- หน้าแรก
- ระบบจอมเวทอัปเกรดได้ทุกอย่าง
- บทที่ 10 หินเวทและไอเทมเวทมนตร์
บทที่ 10 หินเวทและไอเทมเวทมนตร์
บทที่ 10 หินเวทและไอเทมเวทมนตร์
ริชาร์ดเคยได้ยินชื่อ 'หินเวท' จากคำพูดของพวกขุนนางบนเรือเหาะ แต่นี่เป็นครั้งแรกที่เขาได้เห็นของจริง
หินเวทก้อนนี้มีขนาดเท่าหัวแม่มือ เป็นสีดำสนิทและมีทรงสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน เมื่อต้องแสงอาทิตย์ มันดูเหมือนอัญมณีสีดำล้ำค่า
ริชาร์ดใช้พลังจิตสัมผัสหินเวท และค้นพบว่าพลังเวทที่อัดแน่นอยู่ภายในนั้นมีปริมาณมากกว่าในวงจรมานาหมุนวนของเขาเสียอีก และการดูดซับมันก็ทำได้อย่างง่ายดาย
ไม่ต้องสงสัยเลยว่านี่คือโอกาสทองสำหรับริชาร์ด
ความจุของวงจรมานาหมุนวนในตัวผู้ฝึกหัดพ่อมดนั้นมีจำกัด เมื่อใช้พลังเวทจนหมด แม้แต่พ่อมดก็ยังต้องดูดซับมานาเข้ามาเติมใหม่
ทว่า การดูดซับมานาจากธรรมชาติเพื่อฟื้นฟูวงจรนั้นไร้ประสิทธิภาพอย่างยิ่ง ริชาร์ดต้องใช้เวลาถึงสองวันเต็มกว่าจะฟื้นฟูพลังเวทครึ่งหนึ่งที่เสียไปบนเรือเหาะ แต่ด้วยหินเวทก้อนนี้ เวลาในการฟื้นฟูพลังเวทของริชาร์ดจะลดลงจากสองวันเหลือเพียงสองนาที
'มิน่าล่ะ หินเวทถึงมีราคาสูงถึงหนึ่งแสนเหรียญทองในอาณาจักรโกลเด้นฟลาวเวอร์ ถ้ามีของแบบนี้สักสองก้อน ก็คงครองสนามสอบได้ในฐานะผู้ฝึกหัดพ่อมดแล้ว' ริชาร์ดคิดในใจขณะถือหินเวทไว้
'ถ้าคิดต่อยอดไปอีก หากพ่อมดไม่มีวิธีการพิเศษอะไร การต่อสู้ระหว่างพ่อมดก็คงกลายเป็นการแข่งกันว่าใครรวยกว่ากันสินะ'
เมื่อคิดได้ดังนั้น สายตาที่ริชาร์ดมองหินเวทก็ยิ่งเร่าร้อนขึ้น
หินเวทไม่ใช่แค่ความมั่งคั่ง แต่ยังเป็นส่วนหนึ่งของพลังอำนาจของพ่อมด
ริชาร์ดเก็บหินเวทลงในกระเป๋าแล้วออกเดินทางต่อ
แต่คราวนี้ต่างออกไป ก่อนที่ริชาร์ดจะเริ่มเคลื่อนไหว แสงวูบวาบก็ปรากฏขึ้นรอบตัวเขา
คาถาวงแหวนที่ศูนย์: เวทตัวเบา
เมื่อมีหินเวทเป็นแหล่งพลังงานสำรอง ริชาร์ดก็ไม่ลังเลที่จะใช้เวทมนตร์อีกต่อไป
เมื่อเวทตัวเบาเริ่มทำงาน ริชาร์ดรู้สึกตัวเบาหวิวขึ้นทันที ฝีเท้าเบาขึ้น และสัมภาระที่เอวก็ดูเหมือนจะเบาลงด้วย
เวทตัวเบามีผลต่อเนื่องครึ่งชั่วโมง ในช่วงเวลานี้ ริชาร์ดเดินทางได้ระยะทางเกือบสองเท่าของปกติ
ถ้าเป็นแบบนี้ต่อไป ริชาร์ดน่าจะใช้เวลาเพียงสามวันก็ไปถึงตำแหน่งของเสาแสงได้
แต่ขณะที่ริชาร์ดกำลังเร่งฝีเท้าเต็มสปีด เสียงหวีดหวิวก็ดังมาจากป่า
ฟุ่บ!
ริชาร์ดก้มหัวหลบตามสัญชาตญาณ ทันเห็นลิ่มน้ำแข็งพุ่งออกมาจากป่าเฉี่ยวหนังหัวเขาไปนิดเดียว
"เกือบไปแล้ว!"
มองดูลิ่มน้ำแข็งที่เจาะทะลุลำต้นไม้เป็นรู ริชาร์ดรู้สึกเย็นวาบด้วยความกลัว ถ้าเขาก้มช้าไปแค่วินาทีเดียว กะโหลกศีรษะคงถูกลิ่มน้ำแข็งนั่นเจาะแตกกระจายไปแล้ว
"จะประมาทไม่ได้ การเดินทางสำคัญก็จริง แต่จะทำอะไรข้ามขั้นตอนไม่ได้" ริชาร์ดเตือนสติตัวเอง แล้วยกมือปล่อยกระสุนเวทมนตร์สวนกลับไปทางที่ลิ่มน้ำแข็งพุ่งมา
ในเมื่อมีคนเปิดก่อน เขาก็ต้องสนองคืนตามมารยาท
เมื่อแสงสีน้ำเงินพุ่งออกไป ริชาร์ดไม่รอเช็คผลงาน เขาร่ายเวทตัวเบาใส่ตัวเองทันที ย่อตัวต่ำแล้ววิ่งซิกแซกเข้าหาทิศทางที่ปล่อยลิ่มน้ำแข็งมา
ฟุ่บ!
ลิ่มน้ำแข็งพุ่งมาอีกดอก
แต่คราวนี้ทิศทางห่างไกลจากตำแหน่งของริชาร์ดไปมากโข
'ดูเหมือนเจ้านั่นจะสติแตกแล้วแฮะ' ริชาร์ดคิดในใจ 'ลอบโจมตีทีแรกไม่ตาย พอโดนสวนกลับก็ลนลานทำอะไรไม่ถูก'
คนพรรค์นี้เหรอจะมีปัญญาฆ่าฉัน?
ริชาร์ดแสยะยิ้ม ร่างของผู้ลอบโจมตีปรากฏขึ้นเบื้องหน้า
ผู้ลอบโจมตีเป็นหญิงสาวร่างเล็ก สวมเสื้อผ้าหรูหรา หน้าตาสะสวย... ขุนนางหญิงนั่นเอง
หญิงสาวตื่นตระหนก มือที่สวมแหวนสั่นระริกขณะพยายามจะร่ายเวทลิ่มน้ำแข็งอีกครั้ง แต่ริชาร์ดเข้าประชิดตัวจนตั้งตัวไม่ทัน
"อย่าเข้ามานะ! อย่าเข้ามา! ได้โปรดอย่าเข้ามา!"
เมื่อเห็นริชาร์ดใกล้เข้ามาเรื่อยๆ เธอก็หลับตาปี๋ กรีดร้องแล้วปล่อยลิ่มน้ำแข็งออกไป
แต่พระเจ้าไม่เมตตาเธอ ลิ่มน้ำแข็งครั้งนี้ยังคงห่างไกลจากตัวริชาร์ดไปไกลลิบ
"จบกัน"
ริชาร์ดยืนอยู่ไม่ไกลจากหญิงสาว สีหน้าเรียบเฉย แสงสีน้ำเงินวูบวาบที่ปลายนิ้ว
เขาไม่มีความคิดจะออมมือให้ผู้หญิงแม้แต่น้อย
ปัง
เลือดและมันสมองสาดกระเซ็น
ริชาร์ดเดินเข้าไปหาศพของหญิงสาวอย่างเย็นชา ข้างกายเธอมีกระเป๋าอยู่สองใบ แสดงว่ามีเหยื่อผู้โชคร้ายรายอื่นโดนลอบกัดไปก่อนหน้านี้แล้ว
ริชาร์ดถอดแหวนจากนิ้วของเธอ แหวนวงนี้ทำจากโลหะสีเทา มีเบ้าสำหรับใส่หินเวท และดูเก่าแก่มาก
"นี่สินะไอเทมเวทมนตร์ที่พวกขุนนางพูดถึง สาเหตุเบื้องหลังที่ทำให้พันธมิตรของเควินก่อตั้งขึ้นมาได้"
ริชาร์ดเกิดความคิดแวบขึ้นมา เขาอยากลองใช้ระบบเตาหลอมสกัดแหวนวงนี้ดูเผื่อจะได้วิธีสร้างมันมา แต่ทว่าระบบเตาหลอมกลับไม่มีปฏิกิริยาใดๆ กับแหวน ราวกับว่าคุณภาพของมันต่ำเกินกว่าจะเป็นประโยชน์ต่อเตาหลอม
หลังจากถอดแหวน ริชาร์ดค้นตัวศพอีกครั้ง
สุดท้าย ริชาร์ดพบหินเวทสามก้อนและกริชเวทมนตร์อีกเล่มหนึ่ง แต่ระบบเตาหลอมก็ไม่มีปฏิกิริยากับกริชเช่นกัน
"พวกขุนนางนี่กระเป๋าหนักจริงๆ ถ้าขุนนางทุกคนโง่แบบนี้ ฉันคงอยากออกไปไล่ล่าพวกมันบ้างแล้วสิ"
ริชาร์ดพิจารณากริชในมือ ที่ด้ามจับมีช่องเว้าลักษณะคล้ายหินเวท เขาใส่หินเวทลงไป ทันใดนั้นอักขระแถวหนึ่งก็ปรากฏขึ้นบนใบมีดที่เคยดูธรรมดา
ริชาร์ดลองตวัดกริชสองครั้ง ใบมีดจมลึกเข้าไปในลำต้นไม้ข้างๆ ที่ดูอายุไม่ต่ำกว่าร้อยปีได้อย่างง่ายดาย
"คมกริบเลยแฮะ!"
ริชาร์ดอุทานด้วยความประหลาดใจ พลันนึกถึงเพลงดาบอีกาวายุที่ได้มาจากดาบของบารอนเฮสเซอรุ่นแรก
แม้ตอนนี้เขาจะเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมดแล้ว แต่ถ้าระยะประชิดตัว เขาจะกลับไปเป็นลูกชาวนาอ่อนแอทันที
ถึงกริชจะสั้นไปหน่อย แต่ก็ถือเป็นอาวุธร้ายแรง เพียงพอให้เขาใช้ออกด้วยกระบวนท่าสามส่วนของเพลงดาบอีกาวายุ
ด้วยเพลงดาบอีกาวายุสามส่วนผสานกับกริชที่ฟันเหล็กดั่งหยวกกล้วยเล่มนี้ ไม่เพียงชดเชยจุดอ่อนในการต่อสู้ระยะประชิด แต่ยังยกระดับความแข็งแกร่งของเขาไปอีกขั้น
ริชาร์ดกลั้นหัวเราะอย่างยากลำบาก เขาแกะหินเวทออกจากด้ามกริช
เหล็กดีควรใช้ยามจำเป็น เขามีหินเวทไม่มากพอจะใช้พร่ำเพรื่อ
ริชาร์ดเก็บหินเวท สวมแหวนลิ่มน้ำแข็ง เหน็บกริชเวทมนตร์ไว้ที่เอว แล้วออกเดินทางต่อ
ข้าวของเครื่องใช้อื่นๆ ของศพไม่มีประโยชน์กับริชาร์ด รังแต่จะเป็นภาระ เขาจึงทิ้งมันไว้ที่เดิม รอให้ผู้มีวาสนาคนต่อไปมาเจอ
เมื่อได้บทเรียนแล้ว ครั้งนี้ริชาร์ดจึงไม่ผลีผลามในการเดินทาง เขาคอยสังเกตและระแวดระวังรอบตัวในป่ามากขึ้น
แม้วิธีนี้จะช้ากว่าเดิมมาก แต่ก็ปลอดภัยกว่า
และแล้วริชาร์ดก็ผ่านวันแรกของการสอบไป
ยามค่ำคืน ป่าเต็มไปด้วยเสียงแมลงร้องระงม ริชาร์ดกวาดใบไม้แห้งมากองรวมกันใต้ต้นไม้ใหญ่เพื่อใช้เป็นที่นอน
แม้อุณหภูมิในป่าดงดิบแห่งนี้จะไม่สูงนัก แต่ก็ยังดีกว่าความหนาวเหน็บที่เขตป่าดำในช่วงกลางฤดูหนาวมาก ต่อให้เป็นตอนกลางคืน ริชาร์ดก็แค่รู้สึกเย็นนิดหน่อย ไม่ถึงกับสั่นสะท้าน
ริชาร์ดเปิดขวดโพชั่นสารอาหารแล้วจิบหนึ่งอึก
รสชาติของมันประหลาดพิกล เหมือนน้ำส้มสายชูเจือจางผสมน้ำคั้นจากหญ้า แล้วหมักปิดผนึกไว้สักเดือน
ถึงรสชาติจะแย่ แต่สรรพคุณดีเยี่ยมอย่างปฏิเสธไม่ได้
หลังจากดื่มโพชั่นไปหนึ่งหลอด ริชาร์ดรู้สึกอุ่นวาบในท้อง ความหิวโหยหายเป็นปลิดทิ้ง
เมื่อกินเสร็จ ริชาร์ดเอนตัวลงนอนใต้ต้นไม้ ความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันถาโถมเข้ามาดั่งคลื่นยักษ์
แต่แทนที่จะนอนหลับ เขากลับเลือกที่จะทำสมาธิ
บนเรือเหาะ ริชาร์ดค้นพบว่าการทำสมาธิช่วยขจัดความเหนื่อยล้าทางจิตใจได้ การทำสมาธิสองชั่วโมงให้ผลดียิ่งกว่าการนอนหลับแปดชั่วโมงเสียอีก ในป่าดงดิบที่เต็มไปด้วยอันตรายแบบนี้ การตื่นตัวให้มากที่สุดย่อมเป็นเรื่องดี
อีกทั้งการทำสมาธิยังช่วยเพิ่มพลังจิตได้อีกด้วย เรียกได้ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสองตัว
แต่ขณะที่เขากำลังเข้าสู่สมาธิ เสียงคำรามประหลาดก็ดังก้องไปทั่วป่า