เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 6 การบำรุงรักษาเรือเหาะ

บทที่ 6 การบำรุงรักษาเรือเหาะ

บทที่ 6 การบำรุงรักษาเรือเหาะ


หลังจากการสนทนาครั้งนั้น ริชาร์ดและเอลลี่ก็สนิทสนมกันมากขึ้น

หลังจากนั้น ริชาร์ดจะเรียนภาษาพ่อมดกับเอลลี่ในตอนกลางวัน และทำสมาธิในตอนกลางคืน

แม้ว่าริชาร์ดจะจดจำอักษรพ่อมดได้ทั้งหมดผ่านการสกัดความรู้ แต่เขายังต้องอาศัยการฝึกฝนเพื่อให้ใช้งานได้อย่างคล่องแคล่วในทางปฏิบัติ

และแล้ว วันที่สิบห้าบนเรือเหาะก็มาถึง

บางครั้งเรือเหาะจะลดความเร็วลงระหว่างบิน พ่อมดบนเรือจะใช้ช่วงเวลานี้ในการตรวจสอบและซ่อมบำรุงเรือเหาะ

ในช่วงเวลานี้ ผู้ฝึกหัดบนเรือเหาะมีอิสระที่จะเดินไปไหนมาไหนได้

"ริชาร์ด! เมื่อคืนฉันเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณได้แล้วนะ"

เช้าตรู่ เอลลี่ตบเตียงริชาร์ดรัวๆ แบ่งปันความคืบหน้าด้วยความตื่นเต้น

พรสวรรค์ของเอลลี่ไม่ได้โดดเด่นอะไรนัก ค่าพลังจิตของเธอมีเพียงสิบสองจุด สิ่งที่ริชาร์ดทำสำเร็จในเวลาสั้นๆ เธอต้องใช้เวลาถึงเจ็ดวันเต็ม

แต่นั่นก็นับว่าน่าชื่นชมแล้ว

ตามข้อมูลในหนังสือ ว่าที่ผู้ฝึกหัดจำนวนมากต้องอาศัยการทำสมาธิ ธูปหอม และโพชั่นช่วยในการเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณครั้งแรก การที่เอลลี่ทำสำเร็จภายในเจ็ดวันถือว่าเป็นเกณฑ์มาตรฐานของสถาบัน

ส่วนผู้ฝึกหัดอย่างริชาร์ดที่เชื่อมต่อได้ในการทำสมาธิเพียงครั้งเดียว ทางสถาบันจัดให้อยู่ในระดับยอดเยี่ยม

เหนือกว่าเขายังมีอีกระดับ คือพวกที่เชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณได้โดยกำเนิด หรือก็คือว่าที่ผู้ฝึกหัดพ่อมดอัจฉริยะที่มีพลังจิตติดตัวมาแต่เกิดถึงยี่สิบจุด

อย่างไรก็ตาม ผู้ฝึกหัดประเภทนั้นหายากยิ่งในประวัติศาสตร์ของสถาบัน และมักปรากฏตัวเฉพาะในเชื้อสายของพ่อมดเท่านั้น

"ยินดีด้วย ยินดีด้วย ในที่สุดเอลลี่ก็ได้เป็นผู้ฝึกหัดพ่อมดแล้ว"

ริชาร์ดหาววอด ลุกขึ้นนั่งบนเตียง ขยี้ตาแสดงความยินดีกับเอลลี่

"ดูท่าการสอบคราวนี้ ผมคงต้องพึ่งเอลลี่ให้ช่วยคุ้มครองแล้วล่ะมั้ง"

ได้ยินดังนั้น เอลลี่ก็ยืดอกอย่างภูมิใจ

"ไม่ต้องห่วง เดี๋ยวเจ๊คุ้มกันเอง"

ก๊อก ก๊อก ก๊อก

เสียงเคาะประตูดังขึ้น เอลลี่เปิดประตูก็พบหุ่นเชิดส่งอาหารเช้านำอาหารมาส่งเร็วกว่าปกติ

"ห้อง 225 อาหารเช้าสำหรับสองที่ วันนี้เรือเหาะมีการซ่อมบำรุง ผู้ฝึกหัดสามารถเดินไปมาได้อย่างอิสระ"

เสียงของหุ่นเชิดยังคงแปร่งหู แต่ข่าวที่มันนำมาแจ้งทำให้รอยยิ้มของเอลลี่หุบลงทันที

"เวลาอิสระเหรอ?" เอลลี่ทวนคำ

หุ่นเชิดไม่ตอบ มันเข็นรถอาหารไปยังห้องถัดไปอย่างเหม่อลอย

เอลลี่ปบานประตูลง หน้าซีดเผือดเหมือนคนจะร้องไห้

"ซวยแล้ว ซวยแล้ว ซวยแล้ว ฉันเพิ่งเชื่อมต่อทะเลแห่งวิญญาณได้ วงจรมานาหมุนวนยังไม่ได้เริ่มสร้างเลย แบบนี้... แบบนี้..."

เอลลี่เดินวนไปวนมาในห้องด้วยความกังวลใจ ริชาร์ดเห็นแล้วก็อดสงสัยไม่ได้

"มีเวลาอิสระไม่ดีตรงไหน? อุดอู้ในห้องมาตั้งหลายวัน ไม่อยากออกไปสูดอากาศข้างนอกบ้างเหรอ?"

เขาอยู่บนเรือเหาะมาครึ่งเดือนแล้ว ขลุกอยู่แต่ในห้องทั้งวัน รู้สึกเหมือนข้อต่อจะขึ้นสนิมอยู่รอมร่อ

"นายไม่รู้อะไร ถ้าเดินไปไหนมาไหนได้อิสระ พวกสารเลวนั่นก็จะออกมาเพ่นพ่านได้เหมือนกัน"

เอลลี่ทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ แล้วเล่าเรื่องราวความโหดร้ายที่เกิดขึ้นบนเรือเหาะก่อนหน้านี้ให้ริชาร์ดฟังแบบตะกุกตะกัก

"อ้อ อย่างนี้นี่เอง"

ริชาร์ดลูบคาง สีหน้าดูซับซ้อน

'ตอนขึ้นเรือเหาะมา ฉันดูอ่อนแอขนาดนั้นเลยเหรอ?'

"งั้นคุณก็รออยู่ในห้อง เดี๋ยวผมออกไปเดินเล่นเอง"

ริชาร์ดลุกจากเตียง รีบจัดการมื้อเช้าให้เรียบร้อย

ริชาร์ดไม่แน่ใจว่าคิดไปเองหรือเปล่า แต่เขารู้สึกว่าร่างกายแข็งแรงขึ้นมากหลังจากเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณ ร่างกายที่เคยผอมแห้งเพราะขาดสารอาหารมาแรมปี ตอนนี้เริ่มมีกล้ามเนื้อขึ้นมาบ้างแล้ว

หรือพ่อมดจะแอบใส่สารบำรุงในอาหาร?

"นี่! ฉันอุตส่าห์สอนภาษาพ่อมดให้นายตั้งหลายวัน ช่วยฉันหน่อยด้วยการไม่ออกไปข้างนอกไม่ได้หรือไง?"

พอเห็นริชาร์ดจะออกไป เอลลี่ก็ทำท่าเหมือนแมวพองขน

ริชาร์ดโบกมือปัด "ไม่ต้องห่วง ผมไม่ได้จะไปป่าวประกาศข้างนอกซะหน่อยว่ารูมเมทผมสวย แค่อยู่เงียบๆ พวกนั้นคงไม่พังประตูเข้ามาหรอกมั้ง?"

...

เรือเหาะนี้กว้างขวางพอตัว นอกจากโซนห้องพักที่พวกเขาอาศัยอยู่ ยังมีห้องชมวิวขนาดหลายสิบตารางเมตรอยู่ที่ท้ายเรือ

ปกติห้องนี้สงวนไว้ให้พ่อมดใช้ แต่วันนี้มีการตรวจสอบเรือเหาะ ผู้ฝึกหัดจึงได้รับอนุญาตให้เข้าไปชมวิวได้

ริชาร์ดยืนริมหน้าต่าง หัวใจพองโตด้วยความตื่นเต้นขณะมองดูทะเลเมฆอันไร้ขอบเขต

ผนังห้องชมวิวทำจากวัสดุคล้ายแก้วใส ทำให้มองเห็นทิวทัศน์ทะเลเมฆภายนอกได้อย่างชัดเจน

ไม่นาน ห้องชมวิวก็เนืองแน่นไปด้วยผู้ฝึกหัด ทั้งขุนนางและสามัญชน พวกขุนนางจับกลุ่มกันวงหนึ่ง พวกสามัญชนก็จับกลุ่มกันอีกวงหนึ่ง

แม้จะไม่มีใครมาขีดเส้นแบ่ง แต่สังคมของทั้งสองกลุ่มก็แยกจากกันอย่างชัดเจน

ยกเว้นริชาร์ด

ข้างๆ ริชาร์ด กลุ่มขุนนางกำลังแลกเปลี่ยนข่าวลับกันอย่างลึกลับ

เพื่อป้องกันไม่ให้พวกสามัญชนแอบฟัง พวกเขาถึงกับใช้ภาษาพ่อมดในการสนทนา

"แน่ใจนะ เอมิลี่? พี่ชายเธอเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณได้แล้วจริงๆ เหรอ?" ขุนนางผมทองคนหนึ่งเอ่ยถาม

"แน่นอน พี่ชายฉันจะโกหกทำไม?"

ตรงข้ามขุนนางผมทอง เด็กสาวที่มีผมสีบลอนด์เหมือนกันและมีกระบนใบหน้าตอบกลับอย่างได้ใจ

คำพูดของเอมิลี่สร้างความฮือฮาในหมู่ขุนนาง พวกเขาทุกคนต่างศึกษา 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด' กันอย่างหนัก แต่มีน้อยคนนักที่จะประสบความสำเร็จ

สำหรับคนส่วนใหญ่ หากปราศจากตัวช่วยอย่างธูปหอมและโพชั่น การเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณแทบจะเป็นไปไม่ได้เลย

"ว่าแต่ พวกเมดิชีที่จ้างพ่อมดมาสอนล่ะ เป็นไงบ้าง? ค่าจ้างตั้งสิบหินเวทเชียวนะ"

"สิบหินเวท?" ขุนนางบางคนที่เพิ่งรู้ข่าวถึงกับตกตะลึง

"ตระกูลเมดิชีรวยจริง หินเวทพวกนี้ถ้าตีเป็นเงินคงได้สักแสนเหรียญทอง"

"ภาษีทั้งปีของอาณาจักรยังแค่ห้าแสนเหรียญทอง ตระกูลเมดิชีนี่รวยกว่าประเทศอีกแฮะ"

"แต่ได้ยินว่าไม่สำเร็จนะ พ่อมดสอนให้ก็จริง แต่บนเรือเหาะไม่มีธูปหอมหรือโพชั่น ไม่มีตัวช่วยพวกนั้น ก็ไม่ต่างอะไรกับพวกเราหรอก"

"เยี่ยมไปเลย!" ใครบางคนพูดอย่างสะใจ

ความแตกต่างระหว่างอัศวินกับผู้ฝึกหัดพ่อมด ไม่ต่างอะไรกับคนมือเปล่าสู้กับคนมีอาวุธ

ผู้ฝึกหัดพ่อมดลดลงหนึ่งคน ก็หมายถึงนักล่าลดลงหนึ่งคน ซึ่งเป็นเรื่องดียิ่ง

ริชาร์ดแอบฟังอยู่เงียบๆ แสร้งทำเป็นไม่รู้เรื่องรู้ราว

ขุนนางจอมหยิ่งพวกนี้คิดว่าสามัญชนอย่างพวกเขาไม่มีทางเข้าใจภาษาพ่อมด เลยพูดคุยกันอย่างเปิดเผย

ริชาร์ดฟังเพลินเลยทีเดียว

แต่จังหวะนั้นเอง เสียงกรีดร้องก็ดังมาจากห้องพักไม่ไกล

"ชิ แก๊งหมีดำเอาอีกแล้ว" ขุนนางคนหนึ่งเปรยขึ้น

"สงสัยคงเบื่อพวกสามัญชนหน้าตาจืดชืดบนเรือแล้วมั้ง" ขุนนางอีกคนเสริม

"พวกชั้นต่ำนี่มันเดรัจฉานจริงๆ ควบคุมช่วงล่างตัวเองไม่ได้เลย"

เด็กสาวหน้ากระชื่อเอมิลี่ทำหน้าขยะแขยง ยกมือปิดปากและจมูกราวกับได้กลิ่นเหม็นเน่าจากแก๊งหมีดำ

ทว่า ไม่มีขุนนางหน้าไหนขยับตัวไปผดุงความยุติธรรมแม้แต่คนเดียว

พวกไพร่ตีกัเองเกี่ยวอะไรกับขุนนางล่ะ?

"กรี๊ด!"

เสียงกรีดร้องดังขึ้นอีกครั้ง คราวนี้เสียงฟังดูคุ้นหูชอบกล

ริชาร์ดเริ่มเอะใจ รีบพุ่งตัวออกจากห้องชมวิวทันที

นั่นมันเสียงเอลลี่นี่นา

ห้องชมวิวอยู่ไม่ไกลจากห้อง 225 ทันทีที่ริชาร์ดก้าวออกมา เขาเห็นชายร่างกำยำที่มีแผลเป็นบนใบหน้ากำลังทุบประตูห้อง 225 อย่างบ้าคลั่ง

ข้างๆ มีลูกสมุนหลายคนยืนเชียร์ แม้พวกนี้จะไม่ตัวใหญ่เท่าไอ้หน้าบาก แต่ก็ถือว่าล่ำสันกว่าชาวบ้านทั่วไป

"นังหนู เปิดประตูเดี๋ยวนี้! ไม่งั้นเจ็บตัวแน่"

"ใช่ ถ้าเปิดดีๆ พวกพี่จะถนอมให้นะจ๊ะ แต่ถ้าให้ลูกพี่พังเข้าไป น้องเละแน่"

พวกลูกกระจ๊อกตะโกนข่มขู่หน้าประตู ขณะที่เอลลี่ในห้องใช้โต๊ะดันประตูไว้อย่างสุดชีวิต

ห้องพักบนเรือเหาะมีแค่กลอนประตูธรรมดาๆ ถ้าไม่หาอะไรมาดันไว้ คนแรงเยอะๆ กระแทกสองสามทีก็พังแล้ว

"เอลลี่ ยัยโง่เอ๊ย จะยื่นหน้าออกไปทำไมนะ" เอลลี่กัดฟันดันประตู พลางด่าตัวเองในใจ

หลังจากริชาร์ดออกไปได้ไม่นาน เอลลี่ก็เริ่มอยู่ไม่สุข วัยรุ่นน่ะนะ ใครจะอยากอุดอู้อยู่แต่ในห้องตลอดเวลา?

เธอเลยแง้มประตูดูลาดเลา คิดว่าถ้าทางสะดวกจะรีบแจ้นไปดูห้องชมวิวสักหน่อย

แต่พอเปิดประตู เธอก็ดันจ๊ะเอ๋เข้ากับแก๊งหมีดำที่ออกมาเดินหาที่ระบายความใคร่พอดี

แก๊งหมีดำกำลังมองหาผู้หญิงเพื่อปลดปล่อยตัณหา พอเห็นสาวงามโผล่หน้าออกมา มีหรือจะพลาด พวกมันเลยตรงดิ่งมาหาเอลลี่ทันที

และนั่นคือก่อนจะมาเป็นฉากนี้

แกร๊ก

เสียงกลอนประตูห้อง 225 หลุดกระเด็น

"จบกัน"

หัวใจเอลลี่หล่นวูบ ไม่มีกลอนแล้ว เธอต้านแรงพวกมันไม่ไหวแน่

แต่แปลก ผ่านไปสักพักก็ยังไม่มีใครบุกเข้ามา

กลับมีเสียงร้องโหยหวนด้วยความเจ็บปวดดังขึ้นแทน

พ่อมดมาช่วยเหรอ?

เอลลี่ขยับออกมาจากหลังโต๊ะ แล้วแอบมองผ่านรอยแยกประตู

สมาชิกแก๊งหมีดำทั้งหมดลงไปนอนกองกับพื้น ขณะที่ร่างผอมบางร่างหนึ่งกำลังใช้เท้าขยี้หน้าหัวหน้าแก๊งหมีดำ

กระทืบไป ด่าไป

"ไอ้เวรตะไล บุกห้องตู รังแกรูมเมทตู แล้วยังกล้ามาแต๊ะอั๋งตูอีก!"

จบบทที่ บทที่ 6 การบำรุงรักษาเรือเหาะ

คัดลอกลิงก์แล้ว