งจะซาบซึ้งใจได้ไม่นาน เสียงเคาะประตูก็ดังขัดจังหวะ ปรากฏว่าเป็นเสี่ยวเอ้อมาเก็บค่าห้อง

ดูท่าฉินหลางจะหลับเพลินเกินกว่าที่สองสาวจ่ายเงินเผื่อไว้ไปหนึ่งคืน ในเมื่อห้องหมดเวลาและพิษก็สลายไปหมดแล้ว ฉินหลางจึงไม่มีเหตุผลต้องอยู่ต่อ

"หือ?"

ทว่าก่อนจะไป ฉินหลางพบก้อนเงินวางอยู่ข้างหมอน บนนั้นมีรอยสลักรูปผีเสื้อครึ่งตัว ดูเหมือนจะเป็นชิ้นส่วนเครื่องประดับผมที่ใครคนหนึ่งทิ้งไว้

เอาล่ะ ตอนนี้เขามีวิธีตอบแทนบุญคุณแล้ว

ฉินหลางเก็บมันไว้อย่างดี คิดว่าวันหน้าหากเจอเจ้าของสิ่งนี้ต้องตอบแทนน้ำใจแน่นอน

แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น เมื่อก้าวออกจากโรงเตี๊ยม ฉินหลางก็ตระหนักได้ว่า ไม่ว่าจะเลือกท่องยุทธภพอย่างอิสระ หรือตามหาคนสุดท้ายในบันทึก "จิตมาร" เขาต้องเผชิญกับอุปสรรคสำคัญ

นั่นคือ... การใช้ชีวิตในยุทธภพต้องใช้เงินค่ากิน ค่าอยู่... ยี่สิบปีบนเขาเทียนซาน ฉินหลางล่าสัตว์หาของป่ากินเอง นอกเหนือจากนั้นก็รับรู้เรื่องราวทางโลกผ่านกระรอกบินลึกลับของศิษย์พี่

เขาไม่เคยเห็นเงินเลยด้วยซ้ำ

ตอนนี้ถังแตก ย่อมไม่มีปัญญาจ่ายค่ากินอยู่ปัจจุบัน หรือแม้แต่จะเดินทางออกจากอำเภอเจี้ยนผิงเพื่อผจญภัยต่อก็ยังลำบาก

ทว่าอำเภอเจี้ยนผิงแห่งนี้ ผู้คนต่างทำเกษตรกรรม กิจการร้านค้าก็ทำกันในครอบครัว ไม่มีสำนักคุ้มภัย ไม่มีโรงฝึกยุทธ์ แม้แต่งานตัดฟืนขายหรือล่าสัตว์ขายก็ยังหาที่ลงไม่ได้

อย่างที่คำโบราณว่าไว้ "วีรบุรุษตกม้าตายเพราะเงินแดงเดียว"

แม้สามวันก่อนจะทำตัวเป็นวีรบุรุษบุกคุกฆ่าคนชั่ว แต่ตอนนี้เมื่อกระเป๋าแบน วีรบุรุษในสภาพนี้ก็ดูจะไม่สง่างามเอาเสียเลย

ฉินหลางกำลังครุ่นคิดหาวิธียังชีพ เขาเพิ่งยกเท้าเตรียมจะออกไปหาผลไม้ป่าหรือล่าสัตว์นอกเมือง ประโยคคุ้นหูก็ดังขึ้นจากด้านหลังเป็นครั้งที่สอง

"จอมยุทธ์น้อย โปรดช้าก่อน!"

"หือ?"

จบบทที่ บทที่ 2 สาวใช้ซวนหราน

คัดลอกลิงก์แล้ว