- หน้าแรก
- สูตรโกงเซียนเพี้ยน กับฮาเร็มรักนักบุญหญิง
- บทที่ 26: ความรู้สึกที่คุ้นเคย
บทที่ 26: ความรู้สึกที่คุ้นเคย
บทที่ 26: ความรู้สึกที่คุ้นเคย
บทที่ 26: ความรู้สึกที่คุ้นเคย
ด้วยความหวาดหวั่นต่อแรงกดดันจางๆ ของอีกฝ่าย เสมียนเวรจึงรีบกุลีกุจอเข้าไปด้านหลังร้านทันที "ข้าจะรีบไปตามผู้ดูแลจางให้ ขอเชิญรอสักครู่!"
ชั่วอึดใจต่อมา ผู้ดูแลจางแห่งเขตถ้ำเซียนในชุดสีดำก็ถูกลากตัวออกมา
ทันทีที่เขาก้าวพ้นหัวมุมและเห็น "ศิษย์ฝ่ายในสำนักเซียนอวี้ชิง" ตามที่เสมียนรายงาน ผู้ดูแลจางถึงกับตัวสั่นเทิ้ม
เรียวขายาวระฟ้าที่เป็นเอกลักษณ์และกลิ่นอายเย็นเยียบดุจน้ำแข็งพันปี—แม้ใบหน้าจะถูกปกปิด เขาก็ไม่มีวันจำผิด!
ครั้งก่อนที่ผู้อาวุโสท่านนี้มาเยือนตลาด ผู้ดูแลจางโชคดีได้ติดตามเจ้าตลาดไปต้อนรับนาง เขาจึงรีบก้มศีรษะลงต่ำทันที
ภายใต้สายตาตื่นตะลึงของเสมียน บิ๊กบอสผู้มักหน้าดำคร่ำเครียดและปากจัด กลับวิ่งเหยาะๆ เข้าไปหาพร้อมรอยยิ้มประจบประแจง
"ผู้อาวุโส! ท่านกำลังตามหาผู้ใดอยู่หรือขอรับ? พวกเราจะรีบจัดการให้เดี๋ยวนี้เลย!"
ไป๋หลี่ชิงฮุยที่เดิมตั้งใจจะใช้กลิ่นอายระดับวิญญาณก่อกำเนิดข่มขวัญ เห็นอีกฝ่ายให้ความร่วมมือดีจึงพยักหน้าเล็กน้อย "ฉางอัน"
เสมียนหัวไวกางสมุดทะเบียนออกโดยไม่ต้องรอคำสั่งเจ้านาย ใช้สัมผัสวิญญาณค้นหาทันที
"เจอแล้วขอรับ! ฉางอัน เขตกลางห้า-C ลานหมายเลขสามสิบเจ็ด"
"ขอบคุณ" เยี่ยนอวี่กล่าวขอบคุณแทนศิษย์พี่ใหญ่ แล้วเดินตามไป๋หลี่ชิงฮุยมุ่งหน้าสู่ยอดเขา
ผู้ดูแลจางโค้งคำนับส่งทั้งสอง ก่อนจะรีบหันไปสั่งเสมียน "รีบแจ้งไปยังคฤหาสน์เจ้าตลาดเดี๋ยวนี้ ว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเซียนอวี้ชิงมาเยือน!"
...ลานหมายเลขสามสิบเจ็ด
ดวงจันทร์สว่างลอยเด่นกลางเวหา สาดแสงสีเงินลงมาผสานกับแสงจากไข่มุกราตรีที่แขวนอยู่ในลานบ้าน
บนโต๊ะหิน น้ำในหม้อทองแดงกำลังเดือดพล่าน ส่งเสียงปุดๆ ชิ้นเนื้อและผักสดหลากชนิดพลิกม้วนไปมาอยู่ในน้ำซุป
กลิ่นหอมสดชื่นและเผ็ดร้อนลอยอบอวลไปทั่วลานบ้าน ทำเอาเจี้ยนสือซานผู้ไร้ประสบการณ์ต้องกลืนน้ำลายเอือกใหญ่
เช่นเดียวกับเจ้าเฟยเฟยที่กลืนน้ำลายตาม มันนั่งยองๆ อยู่บนเก้าอี้หิน เกาะขอบโต๊ะ จ้องมองชิ้นเนื้อตาเป็นมัน
เมื่อพิจารณาว่าไม่รู้ระดับความทนทานต่อรสเผ็ดของเจี้ยนสือซาน วันนี้ฉางอันจึงเตรียมหม้อแบบแบ่งช่องมา
อย่างไรก็ตาม เห็นได้ชัดว่าเจ้าดาบน้อยสนใจฝั่งน้ำซุปเผ็ดมากกว่า
"กินกันเถอะ!"
ฉางอันร้องบอก และเป็นคนแรกที่คีบเนื้อวัวสุกชิ้นโตใส่ลงในชามกระเบื้องขาวลายปลาว่ายน้ำ แล้ววางไว้ตรงหน้าเจ้าเฟยเฟยทางซ้ายมือ
เขาไม่ไว้หน้าผู้อาวุโสระดับจินตานเลยสักนิด
เจ้ารากษสชะมดน้อยที่ได้รับอาหารส่งเสียงร้อง 'เมี๊ยว' ราวน้ำนมด้วยความพอใจ ก่อนจะก้มหน้าก้มตาจัดการอาหารตรงหน้า
เจี้ยนสือซานไม่สนเรื่องหยุมหยิมพวกนั้น เขาทำตามอย่างเมิ่งหยวนฮ่าว คีบอาหารเข้าปากพร้อมพร่ำชมไม่ขาดปาก
ฉางอันลูบขนหลังนุ่มนิ่มของเฟยเฟยเบาๆ ก่อนจะหยิบตะเกียบของตนขึ้นมาบ้าง
แต่แล้วเขาก็สังเกตเห็นว่าเจี้ยนสือซานทางขวามือหยุดตะเกียบลงกะทันหันและเอียงคอ ดวงตาไหวระริก ฉางอันจึงมองตามสายตานั้นไปทันที
ภายใต้แสงจันทร์สลัว สตรีในชุดขาวสองนางกำลังเยื้องย่างเข้ามา ชายแขนเสื้อพลิ้วไหว กลิ่นอายดุจเทพเซียน
โดยเฉพาะสตรีด้านหลังที่แผ่รังสีราวกับนางฟ้าจากวังจันทราจุติลงมา ด้วยเรียวขายาวระฟ้านั่น จุดขายหลักของนางเรียกได้ว่าสูสีกับฮวาเยี่ยเย่ผู้ 'บอบบางแต่ซ่อนรูป' เลยทีเดียว
ฉางอันขมวดคิ้วเล็กน้อย ทำไมพวกนางถึงมาหาเขา?
ยุ่งยากชะมัด
"เสี่ยว... ฉางอัน!" เยี่ยนอวี่ร้องเรียกด้วยความประหลาดใจจากนอกรั้ว
ไป๋หลี่ชิงฮุยที่อยู่ด้านหลังรู้สึกอึดอัดใจเล็กน้อย ด้วยสัมผัสวิญญาณ นางเห็นชัดเจนว่าหมอนั่นขมวดคิ้วใส่
นางสัมผัสได้เพียงว่าด้ายแดงในจิตวิญญาณน้ำแข็งของนางรัดแน่นขึ้นอีกนิด
เจี้ยนสือซานลุกพรวดขึ้นด้วยสีหน้าจริงจัง เห็นได้ชัดว่าเขาจำธิดาศักดิ์สิทธิ์ได้
เมิ่งหยวนฮ่าวที่ลุกตามขึ้นมาเห็นว่าเป็นศิษย์สำนักเซียนอวี้ชิง ก็ได้แต่ทึ่งในใจว่าเจ้าหนูนี่ได้ดิบได้ดีเสียที แต่ก็ยังงงๆ กับปฏิกิริยาของเสี่ยวเจี้ยน
ฉางอันไม่มีทางเลือกนอกจากปั้นหน้ายิ้มสุภาพ เปิดประตูรั้วต้อนรับสองสาวเข้ามา
"เยี่ยนอวี่, ผู้อาวุโส"
ไป๋หลี่ชิงฮุยพิจารณาเขาอยู่ครู่หนึ่ง เห็นร่างกายไร้บาดแผลและเต็มเปี่ยมด้วยพลังหยาง นางก็โล่งใจ
ขณะจะเอ่ยปาก ชายไว้เคราข้างกายฉางอันกลับโค้งคำนับนางเสียก่อน "ศิษย์พี่หญิงใหญ่"
สำหรับศิษย์ของสองสำนักใหญ่ฝ่ายธรรมะอย่างสำนักเซียนอวี้ชิงและหอพิทักษ์ดาบดับดารา แม้จะพบเจอบุตรศักดิ์สิทธิ์หรือธิดาศักดิ์สิทธิ์ของอีกฝ่าย ก็ต้องเรียกขานว่าศิษย์พี่ด้วยความเคารพ
แม้เจี้ยนสือซานจะรู้ว่านางอายุน้อยกว่า แต่เขาก็ยังโค้งคำนับทักทายด้วยความเลื่อมใสอย่างหมดใจ ธิดาสวรรค์ผู้นี้มีชื่อเสียงและพลังอำนาจมากเกินไป
สายตาของไป๋หลี่ชิงฮุยหลังผ้าคลุมหน้าหันมาทางเขา นางเอ่ยถามเสียงเย็น "เจ้าคือ 'เมล็ดพันธุ์ดาบ' แห่งหอพิทักษ์ดาบดับดาราหรือ?"
มุมปากฉางอันกระตุก ดูเป็นแม่นางผู้บริสุทธิ์สูงส่งแท้ๆ ทำไมเรียกชาวบ้านด้วยชื่อพรรค์นั้น?
แต่เขากลับเห็นเจ้าดาบน้อยยืดอกด้วยใบหน้าเปี่ยมสุข "ศิษย์พี่หญิงใหญ่จำข้าได้หรือขอรับ? ใช่แล้ว ข้าคือเมล็ดพันธุ์ดาบแห่งยอดเขาคมดาบ 'เจี้ยนสือซาน'!"
ไป๋หลี่ชิงฮุยพยักหน้าแล้วเมินเขาไป นางถอดมงกุฎหงส์พร้อมผ้าคลุมหน้าออก เผยให้เห็นใบหน้างามล่มเมือง
ดวงตาคู่สวยที่เต็มไปด้วยหิมะน้ำแข็งนิรันดร์มองมาที่ฉางอัน น้ำเสียงของนางอ่อนลง "บาดแผลของเจ้า... หายดีแล้วหรือ?"
ดวงตาเล็กตีบของเจี้ยนสือซานเบิกกว้าง น้ำเสียงแบบนี้ ท่าทางแบบนี้!
ทำไมมันคุ้นๆ พิกล วันนี้ข้าเจอฉากแบบนี้ไปแล้วหรือเปล่านะ?
เมิ่งหยวนฮ่าวที่ยืนอยู่ข้างๆ ถึงกับตะลึงงัน เสี่ยวอัน! ข้าบอกให้เจ้าไปจีบศิษย์สาวสำนักอวี้ชิง แล้วไหงเจ้าไปตกธิดาศักดิ์สิทธิ์มาได้วะ?
นี่มันต่างอะไรกับข้าบอกให้เจ้าไปร้านจินเป่าเพื่อซื้อยารวมปราณ แล้วเจ้าดันยกทั้งร้านจินเป่ากลับมาบ้านเนี่ย!
เดี๋ยวนะ ธิดาศักดิ์สิทธิ์ก็ถือเป็นศิษย์หญิงเหมือนกัน งั้นก็คงไม่ผิดอะไรมั้ง...
ฉางอันประสานมือคารวะ "บาดแผลเล็กน้อย หายดีนานแล้วขอรับ ขอบคุณผู้อาวุโสที่เป็นห่วง"
ท่าทีที่เขาแสดงออกนั้นสงบนิ่งมาก ในตอนนั้นการตวาดใส่ธิดาศักดิ์สิทธิ์อาจอ้างได้ว่าทำไปเพราะความแค้น และคนจากสำนักใหญ่คงไม่ถือสาหาความ
แต่ตอนนี้เมื่อธิดาศักดิ์สิทธิ์อุตส่าห์มาเยี่ยมถึงบ้าน หากเขายังทำตัวแข็งกร้าว ก็เท่ากับหาเรื่องใส่ตัวชัดๆ
เขาไม่ได้โง่ เขาจะไม่ทำเรื่องสิ้นคิดอย่าง 'จุดตะเกียงเข้าไปในส้วม'—ไปหาขี้ (หาเรื่อง) ใส่ตัวหรอก
เมื่อเห็นท่าทีเรียบร้อยของเด็กหนุ่มรูปงามตรงหน้า ไป๋หลี่ชิงฮุยกลับรู้สึกหงุดหงิดใจชอบกล
หากนางไม่สังเกตเห็นเขาขมวดคิ้วเมื่อครู่ ด้ายแดงในดวงใจแห่งเต๋าคงจะลดลงไปมากโข แต่ตอนนี้... หมอนี่ชัดเจนว่าหน้าซื่อใจคด คิดว่านางใช้อำนาจบาตรใหญ่รังแกเขาอยู่แน่ๆ
ไม่ได้การ วันนี้นางต้องกำจัดภัยซ่อนเร้นในจิตวิญญาณน้ำแข็งไร้มลทินให้สิ้นซาก!
"ก็ดีแล้ว" ไป๋หลี่ชิงฮุยเม้มปาก ด้วยความที่เป็นคนพูดไม่เก่ง นางจึงได้แต่ยืนนิ่ง คิดไม่ออกว่าจะพูดอะไรต่อ
เยี่ยนอวี่เคยได้ยินจากศิษย์พี่ใหญ่ว่านางต้องการมาขอโทษพ่อหนุ่มรูปหล่อด้วยตัวเอง ในเมื่อนางยังไม่พูด เยี่ยนอวี่จึงต้องช่วยเป็นคนกลาง
แน่นอนว่าอุตส่าห์หาโอกาสใกล้ชิดได้ขนาดนี้ นางก็ไม่อยากรีบกลับไปเหมือนกัน
สายตาของเยี่ยนอวี่กวาดไปรอบๆ จนไปสะดุดกับหม้อทองแดงบนโต๊ะหิน ใบหน้าเต็มไปด้วยความอยากรู้อยากเห็น "ฉางอัน นี่คือกินแบบไหนกัน? ทำไมข้าไม่เคยเห็นมาก่อนเลย?"
เมื่อเห็นว่านางเซียนชุดขาวทั้งสองไม่มีท่าทีจะกลับไป ฉางอันได้แต่ถอนหายใจในใจแล้วฝืนยิ้ม
"นี่คือ 'หม้อไฟ' ที่ข้าคิดค้นขึ้นเอง หากทั้งสองไม่รังเกียจ เชิญร่วมวงด้วยกันไหมขอรับ?"
"รบกวนด้วยนะ" ไป๋หลี่ชิงฮุยพอใจในความฉลาดของเยี่ยนอวี่มาก นางเดินตรงไปที่โต๊ะโดยไม่พูดพร่ำทำเพลง
โต๊ะหินเล็กๆ มีเก้าอี้หินหกตัว พอดีเป๊ะ
ทางซ้ายของฉางอันคือเจ้าเฟยเฟย ทางขวาคือเจี้ยนสือซาน ถัดไปคือเมิ่งหยวนฮ่าว
ไป๋หลี่ชิงฮุยมองดูรอบๆ แล้วเลือกนั่งลงทางซ้ายของเจ้าเฟยเฟย
เจ้ารากษสชะมดน้อยเอียงคอมองนาง แววตาระแวงวาบขึ้นมาชั่วครู่ แต่แล้วก็เมินนางแล้วก้มหน้ากินเนื้อต่อ
เจี้ยนสือซานและเมิ่งหยวนฮ่าวไม่คาดคิดว่าธิดาศักดิ์สิทธิ์แห่งสำนักเซียน ผู้ปกติไม่แตะต้องอาหารของปุถุชน จะยอมตกลงร่วมโต๊ะง่ายๆ สายตาที่พวกเขามองฉางอันจึงยิ่งแปลกประหลาดขึ้นทุกที
สีหน้าของไป๋หลี่ชิงฮุยยังคงเย็นชาดูไม่ยี่หระ นางมองเจ้าชะมดน้อยขนสีขาวทางขวามือที่กำลังสวาปามอาหาร แล้วสายตาของนางก็อ่อนโยนลงอย่างประหลาด
ขนสีขาวสะอาดตา ร่างเล็กกะทัดรัด ท่าทางน่าเอ็นดู และหูเล็กๆ ที่กระดิกไปมาเป็นพักๆ
น่ารักจัง!
ธิดาศักดิ์สิทธิ์อดใจไม่ไหว ยื่นมือออกไปหมายจะลูบมัน
ไป๋หลี่ชิงฮุยค่อนข้างมั่นใจในตัวเอง สัตว์วิญญาณที่นางพบเจอทั้งในและนอกสำนัก ไม่มีตัวไหนเลยที่จะไม่ชื่นชอบกลิ่นอายบริสุทธิ์ไร้มลทินที่แผ่ออกมาจากดวงใจแห่งเต๋าของนาง