เราไม่เผยแพร่ผลงานที่มีลิขสิทธิ์ในประเทศไทย หากท่านพบเนื้อหาที่ละเมิดลิขสิทธิ์ แจ้งได้ที่เพจ Facebook NovelStore เราจะลบให้โดยเร็ว
ปัญหาการใช้งานเว็บไซต์ ติดต่อได้ที่เพจดังกล่าว
We do not publish or distribute copyrighted works in Thailand. To report infringing content, contact us via our Facebook page and we will remove it promptly. For other issues, use the same channel.

บทที่ 5 วงจรมานาหมุนวน

บทที่ 5 วงจรมานาหมุนวน

บทที่ 5 วงจรมานาหมุนวน


"เอลลี่ กี่โมงแล้ว?"

"แปดโมง อีกเดี๋ยวก็ได้เวลามื้อเช้าแล้ว"

ตอนนี้แปดโมงเช้า ส่วนริชาร์ดเริ่มทำสมาธิตั้งแต่ตีห้า นั่นหมายความว่าแม้ริชาร์ดจะรู้สึกเหมือนเพิ่งเข้าไปในทะเลแห่งวิญญาณได้เพียงครู่เดียว แต่ความจริงเขาทำสมาธิมาสามชั่วโมงแล้ว

'ดูเหมือนการทำสมาธิจะทำให้การรับรู้เวลาของผมเพี้ยนไปแฮะ'

ริชาร์ดคิดในใจ จังหวะนั้นเองเสียงท้องร้องก็ดังขึ้นอีกระลอก

"ริชาร์ด นายไม่กลัวเหรอ?"

เสียงของเอลลี่ดังมาจากเตียงชั้นล่าง ฟังดูเหมือนเธอสงบสติอารมณ์ได้แล้ว

"กลัว?"

ริชาร์ดนอนขดตัวบนเตียงเพื่อบรรเทาความหิว จิตใจหวนนึกย้อนไปถึงหนึ่งเดือนที่ผ่านมา

เขาใช้ชีวิตอยู่กับความหวาดกลัวทุกวัน ร่างกายผอมแห้ง อาหารอันน้อยนิด และคนขี้เมาที่ชอบใช้ความรุนแรง ทุกเช้าที่ริชาร์ดตื่นขึ้นมา เขาได้แต่หวังว่าเรื่องทั้งหมดจะเป็นเพียงความฝัน

สถานการณ์ตอนนี้ดีกว่าเมื่อเดือนก่อนตั้งเยอะ

"ผมผ่านเรื่องเลวร้ายกว่านี้มาแล้ว เพราะงั้นไม่มีอะไรต้องกลัวหรอก"

"..."

ห้องตกอยู่ในความเงียบ

ก่อนจะถูกคัดเลือก เอลลี่คือลูกสาวคฤหบดีผู้มั่งคั่ง แรงกดดันเรื่องการเอาชีวิตรอดเป็นเหมือนเมฆบนท้องฟ้าสำหรับเธอ

มองเห็นได้ แต่แทบสัมผัสไม่ได้

เธอจินตนาการไม่ออกเลยว่าริชาร์ดต้องผ่านอะไรมาบ้าง ถึงได้สงบนิ่งขนาดนี้เมื่อเผชิญหน้ากับการต่อสู้

ทั้งที่เขาผอมแห้งจนลมพัดก็แทบจะปลิวแท้ๆ

"แล้วนายจะเอายังไง? พวกเราสู้พวกขุนนางไม่ได้หรอก"

เอลลี่นึกถึงอัศวินที่เคยเห็น สัตว์ประหลาดสวมเกราะพวกนั้นที่สามารถทะลวงกระบวนทัพร้อยคนในสนามรบได้ด้วยอัศวินและผู้ติดตามเพียงไม่กี่คน

เอลลี่นึกไม่ออกเลยว่าจะรับมือคนพรรค์นั้นยังไง

"เอลลี่ คุณคิดว่าใครเก่งกว่ากัน ระหว่างผู้ฝึกหัดพ่อมดกับอัศวิน?"

"ก็ต้อง..."

เอลลี่แทบจะตอบสวนกลับไปทันทีว่า 'ผู้ฝึกหัดพ่อมด' เพราะแม้แต่ผู้ฝึกหัดก็ยังครอบครองพลังเวทมนตร์ที่อัศวินไม่มีทางต้านทานได้

แต่ก่อนที่เธอจะพูด เธอก็นึกถึงหนังสือในถุงขึ้นมาได้... 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด'

ความกลัวครอบงำจนเธอลืมไปเสียสนิทว่าทางสถาบันได้มอบเขี้ยวเล็บในการต่อสู้กลับมาให้แล้ว

"ริชาร์ด นายมันอัจฉริยะ!"

เอลลี่สะบัดผ้าห่ม กระโดดลงจากเตียง คว้าพจนานุกรมพ่อมดและหนังสือ 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด' วิ่งไปที่โต๊ะทันที

แม้เธอจะไม่ได้เรียนศิลปะการต่อสู้มาตั้งแต่เด็กเหมือนพวกขุนนาง แต่เรื่องการอ่านหนังสือ เธอเหนือกว่าพวกนั้นหลายขุม

ริชาร์ดไม่ได้สนใจปฏิกิริยาของเอลลี่ สิ่งเดียวที่เขาต้องการตอนนี้คืออาหารเช้า

สักพัก ก็มีเสียงเคาะประตูห้อง

ได้ยินเสียงนั้น ริชาร์ดก็รีบกลิ้งตัวลงจากเตียงทันที

ข้าวเช้ามาแล้ว!

เมื่อเปิดประตู ริชาร์ดเห็นร่างคล้ายหุ่นเชิดเข็นรถอาหาร บนรถมีชุดอาหารเช้าจัดวางเรียงรายหลายสิบชุด

"ห้อง 225 อาหารเช้าสำหรับสองที่"

เสียงมนุษย์แปร่งๆ ดังออกมาจากตัวหุ่นเชิด น้ำเสียงแหลมสูงจนแสบแก้วหู

ริชาร์ดยกจานสองใบเข้ามาในห้อง แล้วส่งจานเมื่อคืนคืนให้หุ่นเชิด

หุ่นเชิดรับถาดไป แล้วเข็นรถโงนเงนไปยังห้องถัดไป

"นี่คือเวทมนตร์"

ขณะสำรวจหุ่นเชิด ประกายไฟลุกโชนขึ้นในดวงตาของริชาร์ด

ภายในห้อง เอลลี่กำลังแปลหนังสืออย่างไม่หยุดหย่อน มือข้างหนึ่งถือพจนานุกรม อีกข้างถือหนังสือเรียน

"เอลลี่ อาหารเช้าของคุณ"

"วางไว้ตรงนั้นแหละ"

เอลลี่ตอบโดยไม่เงยหน้ามองด้วยซ้ำ ตอนนี้เธอจมดิ่งอยู่ในมหาสมุทรแห่งความรู้จนไม่มีความอยากอาหารเลยสักนิด

ริชาร์ดเกาหัว คิดในใจว่าวัยรุ่นนี่ดีจริง ไม่ต้องกินข้าวก็ยังมีแรงเหลือเฟือ

ทว่า ร่างกายปัจจุบันของเขาก็ดูจะไม่โตไปกว่าเอลลี่สักเท่าไหร่

...

ริชาร์ดนั่งขัดสมาธิหลับตาอยู่บนเตียง

ในขณะนี้ พลังจิตของเขากำลังทำหน้าที่สังเกตการณ์โลกแทนดวงตา

ตอนนี้เข้าสู่วันที่เจ็ดนับตั้งแต่เขาเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณ

ตลอดเจ็ดวันที่ผ่านมา เรือเหาะบินด้วยความนิ่งสนิท

ริชาร์ดปฏิบัติตามคำแนะนำในหนังสือทีละขั้นตอนเพื่อสร้าง วงจรมานาหมุนวน ของตัวเอง กระบวนการนี้ไม่ได้รวดเร็วเหมือนตอนเชื่อมต่อทะเลแห่งวิญญาณ แต่ก็แทบไม่ต้องใช้ความพยายามอะไรมากนัก

ในช่วงเจ็ดวันเดียวกัน เอลลี่ที่พักห้องเดียวกับริชาร์ดก็ทุ่มเทแปลหนังสือ 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด' อย่างไม่รู้จักเหน็ดเหนื่อย ความมุ่งมั่นนั้นทำให้แม้แต่ริชาร์ดยังแปลกใจ

เป็นไปตามคาด เมื่อเผชิญกับวิกฤตความเป็นความตาย ทุกคนย่อมระเบิดศักยภาพที่ซ่อนอยู่ออกมา

การเชื่อมต่อกับทะเลแห่งวิญญาณช่วยปลดปล่อยพลังจิตของผู้ฝึกหัดพ่อมดออกจากวิญญาณ ทำให้สามารถสัมผัสถึงมานาที่ล่องลอยอยู่ในโลกผ่านพลังจิตได้

ในการรับรู้ของริชาร์ด มานาที่ล่องลอยอยู่ระหว่างฟ้าดินเปรียบเสมือนหิ่งห้อย ส่องแสงระยิบระยับแต่แผ่วจาง

พลังจิตของริชาร์ดแผ่ขยายออกไปเหมือนหนวด ดึงดูดจุดแสงเวทมนตร์ทั้งหมดให้เข้ามาหาทุกที่ที่มันพาดผ่าน

จากนั้น เพียงแค่สะบัดหนวดพลังจิต ริชาร์ดก็ดูดซับจุดแสงเวทมนตร์ทั้งหมดเข้าสู่ร่างกาย

หากการเชื่อมต่อทะเลแห่งวิญญาณคือรากฐานของการเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด การสร้างวงจรมานาหมุนวนก็เปรียบเสมือนผนังและหลังคา

พ่อมดจำเป็นต้องใช้พลังจิตควบคุมมานาในการร่ายคาถา แต่การใช้พลังจิตควบคุมมานาในธรรมชาติโดยตรงนั้น นอกจากจะเสียเวลาและกินแรงแล้ว ยังให้ผลลัพธ์ที่ไม่ดีนัก

ในทางตรงกันข้าม วงจรมานาหมุนวนคือการกักเก็บมานาไว้ในร่างกายของพ่อมดล่วงหน้าและทำให้เสถียรด้วยพลังจิต เพื่อให้พ่อมดไม่ต้องพึ่งพามานาในธรรมชาติยามจำเป็น

อย่างไรก็ตาม มานาที่เก็บสะสมในวงจรมานาหมุนวนไม่ได้มีไม่จำกัด วงจรของพ่อมดขึ้นอยู่กับขีดจำกัดพลังจิตของเขา หากคาถาที่ใช้ต้องการมานามากกว่าขีดจำกัดของวงจร พ่อมดก็ทำได้เพียงกลับไปใช้วิธีเดิมหรือหาทางอื่น

เมื่อแสงเวทมนตร์จุดสุดท้ายไหลเข้ามา พลังเวทที่สะสมอยู่ในร่างกายของริชาร์ดมาเนิ่นนานก็เกิดการเปลี่ยนแปลงเชิงคุณภาพ แปรเปลี่ยนเป็นสายน้ำเล็กๆ ไหลจากหัวใจ ผ่านอวัยวะภายใน และไหลย้อนกลับสู่หัวใจในที่สุด ก่อตัวเป็นวงจรที่สมบูรณ์

"สำเร็จ"

ริชาร์ดลืมตาขึ้น ความตื่นเต้นฉายชัดบนใบหน้า

การสร้างวงจรมานาหมุนวนหมายความว่า ตอนนี้เขาสามารถร่าย 'คาถาวงแหวนที่ศูนย์' ที่บันทึกไว้ในหนังสือได้อย่างรวดเร็วแล้ว

คาถาวงแหวนที่ศูนย์ หมายถึงคาถาระดับต่ำที่สามารถใช้งานได้ทันทีโดยไม่ต้องสร้างโมเดลเวทมนตร์ หรือ 'ตราเวท' ในวิญญาณ

ในสายตาของพ่อมดบางคน คาถาพวกนี้ไม่นับเป็นเวทมนตร์ด้วยซ้ำ แต่เป็นเพียงเทคนิคการประยุกต์ใช้พลังเวท

ที่ท้ายเล่ม ผู้เรียบเรียงหนังสือ 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด' ได้เตรียมคาถาวงแหวนที่ศูนย์ไว้สี่บทอย่างรอบคอบ สำหรับผู้ฝึกหัดที่สร้างวงจรมานาหมุนวนเสร็จสิ้น

ได้แก่: กระสุนเวทมนตร์, บาเรียสนามพลัง, เวทตัวเบา, และ เวทเก็บเสียง

คาถาวงแหวนที่ศูนย์ทั้งสี่บทนี้ครอบคลุมทั้งการโจมตี การป้องกัน การหลบหนี และการลอบเร้น ถือว่าครบเครื่องทีเดียว

และริชาร์ดก็ไม่ใช่คนอ่อนแอที่เชือดไก่ยังไม่ตายอีกต่อไป!

ขณะที่ริชาร์ดกำลังดื่มด่ำกับความปิติยินดี เอลลี่ที่ตรากตรำแปลหนังสือมาตลอดหลายวัน จู่ๆ ก็กระแทกพจนานุกรมลงบนโต๊ะเสียงดังปัง

'เบื่อแปลหนังสืออีกแล้วเหรอ?' ริชาร์ดคิดในใจ

"ฮ่าฮ่า ริชาร์ด ลงมาดูเร็ว ฉันแปลเสร็จแล้ว!"

เอลลี่ยืนขึ้นบิดขี้เกียจจนกระดูกลั่นกร๊อบแกร๊บ

เจ็ดวันแห่งการแปลอย่างไม่ย่อท้อ ในที่สุดเธอก็แปลหนังสือ 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด' จนจบเล่ม และในกระบวนการนี้ เธอยังเรียนรู้ภาษาพ่อมดไปได้ไม่น้อย

"ยินดีด้วย! ดูเหมือนคุณจะผ่านการสอบแบบเฉียดฉิวแล้วสินะ"

ริชาร์ดกลิ้งตัวลงจากเตียงแล้วประสานมือแสดงความยินดี

"ฮิฮิ"

เอลลี่เดินเข้ามาหาริชาร์ดแล้วตบหลังเขาแรงๆ

หลายวันมานี้ เอลลี่และริชาร์ดสนิทสนมกันมากขึ้น ริชาร์ดรู้ว่าเอลลี่เป็นลูกสาวคนเล็กของคฤหบดี ถูกเลี้ยงดูมาอย่างตามใจตั้งแต่เด็ก ส่วนเอลลี่ก็รู้ว่าริชาร์ดเป็นชาวนาที่มีพ่อขี้เมาตายจากไป

ทั้งสองมีทัศนคติต่ออนาคตที่แตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง

ความสุขุมและความมุ่งมั่นต่ออนาคตของริชาร์ดดึงดูดใจเอลลี่ ทุกครั้งที่เอลลี่ถอดใจอยากจะยอมแพ้ ริชาร์ดสามารถปัดเป่าความคิดเหล่านั้นได้ด้วยคำพูดเพียงไม่กี่คำ

ถึงเวลาที่เธอต้องตอบแทนบ้างแล้ว

"มาเรียนภาษาพ่อมดกับฉันสิในอีกสองสามวันนี้ แล้วนายเองก็จะกลายเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมดได้เหมือนกัน"

"หือ?" ริชาร์ดชะงักไปครู่หนึ่ง ก่อนจะรู้สึกอุ่นวาบในใจ

"ไม่ต้องห่วง ภาษาพ่อมดเรียนง่ายจะตาย คำศัพท์หลายคำคล้ายกับภาษาเรามาก แค่ขยันหน่อย นายก็น่าจะพอเข้าใจเนื้อหาในหนังสือ 'วิธีเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด' ได้ทัน..."

"เอลลี่" ริชาร์ดขัดจังหวะเธอ สีหน้ากึ่งยิ้มกึ่งบึ้ง

"คุณเคยคิดไหมว่า ถ้าผมกลายเป็นผู้ฝึกหัดพ่อมด คุณจะมีคู่แข่งเพิ่มขึ้นอีกคนในการสอบ?"

"ยิ่งคู่แข่งเยอะ อันตรายก็ยิ่งมาก ไม่กลัวผมแทงข้างหลังเหรอ?"

น้ำเสียงของริชาร์ดราบเรียบ แต่ความหมายแฝงทำเอาเอลลี่สะดุ้ง

ผู้ฝึกหัดพ่อมดที่เพิ่มขึ้นแต่ละคน หมายถึงคู่แข่งอีกหนึ่งคน และในการทดสอบแห่งความตายนี้ คู่แข่งคนไหนก็คืออันตรายถึงชีวิตทั้งนั้น

เธอจะสอนริชาร์ดจริงๆ เหรอ?

"เอ่อ..."

เสียงของเอลลี่ดังขึ้นและน้ำเสียงหนักแน่นขึ้น ราวกับเธอหาช่องโหว่ในคำพูดของริชาร์ดเจอแล้ว

"ริชาร์ด นายไม่ทำแบบนั้นหรอก ถ้าจะทำ นายคงไม่บอกฉันแต่แรกแล้ว"

ริชาร์ดลูบคาง

"โดยทั่วไป ผมก็ไม่แทงข้างหลังใครหรอก แต่เผื่อมีเหตุสุดวิสัย..."

"แต่นอกจากหนึ่งในหมื่นที่ว่า ก็ยังมีโอกาสอีกเก้าพันเก้าร้อยเก้าสิบเก้าส่วนนะยยะ"

เอลลี่ปล่อยหมัดซ้ายชกใส่ริชาร์ดแรงๆ หนึ่งที

"นายนี่มันประหลาดคนจริงๆ ฉันอุตส่าห์จะช่วยแท้ๆ แต่นายดันหาข้ออ้าง ถ้าขืนพูดยังงี้อีก ฉันจะเลิกสอนนายจริงๆ ด้วย"

จบบทที่ บทที่ 5 วงจรมานาหมุนวน

คัดลอกลิงก์แล้ว